หน้าปกนวนิยาย คลื่นรักอสูร

คลื่นรักอสูร

9.7 / 10.0
เมื่อนีนนาราขึ้นเรือผิดลำ ชีวิตเธอกลับพังทลายลงในพริบตาเมื่อพบกับบารเมษฐ์ ชายหนุ่มผู้เย็นชาที่ปักใจเชื่อว่าเธอคือผู้หญิงขายตัวที่ไร้คุณภาพ แม้หญิงสาวจะพยายามอธิบายความจริงด้วยความหวาดกลัว แต่เขากลับมองว่าเป็นเพียงมารยาที่น่ารำคาญ บารเมษฐ์ตัดสินใจลงโทษเธอในฐานะคนที่อยู่ผิดที่ผิดทาง โดยไม่สนคำทัดทานหรือเหตุผลใดๆ ท่ามกลางความสับสนและอันตรายกลางทะเล นีนนาราต้องเผชิญหน้ากับอสูรร้ายในคราบมนุษย์ที่พร้อมจะขยี้ศักดิ์ศรีของเธอให้แหลกคามือในค่ำคืนที่ไร้ทางหนี

คลื่นรักอสูร ตอนที่ 1

1

ขึ้นเรือผิดลำ

เสียงฝีเท้าวิ่งเร็ว ๆ ไปยังเรือยอชต์ลำหนึ่งที่จอดอยู่ตรงท่า เป็นลำที่จ้างหญิงสาวไปเป็นแม่บ้านชั่วคราว ในช่วงวันหยุดพักผ่อนสุดสัปดาห์ของพวกเขา นีนนาราวิ่งมาหยุดตรงเรือลำด้านหน้า หยิบกระดาษที่ระบุหมายเลขของเรือ ออกมาดูอีกครั้งเพื่อความแน่ใจ

“เร็วสิคุณ ! เหลือคุณคนเดียวเลยนะครับ” ผู้ชายคนหนึ่งบนเรือตะโกนพร้อมกวักมือเรียก นีนนารารีบหิ้วกระเป๋าก้าวขึ้นไปบนเรืออย่างเร่งรีบ

“ขอโทษด้วยค่ะที่มาช้าพอดีมัวแต่...”

“ไม่ต้องมาขอโทษผมเลยครับ เดี๋ยวเจ้านายก็โกรธกันพอดี รีบเอากระเป๋าไปเก็บที่ห้องโน้นเลยครับ” คนพูดสาวเชือกดึงสมอขึ้นในทันที

“ค่ะ ๆ แต่ว่าห้องสำหรับแม่บ้านอยู่ตรงไหนคะ”

“แม่บ้านอะไรของคุณ ผมนี่แหละเหมาหมดทุกหน้าที่ อ้อมีพี่วินคนขับเรืออีกคน คุณเป็นคนที่เจ้าของเรือเขาพามานะครับ ห้องของคุณน่าจะอยู่ฝั่งซ้าย ห้องขวาเห็นมีคนเข้าไปแล้ว เดินตรงลงไปเลยครับ ตอนนี้พวกเจ้านายกำลังนั่งดื่มกันอยู่บนดาดฟ้าโน่น อย่าเพิ่งไปรบกวนเขาล่ะ ให้เขาเรียกหาก่อนค่อยขึ้นไป”

“ค่ะ ขอบคุณมากค่ะ” นีนนารารู้สึกงุนงงกับตำแหน่งหน้าที่การงานบนเรือลำนี้เล็กน้อย คิดว่าสักพักเธออาจเข้าใจระบบงานได้ไม่ยาก พอลงบันไดเรือไปเจอห้องนอนฝั่งซ้ายมือ ลองผลักประตูเปิดเข้าเบา ๆ ดวงตาพลันเบิกกว้างขึ้น จากสภาพของห้องนอนแสนหรูหราตรงหน้า หญิงสาวลองนั่งลงบนเตียงนอนเบา ๆ ความนุ่มทำให้ที่นอนยุบยวบลงไปแล้วเด้งตัวคืนกลับที่เดิม

‘อะไรจะโชคดีปานนี้ยัยนีน’

นีนนาราแทบเก็บความดีใจเอาไว้ไม่อยู่ นี่เป็นครั้งแรกที่เธอรับงานนอกสถานที่ ไม่คิดว่าจะหรูหราและแสนสบายถึงเพียงนี้ ผู้ชายคนนั้นบอกว่าอย่าเพิ่งไปรบกวนเจ้านายบนดาดฟ้า หมายความว่าเป็นเวลาส่วนตัวกับครอบครัว โดยที่ไม่ต้องการให้คนนอกไปยุ่งนั่นเอง

นีนนารายังไม่ได้รื้อเสื้อผ้าของใช้ออกจากกระเป๋า เธออยากชื่นชมความงามของเรือกับท้องทะเล ผ่านกระจกวงกลมด้านข้างไปก่อน ทว่านั่งเล่นไปนานพอสมควร ก็ยังไม่มีใครมาเคาะประตูห้องเรียก เธอจึงเปลี่ยนมุมไปนอนเล่นบนเตียงนอนแสนนุ่มแทน และความนุ่มแสนสบายนี่แหละ ทำให้เธอผล็อยหลับลงไป

ก๊อก ก๊อก ก๊อก

คนหลับสะดุ้งตื่นขึ้นอย่างตกใจ นีนนารายกฝ่ามือตบหน้าตัวเองเบา ๆ เธอนอนหลับในวันแรกของการทำงานได้อย่างไร คงเพราะเจ้าเตียงนุ่มแสนนุ่มนี่เป็นแน่

ก๊อก ก๊อก ก๊อก

“ค่ะ ๆ ไปเดี๋ยวนี้แหละค่ะ” หญิงสาวรีบลุกขึ้นจากเตียงนอนเพื่อไปเปิดประตูให้คนเคาะ

“เอ่อ คุณ...” หญิงสาวตรงหน้าสวมชุดบิกินีสีเหลืองสด มีเสื้อคลุมตาข่ายสีขาวยาวถึงเข่า เจตนาอวดทรวดทรงอันแสนจะเซ็กซี่ของตัวเอง

“ฉันจิลาวัลย์ แต่เอ๊ะ เธอไม่ใช่ชาลิสานี่” เรียวคิ้วได้รูปขมวดเป็นปมขึ้นอย่างสงสัย

“ใช่ค่ะ ฉันชื่อนีน นีนนาราค่ะ ชาลิสาเป็นเพื่อนของฉันเอง”

“ให้เธอมาแทนทำไมไม่บอกกันบ้างเลย แล้วนี่มัวแต่ทำอะไรอยู่ทำไมไม่แต่งตัว เจ้านายเรียกแล้วนะ”

“แต่งตัว เอ่อ แต่งทำไมคะ”

“เด็กใหม่หรือยังไง ก็แต่งตัวสวย ๆ แบบฉันนี่ไง จะได้ไปดูแลเจ้านายบนชั้นดาดฟ้าโน่น” คนสวยส่ายหน้าให้คนไม่เป็นงาน

“ฉันเป็นแม่บ้านคนครัวคนทำความสะอาด ไม่จำเป็นต้องแต่งตัวแบบคุณหรอกค่ะ” นีนนารารีบบอกเผื่อคนตรงหน้าจะเข้าใจอะไรบางอย่างผิดไป

“เดี๋ยวนะ ! เมื่อกี้เธอบอกว่าเธอเป็นแม่บ้านเหรอ”

“ใช่ค่ะ ฉันมาทำงานครัวกับทำความสะอาดบนเรือลำนี้ค่ะ” นีนนาราบอกเขาอย่างมั่นอกมั่นใจ ในหน้าที่การงานของเธอ

“ต้องมีการเข้าใจผิดกันแน่ ๆ เพราะถ้าเธอมาทำงานอย่างที่เธอบอกมาจริง ๆ เธอคงไม่ได้เข้ามาอยู่ในห้องนอนของเจ้านายเขาหรอก”

“ห้องนอนของเจ้านาย เอ๊ะ ยังไงกันคะ ฉันเข้าห้องผิดเหรอคะ ว่าแล้วเชียวทำไมห้องแม่บ้านถึงได้หรูหราขนาดนี้ ขอโทษจริง ๆ ค่ะ เดี๋ยวจะรีบเปลี่ยนห้องเดี๋ยวนี้เลยค่ะ”

“ไม่ต้อง ! เดี๋ยวฉันจะไปโทรหาชาลิสาก่อน ว่ามันเรื่องอะไรกันแน่” ได้ยินแล้วจิลาวัลย์ก็เป็นเดือดเป็นร้อนขึ้นมาในทันที รีบกดหมายเลขโทรศัพท์มือถือไปหาชาลิสาในทันที

“ว่าไงนะ ! พวกเธอสลับเรือกัน ขึ้นเรือผิดลำอย่างนั้นเหรอ”

“สลับเรือ ?” นีนนาราถึงกับอ้าปากค้างทันทีที่ได้ยิน

“มันเกิดขึ้นได้ยังไงชาลิสา แล้วนี่เรือแล่นออกมากลางทะเลแล้วนะ เจ้านายก็เรียกหาแล้วด้วยฉันจะทำยังไงล่ะ...ไม่รู้ ! เธอบอกมาว่าไม่รู้ได้ยังไง โอ๊ย ฉันจะบ้าตาย ทำไมไม่โทรบอกฉันตั้งแต่แรก...ไม่รู้จะทำยังไงอย่างนั้นเหรอ เฮ้อ แบบนี้ฉันจะกล้าใช้งานเธออีกไหมเนี่ย ตึ๊ด ! ชาลิสา !” คนถูกตัดสายแทบจะกรีดร้องออกมาอย่างบ้าคลั่ง หันมาเจอนีนนารายืนจ้องตาแป๋วอยู่ ก็ยิ่งโมโหหนักขึ้นกว่าเดิม

“พวกเธอมันบ้า เธอ เธอชื่ออะไรนะ” คนความจำสั้นถามใหม่อีกรอบ

“นีน นีนนารา”

“เอ่อ นีนฉันจำได้แล้ว เอาล่ะเธอรู้ไหมว่าชาลิสาทำงานอะไรบนเรือลำนี้” จิลาวัลย์พยายามตั้งสติเพื่อแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า

“ก็ไม่เคยถามตรง ๆ เหมือนกันค่ะ แต่เคยได้ยินคนอื่นพูดว่าเหมือนงานบริการลูกค้า” นีนนาราไม่กล้าพูดตรง ๆ แต่ก็อ้อมไม่พ้นอยู่เหมือนกัน

“ถูกต้องงานบริการลูกค้าน่ะถูกแล้ว แต่รู้ไหมว่าบริการแบบไหน” คราวนี้นีนนารากะพริบตาปริบ ๆ ก่อนจะมองห้องนอนสุดหรูกับสภาพภายในห้อง เธอได้ยินข่าวด้านลบของชาลิสามาบ้าง แต่ก็ไม่คิดว่าจะได้มาเห็นสภาพการทำอาชีพนี้จริง ๆ นั่นหมายความว่าเธออยู่ผิดที่ผิดทางน่ะสิ

“เอ่อ ถ้าอย่างนั้นฉันขอกลับเข้าฝั่งนะคะ”

“เข้าฝั่ง ! เธอพูดออกมาได้ นี่เรือเราแล่นมากลางทะเลแล้วนะ เธอทำอะไรอยู่ไม่รู้เลยหรือยังไง” จิลาวัลย์โวยวายใส่อย่างหงุดหงิด

“พอดีเผลอหลับ” อีกคนก็บอกเสียงอ่อย ๆ ออกมา

“เผลอหลับ ! เธอเป็นเด็กหรือยังไงนีนที่จะต้องหลับกลางวันแบบนี้ ถ้าเธอบอกตั้งแต่เพิ่งออกจากฝั่งมา มันก็พอจะหาคนมาแทนได้ แต่นี่กลางทะเลแล้วนะ โอ๊ย ฉันจะทำยังไงดี” จิลาวัลย์ถอนหายใจหนัก ๆ พร้อมกุมขมับเดินวนไปมาภายในห้อง

“เดี๋ยวฉันปรึกษาพี่วินดูก่อนนะ ว่าเขาพอจะหาวิธีพาคนอื่นมาแทนได้ไหม รออยู่นี่แหละอย่าเพิ่งไปไหน” จิราวัลย์กำชับก่อนเดินออกจากห้องไป

ตรงดิ่งไปหารือกับคนขับเรือและผู้ช่วย ซึ่งพวกเขาก็รู้เรื่องการทำงานของเธอเป็นอย่างดี เพราะทำด้วยกันมาหลายต่อหลายครั้งแล้ว

“ว่าไงนะจิล เธอบอกว่าผู้หญิงคนนั้นขึ้นเรือผิดลำเหรอ”

“ใช่ค่ะพี่วินทำไงดีล่ะทีนี้ ให้เรือเล็กขับไปรับชาลิสาดีไหมพี่”

“ทำแบบนั้นไม่ได้เจ้านายก็รู้หมดสิ ว่าเราทำงานพลาด พี่ไม่ยอมเสียชื่อหรอก อีกอย่างถ้าเอาเรือเล็กออกไป กว่าจะกลับมาก็ค่ำแล้วอันตรายอีก จะให้ลำอื่นมาส่งอีกก็ไม่ได้ เพราะวันนี้คิวเต็มทุกลำ ไม่ได้ ๆ” ธาวินไม่เห็นด้วยกับการให้เรือเล็กออกไปรับคนมา

“งั้นทำไงดีพี่”

“พี่วินเจ้านายเรียกหาสาว ๆ แล้วพี่” เสียงอนุชิตผู้ช่วยคนขับเรือ ตะโกนออกมาจากห้องเครื่องให้ทั้งคู่ได้ยิน

“ฉิบหายแล้วไง” ธาวินหันไปมองหน้าจิลาวัลย์ในทันที เขาหันหน้าออกไปมองทะเล ก่อนจะหันกลับมามองจิลาวัลย์อีกรอบ

“อะไรพี่วินมองหน้าจิลแบบนี้ทำไม”

“พี่มีแผนแล้วจิล”

“แผนอะไร”

“ก็แผนที่เราจะไม่ถูกเจ้านายหักเงิน หรือโกรธเราในเรื่องนี้ยังไงล่ะ” ธาวินทำตาเจ้าเล่ห์หลังนึกหาทางแก้ไขได้

“เล่ามา ๆ” จิลาวัลย์เอียงหูฟังอย่างตั้งใจ ฟังไปก็เครียดตามไปด้วย เพราะว่าเรื่องที่ธาวินให้เธอทำนั้น ค่อนข้างไม่เข้าท่าเอาเสียเลย

“มันจะดีหรือพี่”

“ดีสิจิล ไม่ได้ทำฟรีสักหน่อย เงินก็ตั้งเยอะตั้งแยะถ้ายัยนีนอะไรนั่นทำงานที่เดียวกับชาลิสา แสดงว่าเป็นพนักงานในโรงแรมเหมือนกันนั่นแหละ เงินเดือนก็ไม่ได้เยอะอะไร ดีไม่ดีพอได้ยินเรื่องเงินจะรีบตาโตคว้าเอาล่ะไม่ว่า”

“ก็ได้ ๆ พี่วินก็ไปถ่วงเวลาเจ้านายให้หน่อยก็แล้วกัน”

“ได้เดี๋ยวพี่จัดการเอง”

อ่านต่อ

สารบัญ คลื่นรักอสูร

Ch. 1
Ch. 2
Ch. 3
Ch. 4
Ch. 5
Ch. 6
Ch. 7
Ch. 8
Ch. 9
Ch. 10
Ch. 11
all

คุณอาจจะชอบ

นิยายมาใหม่

หน้าปกนวนิยาย ทาสสวาทรักต้องห้าม
9.2
หากย้อนเวลาได้ เมษาคงเลือกแก้ไขอดีตเพื่อไม่ให้ชีวิตต้องพังทลายลงเช่นนี้ ท่ามกลางความจริงที่ไหลย้อนกลับไม่ได้ เธอต้องเผชิญกับตราบาปที่ไม่ได้ก่อ เมื่อความผิดพลาดจากการกระทำของผู้ชายสารเลวทำให้เธอตั้งท้องจนถูกตราหน้าว่าเป็นคนแย่งชิง ทั้งที่ความจริงแล้วเธอคือเหยื่อผู้เคราะห์ร้ายที่ถูกกระทำอย่างไม่ยุติธรรม เมษาจมดิ่งอยู่ในขุมนรกแห่งความเกลียดชัง พร้อมกับความเสียใจที่ในวันนั้นเธอไม่ได้ลุกขึ้นสู้ให้มากพอจนต้องมาพบกับจุดจบอันแสนทรมานใจ
หน้าปกนวนิยาย เก็บรักมาเฟีย
8.1
"โดมินิก" จะทำยังไงดี คนที่คิดว่าตัวเองตัวคนเดียวไม่มีใครมาตลอด แต่มาวันนี้กลับต้องมามีลูก ใช่ "ลูก" แถมลูกก็อายุ 7 ขวบแล้ว และแม่ของลูกก็ปิดบังเขามาตลอด ทั้งโกรธทั้งโมโหและพิศวาสแม่ของลูก แล้วจะทำยังไงดีเมื่อลูกก็อยากได้ แม่ของลูกก็อยากได้ เขาต้องได้ทั้งสองอย่างไม่มีทางยอมเสียอย่างใดอย่างหนึ่งแน่ "กันตา" เพราะความผิดพลาดในอดีตถึงทำให้เธอมีอีกหนึ่งชีวิตต้องดูแล "กันติชา" หรือ "น้องเดียร์" ลูกสาววัย 7 ขวบที่เธอเลี้ยงดูมาตลอด แต่พอมาวันนี้โชคชะตากลับเล่นตลกทำให้เจอกับพ่อของลูก และแน่นอนว่าเขาอยากได้ลูกของเธอไปอยู่ด้วย แล้วแม่อย่างจะทำยังไงล่ะ จากที่ต้องห่วงลูกกลัวเขาพาลูกหนียังต้องระแวงกลัวว่าเขาจะขมเหงตัวเองด้วย ศึกหนักแบบนี้เธฮจะทำยังไง ก็เขามันมาเฟียเถื่อน แถมหื่นเข้าเส้นอีกต่างหาก ********** “แด๊ดดี้ขา แด๊ดดี้มีน้องให้น้องเดียร์ได้ไหมคะ” “อืม...ว่าไงนะคะน้องเดียร์” โดมินิกไม่เข้าใจคำขอของลูกสาว วันนี้มาแปลก เล่นเอาคนที่กำลังนั่งหน้าตึงอยู่ในรถที่กำลังแล่นบนถนนถึงกับเลิกคิ้วขึ้นทันที “แด๊ดดี้มีน้องให้น้องเดียร์ได้ไหมคะ น้องเดียร์อยากมีน้องเหมือนเพื่อนที่โรงเรียนค่ะ นะคะ น้องเดียร์อยากมีเพื่อนเล่นที่บ้าน” “แด๊ดดี้มีให้ได้ครับ แต่ต้องขึ้นอยู่กับแม่แก้มของน้องเดียร์ด้วยว่าจะยอมมีน้องให้น้องเดียร์รึเปล่า” เสียงอ่อนโยนของมาเฟียหนุ่มส่งกลับมาในสาย “แม่แก้มรักน้องเดียร์ แม่แก้มต้องยอมมีน้องให้น้องเดียร์แน่นอนค่ะ แด๊ดดี้ขา น้องแก้มไม่อยู่นะคะวันหยุดสองวันนี้ คุณปู่และคุณย่าจะพาไปเที่ยวเกาะส่วนตัวที่ฮาวายค่ะ และถ้าน้องเดียร์กลับมาจากเที่ยว น้องเดียร์ต้องได้น้องนะคะ” “น้องนะคะน้องเดียร์ ไม่ใช่ของเล่นนะคะที่จะได้ขอแล้วก็มาเลย แด๊ดดี้ขอเวลาไม่นานนะคะ แด๊ดดี้จะทำน้องน่ารักๆ เหมือนน้องเดียร์ให้นะคะ” “สัญญานะคะ” “สัญญาลูกผู้ชายครับ” ********* “อย่ามาแตะต้องตัวฉันคุณโดม” มือเล็กปัดมือใหญ่ออกจากแก้มนวลของตัวเอง “ผมก็จับ ก็จูบ ก็หอม ก็ดูดของผมทุกคืนตอนคุณหลับ ทำไมผมจะทำไม่ได้ตอนคุณรู้สึกตัวแบบนี้แก้ม” “สารเลว!” หึ! “ผมยังดีกว่าไอ้โทนี่ก็แล้วกันแก้ม” “คุณเลวกว่าเขาต่างหากล่ะคุณโดม คุณทำให้ฉันมีแผลในใจมาแล้วในครั้งอดีต คุณยังเลือกจะทำแบบนั้นอีกเหรอ ถ้าคุณข่มเหงฉัน ฉันจะเกลียดคุณกว่าเดิม” “แล้วผมต้องสนใจไหม เพราะผมแค่ต้องการ ผมไม่ได้ต้องการความรักจากคุณเลยแก้ม ผมแค่อยากได้คุณเท่านั้น พอผมเบื่อ ผมก็จะไม่แตะต้องคุณเองคนสวย” มือหยาบกร้านลูบไล้มายังลำคอระหงแล้วโน้มหน้าลงไปหายใจรดใบหน้าสวยชื้นเหงื่อของเธอแล้วพูดต่อ... “ผมแค่อยากได้คุณเท่านั้นแก้ม ไม่ได้คิดจะรักหรือต้องการความรักจากคุณ ถ้าจะเกลียดก็เชิญตามสบาย และถ้าจะมีน้องให้น้องเดียร์อีกคน คุณก็ต้องเป็นแม่ เพราะคุณเลี้ยงน้องเดียร์มาดีและสอนแกมาดียังไง คุณก็ต้องเลี้ยงลูกคนที่สองของผมได้ดีแน่นอนแก้ม” “ฉันเกลียดคุณ...ถุย!” กันตาถุยน้ำลายใส่คนตรงหน้า หาได้หวาดกลัวสายตาดุดันของมาเฟียหนุ่มเลยสักนิด เพราะตอนนี้หล่อนรู้แล้วว่าตัวเองหมดทางหนีรอดแล้ว “อ่า...รู้ไหมว่าคุณเป็นคนแรกที่ตบผม และมาตอนนี้ยังถุยน้ำลายใส่หน้าผมอีก” โดมินิกผละมือจากลำคอระหงมาลูบน้ำลายที่เปื้อนหน้าผากตัวเองมาหยุดอยู่ที่ปากหนาแล้วก็แตะปลายลิ้นกับคราบน้ำลายนั้น “ผมไม่รังเกียจหรอกนะ เพราะตอนจูบกัน ผมก็ต้องกินน้ำลายคุณอยู่ดีแก้ม อ่า...” จบประโยคก็ลากปลายลิ้นถูไถไปมากับฝ่ามือของตัวเอง “ไอ้มาเฟียโรคจิต!” “ขอบคุณที่ชมผมนะแก้ม และผมจะทำให้คุณดูว่าผมโรคจิตหรือเปล่า” เมื่อพูดจบโดมินิกก็โน้มหน้าลงทาบทับริมฝีปากหนาของตัวเองกับริมฝีปากสีระเรื่อของกันตา ทันทีที่ได้ทาบทับเขาก็บดจูบคลอเคลียสอดแทรกปลายลิ้นสากเข้าไปในโพรงปากเล็กที่กำลังเผยออ้าจะร้องค้าน และจังหวะนั้นเองที่เขาได้ดันปลายลิ้นตัวเองเข้าไปในปากหวานของกันตา “อ่ะ...อื้อ...” ***********
หน้าปกนวนิยาย รักต้องลุ้น คุณเจ้านายสุดหล่อ
9.6
จอมขวัญตกหลุมรักมัฆวัฒน์ นักธุรกิจหนุ่มลูกครึ่งสุดเนี้ยบตั้งแต่แรกพบในงานวันเกิดเพื่อน จนเผลอประกาศตัวว่าอยากใช้นามสกุลเดียวกับเขา โชคชะตานำพาให้เธอได้เป็นเลขาของเขา แต่ความเย็นชาและท่าทีดุดันของเจ้านายกลับทำให้เธอเริ่มถอดใจและพยายามถอยห่าง ทว่ามัฆวัฒน์ที่เคยบ้างานจนไม่สนใจใคร กลับเริ่มหวั่นไหวและหลงเสน่ห์ความสดใสของจอมขวัญจนโงหัวไม่ขึ้น เมื่อสาวเจ้าเริ่มจะตัดใจ เขาจึงต้องทำทุกทางเพื่อรั้งเธอไว้และไม่ยอมให้หนีหายไปจากชีวิตเด็ดขาด
หน้าปกนวนิยาย ฉากรักในคืนฝนโปรย
8.2
เธอ…คือแม่หม้ายป้ายแดง ส่วนเขา…คือหนุ่มหล่อผู้หลงรักแม่หม้าย เธอใจแข็งเป็นหิน ส่วนเขาก็ตื้อเท่านั้นที่จะครองโลก -------------------------------------- ณาณีมเปิดและส่งรูปของราฮีมที่เธอแอบถ่ายชายหนุ่มไว้ไปให้ทั้งสองได้ดูผ่านไลน์ ณิการ์และธัญมณกรี๊ดกร๊าดเป็นการใหญ่ เพราะราฮีมหล่อและดูดีกว่าที่คิดไว้มาก “แกจะปิดกั้นตัวเองทำไมยะ ในเมื่อมีผู้ชายดีๆ เดินเข้ามา แกก็รับเขาไว้พิจารณาสิ” ณิการ์ที่ได้ฟังเรื่องราวทุกอย่างเอ่ยขึ้น “แต่ฉันไม่อยากวนกลับไปใช้ชีวิตแต่งงานอีกนี่แก” แม้จะอยากเปิดใจให้ราฮีม แต่สิ่งที่ณาณีมกลัวคือการแต่งงาน การต้องใช้ชีวิตด้วยกันทั้งวันทั้งคืน “ก็อยู่กันไปแบบนี้ ไม่ต้องแต่ง” “ก็คิดว่าจะไม่แต่ง แต่ฉันกับเขาก็ต้องมีเซ็กซ์กัน ฉันจะทำได้เหรอ ในเมื่อสิบสามปีที่ผ่านมาของฉัน มีแค่พี่แดนคนเดียว” นี่คืออีกเรื่องที่ณาณีมกังวล “ของใหม่ๆ คนใหม่ มันอาจทำให้อารมณ์แกซู่ซ่าก็ได้ ชีวิตเป็นของแก แล้วตอนนี้แกก็โสดแล้ว” ธัญมณเอ่ยขึ้นบ้าง นั่นทำเอาณิการ์ที่ปกติลุคจะแรงที่สุดของกลุ่มถึงกับอุทานออกมา “หืม…” “แกเป็นเจ้าของจิ๊มิแต่เพียงผู้เดียวยัยณา แกจะใช้กับใครมันก็สิทธิ์อันชอบธรรมของแก เพราะแกโตแล้ว...เข้าใจ๋” ประโยคนี้ยังเป็นของธัญมณ แต่ดูเหมือนณาณีมจะเข้าใจอะไรยาก “ไม่เข้าใจ” “โอ๊ย! ยัยณา ชีวิตนี้แกจะเจอดุ้นแค่อันเดียวเหรอยะ เลิกกับพี่แดนแล้วแกจะเอาปูนมาโบกจิ๊มิ ไม่ยอมให้ดุ้นอันอื่นผ่านเลยก็ใช่เรื่อง แก่จนอายุจะสามสิบห้า แถมยังมาเป็นหม้ายเอาตอนนี้อีก มดลูกก็ฝ่อลงไปทุกวัน มีของดีติดอยู่กับตัวเอง ทำไมไม่ใช้ กลัวอะไร” ณิการ์เริ่มตามธัญมณทัน และยุณาณีมมันเสียเลย “กลัวสารพัดสิ่งอ่ะ กลัวจนไม่กล้าไปหมด” “งั้นวันไหนที่คุณราฮีมกลับมาเมืองไทย ให้ฉันไปทดสอบความฟิตและความอึดให้เอาไหม งานนี้ฟรี ไม่คิดค่าเสียหาย” “ยัยปุ้ยบ้า เดี๋ยวผัวแกก็เอาปืนมายิงแสกหน้าคุณราฮีมกันพอดี” ณาณีมแหวใส่ความคิดบ้าๆ ของเพื่อน “เท่าที่แกเล่ามา ดูเหมือนยัยพราวก็ทำท่าจะชอบคุณราฮีมอยู่ไม่น้อย วันดีคืนดีพราวคาบไปกิน จะมานั่งเสียใจไม่ได้แล้วนะยะ” “โอ๊ย!...นั่นยิ่งไม่ได้ใหญ่” คนมาปรึกษาเริ่มหัวเสีย ส่วนคนให้คำปรึกษาก็ชักจะสนุก ที่สามารถแหย่จนณาณีมเผยความรู้สึกของตัวเองออกมาแบบนี้ “นั่นก็ไม่ได้ นี่ก็ไม่ได้ ยอมรับมาเถอะ ว่าแกเองก็ชอบคุณราฮีมอยู่” “แกว่าถ้าฉันจะรักใครใหม่ มันไม่เร็วไปเหรอ ทั้งๆ ที่ฉันเพิ่งหย่า” นี่คือสิ่งที่ณาณีมกังวลอยู่เหมือนกัน เธออยากเป็นโสดให้นานกว่านี้ สองสามปี หรือมากกว่านี้ก็ได้ “ไม่เร็ว ช้าไปด้วยซ้ำ เพราะชีวิตมันต้องเดินไปข้างหน้า ไม่ใช่จมปลัก เอาอดีตมาเป็นกำแพง” ----------------------------------------- “ผมรู้สึกแปลกๆ อยากให้คุณช่วย” เสียงอู้อี้ของราฮีมเอ่ยตอบ เพราะยังคงเอามือปิดปากไว้อยู่ “ช่วยอะไรคะ?” สีหน้าของณาณีมเต็มไปด้วยเครื่องหมายคำถาม นั่นเพราะยังไม่เข้าใจว่าราฮีมเป็นอะไร และเขาอยากให้เธอช่วยอะไร “ช่วยถอนพิษให้ผมหน่อย” “ถอนพิษ พิษอะไร” ตอนนี้สีหน้าของณาณีมยิ่งงงเข้าไปใหญ่ “ก็พิษจากลิปสติกสีแดงๆ ของคุณพราวที่มันติดอยู่บนปากของผมตอนนี้ไง” “คุณราฮีม…อื้อ…” พอฟังจบณาณีมก็ทำท่าจะขยับหนี แต่ราฮีมกลับไวกว่ามาก ชายหนุ่มใช้มือที่ปิดปากตัวเองไว้เมื่อครู่ เอื้อมมารวบตัวณาณีมเข้าไปกอด จากนั้นก็โน้มใบหน้าลงมาจูบเธออย่างรวดเร็ว และนี่คือวิธีถอนพิษที่เขาเอ่ย ณาณีมอึ้ง ทำตัวไม่ถูก สมองสั่งงานให้ผลักราฮีมออกห่าง แต่ร่างกายกลับตรงกันข้าม เพราะมันไม่ทำตามที่เธอสั่งเลย ตั้งแต่เกิดมาเธอเคยจูบกับผู้ชายแค่คนเดียวนั่นคือดาวิน เธอจำไม่ได้ว่าจูบครั้งล่าสุดกับดาวินเมื่อไหร่ และเพราะจำไม่ได้ จึงลืมเลือนรสจูบของอดีตสามีไปจากความรู้สึกเช่นกัน เวลานี้หัวใจของณาณีมเต้นแรงมาก รู้สึกวาบหวามกับจูบที่ราฮีมมอบให้จนควบคุมตัวเองไม่ได้ จูบที่ทำให้เธอขนลุกซู่ ร่างกายไหวระริกเหมือนเด็กสาว และนั่นก็ทำให้ณาณีมเผลอจูบชายหนุ่มกลับไปเช่นกัน ถ้าไม่ติดว่านี่มันริมถนน ราฮีมคงอุ้มณาณีมไปบนเตียงแล้วก็ทำตามที่ใจเขาเรียกร้องแล้ว “คุณจูบเก่งกว่าที่ผมคิดไว้เสียอีก” เขาจำเป็นต้องถอนจูบออก และรู้สึกว่าตอนนี้ ฝนกำลังโปรยปรายลงมาจากท้องฟ้า “ก็ฉันผ่านเรื่องพวกนี้มาแล้วนิ” “แล้วทำไมใจต้องเต้นแรงแบบนี้ด้วย ลมหายใจคุณก็ร้อน” เพราะความใกล้ชิด ทำให้ราฮีมได้ยินเสียงเต้นของหัวใจณาณีมชัดมาก มิหนำซ้ำเวลานี้ตัวเธอก็ร้อนผ่าวเหมือนคนมีไข้
หน้าปกนวนิยาย นางบำเรอขัดดอก
9.1
เมื่ออลินชาต้องกลายมาเป็นนางบำเรอเพื่อขัดดอกหนี้สินให้กับพ่อเลี้ยงพิพัฒน์ ชายหนุ่มผู้ทรงอิทธิพลที่จ้องมองเธอด้วยสายตาที่เปี่ยมไปด้วยความปรารถนาอย่างเปิดเผย ท่ามกลางบรรยากาศที่เต็มไปด้วยความกดดันและความต้องการที่พลุ่งพล่าน พ่อเลี้ยงพิพัฒน์กลับรู้สึกพึงพอใจและตื่นตัวอย่างยิ่งเมื่อรู้ว่าเขากำลังจะได้ครอบครองเธอในไม่ช้า แม้หญิงสาวจะพยายามขัดขืนด้วยความประหม่า แต่เขาก็ยังคงเย้าแหย่และรุกรานหัวใจเธออย่างต่อเนื่องในพันธสัญญาเสน่หาที่ยากจะปฏิเสธ
หน้าปกนวนิยาย ทัณฑ์บรรณาการ
7.8
ใบบัวต้องเผชิญชะตากรรมสุดรันทดเมื่อเธอถูกส่งไปเป็นของบรรณาการเพื่อชดใช้หนี้ที่ตนไม่ได้ก่อ เอเดน ดีคอร์เนอร์ มหาเศรษฐีเจ้าของคาสิโนผู้มั่งคั่งจึงตักตวงผลประโยชน์จากเธออย่างคุ้มค่า ทว่าท่ามกลางความเร่าร้อนของไฟปรารถนาที่แผดเผา หัวใจที่เคยแข็งกระด้างของเขากลับค่อยๆ อ่อนระทวยเพราะเสน่ห์ของเธอ จากทัณฑ์ร้ายกลายเป็นความรักที่เอเดนปรารถนาจะกักขังเธอไว้ในอ้อมกอดเพื่อครอบครองเป็นเจ้าของเพียงผู้เดียวตลอดกาล
ตอน
อ่านเลย
แชร์