หน้าปกนวนิยาย สยบ(รัก)คุณป๋า

สยบ(รัก)คุณป๋า

9.7 / 10.0
วันวิวาห์เผลอใจรักรามิล นักธุรกิจเจ้าของโรงแรมหรูผู้มีพระคุณที่ดูแลเธอมาเจ็ดปี แม้เธอจะพยายามทำตัวให้เขายอมรับ แต่ในสายตาเขากลับเห็นเพียงเด็กแสบที่คอยสร้างปัญหา รามิลพยายามรักษาระยะห่างเพื่อคงความสัมพันธ์เดิมเอาไว้ แต่เธอกลับเดินหน้าทำลายกำแพงนั้น จนทั้งคู่พลาดพลั้งตื่นมาบนเตียงเดียวกันซ้ำแล้วซ้ำเล่า ท่ามกลางความต้องการที่สวนทาง เมื่อฝ่ายหญิงโหยหาความรัก แต่ฝ่ายชายกลับต้องการเก็บเรื่องนี้เป็นความลับ บทสรุปของความสัมพันธ์ต้องห้ามครั้งนี้จะจบลงอย่างไร

สยบ(รัก)คุณป๋า ตอนที่ 1

“อื้อ มิลคะ เมเม่ไม่ไหวแล้ว อ้า!” เสียงครวญครางอย่างเร่าร้อนเล็ดลอดผ่านซอกประตูที่ปิดไม่สนิทจนดังระงมไปทั่วบริเวณชั้นสองของบ้าน ทำให้หญิงสาวในชุดเดรสสายเดี่ยวสีดำตัวยาวที่เพิ่งเปิดประตูก้าวออกมาจากห้องนอนของตัวเองถึงกับชะงักแล้วหันไปมองยังห้องฝั่งซ้ายมือซึ่งเป็นที่มาของเสียงนั้น

ในตอนแรกหญิงสาวคิดว่าควรจะเดินไปบอกกล่าวเจ้าของบ้านหลังนี้ว่าผู้อาศัยอย่างเธอกำลังจะออกไปงานปาร์ตี้กับเพื่อน แต่ดูเหมือนว่าหากเข้าไปตอนนี้จะเป็นการรบกวนกิจกรรมเข้าจังหวะของคนทั้งสองเสียมากกว่า เธอจึงรีบเดินลงบันไดแล้วพาตัวเองออกมายืนบริเวณหน้าบ้านด้วยความรู้สึกแปลกๆ ที่เริ่มก่อตัวขึ้นภายในใจ

วันวิวาห์หรือวีว่า หญิงสาววัยยี่สิบสองปีดีกรีนักเรียนนอก เพิ่งกลับมาเยือนแผ่นดินเกิดได้ไม่ถึงสิบวัน หลังจากต้องไปใช้ชีวิตอยู่แคนาดากว่าสี่ปี

ย้อนกลับไปเมื่อตอนยังเด็ก วันวิวาห์เติบโตมาในครอบครัวรวมถึงสภาพแวดล้อมที่สุดแสนจะเป็นพิษ ครั้นจำความได้ เธอก็เห็นภาพบิดาพาผู้หญิงเข้าบ้านไม่เว้นแต่ละวัน หากครั้งไหนมารดาทนไม่ไหวก็มักจะเกิดการถกเถียงจนนำไปสู่การทะเลาะวิวาท และจบลงที่การทำร้ายร่างกาย

หลังจากมารดาเสียชีวิตเพราะโรคร้าย บิดาของเธอก็แต่งงานใหม่ทันที และเมื่อเจ็ดปีก่อนเขาก็เสียชีวิตลงเช่นเดียวกันทำให้เธอต้องอาศัยอยู่กับแม่เลี้ยงซึ่งชอบการพนันเป็นชีวิตจิตใจ กระทั่งวันที่แม่เลี้ยงหมดเนื้อหมดตัวก็เป็นวันเดียวกันกับที่วันวิวาห์ถูกขายให้เจ้าของบ่อน

สาวน้อยวัยสิบห้าผู้ไร้ซึ่งที่พึ่งทางกายและทางใจพยายามหนีเอาตัวรอดจากคนพวกนั้น ขณะเดียวกันเธอตัดสินใจวิ่งปาดหน้ารถคันหนึ่งเพื่อร้องขอความช่วยเหลือและวันนั้นเองที่ทำให้เธอได้เจอกันกับเขา รามิล...ผู้ซึ่งเปลี่ยนชีวิตของเธอไปตลอดกาล

กลับมายังปัจจุบัน วันวิวาห์นั่งประจำตำแหน่งคนขับภายในรถพอร์ชคันสีเหลืองสดใสซึ่งได้รับมาเป็นของขวัญวันเรียนจบจากรามิล สายตาของเธอหยุดมองไปยังระเบียงห้องที่มีแสงไฟสลัวสาดส่องอยู่เป็นเวลาหลายนาทีพร้อมริมฝีปากกระจับก็ค่อยๆ เม้มเข้าหากัน

เท้าที่สวมรองเท้าส้นสูงกว่าสี่นิ้วเผลอเหยียบคันเร่งอย่างลืมตัวเพราะมัวตกอยู่ในความคิดของตัวเอง แต่ด้วยสัญชาตญาณอันน้อยนิดในการขับรถแค่ไม่กี่ครั้งทำให้เธอต้องรีบเหยียบเบรก แต่ดูเหมือนว่าจะไม่ทันกาลเสียแล้วเพราะกระถางต้นไม้ที่วางอยู่ข้างหน้ากลับแหลกละเอียดด้วยฝีมือของเธอ ถึงอย่างนั้นหญิงสาวก็ไม่ได้เดินลงไปดูผลงานของตัวเอง แต่เลือกที่จะขับรถออกไปจากบริเวณบ้าน

วันวิวาห์ไม่ทันได้สังเกตว่าเจ้าของห้องที่เธอมัวแต่มองจนไม่มีสติ เดินออกมาตรงระเบียงโดยมีผ้าขนหนูพันสะโพกไว้อย่างหมิ่นเหม่ นัยน์ตาสีนิลคู่นั้นมองไปยังรถพอร์ชที่พุ่งตัวด้วยความเร็วสลับกับกระถางต้นไม้ที่แทบจะแหลกละเอียดด้วยแววตาสงบนิ่งไม่ต่างจากคลื่นทะเลก่อนมีลมพายุ ชายหนุ่มจุดบุหรี่ที่ถือติดมาด้วยแล้วอัดสารนิโคตินเข้าปอดครั้งแล้วครั้งเล่า

หญิงสาวใช้เวลาขับรถค่อนข้างนานกว่าปกติก็มาถึงโรงแรมแห่งหนึ่งซึ่งเป็นสถานที่จัดงาน นาฬิกาหน้ารถบ่งบอกเวลาสามทุ่มครึ่ง และงานเริ่มไปเมื่อครึ่งชั่วโมงก่อน วันวิวาห์ไม่รอช้ารีบลงจากรถแล้วเดินเข้าลิฟต์กระจกเพื่อขึ้นไปยังชั้นสามสิบทันที

งานในวันนี้เป็นการพบปะสังสรรค์เหล่าทายาทตระกูลดังและผู้มีหน้ามีตาทางสังคมเสียส่วนใหญ่ วันวิวาห์ไม่ได้ถูกรับเชิญโดยตรงจากเจ้าของงาน แต่คนที่ชวนเธอมาคืออังเคล เพื่อนชายคนสนิทเพียงคนเดียวตอนเรียนอยู่แคนาดาด้วยกัน และเขาเป็นน้องชายของเจ้าของงานนี้

ทันทีที่ประตูลิฟต์เปิดออกเสียงเพลงก็ดังเข้ามายังโสตประสาท สายตาหลายคู่จับจ้องไปยังวันวิวาห์อย่างให้ความสนใจ ใบหน้าจิ้มลิ้มดูน่ารัก ทว่าผมบ๊อบสั้นสีบลอนด์และการแต่งกายสุดแสนจะเซ็กซี่กลับทำให้บุคลิกหวานผสานความเปรี้ยวยิ่งมีเสน่ห์น่าค้นหา

“Hey! วีว่า” เสียงที่สุดแสนจะคุ้นเคยดังขึ้นทันทีที่เธอก้าวเท้าออกจากลิฟต์

อังเคล ชายหนุ่มลูกครึ่งไทย-ฝรั่งเศส ผู้มีใบหน้าหล่อเหลาโบกมือทักทายแล้วรีบเดินเข้ามาหยุดยืนตรงหน้า ก่อนจะใช้แก้มแตะสัมผัสกันเบาๆ ตามธรรมเนียมตะวันตก

“ยูแต่งตัวได้แบบ..." ทันทีที่ทักทายเสร็จ เขามองใบหน้าของเพื่อนสาวคนสนิทพร้อมส่ายหน้าอย่างไม่จริงจังนัก ถึงแม้รู้ดีว่าหญิงสาวชื่นชอบการแต่งตัวและปาร์ตี้เป็นชีวิตจิตใจ แต่ครั้งนี้มันทำให้เขาอดที่จะแปลกใจไม่ได้

“ทำไม? วันนี้ไอไม่สวยเหรอ” เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงทะเล้นแล้วหมุนตัวโชว์แผ่นหลังเปลือยเปล่า ขาวผ่องเป็นยองใยให้อีกฝ่ายดูว่าชุดนี้มันไม่ได้คว้านลึกแค่ด้านหน้า

“ดูสายตาพวกหนุ่มๆ ที่มองยูแทนคำตอบแล้วกัน แต่ที่ไอแปลกใจคือ ชุดนี้รอดพ้นสายตาแดดดี้ของยูมาได้ยังไง” คนที่อังเคลหมายถึงก็คือรามิลนั่นเอง

“เขาไม่มาสนใจไอหรอก ตอนนี้คงกำลังขึ้นสวรรค์กับผู้หญิงคนนั้นรอบที่สิบแล้วมั้ง” สีหน้าของเธอจากที่สดใสกลับเปลี่ยนเป็นหม่นหมองในชั่วพริบตา

“ยูโอเคหรือเปล่า” คำถามของอังเคลทำให้ดวงตากลมโตเริ่มเอ่อคลอด้วยหยาดน้ำใส หนุ่มลูกครึ่งเห็นอย่างนั้นก็รีบหยิบแก้วแชมเปญจากพนักงานเสิร์ฟส่งให้เธอ ตามด้วยของตัวเอง

“Cheers!”

วันวิวาห์กะพริบตาถี่แล้วไล่ความรู้สึกก่อนหน้านี้ให้ออกไป ยกแก้วขึ้นดื่มด้วยความกระหายจนไม่เหลือแม้เพียงหยดเดียว ต่อด้วยแก้วที่สองและสามตามมา

“ไปแดนซ์กัน” หญิงสาวลากแขนอังเคลให้ตามเธอไปยังกลุ่มคนที่กำลังสนุกสนานกันอยู่บริเวณหน้าเวที เกือบชั่วโมงที่เธอปลดปล่อยตัวเองอยู่ตรงนั้น ราวกับว่าเป็นสิ่งเดียวที่สามารถทำได้ในตอนนี้ ครู่ต่อมาวันวิวาห์จึงเดินออกมาเพื่อไปห้องน้ำ แต่กลับรู้สึกว่ามีใครบางคนกำลังเดินตามมาด้วย

“สวัสดีครับ” เสียงทุ้มนุ่มของชายหนุ่มแปลกหน้าเอ่ยขึ้นแล้วมาหยุดยืนอยู่ตรงหน้าเธอพอดี

"..."

“คุณเป็นคนมีเสน่ห์มากจนผมอยากทำความรู้จัก” ชายคนนั้นเอ่ยออกมา แต่วันวิวาห์รู้ดีว่านั่นไม่ใช่สิ่งที่เขาต้องการอย่างแท้จริง

'เขาไม่ได้อยากรู้ชื่อแซ่อะไรหรอก แต่เป็นร่างกายของเธอต่างหากที่เขาต้องการ' เธอรู้ดี

“ฉันได้ยินคำนี้จนเบื่อแล้วละคะ” เอ่ยพร้อมขยิบตาข้างหนึ่งให้อีกฝ่ายจนดูน่าหมั่นไส้

“แสดงว่าต้องต่อคิวสินะครับ” แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็พยายามไม่ใส่ใจกับกิริยาของเธอ

“เอ...ก็คงต้องอย่างนั้นค่ะ”

“แล้วถ้าอยากลัดคิวนี่ ต้อง Dior,Chanel หรือ Hermes ครับ...”

“ปกติจีบผู้หญิงด้วยวิธีนี้เหรอคะ” ถึงแม้ริมฝีปากกระจับจะฉีกยิ้มกว้าง แต่ดวงตากลมโตไม่ได้ฉายแววของรอยยิ้มนั้นแม้แต่น้อย

“ที่ผ่านมาก็ได้ผลนะครับ” เขาพูดน้ำเสียงกลั้วหัวเราะ

“พอดีฉันไม่ชอบของแบรนด์เนมค่ะ”

“แล้วถ้าคอนโดหรูสักห้องล่ะครับ พอจะทำให้คุณสนใจได้มั้ย” เขายังคงยื่นข้อเสนอให้เธออย่างไม่ยอมแพ้

“คุณรู้จัก A.W.Hotel ใช่มั้ยคะ รับรองว่าคนระดับคุณต้องรู้จัก” วันวิวาห์ที่สวมหน้ากากแสร้งส่งยิ้มให้อีกฝ่ายอยู่หลายนาที เริ่มเปลี่ยนสีหน้ามาจริงจังเมื่อพูดถึงเรื่องนี้

“ครับ? หรือคุณอยากไปพักที่นั่น...” เขาถามด้วยความแปลกใจ โรงแรมแห่งเดียวที่เขาไม่เคยคิดจะไปพักก็คือที่นั่น เพราะใช่ว่ามีเงินอย่างเดียวจะเข้าได้ ต้องมีความอดทนในการรอด้วย เพราะผู้ที่ต้องการเข้าพักต้องจองล่วงหน้าไม่ต่ำกว่าสามเดือน

“เปล่าหรอกค่ะ ฉันแค่จะถามว่า คุณมีทรัพย์สินถึงครึ่งของเจ้าของที่นั่นมั้ยคะ”

“ถึงจะมีไม่เท่า แต่ผม...”

“งั้นฉันไม่สนใจค่ะ”

“ที่แท้ก็ใฝ่สูงกว่าที่คิดนะครับ” ครั้นถูกอีกฝ่ายดูถูก น้ำเสียงและสีหน้าของเขาก็เปลี่ยนไปราวกับเป็นคนละคน

"ถึงยังไง คนรวยอย่างพวกคุณก็เห็นผู้หญิงเป็นเพียงแค่ของเล่นไม่ใช่เหรอคะ”

"..."

"และถ้าฉันต้องไปเป็นของเล่นของใครสักคน ผู้ชายคนนั้นต้องเป็น รามิล เจ้าของ A.W.Hotel เท่านั้นค่ะ!" วันวิวาห์พูดจบก็ระบายรอยยิ้มหวานเป็นการทิ้งท้ายแล้วกระแทกไหล่ผู้ชายคนนั้นด้วยความโมโห ก่อนจะเดินออกมาพร้อมกับหวนคิดถึงเจ้าของชื่อที่อยู่ในบทสนทนา

'บ่อยครั้งที่เธอแอบอิจฉาผู้หญิงพวกนั้น ที่อย่างน้อยก็ได้อยู่ข้างกายเขา...'

อ่านต่อ

สารบัญ สยบ(รัก)คุณป๋า

Ch. 1 Ch. 2 Ch. 3
Ch. 4
Ch. 5
Ch. 6
Ch. 7
Ch. 8
Ch. 9
Ch. 10
Ch. 11
all

คุณอาจจะชอบ

นิยายมาใหม่

หน้าปกนวนิยาย หลังเธอทำลายคำโกหก ทุกคนก็คุกเข่าขออภัย
9.8
ท่ามกลางอุทกภัยร้ายแรง พี่ชายและสามีกลับเลือกช่วยอลิซทิ้งให้ลิซ่าต้องเผชิญชะตากรรมจนขาหัก อลิซใส่ร้ายว่าลิซ่าพยายามฆ่าเธอในกระแสน้ำ ทำให้ชายทั้งสองโกรธแค้นและตราหน้าว่าลิซ่าใจอำมหิต พวกเขาตัดสินใจสั่งสอนเธออย่างทารุณด้วยการใช้ก้อนหินทุบซ้ำลงบนขาที่บาดเจ็บของเธอเพื่อสร้างความเจ็บจำ ลิซ่ามองเห็นธาตุแท้และความโหดเหี้ยมของคนที่เคยรักผ่านแววตาที่เย็นชา วินาทีที่ความเจ็บปวดถาโถม เธอจึงตัดสินใจอย่างแน่วแน่ว่าจะต้องหนีไปจากขุมนรกแห่งนี้ให้สำเร็จ
หน้าปกนวนิยาย รักต้องลุ้น คุณเจ้านายสุดหล่อ
9.6
จอมขวัญตกหลุมรักมัฆวัฒน์ นักธุรกิจหนุ่มลูกครึ่งสุดเนี้ยบตั้งแต่แรกพบในงานวันเกิดเพื่อน จนเผลอประกาศตัวว่าอยากใช้นามสกุลเดียวกับเขา โชคชะตานำพาให้เธอได้เป็นเลขาของเขา แต่ความเย็นชาและท่าทีดุดันของเจ้านายกลับทำให้เธอเริ่มถอดใจและพยายามถอยห่าง ทว่ามัฆวัฒน์ที่เคยบ้างานจนไม่สนใจใคร กลับเริ่มหวั่นไหวและหลงเสน่ห์ความสดใสของจอมขวัญจนโงหัวไม่ขึ้น เมื่อสาวเจ้าเริ่มจะตัดใจ เขาจึงต้องทำทุกทางเพื่อรั้งเธอไว้และไม่ยอมให้หนีหายไปจากชีวิตเด็ดขาด
หน้าปกนวนิยาย สามีพิการกลับกลายเป็นเจ้าพ่อที่ซ่อนตัวอยู่
8.9
เจน ไอไอ สาววัยยี่สิบที่เพิ่งพบว่าตนคือทายาทมหาเศรษฐี กลับถูกครอบครัวบีบให้แต่งงานแทนลูกสาวตัวปลอมเพื่อดูแลคุณยายที่ป่วย เจ้าบ่าวคือซือเชียนฮาน ชายพิการอารมณ์ร้ายที่บ้านกำลังจะล้มละลาย ทว่าหลังแต่งงานเธอกลับพบว่าเขาคือเจ้าพ่อผู้ทรงอิทธิพลที่คลั่งรักเธออย่างที่สุด เมื่อถึงกำหนดหย่าตามสัญญาที่ตกลงกันไว้ สองปีผ่านไปเขากลับไม่ยอมปล่อยมือ จนเธอต้องยอมใจอ่อนให้กับความรักอันแสนอ่อนโยนของสามีที่ซ่อนเขี้ยวเล็บคนนี้และเลือกที่จะอยู่เคียงข้างเขาตลอดไป
หน้าปกนวนิยาย ข้ามมิติมาสอนอัลฟ่าร้องเพลง (Knotted Omega) (Omegaverse) (Mpreg)
8.7
เมื่อฮันเตอร์ ทายาทราชาหมาป่าหิมะแห่งเผ่าอาร์กติกมีเวลาเหลือเพียงห้าปีในการสร้างทายาทเพื่อรักษาอำนาจในเมืองไลแคนโทรป เขาจึงจ้างปริ๊น มนุษย์โลกข้ามมิติมาสอนร้องเพลงเพราะความหลงใหลในเสียงดนตรี ทว่าความสัมพันธ์นี้กลับสั่นคลอนตำแหน่งผู้นำ เมื่อปริ๊นไม่สามารถให้กำเนิดบุตรตามกฎเกณฑ์ได้ ขณะที่ศัตรูต่างเผ่ากำลังจ้องทำลาย ท่ามกลางความรักที่ก่อตัวขึ้นท่ามกลางสัญชาตญาณดิบและการต่อสู้เพื่อความอยู่รอดของเผ่าพันธุ์ที่กำลังจะสิ้นสุดลง
หน้าปกนวนิยาย จอมใจอสูร
8.5
อัคราแสดงความโหดร้ายด้วยถ้อยคำดูแคลนเมื่อเขามีผู้หญิงคนใหม่ที่ดีกว่า รวิษาพยายามหลบหนีจากความเจ็บปวดด้วยความเงียบ แต่กลับถูกเขาใช้กำลังรั้งตัวไว้พร้อมเยาะเย้ยถึงความสัมพันธ์ในอดีต แม้เธอจะอ้างถึงคนรักใหม่ของเขาเพื่อขอให้ปล่อยตัว แต่อัครากลับไม่สนและอาศัยจังหวะที่คนอื่นไม่อยู่ฉุดกระชากเธอไปที่เตียงเพื่อระบายอารมณ์ดิบเถื่อน เขาบังคับจูบอย่างรุนแรงและเอาแต่ใจโดยไม่สนแรงขัดขืนของหญิงสาวที่พยายามดิ้นรนหนีจากอ้อมกอดที่รัดแน่นดุจงูร้ายในห้องที่ไร้ทางออก
หน้าปกนวนิยาย พันธะรักสีกุหลาบ
8.4
กุมาริกาสาวน้อยในชุดพรางตัวตนต้องมาอยู่ใต้การดูแลของสเตฟาน มหาเศรษฐีหนุ่มผู้ไม่เคยชายตาแลเธอ เพราะเขามีเหล่านางแบบล้อมรอบกายเสมอ ทว่าอุบัติเหตุคืนหนึ่งกลับเปลี่ยนทุกอย่างไป เมื่อความสัมพันธ์ชั่วข้ามคืนทำให้เธอตั้งท้องโดยไม่ตั้งใจ กุมาริกาตัดสินใจหนีไปพร้อมความลับเพื่อเริ่มต้นใหม่โดยไม่เรียกร้องสิทธิ์ใดๆ ทิ้งให้สเตฟานต้องพลิกแผ่นดินตามหาสาวปริศนาผู้นั้นอย่างบ้าคลั่ง จนกระทั่งโชคชะตาขีดเขียนให้ทั้งคู่โคจรมาพบกันอีกครั้งในที่สุด
ตอน
อ่านเลย
แชร์