
Dream Catcher ตาข่ายรัก กับดักฝัน
ตอน 3
และก่อนที่สงครามย่อมๆ จะบังเกิดขึ้น เจมส์ก็ห้ามทัพลูกทั้งสองเสียก่อนด้วยการแนะนำแขกของบ้านให้สมาชิกในครอบครัวที่เหลือได้รู้จัก
“นี่นาธาน เพื่อนของจูเลีย นั่นนาตาชากับเจฟฟรี่ ภรรยากับลูกชายฉัน”
“สวัสดีครับคุณนายโรเมโร แล้วก็นายด้วยเจฟฟรี่”
พอได้ยินเสียงทักทาย ก็ไม่มีใครสนใจจูเลียอีกต่อไป นาตาชาตรงเข้ามากอดชายหนุ่มเบาๆ พลางว่าด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน
“เคยได้ยินจูเลียเล่าเรื่องเธอให้ฟังหลายครั้งแล้ว เพิ่งเคยเห็นตัวจริงก็ครั้งนี้ หล่อกว่าที่คิดอีกนะเนี่ย”
นธัญญ์ยิ้มน้อยๆ คงจะมีแต่นาตาชาเท่านั้นกระมังที่รู้เรื่องราวของเขาจากปากจูเลีย ก็พอเข้าใจอยู่นั่นแหละนะ ว่าอย่างไรเสียลูกผู้หญิงย่อมสนิทสนมกับแม่มากกว่าพ่ออยู่แล้ว
“ขอบคุณครับ” ชายหนุ่มยิ้มน้อยๆ พลางเหลือบมองเด็กหนุ่มที่ยกมือขึ้นเป็นเชิงทักทายเล็กน้อย
“ไง”
“ไงเจฟฟรี่”
เจฟฟรี่ไม่ได้สนใจทักทายคนมาใหม่มากนัก นอกจากจะปรายตามองนธัญญ์ตั้งแต่หัวจรดเท้าแล้วหันไปถามพี่สาว
“เพื่อนเธอเป็นคนจากเผ่าไหนน่ะ”
ที่ถามไปอย่างนั้นเพราะเห็นว่านธัญญ์ไว้ผมยาว จะดูแปลกก็ตรงที่ใบหน้าและสีผิวของเขาไม่ละม้ายคล้ายคลึงกับชาวอินเดียนแดงที่เคยเห็นทั่วไปก็เท่านั้น
“ใครว่าหมอนั่นเป็นอินเดียนแดงกันล่ะ เขาเป็นคนไทยต่างหาก รู้จักไหมประเทศไทยน่ะเด็กโง่ เห็นใครไว้ผมยาวก็คิดว่าเป็นพวกเดียวกับเราหมด”
“ไม่เอาน่า อย่ามัวมาเถียงกันอยู่เลย เข้าบ้านกันเถอะ แม่จะได้เตรียมชุดให้แขกของเรากันด้วย” นาตาชาเข้ามาห้ามทัพอีกพลันหันไปหานธัญญ์ “เดี๋ยวเชิญเข้าบ้านนะจ๊ะนาธาน บ้านหลังเล็กหน่อยแต่รับรองว่าอยู่สบายแน่นอน”
ว่าจบก็พาร่างอุ้ยอ้ายกลับเข้าไปในบ้าน จูเลียกับเจฟฟรี่ยังคงถกเถียงกันตามประสาพี่น้องอยู่เป็นระยะ กว่าจะเงียบเสียงลงได้ก็ตอนที่นาตาชาให้เจฟฟรี่พานธัญญ์ขนสัมภาระเข้าไปเก็บไว้ในห้องของเขาที่ชั้นสอง เขาได้นอนห้องเดียวกับเด็กหนุ่มเนื่องจากบ้านหลังนี้ไม่มีห้องสำหรับรับแขก ก่อนที่ทุกคนจะถูกเรียกลงมายังห้องครัวของบ้านเพื่อร่วมมื้อเย็นกัน หลังมื้ออาหารก็เป็นเวลาของการเตรียมตัวสำหรับงานพาววาวที่จะจัดขึ้นในวันพรุ่งนี้
นธัญญ์เพิ่งจะเข้าใจในตอนนี้เองว่าชุดที่ทั้งเจมส์และนาตาชาบอกว่าจะเตรียมให้เขานั้นหมายถึงชุดอินเดียนแดงของเผ่าอะแพชีที่เขาจะต้องใส่ในวันงาน ใจจริงแล้วเขาไม่อยากสวมชุดของชาวพื้นเมืองร่วมงานสักเท่าไร เพราะนั่นหมายถึงเขาจะต้องร่วมเต้นรำกับคนอื่นๆ เสมือนว่าเป็นอินเดียนแดงด้วย เขาแค่อยากจะไปดูบรรยากาศของงานเฉยๆ ทว่าเห็นความตั้งใจและความตื่นเต้นของครอบครัวโรเมโรที่ช่วยกันตกแต่งชุดให้เขาแล้ว นธัญญ์ก็ปากหนัก ไม่กล้าปฏิเสธไปเสียเฉยๆ ได้แต่นั่งมองทุกคนอย่างสนอกสนใจ
ไม่นานนัก ชุดทรงยาวคล้ายกับชุดเดรส ปักลวดลายหลากสีสันและพู่ห้อยรอบตัวก็เสร็จสิ้น นาตาชายกมันขึ้นมาสวมลงบนศีรษะชายหนุ่มพลางมองอย่างชื่นชม
“ใส่ขึ้นเหมือนกันนะเนี่ย ถ้าถักเปียอีกหน่อย คงดูเหมือนคนอินเดียนแดงแน่นอน”
นี่ไม่ใช่เสียงของนาตาชา แต่เป็นเสียงของจูเลียที่ละสายตาจากกระจกมามอง หลังจากที่เธอทดลองสวมชุดของเธอซึ่งมีลักษณะคล้ายกับของนธัญญ์แต่มีสีสันฉูดฉาดและสวยงามกว่า
“อืม แต่หนักเอาเรื่องเหมือนกันนะชุดนี้เนี่ย” นธัญญ์ว่าพลางหมุนตัว สำรวจดูตัวเองในกระจกบ้าง
“เครื่องประดับเยอะก็อย่างนี้แหละ” นาตาชาแทรกขึ้น ก่อนเปลี่ยนเรื่องหลังจากชายหนุ่มถอดชุดคืน “แล้วนี่เธอมาอยู่กี่วันกันจ๊ะ”
“สามวัน สองคืนครับ มะรืนนี้ก็กลับแล้ว”
“กลับเร็วจัง งานพาววาวมีตั้งสามวันเลยนะ แสดงว่าเธอก็ต้องกลับตอนมีงานวันที่สองน่ะสิ” นาตาชาทำหน้าตกใจเล็กน้อย ก่อนที่เสียงของเจมส์จะดังขึ้นแทรกเป็นลูกคู่
“นั่นสิ อุตส่าห์มาทั้งที มีเวลาอยู่แค่แป๊บเดียวก็ได้เที่ยวแค่นิดเดียวเท่านั้นนะ น่าจะอยู่จนจบงาน ฉันจะได้พานายไปเที่ยว”
“ผมต้องพรีเซนต์งานอีกน่ะครับ ต้องขอโทษด้วยจริงๆ” นธัญญ์ยิ้มแหยๆ ให้จูเลียแกล้งแซวขึ้นมาบ้าง
“นาธานเขาเป็นเด็กเนิร์ดน่ะ พ่อกับแม่อย่าไปเซ้าซี้เขาเลยน่า”
“น่าเสียดายจังนะ งั้นครั้งหน้าเธอต้องมาหลายๆ วันนะ โอเคไหม”
“ครับ” นธัญญ์เออออรับคำนาตาชาไปโดยไม่รู้ว่าเขาจะมีโอกาสมาที่นี่อีกครั้งเมื่อไรด้วยซ้ำ
“พวกลูกไปนอนกันได้แล้วล่ะ เดี๋ยวที่เหลือ แม่กับพ่อจะเอาไปเก็บไว้ในรถเอง พรุ่งนี้เราจะได้ออกเดินทางกันแต่เช้า ไปพักผ่อนเอาแรงซะ”
กิจกรรมของครอบครัวถูกปิดท้ายโดยการถูกนาตาชาไล่ให้ไปนอน มีเพียงจูเลียกับเจฟฟรี่เท่านั้นที่พยักหน้ารับแล้วพากันแยกย้าย ขณะที่นธัญญ์แอบลอบถอนหายใจด้วยอยากจะพักให้เต็มตื่นหลังการเดินทางสักคืน ไม่ใช่เดินทางต่อเนื่องกันอย่างนี้
คุณอาจจะชอบ





