
♥ 꽃미남 BLACK COMEDY แสบนัก รักตลกร้าย
ตอน 3
“เกรียน”
ไม่ต้องชม ผมก้าวข้ามคำนั้นมานานละครับ
“เมียไม่ว่าเหรอทำตัวแบบนี้” เวย์ว่าแล้วดันใบหน้าผมที่เข้าใกล้มันออก ผมแทบจะหลุดขำกับคำถาม เอาจริงป่ะ หน้าผมแม่งยังแดงไม่หาย คิดว่าโดนว่าปะล่ะ
“แล้วเวย์มานอนกับเตย์แฟนไม่ว่าเหรอจ๊ะ” ผมทำเสียงจิ๊จ๊ะแกล้งมันแล้วดันหน้าสู้ฝ่ามืออรหันต์จนกระทั่งสบนัยน์ตาสีน้ำตาลเข้มที่ไม่รู้ว่าคิดอะไรอยู่ สงสัยผมจะลืมบอกว่าไอ้เวย์มันชอบใส่เสื้อกราวน์มาเคาะประตูห้องผมดึกๆ เหตุเพราะหอพักผมอยู่ใกล้กับโรงพยาบาลที่มันขึ้นวอร์ดอยู่ มันเลยมาขอนอนด้วยเฉย ไม่ได้คิดเลยว่าผมเป็นผู้ชาย ซื่อกับโง่ต่างกันนิดเดียว ว่ามั้ย?
“ไม่มี” ไอ้เวย์พูดเสียงนิ่งทำไมผมขมวดคิ้วงงๆ พูดก็พูดเถอะเบ้าหน้าอย่างไอ้เวย์แม่งน่าจะมีหนึ่งสามีหนึ่งตำบลหลายๆคนเลยด้วยซ้ำ
“ทำไม?” ผมถามแล้วกระชากมือมันออกจากหน้าผมก่อนจะสบตามันตรงๆ ใบหน้าเรียวคมนั่นยังคงปรากฎรอยยิ้มขำขันเหมือนเห็นอะไรเป็นเรื่องตลกไปซะหมด นี่ผมเอาจริง มันรู้รึเปล่ายังไม่แน่ใจเลยเหอะ -_-;
“เป็นชู้กับมึงตื่นเต้นดี กูชอบ” คนตรงหน้าหัวเราะพลางยักคิ้วจึ๋งๆทำให้ผมหงุดหงิดอีกรอบ เหอะๆ ชอบมากเดี๋ยวพี่เตย์จัดหลายๆดอกอย่ามางอแงละกัน!
“เออดี อย่ามาโวยวายทีหลังละกัน” ผมกระตุกยิ้มร้ายเมื่อใบหน้าคมนั่นขมวดคิ้วงงๆ กว่ามันจะรู้ตัวริมฝีปากหยักบางสีชมพูระเรื่อก็กลายเป็นของผมซะแล้ว ผมไม่รู้ว่าคนตรงหน้ารู้สึกยังไงแต่ผมไม่ไหวมานานละ กลิ่นน้ำหอมอ่อนๆลอยมาแตะจมูกในขณะที่ผมสอดแทรกเรียวลิ้นเข้าไปในโพรงปากพลิกลิ้นไปซ้ายทีขวาทีไล่สติไอ้เวย์ให้มันหดหายเหมือนอย่างที่ผมเป็น เอ้า สติไอ้เวย์ จงหายไปซะ ชิ่วๆ เคลิ้มซะดีๆ
โอเค ถึงความคิดผมจะบัดซบไปหน่อยแต่รู้อะไรมั้ย ผมหมั่นไส้มันมากที่ทำให้ผมร้อนวาบไปทั้งตัวในขณะที่มันทำหน้าเหมือนไม่รู้สึกอะไรเลย หรือเป็นเพราะผมเครื่องฟิต สตาร์ทติดง่ายเกินไปก็ไม่รู้ ที่รู้ๆคือตอนนี้ผีบ้าซาตานที่ไหนก็มาหยุดพี่เตย์ไม่ได้จริงๆ
ตึก ตัก ตึก ตัก! เหอๆ ถ้าหัวใจผมจะเต้นแรงขนาดนี้ ผมถอนริมฝีปากออกก่อนจะหรี่ตามองปฏิกิริยาคนตรงหน้า แม้มันจะทำหน้านิ่งแต่จริงๆเหมือนมีอะไรแตกต่างออกไปนิดหน่อยทำให้ผมกระตุกยิ้มก่อนจะลากไล้ปลายลิ้นไปตามกรอบหน้า ยิ่งริมฝีปากผมสัมผัสกับผิวนุ่มเมื่อไหร่ หัวใจผมก็เต้นโครมครามแรงขึ้นทุกครั้งพยายามล่อลวงและปลุกเร้าคนตรงหน้าให้เป็นไปตามเกมแต่ดูจะยากกว่าที่คิดไว้เยอะ ไอ้เวย์แม่งฉลาดทุกเรื่อง ยกเว้นเรื่องแบบนี้ เสือกตามไม่ทัน อยากจะด่า
“เวย์” ผมเรียกเสียงหวานชิดใบหูก่อนจะขบเม้มมันเบาๆ ก่อนจะพรมจุมพิตไต่แตะแซะไปตามลำคอนั่นไปเรื่อยกลิ่นน้ำหอมว่ายั่วแล้ว กลิ่นไอ้เวย์แม่งยั่วผมหนักกว่าหลายเท่า กระชากอุณหภูมิร่างกายให้สูงขึ้นจนเหงื่อเริ่มผุดพราวบนใบหน้าทั้งๆที่อยู่ในห้องแอร์เย็นฉ่ำ และมันคงจะเป็นแบบนั้นต่อไปถ้าไอ้เวย์มันไม่...
“ฮะฮะฮะ”
หัวเราะ -_- ผมชะงักก่อนจะดับอารมณ์พลุ่งพล่านแบบฉับพลันแล้วหยุดการกระทำทุกอย่างมองหน้าไอ้เวย์อย่างไม่พอใจเต็มสตรีม ใครใช้ให้หัวเราะในเวลาแบบนี้วะ!
“ขำไร” ผมจิ๊ปากแล้วใช้มือบีบข้างแก้มเบาๆให้มันหยุดขำซะ
“จั๊กกะจี้”
มันกวนประสาทผมได้ทุกเวลาสิน่า
“ไม่ตลก” ผมพูดเสียงแข็งแล้วบีบแรงขึ้นอีกจนมันตีมือผมแรงๆเลยต้องปล่อยอย่างเสียไม่ได้
“ก็มันขำ”
“นี่เอาจริง ไม่ได้แกล้ง หัดฉลาดหน่อย โง่มากแล้วมันหงุดหงิด” ผมเบ้หน้าก่อนจะถอดเสื้อตัวเองโยนลงไปข้างเตียงบ่งบอกว่าผมเอาจริงไม่ได้หยอกเหมือนที่ชอบทำประจำ เวย์เงียบแล้วมองหน้าผมตาปริบๆก่อนจะพยายามดันตัวขึ้นมาแต่ฝันไปเหอะว่าผมจะให้ลุก! คนตรงหน้าเงียบเมื่อผมสบตาอย่างซีเรียสพร้อมกับกดบ่าทั้งสองข้างลง
“เอาจริง เข้าใจมั้ย?”
“...”
“เลิกตลกสักแป๊ปจะเป็นไรไป พ่อเป็นสามช่าไง๊?” ผมกวนประสาทก่อนจะก้มลงแกล้งมันบ้างข้อหาทำให้อารมณ์ผมสะดุด ตอนแรกก็กะจะจูบเฉยๆแต่พอมันพูดขึ้นมา...
“พ่อเป็นหมอ”
กัดคอแม่ง!
“โอ๊ยๆๆ ไอ้เตย์กัดทำไม เจ็บนะโว้ย” มันโวยวายแล้วจิกหัวผมรัวๆจนกระทั่งผมผละออก ลำคอขาวเนียนนั่นปรากฎรอยแดงจ้ำๆทำให้ผมสะใจสุดๆ สมน้ำหน้า กวนตีนดีนัก
“บอกว่าเอาจริง นี่ก็ตลกแดกไม่เลิก”
“รู้จักคำว่า Friend ป่ะ” ไอ้เวย์ถอนหายใจแล้วตบหน้าผากผมดังแป๊ะอีกรอบ ผมก็เลยเอาหัวโขกหน้าผากมันกลับแรงๆทีนึงเป็นการเอาคืนก่อนจะหัวเราะเมื่อมันเบ้หน้าเจ็บปวดแล้วจึงพูดต่อ
“ละมึงรู้จักคำว่าเฟรนด์ฟิตๆป่ะ”
“Friend with benefit เฟรนด์ฟิตๆอะไรล่ะ โง่ -_-”
นั่นไง ด่าผมอีก ก็ผมคนไทยป่ะวะ จะไปรู้มั้ยล่ะ ภาษาอังกฤษรู้แค่กระจิริดผิดตรงไหน
คุณอาจจะชอบ





