หน้าปกนวนิยาย มิตรรักลวงใจ X เรือนใจนายอคิน

มิตรรักลวงใจ X เรือนใจนายอคิน

8.3 / 10.0
มิตรรักลวงใจถ่ายทอดเรื่องราวความสัมพันธ์ของเพื่อนสนิทที่แอบซ่อนความรู้สึกลึกซึ้งมานาน จนกระทั่งความเมามายเป็นเหตุให้ทั้งคู่ข้ามเส้นความเป็นเพื่อน และไม่อาจหยุดยั้งความโหยหาที่มีต่อกันได้อีกต่อไป ในขณะที่เรือนใจนายอคินเล่าถึงชายหนุ่มผู้หลงรักการอ่านที่เฝ้าติดตามคุณครูสาวอย่างเงียบเชียบมาเป็นเวลาแรมปี เพียงแค่ได้ขับรถผ่านหน้าโรงเรียนเพื่อมองเห็นรั้วที่เธอทำงานอยู่ก็เพียงพอที่จะหล่อเลี้ยงหัวใจของเขาในทุกวัน

มิตรรักลวงใจ X เรือนใจนายอคิน ตอนที่ 1

“… ก็จับมันแต่ง ๆ ไป คุณจะมามากความมากเรื่องทำไม” คำพูดจาขอไปทีของนายธวัชชัย ฟังยังไงก็ไม่เป็นมิตร ไม่อ่อนโยนกับแขกเอาเสียเลย

‘ใบหม่อน’ นั่งอยู่ระหว่างกลางผู้ใหญ่ ฟังพวกเขาสนทนากัน ฝั่งหนึ่งยอมโอนอ่อนตามทุกอย่าง ต่างจากคุณพ่อคุณแม่ ใช่คนยอมเสียหน้าใครที่ไหน

อดีตคุณนายกินทรัพย์สมบัติมาตั้งแต่รุ่นทวด ดันทำธุรกิจเครื่องสำอางเจ๊งไม่เป็นท่า ยังดีที่มีบารมีของสามีเป็นทหารระดับนายพัน มีเงินเก็บ ทรัพย์สินมากพอกู้บ้านสักหลัง เลยได้ย้ายมาอาศัยอยู่ทาวเฮ้าส์เล็ก ๆ ริมชานเมือง

ถึงจะดีกว่าตอนอาศัยอยู่บ้านหลังเก่า เป็นแฟลตทรุดโทรม ไม่เหมือนกับเฟอร์นิเจอร์ของบ้านหลังนี้ดูมีราคาสักหน่อย มีโทรทัศน์หกสิบนิ้วตั้งอยู่กลางบ้าน ของสะสมเป็นเครื่องจานชามสังคโลกของคุณพ่อ ของกระจุกกระจิกของคุณแม่ ห้องครัวและพื้นที่ใช้สอยเหมาะสมสำหรับครอบครัวที่มีลูกชายสองคน ลูกสาวหนึ่งคน ด้านหน้าบ้านจอดรถยนต์ได้สองคัน

ดวงตาคู่สวยกลอกมองคนในฝั่งตรงข้าม คุณพ่อคุณแม่ของฝ่ายชายแต่งตัวดี มีสกุลรุนชาติ หิ้วกระเป๋าแบรนด์เนมสวมเสื้อผ้าไหมสีขาวสวย คุณพ่อสวมเสื้อเชิ้ตสีครีม ใบหน้าหล่อเหลาคมคายใต้แว่นกรอบหนา ละม้ายคล้ายลูกชายซึ่งยังคงไม่มา

“... ไม่ต้องห่วงนะ ต้องแต่งอยู่แล้วครับ ผมกับภรรยา ยังไงก็อยากได้หลานกับลูกสะใภ้”

“ก็ใช่ไง พวกคุณอยากได้ แต่ประเด็นคือท้องก่อนแต่ง ผมกับเมียจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน...”

“เรื่องมันผ่านมาแล้วไหมคะคุณ แล้วคงไม่ใช่ปัญหาหรอก พวกเขาเป็นเพื่อนกันมาตั้งนาน ไม่ใช่ใครที่ไหน ใบหม่อนนี่แม่ก็เห็นมาตั้งแต่ประถมฯ ลูกเป็นเด็กดี” คุณแม่ตั้งใจชมหญิงสาวที่เอาแต่ก้มหน้า คุณพ่อของฝ่ายชายเองก็รีบตัดสินใจ

“อย่างนั้นขอเป็นอาทิตย์หน้านะครับ ผมจะมาคุยเรื่องฤกษ์งามยามดี”

“ตามนั้นเลยครับ มีทางเลือกมากที่ไหน แค่ไม่ให้มันท้องไม่มีพ่อก็บุญท่วมหัวละ รีบ ๆ แต่งไปก่อนท้องมันจะใหญ่กว่านี้แล้วกัน เมียผมขี้เกียจตอบคำถามเพื่อน ญาติ ๆ เขาก็เยอะ”

ทั้งคู่ไม่มีทางยอมให้ลูกสาวเป็นขี้ปาก โดยเฉพาะคุณแม่ผู้ชื่นชอบการเข้าสมาคมเมียทหาร

ใบหม่อนรู้สึกไม่ดีเอาเสียเลย หลังโดนฝ่ามือพิฆาตจนได้แต่นั่งลูบต้นแขน กระทั่งตอนนี้ บนโซฟากำมะหยี่สีน้ำตาลเข้มตัวเก่าซึ่งยังดูดีเหมาะสมกับการรับแขก ให้ความรู้สึกเย็นยะเยือก แต่ละคนนั่งหลังตรงยังถึงกับบั้นท้ายสะดุ้ง

“...ขอสินสอดสมน้ำสมเนื้อหน่อยละกัน พวกคุณคงไม่งกเงินแค่นี้ใช่ไหม? ค่าตัวลูกสะใภ้น่ะ”

ความห้าวหาญของนายทหารใหญ่เหมือนตบหน้าครอบครัวฝ่ายชาย คุณพ่อคุณแม่มองหน้ากัน ส่งสัญญาณทางสายตาเรื่องว่าที่ลูกสะใภ้ ค่อยหันไปตอบ

“สองล้าน... พอไหวไหมครับ เรื่องฝากครรภ์ค่าคลอดอะไรต่าง ๆ ครอบครัวผมรับผิดชอบเอง ผมว่าพวกเขามีงานการทำกันแล้ว น่าจะดูแลกันได้”

“สี่ ไม่รวมทองนะคะ...” คุณแม่ยกปลายนิ้วเรียวยาวที่มีเล็บสีแดงสดสวย แยกเขี้ยวจนเห็นไรฟันขาวครบทุกซี่ “งานแต่งจ่ายกันเอง จัดกันเองนะ นี่ค่าน้ำนม แม่เลี้ยงมันมา ถึงมันจะออกไปอยู่เองตอนเข้ามหา’ลัย ยังไงแม่ก็เลี้ยงมา”

“ได้ค่ะ ไม่มีปัญหา ดิฉันต้องขอโทษแทนลูกชายด้วยนะคะ”

คุณพ่อฝ่ายหญิงพยักหน้า โบกมือไปมาว่าไม่เป็นอะไร พอตกลงเรื่องค่าตัวลูกสาวได้แล้ว ไม่ลืมหันไปถามเจ้าตัวที่นั่งเงียบกริบ

“ว่าไงล่ะ? โอเคไหม พอใจหรือเปล่า มีอะไรพูดได้เลยนะ”

“ไม่มีค่ะ”

ร่างบางในเสื้อยืดกางเกงยีน แต่งตัวสบาย ๆ ในสภาพอยู่บ้านสไตล์ใบหม่อน ยกมือไหว้ผู้ใหญ่ทุกคนเพื่อขอโทษ หลายวันมานี้ ตั้งแต่เธอตัดสินใจบอกความจริงกับพวกเขาเรื่องลูก แทนที่จะหอบท้องเล็ก ๆ หนีไปอยู่ที่อื่นเหมือนในละคร เธอเฝ้าแต่เอ่ยคำขอโทษ จนอีกครั้งสุดท้ายที่ไหว้แม่

“หนูขอโทษนะแม่ หนูไปก่อนนะ...”

“เออ... จะไปไหนก็ไป ไม่ค่อยกลับบ้านกลับช่องอยู่แล้วนี่”

คุณแม่นิดทำเป็นไม่สนใจลูกสาว ส่ายหน้าหนีไปอีกทางหนึ่งน้ำตาคลอเบ้า คุณแม่อีกคนซึ่งนั่งอยู่ในฝั่งตรงกันข้าม จึงลุกเข้ามาหาเธอด้วยรอยยิ้ม

“หนูใบหม่อน กลับกับแม่นะลูก เดี๋ยวพ่อกับแม่ไปส่ง”

คุณแม่ ‘ณิชา’ หรือคุณแม่มนบอกกับลูกสะใภ้อย่างใจดี หน้าตายิ้มแย้มแจ่มใสอยู่ตลอด แม้ในสีหน้าคร่ำเครียดของคนอื่นในบ้าน พวกเขาพยายามหาทางออกที่ดีที่สุด โดยไม่กดดันเธอเลยแม้แต่น้อย

“ขอบคุณค่ะคุณแม่”

“ไม่ต้องคิดมากนะลูก เรื่องแค่นี้เอง ไป ๆ ไปกัน” พูดแล้วคุณแม่ก็พาสาวท้องอ่อนลุกอย่างระวัง จับจูงมือเรียวไปถึงหน้าบ้าน ประตูรั้วบานใหญ่ติดกับสวนหย่อมเล็ก ๆ

ประจวบเหมาะพอดี รถยนต์ญี่ปุ่นห้าประตูสีดำจอดสนิทข้างกำแพงเพราะที่จอดในบ้านไม่ว่างเลยสักที่ ทั้งสามคนกำลังเดินออกไปพบชายหนุ่ม ซึ่งเปิดประตูลงมาจากรถ

“โทษทีครับ พ่อ แม่ รถติดมาก เลิกงานช้าด้วยแหละ คุยกับบ้านหม่อนเรียบร้อยแล้วนะครับ?”

“เรียบร้อยจ้ะ มาแล้วก็ไปด้วยกันนะ กินข้าวเย็นกันก่อนค่อยกลับคอนโดฯ” คุณแม่ตบบ่าลูกชายเบา ๆ สีหน้าเข้มเครียดจึงกลับมาระรื่นยินดี

“ครับแม่ ไปรถผมเนอะ ให้ลุงเขมมาขับรถพ่อกลับบ้าน...”

“เอ้า ไป ๆ กันลูก” คุณพ่อไม่เห็นว่าเป็นเรื่องใหญ่อะไร ทั้งยังถูกใจลูกสะใภ้ซึ่งเป็นมิตรสหายกันมานานกับลูกชายของเขา เป็นทั้งเพื่อนรัก เพื่อนสนิทกันมาตั้งแต่สมัยเรียนโรงเรียนประถมฯ

----------------------------------

ใบหม่อนคอยหลีกเลี่ยงบทสนทนากับตะวัน เมื่อเขามาส่งเธอหน้าคอนโดมิเนียม ถามว่าไม่สบายตัวตรงไหนหรือเปล่า เธอเอาแต่ปิดปากเงียบ ไม่พูดจา ไม่อ่านข้อความของเขาเหมือนเคยจนกระทั่งถึงรุ่งเช้า ดันกลับมาคิดได้ว่าควรพูดคุยกันให้รู้เรื่องดีกว่า เลยขับรถไปหาเจ้าตัวถึงบ้าน

แม่บ้านอายุห้าสิบกว่าออกมาเปิดประตูรั้วเลื่อนอัตโนมัติให้ ทักทายด้วยรอยยิ้มเชื้อเชิญเข้าบ้าน ขณะที่เจ้าของบ้านรีบออกมาต้อนรับ

“ไอ้ตะวัน... มึงมีเรื่องต้องเคลียร์กับกู” ทั้งน้ำเสียงและอากัปกิริยาแข็งกระด้าง ชายร่างสูงในเชิ้ตหล่อเหลาสีดำสนิทพลันชักสีหน้าใส่

“อะไรอีกอะ?”

“ทำไมมึงไม่ใส่ถุงวะ ความผิดมึง...”

“กูก็เมาหรือเปล่า? แล้วกูบอกมึงแล้วว่าอย่าแดก ๆ เหล้าน่ะ มึงฟังที่ไหน อย่ามาโทษกู”

“เออ... ปกติมึงไปซ่ำสาว ที่เล่าให้กูฟังน่ะ มึงไม่มีถุงยางสักอันเลยเหรอ?”

“อันนั้นไปกับสาว นี่ไปกับเพื่อน จะพกถุงเพื่อ?”

อ่านต่อ

สารบัญ มิตรรักลวงใจ X เรือนใจนายอคิน

Ch. 1 Ch. 2 Ch. 3
Ch. 4
Ch. 5
Ch. 6
Ch. 7
Ch. 8
Ch. 9
Ch. 10
Ch. 11
all

คุณอาจจะชอบ

นิยายมาใหม่

หน้าปกนวนิยาย โซ่รัก ใยพิศวาส
8.6
เพชรหอมยอมมอบทุกอย่างให้ราซิเอลโล่ด้วยความรัก แต่เมื่อเธอแจ้งข่าวเรื่องตั้งครรภ์ เขากลับปฏิเสธอย่างไร้เยื่อใย ชายหนุ่มมั่นใจว่าตนเองป้องกันอย่างดีทุกครั้งแม้ในคืนที่มึนเมา จึงตราหน้าว่าเด็กในท้องไม่ใช่ลูกของเขา คำสบประมาทนั้นสร้างความเจ็บปวดให้หญิงสาวอย่างแสนสาหัส เธอตัดสินใจหอบหัวใจที่แตกสลายพร้อมลูกในท้องกลับเมืองไทย โดยที่เขาไม่รู้เลยว่าความผิดพลาดเกิดขึ้นได้เสมอ และความมั่นใจนั้นกำลังจะเปลี่ยนชีวิตของทั้งคู่ไปตลอดกาล
หน้าปกนวนิยาย คุณแม่ที่รัก [Dear Mother]
8.9
“คุณแม่จะรับผิดชอบผมยังไง ที่นำพาผมลงสู่นรกไปพร้อมกับคุณแม่ครับ” “คุณหื่นทุกครั้งที่เมาแบบนี้มั้ย” !!!! “คุณพูดอะไร” “ผมพูดอะไร นี่คุณอย่าบอกนะว่าก่อนหน้านี้คุณจำอะไรไม่ได้เลย” นับดาวตื่นตระหนกลนลานจนแทบสิ้นสติ “คุณบุกเข้าห้องผม ผู้หญิงตัวเล็กๆ ใครจะคิดว่าแรงจะเยอะจนน่ากลัว คุณจู่โจมผมทุกอย่าง ผมไม่ใช่พระอิฐพระปูน.../...อย่านะ!!! อย่าพูดต่อนะ” นับดาวทนฟังต่อไม่ได้ เธอยกมือขึ้นปิดปากเขาพร้อมออกแรงโถมกายใส่เขา ทิวาหยุดเอ่ยนอนนิ่งให้ท่อนบนเปลือยของเธอทาบทับแผ่นอกเขาไว้ แม้จะมองไม่ค่อยเห็น แต่ระยะใกล้มากกับสายตาที่ปรับเข้ากับความมืดได้แล้วของทั้งสอง ทำให้ต่างก็มองเห็นดวงตาของกันและกัน ทิวาไม่ได้เอ่ยอะไรต่อ ในทางตรงข้ามเขากลับยั่วยวนเธอ แลบลิ้นเลียฝ่ามือเธอ ควับ! นับดาวสะดุ้งตกใจชักมือกลับ เซถลาจนตัวเองกลับเป็นฝ่ายไปนอนและทิวาก็ขยับเป็ยฝ่ายทาบทับร่างเธอไว้ในทันที “คุณแม่จะรับผิดชอบผมยังไง ที่นำพาผมลงสู่นรกไปพร้อมกับคุณแม่ครับ”
หน้าปกนวนิยาย คืนหนึ่งกับเขา
8.2
เบลซ อาร์เดน วอน ทายาทมหาเศรษฐีและนักศึกษาแพทย์ผู้เพียบพร้อม เจ้าของฉายาเจ้าชายน้ำแข็งผู้เย็นชา เขาได้เผชิญหน้ากับ เอซ แดกซ์ตัน หัวหน้าแก๊งมาเฟียสุดอันตรายที่ช่ำชองเรื่องความสัมพันธ์ชั่วข้ามคืน แม้ทั้งสองจะเรียนที่เดียวกันแต่ไม่เคยโคจรมาพบกัน จนกระทั่งเบลซตัดสินใจท้าทายอำนาจมืดด้วยสายตาและคำพูดที่เต็มไปด้วยความนัย เขาหยิบยื่นข้อเสนอสุดช็อกให้เอซลองมีสัมพันธ์กับตนเพียงหนึ่งคืน ท่ามกลางความตึงเครียดและแรงดึงดูดที่ยากจะต้านทาน คืนเดียวนี้จะเปลี่ยนความสงสัยให้กลายเป็นความปรารถนาที่ไม่อาจลืมเลือน
หน้าปกนวนิยาย นางบำเรอขัดดอก
9.1
เมื่ออลินชาต้องกลายมาเป็นนางบำเรอเพื่อขัดดอกหนี้สินให้กับพ่อเลี้ยงพิพัฒน์ ชายหนุ่มผู้ทรงอิทธิพลที่จ้องมองเธอด้วยสายตาที่เปี่ยมไปด้วยความปรารถนาอย่างเปิดเผย ท่ามกลางบรรยากาศที่เต็มไปด้วยความกดดันและความต้องการที่พลุ่งพล่าน พ่อเลี้ยงพิพัฒน์กลับรู้สึกพึงพอใจและตื่นตัวอย่างยิ่งเมื่อรู้ว่าเขากำลังจะได้ครอบครองเธอในไม่ช้า แม้หญิงสาวจะพยายามขัดขืนด้วยความประหม่า แต่เขาก็ยังคงเย้าแหย่และรุกรานหัวใจเธออย่างต่อเนื่องในพันธสัญญาเสน่หาที่ยากจะปฏิเสธ
หน้าปกนวนิยาย ยักษ์ครุฑี
8.0
เมื่อครุฑีสาวร่วงหล่นจากนภา พระสุวรรณเมฆากษัตริย์อสุราได้เข้าช่วยเหลือไว้ทันท่วงที ท่ามกลางความงดงามของนางที่สะกดสายตายักษ์หนุ่ม ทหารครุฑาได้ปรากฏกายขึ้นเพื่อบีบบังคับให้ส่งตัวนางคืน ทว่ากษัตริย์อสุรากลับปฏิเสธพร้อมเผชิญหน้าปกป้องนางอย่างไม่เกรงกลัว สงครามข้ามเผ่าพันธุ์จึงปะทุขึ้นเมื่อความขัดแย้งนำไปสู่การนองเลือด พระสุวรรณเมฆาจำต้องใช้มหิทธานุภาพเข้าฟาดฟันเพื่อปกป้องครุฑีตัวน้อยในอ้อมแขนจากเหล่าศัตรูที่หมายเอาชีวิตนางให้จงได้
หน้าปกนวนิยาย คุณหนูปั่นป่วนตระกูลใหญ่
8.2
... เธอคือดวงใจของครอบครัว คือผู้สืบทอดที่ทุกคนตั้งความหวังไว้สูงสุด เธอหลงรักผิดคนถึงเจ็ดปี ยอมถอนตัวจากวงการเพื่อมู่จื่อเจว๋ ไม่สนฐานะตนและรับใช้พ่อแม่สามี ใช้ความสามารถของตัวเองสร้างบริษัทเพื่อเขา และพาตระกูลมู่ไปสู่ความมั่งคั่ง แต่สิ่งที่เธอได้รับกลับมาคือการหักหลังจากเขาและเพื่อนสนิทของเธอ เธอหมดสติไปถึงสามปี ในขณะที่มู่จื่อเจว๋กระซิบข้างหูเธอเบาๆ ว่า “เซี่ยหลิง เพื่อฉัน เธอควรหลับไปตลอดกาล...” เพื่อความเร้าใจ พวกเขาทำเรื่องอย่างว่ากันในข้างเตียงของเธอถึงสามปี เพื่อแย่งชิงบริษัท พวกเขาวางแผนที่จะกำจัดเธอ แต่วันหนึ่งเธอตื่นขึ้นมา และโลกก็เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง! เธอตื่นขึ้นมาอย่างไม่คาดฝัน จัดการผู้ชายทรยศ ฉีกหน้าหญิงเพื่อนสนิท จัดการพ่อแม่สามีอย่างเด็ดขาด และสร้างความสะเทือนใจให้กับวงการชนชั้นสูงในเมืองหลวง พร้อมทั้งทำให้โลกทั้งใบต้องตกตะลึง บุตรสาวคนโตแห่งตระกูลเซี่ย ที่เคยโด่งดังไปทั่วโลก ก็คือเธอ! เจ้าของสถิติระดับปรมาจารย์สายดำในระดับนานาชาติ ก็คือเธอ! และแม้แต่ยักษ์ใหญ่แห่งธุรกิจที่ควบคุมเศรษฐกิจใต้ดินของโลก ก็คือเธอ! เมื่อข่าวเรื่องนี้ถูกเปิดเผย วงการชนชั้นสูงในเมืองหลวงถึงกับระเบิด ตระกูลใหญ่ต่างพากันคลุ้มคลั่ง! มู่จื่อเจว๋ที่เคยเห็นเธอยอมมัดผ้ากันเปื้อนและทำอาหารให้ กลับต้องมองเธอที่ยืนเปล่งประกายบนเวทีโลกด้วยความเสียใจ เขาคุกเข่าร่ำไห้ขอการให้อภัยด้วยดวงตาแดงก่ำ “ไสหัวไป!” เธอเตะเขากระเด็นออกไปด้วยเท้าเดียว จากนั้นเธอหันกลับไปมองผู้ชายที่ยืนรอเธออย่างอดทนในท่าทางของอัศวิน เฟิงเส้าถิง เจ้าพ่ออาวุธสงครามระดับโลก ผู้ซึ่งรอคำตอบจากเธอมานานนับสิบปี เธอยิ้มบางๆ และเอ่ยว่า “ฉันรับรักของคุณแล้วค่ะ”
ตอน
อ่านเลย
แชร์