ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย Secretly Love..."แอบ"

Secretly Love..."แอบ"

อดีตอันขมขื่นทำให้ชายสองคนต้องแยกทางกัน คนหนึ่งหนีไปต่างแดน ขณะที่อีกคนติดอยู่ในวังวนของคำถามที่ไร้คำตอบ เมื่อโชคชะตานำพาให้รุ่นพี่หนุ่มและรุ่นน้องหน้าหวานกลับมาพบกันอีกครั้ง ความรู้สึกที่เคยซ่อนไว้ก็ปะทุขึ้นจนยากจะต้านทาน เพราะลึกๆ แล้วพวกเขาไม่เคยเลิกรักกันได้เลย เพียงแต่สถานะที่เป็นอยู่นั้นบีบบังคับให้ความสัมพันธ์ครั้งนี้ต้องกลายเป็นความลับที่ทำได้เพียงแค่แอบรักตลอดไป แม้หัวใจจะโหยหากันมากเพียงใดก็ตาม
ตอน
แชร์

ตอน 2

“เอกคะ เย็นนี้...อืม!!!...พิมพ์ว่า...เราไปหาที่นั่งฟังเพลงชิลล์ๆ กันไหมคะ...พิมพ์อยากผ่อนคลายสมองจากงานบ้างค่ะ”

พิมระดา เอ่ยชวน เอก หนุ่มคู่หมั้น หลังจากเหนื่อยกับการทำงานมาทั้งวัน เธอจำได้ว่า เป็นเวลานานมากแล้วที่เธอและเขาไม่ได้ไปเที่ยวสวีทคลอเคลียกันสองต่อสอง หลังจากที่ทั้งคู่เรียนจบและเดินทางกลับจากสหรัฐอเมริกา ก็มุ่งมั่นแต่กับการทำงานเพียงอย่างเดียว โดยไม่ได้สนใจเลยว่าอีกฝ่ายจะรู้สึกว้าเหว่ หรือโหยหาความรักและความรู้สึกดีๆ แต่อย่างใด

“อืม!...ผม...”

“เอกคะ...หืมมม”

พิมระดา ลากเสียงยาว เพื่อดึงความสนใจจากเขา

“วางงานลงก่อนนะคะ พักหลังมานี่ พิมพ์ว่าเอกหมกหมุ่นอยู่กับงานจนไม่มีเวลาให้พิมพ์แล้วนะคะ”

ว่าแล้วเธอก็เอื้อมมือไปหยิบปากกาออกจากมือเขา และวางลงบนโต๊ะทำงาน พร้อมกับปิดแฟ้มเอกสารและจัดแจงให้เข้าที่อย่างเป็นระเบียบ

“พรุ่งนี้ค่อยมาทำต่อก็ได้ค่ะ”

เธอตัดบทอย่างเรียบง่าย พร้อมกับใช้มือซ้ายเชยคางเขาให้หันหน้าขึ้นมาสบตากับเธออย่างนุ่มนวล

“ดูสิ หน้าหมองคล้ำจนไม่มีราคีแล้วรู้ไหม”

เธอเย้าเขาเล่น

“...ราศี...”

เขาแก้บทให้กับเธอทันควัน แล้วทั้งสองก็ยิ้มและหัวเราะให้แก่กันและกัน

“โอเคครับ”

เอก ลุกขึ้นจากเก้าอี้ พร้อมกับยกแขนขวาขึ้นมาตั้งเป็นวงแนบข้างลำตัว และทำท่าทางขึงขัง ตั้งตัวตรง อกผายไหล่ผึ่ง ประหนึ่งทำตัวเหมือนเจ้าชายในเทพนิยายปรัมปรา

“ว่าแต่ว่า...คุณผู้หญิงอยากไปที่ไหนหรือขอรับ เดี๋ยวกระผมจะนำพาไปเองขอรับ”

เอก ทำเสียงนุ่มทุ้มลึก ทั้งคู่เย้ากันเล่นอย่างมีความสุข พิมระดา สอดมือซ้ายเข้าไปคล้องแขนกำยำของเขา

“อืม!...แล้วแต่ท่านชายจะกรุณาเจ้าค่ะ”

เธอถอนสายบัวพร้อมกับจับปลายกระโปรงอีกข้างยกขึ้นเล็กน้อย แล้วทั้งคู่ก็เดินควงแขนกันออกจากห้องทำงาน ด้วยร้อยยิ้มและเสียงหัวเราะเบาๆ ที่ได้เย้ากันเล่นแบบเด็กๆ

++++++

“เอกคะ...จำเพลงนี้ได้ไหม ? เพลงที่เราเคยนั่งฟังด้วยกันในค่ำคืนวันคริสต์มาส เมื่อครั้งที่เราไปเที่ยวนิวออลีนส์”

พิมพ์ เอ่ยขึ้นระหว่างนั่งรออาหารบนเรือสำราญ ที่กำลังแล่นฝ่ากระแสน้ำของแม่น้ำเจ้าพระยา เพื่อพาทุกคนชมความงดงามของแสงไฟ ซึ่งมีความสวยงามมากเป็นพิเศษกว่าทุกๆ ค่ำคืน

ทั้งสองฝั่งของแม่น้ำมีการประดับตกแต่งไฟกระพริบหลากสีสันจนละลานตา รวมไปจนถึงตึกรามบ้านช่อง ต่างก็เต็มไปด้วยแสงไฟที่ถูกห้อยเป็นสายระโยงระยาง ตั้งแต่ปลายยอดตึกยาวลงมาจนถึงพื้นราบ เพื่อต้อนรับเทศกาลแห่งความสุขของผู้คนทั่วทั้งโลก อย่างเทศกาลวันคริสต์มาส และเพื่อต้อนรับศักราชใหม่ที่กำลังจะก้าวมาถึงในอีกไม่กี่วันข้างหน้า อย่างวันขึ้นปีใหม่

เพลงแห่งความสุขหลายๆ เพลง ต่างถูกเปิดดังกระหึ่มไปทั่วคุ้งน้ำ รวมถึงบนเรือสำราญที่ทั้งสองนั่งอยู่ ก็มิวายที่จะมีวงดนตรีแจ๊ส มาร้องเพลงขับกล่อมผู้คนบนเรือ

นักร้องหนุ่มผู้มีเสียงแหบเสน่ห์ แต่กลับนุ่มละมุนหู กำลังเล่นเพลง “When You Say Nothing At All” ของ Ronan Keating ซึ่งเป็นเพลงที่ทั้งคู่ชื่นชอบมากเป็นพิเศษ เพราะมันเปรียบเสมือนพยานรักครั้งแรกของเขาสองคน เมื่อครั้งยังเรียนอยู่ที่นิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา

“จำได้สิ คุณยังบอกผมอยู่เลยว่า ถ้าเราแต่งงานกัน คุณจะขอเปิดเพลงนี้ในงานแต่งของเราสองคน”

เอก กล่าวเสริม พร้อมกับเอื้อมมือไปโอบไหล่เธอและดึงเข้ามาสวมกอดด้วยความรัก

ค่ำคืนนี้คงเป็นอีกหนึ่งค่ำคืนที่อบอวลไปด้วยความอบอุ่น ถึงแม้ว่าอากาศรอบๆ ตัวจะหนาวเย็น ก็คงไม่สามารถทำให้ความร้อนแรงและสวีทหวานของทั้งคู่ลดลงได้

“คุณรู้ไหม ตั้งแต่อาป๊าเสีย และผมเริ่มเข้ามาดูแลกิจการแทนท่าน ผมก็ไม่เคยมีเวลาให้กับคุณเลย ถ้าหากวันนี้คุณไม่เอ่ยชวน ผมก็คงจะนั่งขลุกอยู่กับงานทั้งวันทั้งคืน ผมต้องขอโทษคุณด้วยนะพิมพ์ ที่ผมไม่ได้ใส่ใจคุณเท่าที่ควร ผมสัญญาว่า ต่อจากนี้ ผมจะแบ่งเวลาให้กับคุณมากขึ้น”

เอก กล่าว

...ปัง! ปัง! ปัง! ปัง!...

เสียงพลุไฟถูกจุดดังขึ้นพร้อมกับมีแสงสว่างว้าบกระจายไปทั่วท้องฟ้า พิมระดา รีบลุกขึ้นและเดินไปยังดาดฟ้าเรือ เพื่อยืนจ้องมองดูลูกไฟแต่ละลูกที่ถูกทยอยจุดไล่กันอย่างต่อเนื่อง

“นี่สินะที่เขาเรียกว่าเทศกาลแห่งความสุข” - พิมระดา พึมพำกับตัวเอง

นานกี่ปีแล้ว ที่หัวใจของเธอไม่เคยได้ฟูฟ่องพองโตและอิ่มเอมเช่นนี้ ถึงแม้ว่าเธอจะรักเขา และเชื่อมั่นว่าเขาเองก็รักเธอมากเช่นเดียวกัน แต่ในใจลึกๆ แล้ว เธอกลับรู้สึกหวั่นไหวว่า ผู้ชายที่เพียบพร้อมไปเสียทุกอย่างเช่นนี้ จะมิมีผู้ใดอยากก้าวล้ำเข้ามา เพื่อที่จะขอเป็นเศษส่วนหนึ่งของหัวใจและชีวิตเขา

เธอคงไม่ได้คิดมากไปใช่ไหม ? เนื่องด้วยหัวใจของเธอมันสัมผัสได้ว่า เขามีอะไรบางอย่างที่หลบซ่อนอยู่ในห้วงลึก แม้แต่เธอผู้ซึ่งเป็นคู่หมั้น ที่ผู้หลักผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายต่างก็คาดหวังไว้ว่าจะต้องลงเอยด้วยการแต่งงานกันอย่างสมเกียรติ ก็ยังไม่สามารถก้าวล้ำเข้าไปในสิ่งที่ถูกซ่อนอยู่ในเงามืดนั้นได้

ระหว่างที่เธอกำลังจ้องมองดูพลุไฟ และคิดอะไรเพลินๆ อยู่นั้น เอก ก็ค่อยๆ ลุกขึ้น พร้อมกับถือเสื้อคลุมเดินตรงมายังเธอ

“อากาศเย็น คุณสวมเสื้อคลุมหน่อยนะ เดี๋ยวจะไม่สบายเอาได้”

ว่าแล้ว เอก ก็ค่อยๆ คลุมเสื้อคลุมให้กับเธอ พร้อมกับโอบกอดเธอเอาไว้แนบกาย ทั้งคู่ยืนดูพลุไฟไปด้วยกัน โดยหารู้ไม่ว่า มีสายตาคู่หนึ่งคอยจับจ้องมองมายังพวกเขา ตั้งแต่ยังไม่ทันได้ก้าวลงเรือสำราญเลยเสียด้วยซ้ำ

++++++

“วาว ว่าว วาว ว้าววว!!!...ไม่น่าเชื่อว่าจะได้เจอคุณสองคนที่นี่ เซอร์ไพรส์สส!!!”

เสียงร้องทักดังขึ้นมาจากทางด้านหลัง ทำให้ทั้งคู่ต่างสะดุ้ง และหันกลับมายังเสียงนั้นอย่างรวดเร็ว แต่ยังไม่ทันได้เอ่ยคำใดออกมา....

“ไงคะเอก...ตั้งแต่ที่คุณบินหนีกลับมาเมืองไทย โดยไม่บอกกล่าวรินซักคำ...คุณสบายดีนะคะ...ว่าแต่เอ๊ะ!! รินก็ไม่น่าถามอะไรโง่ๆ ก็เห็นๆ กันอยู่ว่า สวีทหวานกันแค่ไหน”

พูดเสร็จ ริน ก็ยิ้มที่มุมปากเบาๆ ก่อนที่จะเอ่ยขำๆ ขึ้นมา

“อะ!! หยอกๆ หนะค่ะ”

ถึงแม้ปากจะบอกว่า สิ่งที่เอ่ยออกมานั้นเป็นแค่เพียงการเย้าเล่นระหว่างคนที่เคยสนิท แต่ในความรู้สึกของผู้ฟัง มันกลับแสบคันจี๊ดดดดไม่เบา

“ไงจ๊ะ พิมพ์ ไม่ได้เจอกันนาน ก็ยังสวยเหมือนเดิมนะ แล้วเมื่อไหร่จะแต่งงานกันล่ะ ปลาย่างปล่อยไว้นานๆ ระวังแมวป่าจะมาคาบไปน๊า!”

ระหว่างที่ปากกล่าวคำทักทาย พิมระดา ตัวของเธอกลับค่อยๆ ก้าวเข้าไปแนบชิดกับ เอก และใช้มือลูบไล้ที่ต้นแขนอันกำยำของเขาเบาๆ

“โดยเฉพาะปลาย่างที่เนื้อหอมแบบเนี่ย ขี้คร้านแมวป่าจะตะปบตบตีรุมแย่งกันเป็นว่าเล่น”

ก่อนที่ ริน จะก้าวล้ำความรู้สึกของ พิมพ์ และทำให้เสียบรรยากาศที่กำลังอบอวลหอมหวานมากไปกว่านี้ เอก จึงรีบตัดบททันที ถึงแม้ว่าภายในใจจะกระอักกระอ่วน ที่เผอิญมาเจอคนเคยรักอย่าง ไอริน โดยบังเอิญ...เอ๊ะ!...หรือว่าตั้งใจ...แต่ก็ไม่อาจจะเสียมารยาทได้

“ริน...พอเถอะน่า ถือว่าผมขอแล้วกันนะวันนี้”

เอก กล่าว

“แล้วนี่คุณกลับมาเมื่อไหร่ ไม่เห็นบอกกันบ้างเลย”

เอก เอ่ยถาม

“ถ้าบอกคุณ รินจะได้เห็นอะไรดีๆ แบบนี้หรือคะ”

ริน ยังไม่จบ พร้อมกับหันไปมองหน้า พิมพ์ ที่ยืนนิ่งไม่พูดอะไร แต่ภายในใจก็คงจะรู้สึกอึดอัดไม่น้อย เพราะสีหน้าและแววตานั้นบ่งบอกได้ชัดเจนว่า เธออยากจะเดินออกไปจากบทสนทนานี้ไห้ไวที่สุด

“อ๊ะ! รินไม่กวนแล้วค่ะ เพราะว่าที่เจ้าสาวของคุณ น่าจะ.....”

เธอทิ้งบทสนทนาเอาไว้เพียงเท่านี้ ก่อนที่จะค่อยๆ บรรจงจุ๊บไปยังแก้มของ เอก เบาๆ แต่สายตากลับจ้องมองไปยัง พิมพ์ ซึ่งได้แต่ยืนนิ่งและพยายามเก็บงำความรู้สึกเอาไว้ ไม่ให้แสดงกริยาที่ไม่งามออกมา ส่วนตัว เอก เอง ก็รู้ว่าคู่หมั้นสาวไม่พอใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นตรงหน้า แต่ก็ทำอะไรไม่ได้มากไปกว่านี้แล้ว

“ไปนะคะ เอาไว้เจอกันใหม่ค่ะ”

ว่าแล้ว เธอก็ผละออกจากทั้งคู่ไป ทิ้งเอาไว้เพียงความเงียบงัน ทั้ง พิมพ์ และ เอก ต่างไม่พูดจาอะไรกันต่ออีก บรรยากาศที่กำลังหอมหวาน มันได้จบลงไปแล้วตั้งแต่ ไอริน เดินเข้ามาทักทาย

“พิมพ์อยากจะกลับบ้านไปพักแล้วค่ะ”

พิมพ์ เอ่ยแทรกขึ้นมาท่ามกลางความเงียบ แล้วก็รีบเดินออกไปอย่างรวดเร็ว

“เดี๋ยวก่อนสิ พิมพ์ ผมไม่ได้นัดรินมานะ ผมไม่รู้เลยเสียด้วยซ้ำว่า รินกลับมาเมืองไทยตั้งแต่เมื่อไหร่”

เอก รีบคว้าแขน พิมพ์ เอาไว้ และพยายามอธิบายเพื่อให้เธอเข้าใจในสิ่งที่เกิดขึ้น

“พิมพ์อยากกลับค่ะ ถ้าเอกอยากจะอยู่ต่อก็แล้วแต่เอกแล้วกันค่ะ พิมพ์กลับเองได้”

พิมพ์ พูดด้วยเสียงสั่นเครือ น้ำตาเริ่มรื้นปริ่มๆ ที่ดวงตา เธอไม่ได้เสียใจที่คนรักเก่าของคู่หมั้นหนุ่มมาทำให้เสียบรรยากาศ แต่เธอรู้สึกเสียหน้าและเสียเกียรติ ที่ถูกระทำย่ำยีหัวใจต่อหน้าผู้คนมากมายบนเรือทั้งลำ

ไอริน เป็นหนึ่งในคลอเลกชั่นผู้หญิงที่เคยมีสัมพันธ์ลึกซึ้งกับ เอก เมื่อครั้งที่ยังเรียนอยู่ที่สหรัฐอเมริกา แต่เหตุที่ทำให้ทั้งคู่ต้องแยกทางกัน เป็นเพราะว่าเธอไม่ตั้งใจศึกษาเล่าเรียนสมกับเป็นลูกของท่านฑูต แถมยังชอบเที่ยวเตร็ดเตร่ตามผับบาร์ และดื่มกินกับผู้ชายมาหน้าหลายตาโดยที่ไม่แคร์สายตาใครๆ

ซึ่งต่างกับ เอก ที่เป็นเหมือนความหวังของตระกูล “พานิชกูล” เนื่องจากเป็นลูกชายคนโตที่ต้องสืบทอดกิจการต่างๆ ผู้หลักผู้ใหญ่เล็งเห็นแล้วว่า ถ้ายังฝืนคบกันต่อไปก็รั้นแต่จะนำพาตระกูลเสื่อมเสียและล่มจ่มได้ในอนาคต

เอก จึงตัดสินใจบินกลับเมืองไทยก่อน โดยที่ไม่ได้บอกกล่าวเธอ จึงทำให้เธอเกิดความไม่พอใจเป็นอย่างมากที่ถูกทิ้งเอาไว้แบบไม่ใยดี

“พิมพ์ พิมพ์ ผมขอโทษ ผมไม่รู้จริงๆ ว่าจะได้มาเจอรินที่นี่”

เอก พยายามอธิบาย และกุมมือทั้งสองข้างของ พิมพ์ เอาไว้แน่น

พิมพ์ ได้แต่ยืนนิ่ง ไม่พูดไม่จาใดๆ น้ำตาที่รื้นปริ่ม อยู่ๆ ก็ค่อยๆ ไหลออกมาอย่างไม่รู้ตัว ในหัวสมองของเธอตอนนี้ ไม่อยากรับรู้และรับฟังอะไรทั้งนั้น เหตุการณ์ที่เพิ่งผ่านพ้นไปเพียงไม่กี่เสี้ยววินาที มันยังวนเวียนในความรู้สึก มันจุก มันเจ็บ มันอาย มันไม่รู้จะอธิบายออกมาเป็นคำพูดได้อย่างไร

“ขอโทษนะคะเอก พิมพ์ พิมพ์อยากกลับแล้วจริงๆ”

ว่าแล้ว เธอก็สะบัดมือออกจากมือเขาอย่างแรง และรีบเดินกึ่งวิ่งเพื่อหลบหน้าผู้คนจากบนดาดฟ้าเรือ ที่ต่างก็กำลังจ้องมองมายังเธอและเขาเป็นสายตาเดียวกันอยู่ในขณะนี้

ส่วน เอก ไม่รู้ว่าจะต้องทำอย่างไร ได้แต่ยืนเอามือกุมขมับตัวเองอย่างเสียไม่ได้

“นี่มันวันอะไรกันวะเนี่ย”

เขาสบถกับตัวเอง พลางเอามือทุบโต๊ะไปหนึ่งที ก่อนที่จะเอื้อมไปหยิบแก้วไวน์ตรงหน้าขึ้นมากระดกลงคออย่างรวดเร็ว

++++++

อากาศที่เย็นของค่ำคืนวันคริสต์มาส บวกกับความตึงเครียดก่อนหน้า ทำให้ เอก กระดกไวน์หมดไปหลายแก้วโดยไม่รู้ตัว แต่ก่อนที่ทุกอย่างจะดับวูบลง เสียงที่คุ้นเคยก็ดังขึ้น

“พี่เอกครับ พอได้แล้ว พี่ดื่มไปหลายแก้วแล้วนะครับ”

พีท ผู้ซึ่งเห็นเหตุการณ์ทุกอย่าง ตั้งแต่ตอนที่ทั้งคู่เดินขึ้นมาบนเรือสำราญ กระทั่งวินาทีที่ ไอริน เข้าไปแทรกกลางระหว่างเขาทั้งสอง จนทำให้ความสวีทหวานนั้นจบลงด้วยคราบน้ำตา

และก่อนที่แก้วไวน์แก้วถัดไปจะถูกยกกระดกเข้าปากอีกครั้ง พีท รีบเอื้อมมือไปดึงแก้วไวน์ออกจากมือของ เอกภัทร์ อย่างรวดเร็ว พร้อมกับวางตั้งลงบนโต๊ะทานข้าว

“พี่เอก พี่เอก พี่หมีเอกครับ”

พีท ร้องเรียกซ้ำแล้วซ้ำเล่าวนไปอยู่แบบนั้นพร้อมกับเขย่าตัวของ เอก ที่กำลังฟุบหลับสะลึมสะลืออยู่บนโต๊ะทานข้าวแบบไม่รู้เนื้อรู้ตัว

“พี่หมีเอก ลุกขึ้นเลยครับ พีทจะพากลับบ้าน”

พีท พยายามพยุง เอก ให้ลุกขึ้นจากเก้าอี้ แต่หนุ่มน้อยร่างบางตัวเล็กอย่างเขา มีหรือที่จะสามารถแบกรับน้ำหนักของผู้ชายตัวใหญ่กำยำล่ำสันแบบนี้ไหว

พีท ได้แต่ถอดใจ จำต้องปล่อยให้เขานอนฟุบอยู่ที่โต๊ะแบบนั้น ส่วนตัวเองก็นั่งเฝ้าอยู่ไม่ห่าง ถึงแม้อากาศจะหนาวเย็น แต่ภายในใจของหนุ่มน้อยกลับรู้สึกมีความสุขจนล้นปริ่มออกมาเป็นรอยยิ้ม เมื่อได้จ้องมองใบหน้าคมเข้มของเขาแบบใกล้ชิด

“ทำไม พีทถึงไม่มีสิทธิ์” - พีท พึมพำกับตัวเอง

“สิทธิ์ที่แค่ได้เดินเข้าไปแสดงตัวตนต่อหน้าใครต่อใครว่าเราเป็นอะไรกัน สิทธิ์ที่แค่ได้โอบกอดพี่ซักครั้งต่อหน้าธารกำนัล สิทธิ์ที่แค่....”

พีท หยุดความคิดตัวเองลงเอาไว้เพียงเท่านี้ ก่อนที่น้ำตาจะรื้นปริ่มรอบดวงตา เขาพยายามเก็บกลั้นเอาไว้ไม่ให้มันไหลออกมา เดี๋ยวผู้คนบนเรือสำราญจะรับรู้ได้ถึงความสัมพันธ์ระหว่างเขาสองคน ที่ไม่ควรจะให้ใครได้รับรู้

“ความลับ” ที่ถูกซ่อนเอาไว้มานานนับสิบปี มันก็ควรที่จะเป็นความลับต่อไปไม่ใช่หรือ ?

ทำไมเขาถึงไม่กล้ากระทำเยี่ยง ไอริน

ทำไมเขาไม่ตัดสินใจเดินเข้าไปหาคนทั้งคู่ เพื่อแสดงตัวต่อหน้าคู่หมั่นสาวของเขา และบอกเธอออกไปว่า “วันนี้มันควรเป็นวันของฉัน เพราะเขาเป็นคนโทรศัพท์ไปนัดฉันออกมาเพื่อเดทในค่ำคืนวันคริสต์มาส ไม่ใช่เธอ พิมระดา”

...ทำไม ? ทำไม ? และ ทำไม ?...คำถามเหล่านี้วนเวียนในหัวสมองของ พีท มานานนับสิบปี โดยที่ยังหาคำตอบให้กับคำถามนี้ไม่ได้เสียที

พีท ค่อยๆ เอื้อมมือไปลูบใบหน้าอันคมเข้มของ เอก อย่างเบามือและนิ่มนวล เพราะเกรงว่าเขาจะตกใจตื่นและโวยวายเสียงดังเพราะฤทธิ์ไวน์

อะไรกันนะ ที่ทำให้เขาตกหลุมรักผู้ชายคนนี้ แม้เวลาจะผ่านมาเนิ่นนาน เขาก็ไม่เคยลืม...ใบหน้าอันคมเข้มหล่อเหลาดั่งเทพปั้น...เงินทอง ทรัพย์สมบัติ ฐานะทางสังคม...หรือว่าความรักที่ผู้ชายคนนี้มอบกลับคืนมาให้เพื่อชโลมจิตใจในยามที่ว้าเหว่...หรือว่าอะไรกันแน่ ?

ระหว่างนั้น พีท ค่อยๆ ใช้ปลายนิ้วชี้ลูบไล้บนปลายจมูกโด่งคมสัน เรื่อยลงมายังริมฝีปากหนานุ่มของเขาอย่างแผ่วเบา

“หรือว่านี้คือสิ่งที่ทำให้เราตกหลุมรักเขา” - พีท พึมพำ

...ปัง! ปัง! ปัง! ปัง!...

เสียงจากการจุดพลุไฟดังขึ้นอีกครั้ง หลังจากสงบไปซักครู่ใหญ่ๆ ทำให้ พีท สะดุ้งตื่นจากภวังค์ ก่อนที่จะลุกขึ้นยืนและใช้มืดซ้ายปาดน้ำตา แล้วเดินออกไปจ้องมองบนท้องฟ้า ที่ขณะนี้เต็มไปด้วยดอกไม้ไฟหลากสีสัน พวกมันคอยสลับกันเปล่งประกายสว่างไสวในห้วงจักรวาลอันมืดมิด

“สวยจัง”

พีท ยืนกอดอกหนาวสั่นอยู่บริเวณดาดฟ้าเรือ เพราะว่าเสื้อคลุมที่ใส่มานั้น ได้ถูกถอดออก และคลุมให้กับ เอก หนุ่มผู้เป็นรักแรกของเขา เพื่อใช้กันหนาวไปก่อนหน้านั้นแล้ว

ดอกไม้ไฟยังคงคอยสลับกันลอยขึ้นสู่ท้องฟ้า และแตกออกเป็นรูปทรงต่างกันไป ดวงตาสีฟ้าครามคู่งาม ได้แต่จ้องมอง โดยหารู้ไม่ว่า มีใครคนหนึ่งกำลังเดินเข้ามาหาจากทางด้านหลังอย่างช้าๆ

พีท สะดุ้งตกใจ เมื่อสัมผัสได้ว่า มีไออุ่นมากระทบกับแผ่นหลัง แล้วก็ค่อยๆ แผ่ซ่านผ่านหัวไหล่ ต้นแขน ก่อนที่จะมาบรรจบกันบริเวณรอบเอวของเขา

“ไง เด็กดื้อ”

เอก รับรู้และได้ยินทุกคำที่ พีท พึมพำกับตัวเอง เขาไม่ได้เมาจนขาดสติ แค่อยากหลับตาพัก เพื่อทำสมาธิและทบทวนกับเหตุการณ์ที่เพิ่งจะเกิดขึ้นไปเมื่อไม่กี่ชั่วโมงมานี้

หลังจากที่ พีท คลุมเสื้อคลุมให้เขา แล้วลุกเดินออกมาเพื่อยืนดูดอกไม้ไฟ เขาก็ได้ลืมตาขึ้นและจ้องมองมายัง พีท ด้วยความเอ็นดู และรู้สึกผิดหวังกับตัวเอง ที่ทำให้คนถึง 3 คนต้องมาเดือดเนื้อร้อนใจเพราะการกระทำในอดีตของเขา

พีท คือสัมพันธ์แรกตั้งแต่สมัยเป็นหนุ่มนักศึกษา ที่เขาไม่เคยคิดว่ามันจะกลายมาเป็นความรู้สึกดีๆ ที่ยากจะลืมได้ ถึงแม้ว่ามันจะเป็นสิ่งต้องห้ามและขัดใจคนทั้งตระกูล แต่เขาก็ไม่สามารถที่จะผลักไสความสัมพันธ์แรกออกไปได้ ต่อให้ต้องเก็บงำ “ความรัก” เป็น “ความลับ” เอาไว้นานนับสิบปีก็ตาม

ไอริน คือรักครั้งแรก ที่เกิดขึ้นเมื่อคราวบินไปเรียนต่อที่สหรัฐ ทั้งคู่ได้ถูกจับตามองในแวดวงสังคมนักธุรกิจ ว่าเป็นคู่ที่เหมาะสมกันมากที่สุด ทั้งรูปสมบัติ นามสมบัติ และทรัพย์สมบัติ แต่แล้วมันก็จบลงอย่างง่ายดาย เมื่ออาป๊าของเขาได้จากลาโลกนี้ไป และเขาต้องกลายเป็นผู้สืบทอดกิจการห้างร้านต่างๆ โดยไม่ทันตั้งตัว

พิมระดา คือรักครั้งใหม่ ที่เดินเข้ามาเติมเต็มชีวิตของเขาได้อย่างสมบูรณ์แบบ เธอเป็นผู้หญิงที่เพียบพร้อมไปเสียทุกอย่าง จนผู้คนทั่วไปต่างอิจฉาที่เขาได้แฟน ทั้งสวย ทั้งเก่ง ฉลาดล้ำลึก อีกทั้งยังคอยสนับสนุนและส่งเสริมเขา จนนำพาธุรกิจของครอบครัวก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว

++++++

“อุ้ย! พี่หมีเอก”

พีท ร้องทักด้วยความตกใจ พลันเกิดความสงสัยว่า ทำไมพี่หมีเอกจึงกล้าตัดสินใจที่จะโอบกอดเขาในที่ธารกำนัลเช่นนี้ ทั้งที่ผ่านมา แม้แต่เดินจับมือกันยังยากที่จะเกิดขึ้น

“เอ๊ะ! หรือว่าเขาจะได้ยินในสิ่งที่เราพูด” - พีท ได้แต่เก็บงำความสงสัยเอาไว้ในใจ

“หนาวไหม พี่กอดนะ จะได้อุ่นๆ”

เอก กระซิบข้างหู พีท เบาๆ

“ครับ”

พีท ตอบรับ

มันเป็นความสุขเล็กๆ ที่ยากจะเกิดขึ้นได้ง่ายๆ พีท รู้สึกมีความสุขอย่างบอกไม่ถูก มันไม่ใช่ความฝันใช่ไหม ที่เขาได้ยืนโอบกอดกับหนุ่มคนรักภายในค่ำคืนที่โรแมนติกเช่นนี้

พีท บอกกับตัวเองว่า นี่คือโอกาสที่จะเร่งกอบโกยความสุข เขาไม่รอช้าและไม่เอียงอายเลยแม้แต่น้อย ที่จะแนบแอบอิงและซบลงตรงแผงอกอันอบอุ่นของหนุ่มรุ่นพี่

ทั้งคู่ ยืนโอบกอดกันและกัน ส่งต่อความอบอุ่นและความสุขจากอีกคนสู่อีกคน ดอกไม้ไฟยังคงล่องลอยแตกกระจายและดังกระหึ่มทั่วทั้งท้องฟ้า เหมือนพวกมันกำลังรับรู้ได้ว่า นี่คือห้วงเวลาแห่งความสุขสมหวัง ที่ต้องเร่งรีบเฉลิมฉลองชัยให้กับคนทั้งคู่ ได้มีความสุขมากที่สุดเท่าที่พวกมันจะทำได้

“พีท รักพี่หมีเอกนะครับ” - พีท พึมพำ

เอก ทำเป็นเพิกเฉยเหมือนไม่ได้ยินกับสิ่งที่เกิดขึ้นตรงหน้า เขาค่อยๆ ก้มลงบรรจงจูบที่หัวของหนุ่มน้อยด้วยความเอ็นดู นี่คือการกระทำที่ เอก ได้มอบให้แทนคำตอบทั้งหมดในค่ำคืนนี้

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย Like Daddy, Like Baby แด๊ดดี้ครับ...
9.6
ชีวิตของกานต์ เด็กหนุ่มวัยสิบเจ็ดปีต้องพลิกผันเมื่อสูญเสียมารดาไปอย่างกะทันหัน แต่เขากลับพบความจริงที่น่าตกใจว่าตนเองมีพ่อเลี้ยงอย่าง ออสติน สเวน นักธุรกิจชาวอเมริกันผู้ก้าวเข้ามาพร้อมยื่นข้อเสนอในการดูแลจนกว่าเขาจะบรรลุนิติภาวะ กานต์ที่ไร้ที่พึ่งจึงต้องยอมรับฐานะเด็กในปกครอง ความใกล้ชิดกับผู้ปกครองทรงเสน่ห์เริ่มทำให้หัวใจของเขาหวั่นไหว จากความกตัญญูกลายเป็นความรักที่ยากจะห้ามใจ จนเด็กแสนดีคนนี้เริ่มอยากจะเกเรเพื่อพิชิตใจเจ้าของชีวิตคนใหม่ของเขา
หน้าปกนวนิยาย รับผมเป็นพ่อของลูกนะครับ[Mpreg]
9.7
ในยุคที่ผู้ชายบางกลุ่มสามารถตั้งครรภ์ได้ นภัทร เดือนคณะสุดฮอตดันพลาดพลั้งมีความสัมพันธ์ชั่วข้ามคืนกับสิงหา หนุ่มหล่อมาดนิ่งเพราะความเมามาย เรื่องราวควรจะจบลงทว่านภัทรกลับหายตัวไปและกลับมาพร้อมกับ น้องณดา เด็กหญิงตัวน้อยที่สิงหามั่นใจว่าเป็นลูกสาวของตน แม้นภัทรจะพยายามปฏิเสธความจริงเพียงใด แต่สิงหาก็ไม่ยอมแพ้ เขาตัดสินใจเริ่มแผนการพิชิตใจลูกสาวตัวจิ๋วเพื่อทวงคืนตำแหน่งคุณพ่อและพิสูจน์ความจริงให้ได้ว่าเด็กคนนี้คือเลือดเนื้อเชื้อไขของเขาเอง
หน้าปกนวนิยาย Secretly in love (แอบหลงรัก)
9.6
ความสัมพันธ์ลึกซึ้งเพียงชั่วข้ามคืนที่เกิดขึ้นด้วยความพลั้งเผลอ กลับกลายเป็นจุดเริ่มต้นของความวุ่นวายที่ยากจะถอนตัว เมื่อชายหนุ่มพบว่าคู่ขาในคืนเร่าร้อนนั้นคือรุ่นพี่ในคณะเดียวกันที่เขารู้จักดี เรื่องราวกลับยิ่งซับซ้อนและบีบคั้นหัวใจมากขึ้น เมื่อพบว่าฝ่ายหญิงมีเจ้าของหัวใจอยู่ก่อนแล้ว นำไปสู่ปมรักสามเส้าที่เต็มไปด้วยความอึดอัดใจและความลับที่ต้องปกปิดเอาไว้ภายใต้ความสัมพันธ์ที่ไม่อาจเปิดเผยได้ในรั้วมหาวิทยาลัยแห่งนี้
หน้าปกนวนิยาย สาปบุตรซาตาน
8.2
โจชัว โจนส์ ทายาทนอกสมรสของเอิร์ลผู้มั่งคั่งในอังกฤษ จำต้องแบกรับภาระตระกูลหลังไร้ผู้สืบทอดคนอื่น ทว่ามรดกนี้กลับมาพร้อมพันธะบาปและคำสาปร้ายที่สืบทอดกันมาหลายรุ่น เขาต้องเผชิญกับชะตากรรมอันดำมืดในคฤหาสน์เก่าแก่ที่เต็มไปด้วยปริศนา โดยมีออแลนโด้ ลอว์เรนซ์ คอยช่วยเหลือเพื่อคลี่คลายความลับก่อนทุกอย่างจะสายเกินไป ท่ามกลางอันตรายจากทูตแห่งอาถรรพ์ สายสัมพันธ์ลึกซึ้งระหว่างทั้งคู่ก็ได้เริ่มก่อตัวขึ้นอย่างเงียบเชียบภายใต้เงามืดที่คุกคามชีวิต
หน้าปกนวนิยาย โอเมก้าผู้ถูกทอดทิ้ง  หายนะของจอมราชันอัลฟ่า
9.2
ตลอดสิบห้าปี ฉันคือคู่แท้และที่ยึดเหนี่ยวจิตใจของอัลฟ่าดัสติน แต่ความภักดีนั้นพังทลายลงเมื่อฉันพบหลักฐานการคบชู้กับผู้ช่วยสาว ความเจ็บปวดจากการถูกหักหลังรุนแรงจนร่างกายปฏิเสธสายใยวิญญาณ เมื่อชู้รักส่งภาพการตั้งครรภ์มาเยาะเย้ย ฉันจึงตัดสินใจตัดขาดทุกอย่างโดยไม่เรียกร้องทรัพย์สินใดๆ การจากไปครั้งนี้ไม่ใช่การยอมแพ้ แต่เป็นจุดเริ่มต้นของแผนการทำลายล้างโลกของเขาด้วยมือของฉันเอง
หน้าปกนวนิยาย  友人 MA Friend'XXX เปลี่ยนเพื่อนให้เป็นแฟน
9.5
เมื่อก้าวเข้าสู่รั้วมหาวิทยาลัยจนเกือบจะจบปีสี่ แต่ชีวิตรักกลับยังคงว่างเปล่าไร้คนเคียงข้าง ฉันจึงต้องเอ่ยปากปลอบใจพร้อมตบบ่า 'นุ่น' เพื่อนสนิทที่กำลังเป็นกังวลกับสถานะโสดสนิทของฉันอย่างหนัก เพื่อคลายความสงสัยและยุติความวุ่นวายใจทั้งหมด ฉันเลยตัดสินใจประกาศกร้าวออกไปอย่างมั่นใจว่า หากสุดท้ายแล้วชีวิตนี้ฉันยังหาแฟนไม่ได้จริงๆ คนที่จะมาเป็นคนรักของฉันก็คงหนีไม่พ้นเพื่อนรักอย่างมันนี่แหละ