
Secretly Love..."แอบ"
ตอน 3
“นี่ใช่ไหมคือความลับของคุณทั้งหมด เอกภัทร์”
ไอริน ยืนเอามือกอดอก จ้องมองหนุ่มคนรักเก่าคลอเคลียกับหนุ่มน้อย ซึ่งเป็นใครที่ไหนก็ไม่รู้ ท่ามกลางบรรยากาศสุดแสนโรแมนติก จากทางด้านหลัง
หลังจากที่เธอผละจากการกวนประสาทของทั้ง เอก และ พิมพ์ แล้ว เธอก็มุ่งหน้าเข้าสู่เคาท์เตอร์บาร์ภายในตัวเรือ พร้อมกับดื่มกินกับเพื่อนชาวต่างชาติทั้งชายหญิงด้วยความสนุกสนาน ตามประสาสาวปาร์ตี้เกิร์ล
กระทั่งผับเลิกเธอจึงเดินออกมาเตรียมตัวที่จะกลับบ้าน แต่ไม่คาดคิดว่าจะได้มาเจอกับภาพเหตุการณ์สุดอึ้งของคนรักเก่าอย่าง เอก ยืนโอบกอดอยู่กับผู้ชายด้วยกันโดยไม่แคร์สายตาของผู้คนที่กำลังจ้องมองพวกเขาทั้งคู่ และแลดูแล้ว ทั้งสองก็น่าจะมีความสุขมากเสียด้วย
“หึ หึ หึ”
เธอเผลอยิ้มที่มุมปากและหัวเราะเบาๆ ในลำคอ น้ำตาเอ่อล้นปริ่ม ไม่รู้ว่าเธอรู้สึกผิดหวัง เสียใจ หึงหวง หรือ รู้สมสมเพชเวทนา พิมระดา ที่ไม่รู้อะไรเสียเลยเกี่ยวกับตัวคู่หมั้นหนุ่มของตนเอง
ถึงแม้ว่า ไอริน จะเลิกรากับ เอกภัทร์ ไปแล้วเป็นปีๆ แต่ความรักที่เธอมีให้กับเขาก็ไม่เคยจางหายไปจากหัวใจ เธอรู้ว่าเธอทำตัวไม่เหมาะสม เธอรู้ว่าเธอทำตัวไม่คู่ควรที่เขาจะมอบความรักให้ แต่ที่เธอตัดสินใจบินกลับมาเมืองไทย ก็เพื่อที่จะขอโอกาสอีกซักครั้งในการปรับปรุงตนเองเพื่อคนที่เธอรัก แต่มันก็สายไปเสียแล้ว เมื่อเธอได้รู้ความจริงว่า เขาหมั้นหมายกับ พิมระดา ไปก่อนหน้านั้นหลายปี
ไอริน เสียใจอย่างมาก เพราะก่อนที่จะบินกลับมา เธอเลิกทำตัวสำมะเลเทเมา เลิกเที่ยวเตร็ดเตร่ ตั้งใจศึกษาเล่าเรียนจนจบปริญญาเอกด้านแฟชั่นดีไซน์อย่างที่เธอไฝ่ฝัน เพื่อที่เขาจะได้หันกลับมารักเธอ และก็ภูมิใจในตัวเธอเหมือนที่เพื่อนๆ และพ่อแม่ของเธอภูมิใจ
แต่ ณ วินาทีนี้ ภาพที่อยู่ตรงหน้ามันเจ็บปวดในหัวใจเสียยิ่งกว่าตอนที่รู้ว่า เขาได้หมั้นหมายกับ พิมระดา
เธอไม่ได้รู้สึกรังเกียจเดียดฉันท์ เพราะเธอเข้าใจดีว่า “ความรัก” เมื่อเกิดขึ้นกับเพศใดแล้ว มันสวยงามเสมอ แต่ที่เธอหลั่งน้ำตาออกมานั้น เป็นเพราะว่าเธอได้เสียคนดีๆ อย่าง เอกภัทร์ ไปแล้ว ด้วยพฤติกรรมในอดีตของตัวเธอเอง
ไอริน ยกมือขึ้นปาดน้ำตาที่ค่อยๆ ไหลลงมาอาบทั้งสองแก้ม ก่อนที่จะหันหลังกลับ และเดินลับหายไปในความมืดอย่างช้าๆ ตอนนี้ในหัวใจของเธอมันเหน็บหนาว...เหน็บหนาวเสียยิ่งกว่าอากาศฤดูหนาวในช่วงคริสต์มาสอีฟเช่นนี้
++++++
...กริ๊งงงงงงงงงงงงงงง!...
“สวัสดีค่ะ พิมระดาพูดสายค่ะ”
เสียงโทรศัพท์มือถือสมาร์ทโฟนดังขึ้น ก่อนที่ พิมพ์ จะเอื้อมมือไปสไลด์ปุ่มเพื่อรับสายปลายทางที่โทรเข้ามา
“อ้าว! เอกหรือคะ ได้ค่ะ เดี๋ยวพิมพ์ขอเคลียร์งานอีกซัก 5 นาที แล้วจะตามลงไปนะคะ”
พูดเสร็จ เธอก็วางสาย ก่อนที่จะกุลีกุจอเร่งเคลียร์เอกสารที่กองสุมอยู่บนโต๊ะทำงานให้แล้วเสร็จอย่างไว
ปลายสายไม่ใช่ใครที่ไหน แต่เป็น เอกภัทร์ หนุ่มคู่หมั้นที่โทรเข้ามาชักชวนเธอออกไปหาอาหารอร่อยๆ ทานในมื้อเที่ยง
หลังจากคริสต์มาสและปีใหม่ผ่านพ้นไป เขาทั้งสองก็เจอกันน้อยลง แทบจะไม่ได้ออกไปไหนมาไหนด้วยกันซักพักใหญ่ๆ เพราะงานที่กองสุมเป็นภูเขาเหล่ากา เธอเองก็ต้องประชุมและออกไปเจอลูกค้าเกือบทุกวัน ส่วนเขาแทบจะไม่ได้มีเวลาหยุดพักแม้เสี้ยววินาที ไหนจะธุรกิจส่งออกของตนเอง ไหนจะต้องบริหารจัดการห้างสรรพสินค้าของตระกูล
แต่วันนี้นับเป็นนิมิตหมายอันดีที่ทั้งคู่จะได้ออกไปด้วยกัน พิมระดา จึงหันหน้าไปส่องกระจกบานเล็กที่ตั้งอยู่บริเวณมุมหัวโต๊ะทำงาน ภายในห้องทำงานส่วนตัวของเธอ
ไม่รอช้า เธอรีบควักลิปสติกสีแดงเลือดนกขึ้นมาทาไปรอบริมฝีปาก พร้อมกับเม้มเข้ากันเบาๆ หลังจากนั้นก็ปัดแก้มด้วยบรัชออนสีส้มพีชอีกนิดหน่อย ก่อนที่จะคว้ากระเป๋ากุชชี่ใบโปรด รีบเดินออกจากห้องทำงานไปอย่างรวดเร็ว
++++++
“เอกคะ”
พิมพ์ ร้องเรียกพร้อมกับยกมือทักทาย เอก ซึ่งนั่งรออยู่ในร้านอาหารแห่งหนึ่ง ภายในห้างสรรพสินค้า...เธอรีบเดินปรี่เข้าไปหาเขาอย่างไว
“โอ้โห...นี่คุณสั่งอะไรเยอะแยะไปหมดเลย จะทานหมดไหมคะเนี่ย”
พิมพ์ ตกตะลึงกับอาหารหลากหลายเมนูที่ถูกสั่งเตรียมเอาไว้บนโต๊ะ
“แบบนี้พิมพ์ก็อ้วนแย่สิคะ”
พิมพ์พูดพลางหัวเราะเบาๆ ที่ได้เย้าเขาเล่น
แต่ระหว่างที่ เอก กำลังจะตักอาหารเข้าปาก ก็มีร่างหนึ่งเดินเข้ามาในร้านอาหาร และมุ่งตรงมายังโต๊ะของทั้งคู่ทันที
“ขอโทษนะครับ พอดีผมแวะไปเข้าห้องน้ำมานิดหน่อย”
เอก เงยหน้าขึ้นหลังจากได้ยินเสียงที่คุ้นหู เขาถึงกับเบิกตาโพง ทำตัวไม่ถูก เมื่อมองเห็นใบหน้าที่คุ้นตานั่งอยู่ตรงหน้า
“เอ่อ...พอดีพิมพ์ชวนพีทมาทานข้าวด้วยกันหนะค่ะ หวังว่าเอกคงจะไม่ว่านะคะ ที่พิมพ์ชวนน้องมาด้วยกัน”
พิมพ์ เอ่ยขึ้นก่อนที่ เอก จะได้กล่าวอะไรออกมา
“เอ่อ...ครับ ไม่เป็นไรครับ”
เอก ตอบรับอย่างเสียไม่ได้
บรรยากาศภายในโต๊ะอาหารเงียบงันลงถนัด ทั้งที่ภายในร้านเต็มไปด้วยลูกค้าที่แวะเวียนเข้ามาทานอาหารกันไม่ขาดสาย เสียงช้อนส้อมกระทบกับจานข้าวดังกิ๊งกั๊ง อีกทั้งเสียงพูดคุยสนทนาของโต๊ะข้างๆ ก็ดังจนรู้ว่าเขากำลังพูดคุยเรื่องอะไรกัน แต่ทำไมทั้งสามคนกลับไม่พูดคุยอะไรกันเลยแม้แต่คำเดียว
นี่เป็นครั้งแรกที่ พีท ได้นั่งทานข้าวข้างนอกกับ เอก ซึ่งปกติไม่เคยเกิดขึ้น นอกจากจะซื้อกลับไปทานภายในห้องที่คอนโดของ พีท เท่านั้น
ส่วน เอก เอง ก็ไม่รู้จะทำตัวอย่างไร อีกคนก็คู่หมั้นสาวที่กำลังจะแต่งงานกันในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า ส่วนอีกคนก็หนุ่มคนรักที่มีสัมพันธ์กันตั้งแต่มหาวิทยาลัย และที่มากไปกว่านั้น ก็เพิ่งผ่านค่ำคืนอันแสนหวานมาด้วยกันเมื่อคริสต์มาสที่ผ่านมานี่เอง
หากเขาจะเหลือบตามอง พีท ก็กลัวแฟนสาวจะจับได้ แต่ถ้าหากจะพูดคุยยิ้มแย้มเพียงกับ พิมระดา ก็กลัวอีกฝ่ายจะรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจ มันชั่งเป็นเวลาที่อึดอัดและกระอักกระอ่วนใจเสียนี่กระไร
แต่อย่างว่าแหละ ระดับมืออาชีพอย่างเขา มีรึจะปล่อยให้ตนเองตกที่นั่งลำบาก โดยที่ไม่คิดจะแก้สถานการณ์ใดๆ เพื่อให้บรรยากาศภายในโต๊ะอาหารดูผ่อนคลายลง
“น้องชื่อ พีท ใช่ไหมครับ แล้วมาทำงานในส่วนไหนล่ะ”
ก่อนที่บรรยากาศจะอึมครึมมากไปกว่านี้ เอก กล่าวคำทักทาย พีท ขึ้นมาด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม เหมือนไม่มีอะไรเคยเกิดขึ้นมาก่อน
“ครับ ใช่ครับ ผมชื่อ พีท หรือว่า พีทระ ตอนนี้ทำงานในส่วนของ Marketing Online อยู่ครับ”
พีท เองก็ใช่ย่อย รู้จักแก้สถานการณ์เล่นตามน้ำได้อย่างแนบเนียน และไม่มีความประหม่าเลยแม้แต่น้อย
“พอดีว่า พิมพ์ เดินชนกับ พีท ที่หน้าทางขึ้นสำนักงานออฟฟิศ ก็เลยรู้จักกันหนะค่ะ”
พิมพ์ เอ่ยสวนขึ้นมาบ้าง เมื่อเห็นทั้งคู่เริ่มมีบทสนทนาเกิดขึ้นในวงอาหาร
“ครับ ใช่ครับ พอดีว่าวันนั้น พีท ลืมโน้ตบุ๊คเอาไว้ที่ท้ายรถยนต์ กำลังจะลงไปเอา ก็เลยเดินชนเข้ากับพี่ พิมพ์ ครับ”
พีท พูดด้วยใบหน้าที่เรียบเฉย เพื่อไม่ให้มีพิรุธอะไรเกิดขึ้น
ทั้งคู่ต่างแอบจ้องตากัน พร้อมกับส่งยิ้มให้กันเบาๆ
สิ่งที่เกิดขึ้นที่ท้ายรถยนต์ในชั้นใต้ดินวันนั้น มันเป็นความบังเอิญ หรือว่าตั้งใจของเขากันแน่ แต่จะด้วยเหตุใดก็ตาม อย่างน้อยมันเป็นสิ่งที่ทั้งคู่โหยหามาตลอด ตัว พีท เอง ก็ต้องการมันไม่ใช่รึ ? แล้วทำไมจะต้องกังวลว่า คู่หมั้นสาวของเขาจะจับได้ ในความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งมากกว่าการเป็นเพียงรุ่นพี่และรุ่นน้อง ที่จบจากมหาวิทยาลัยเดียวกัน
++++++
“แกรรรร! นั่นแฟนเก่าแกป่าวอะ มากับคู่หมั้นเสียด้วย ว่าแต่เอ๊ะ! แล้วนั่นใครนั่งข้างๆ หน้าตาน่ารักจัง”
เสียงกลุ่มแก๊งค์เพื่อนสาวร้องทักขึ้น พร้อมกับสะกิด ไอริน ให้หันไปมองโต๊ะข้างๆ ที่อยู่ถัดไป 2 - 3 โต๊ะ
ไอริน ไม่รอช้าที่จะรีบหันไปมอง
“พวกแกรอฉันแป๊บนึงนะ เดี๋ยวฉันมา สั่งอาหารรอไปก่อนเลย”
ไอริน บอกกับกลุ่มเพื่อนๆ ก่อนที่จะลุกขึ้นจากเก้าอี้ แล้วเดินตรงดิ่งไปยังโต๊ะของ เอกภัทร์ ทันที
“อุ๊ย! บังเอิญเจอกันอีกแล้วนะคะ”
เมื่อไปถึง ไอริน ไม่รอช้าที่จะเอ่ยคำทักทายในสไตล์สาวปาร์ตี้เกิร์ล แบบที่เป็นตัวของตัวเองที่สุด
ระหว่างที่ทั้งสามคนกำลังทานอาหารอย่างเอร็ดอร่อยอยู่นั้น ถึงกับต้องวางช้อนส้อมลงทันที เมื่อได้ยินเสียงคำทักทายที่คุ้นหู และใบหน้าที่คุ้นตาของ ไอริน
“ไงจ๊ะ พ่อปลาย่างเนื้อหอม”
ยังไม่ทันขาดคำ เธอก็เอ่ยแซว เอก ต่อหน้า พิมระดา ขึ้นมาทันควัน พร้อมกับเดินไปข้างๆ เขา แล้วใช้มือลูบไล้หัวไหล่ของเขาเบาๆ และช้าๆ ส่วน พิมระดา เอง ก็ทำได้เพียงแค่นั่งนิ่ง ไม่พูดจาใดๆ เฉกเช่นเดิม ถึงแม้จะไม่พอใจกับการกระทำของ ไอริน ก็ตาม
“พอดีรินแวะมาทานข้าวร้านประจำของเราสองคน ไม่คิดว่าจะได้เจอคุณ กับ พิมพ์ ที่นี่ด้วย ประจวบเหมาะจังเลยนะคะ”
ไอริน กล่าวต่อ
“อืม! แล้วนี่คุณทานอะไรหรือยังละ นั่งทานด้วยกันเลยไหม ยังพอมีที่ว่างอยู่นะ”
เอก เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบง่าย แต่ก็แอบกระแทกเล็กน้อยอยู่บ้าง เพื่อไม่ให้เป็นการเสียมารยาท และไม่อยากให้บรรยากาศอึมครึมเหมือนวันคริสต์มาส เขาคงทำได้มากสุดเพียงเท่านี้ ที่เหลือก็แล้วแต่เธอจะทำมัน
“อุ้ย! น้องคนนั้นใครหรือคะ น่ารักจัง...พี่รินนะจ๊ะ”
ไอริน หันไปมองหน้า พีท ก่อนที่จะยื่นมือออกไปเพื่อกล่าวคำทักทาย พร้อมกับแนะนำตัวเสร็จสรรพในขั้นตอนเดียว
“ผม พีท ครับ ยินดีที่ได้รู้จักครับ”
พีท จำใจต้องรีบลุกขึ้น เพื่อไม่ให้เสียมารยาท ก่อนที่จะยื่นมือออกไปจับมือ ไอริน เป็นการตอบรับคำทักทายกลับด้วยความสุภาพ
“พี่ว่า...พี่เคยเห็นน้องที่ไหนน่า...”
ไอริน พูดพลางเดินวนอ้อมด้านหลังของ เอก แล้วนั่งลงที่เก้าอี้ข้างๆ เขา ก่อนที่จะจ้องมองไปยัง พีท แบบไม่กระพริบตา เธอพยายามใช้สายตาสำรวจไปทั่วดวงหน้าของเขา
ผมหยักโรลสีน้ำตาลอ่อน ปลิวไสวเกลี่ยคลอเคลียบริเวณหน้าผาก เมื่อโดนลมจากช่องแอร์เป่าเบาๆ ดวงตาสีฟ้าคราม เปล่งประกายแวววับเมื่อต้องกับแสงไฟ ใบหน้ารูปไข่เรียวรับกับจมูกที่โด่งเป็นคมสัน ปากกระจับมีสีอมชมพูประกายนิดๆ จากการทานแกงมัสมั่นไก่ไปเมื่อสักครู่
“ทำไมดวงหน้านี้ดูคุ้นจัง เหมือนเคยเห็นที่ไหนมาก่อนนะ” - ไอริน พึมพำในใจ
สายตาของเธอยังคงจ้องมองที่ พีท อย่างไม่ลดละ จนทำให้อีกฝ่ายรู้สึกอึดอัด แต่ก็ไม่กล้าพูดอะไรออกมา เพราะเกรงว่าจะเป็นการเสียมารยาทกับแขกที่ไม่ได้รับเชิญของรุ่นพี่
“หน้าพีทมีอะไรติดหรือเปล่า ทำไมเธอถึงได้จ้องมองขนาดนั้น”
พิมพ์ ทนไม่ไหวกับพฤติกรรมของ ไอริน จึงเอ่ยสวนขึ้นมาทันที เพราะเกรงว่า พีท จะรู้สึกกระอักกระอ่วนใจเกินกว่าที่จะพูดออกมาเอง
“อะ...อ้อ...เปล่าหรอกจ๊ะ พอดีว่า น้องเขามีใบหน้าเหมือนคนที่รินเคยรู้จักมาก่อน”
ไอริน กล่าว
“แค่เท่านั้นก็ดีไป”
พิมพ์ เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงและสีหน้าที่เริ่มจะไม่พอใจ
“อ๊ะ! รินไม่รบกวนแล้วดีกว่า พอดีว่าเพื่อนสั่งอาหารรออยู่...ไปก่อนนะจ๊ะเอก ยินดีที่ได้เจอคุณวันนี้ อ้อ! พิมพ์ด้วยนะจ๊ะ และก็...ยินดีที่ได้รู้จักนะจ๊ะพีท”
ว่าแล้วเธอก็ลุกขึ้นจากเก้าอี้ ส่งยิ้มให้กับทั้งสามคน และเดินจากไป โดยมีคำถามเกิดขึ้นในใจให้เก็บมาครุ่นคิด ถึงดวงหน้าดวงนั้นของหนุ่มน้อยหน้าหวาน ผมหยักโรล ตาสีฟ้าคราม ที่ชื่อว่า พีท...เราเคยเจอที่ไหนนะ ?
++++++
ระหว่างที่ ไอริน กำลังนั่งทานอาหารกับกลุ่มแก๊งค์เพื่อนสาว ที่กำลังฟินกับการแบ่งสเต็กเนื้อจิ้มซอสกันกินอย่างเอร็ดอร่อย เธอพยายามครุ่นคิดและพยายามนึกคิดว่า เคยเจอ พีท ที่ไหน ทำไมถึงได้ดูคุ้นตาจัง
...ปัง! ปัง! ปัง! ปัง!...แฮปปี้เบิร์ดเดย์ทูยู...
เสียงปืนยิงพลุกระดาษดังขึ้นพร้อมกับเสียงร้องเพลง เพื่ออวยพรวันเกิดให้กับเด็กน้อยตาแป๋วจากโต๊ะข้างๆ ชวนให้เธอตกใจตื่นจากภวังค์ ก่อนที่จะเหลือบไปมองเห็นทั้งสามคนกำลังเดินออกจากร้านอาหาร
“หึ...หึ...หึ”
ไอริน ยิ้มที่มุมปากพร้อมกับหัวเราะเบาๆ ในลำคอ ภาพเหตุการณ์ในค่ำคืนวันคริสต์มาสพรั่งพรูเข้ามาในความทรงจำของเธอเต็มไปหมด
ไม่ว่าการยิ้มที่มุมปากและหัวเราะเบาๆ นั้น จะเป็นการแสดงออกถึงสิ่งใดก็ตาม แต่เสียง “ปัง” ที่ดังขึ้น ก็ทำให้เธอจำหนุ่มน้อยที่ชื่อว่า พีท ได้อย่างถนัดตา
ไอริน มองตามทั้งสามคน ที่กำลังก้าวขาออกจากช่องประตูกระจกของร้านอาหาร ภายในกลับรู้สึกสงสาร พิมระดา จับใจ ในฐานะลูกผู้หญิงด้วยกัน เธอไม่ควรที่จะถูกหนุ่มคนรักหลอกลวงให้เจ็บซ้ำไปเรื่อยๆ เหมือนคนโง่แบบนี้ แต่อีกนัยหนึ่งกลับรู้สึกสะใจ ที่เธอจะต้องเจ็บปวดรวดร้าวยิ่งกว่า เมื่อความจริงปรากฏขึ้น
“ฉันไม่ได้ใจร้ายกับเธอมากเกินไปใช่ไหม ? พิมระดา” - ไอริน พึมพำ
เธอคิดว่าจะเก็บเรื่องนี้เป็นความลับ โดยที่ไม่คิดจะปริปากบอกกับ พิมระดา ให้รับรู้ ไม่ใช่เพราะว่าจะช่วยเหลือคนเคยรักอย่าง เอกภัทร์ ในการกุมความลับนี้หรอกนะ แต่เพราะว่าเธออยากให้ พิมระดา ได้เจอกับความเจ็บปวดหัวใจ จากการถูกแย่งคนรักไปแบบที่เธอเคยเจอมาก่อน และมันจะยิ่งเจ็บช้ำมากกว่าเป็นสองเท่า เมื่อได้รู้ว่าหนุ่มคนรักแอบมีรักซ้อนเป็นชายหนุ่มรุ่นน้องที่เธอให้ความไว้วางใจ
ไอริน เผลอยิ้มที่มุมปาก หลังจากที่คิดวนเวียนเกี่ยวกับเรื่องนี้ จนกลุ่มแก๊งค์เพื่อนสาวต้องร้องทักขึ้น
“แกเป็นอะไรป่าววะ นั่งยิ้มคนเดียวอยู่ได้”
“ปะ...เปล่า...ฉันก็แค่รู้สึกฟินกับรสชาติอาหารมื้อนี้เป็นพิเศษก็เท่านั้นเอง...อะๆ รีบกิน เราจะได้ไปช้อปปิ้งกันต่อ”
ริน รีบพูดตัดบท และหันไปทานอาหารที่วางอยู่บนโต๊ะต่ออย่างมีความสุข
ถึงแม้ว่าเธอจะดูไม่ดีในสายตาใครต่อใคร แต่อันที่จริงแล้ว เธอก็เป็นเพียงมนุษย์ธรรมดาคนหนึ่ง ที่รู้จักรัก รู้จักเจ็บ รู้จักสงสาร ไม่ว่าบทสรุปเรื่องนี้จะเป็นอย่างไร เธอก็ไม่ควรที่จะก้าวเข้าไปยุ่งกับมันไม่ใช่หรือ ? เพราะว่าเธอได้เลิกรากับเขาไปแล้วนี่ ทุกอย่างก็ปล่อยให้มันเป็น “ความลับ” ในแบบที่ เอกภัทร์ อยากให้มันเป็นอย่างนี้ต่อไปน่าจะดีกว่า
คุณอาจจะชอบ

![หน้าปกนวนิยาย รับผมเป็นพ่อของลูกนะครับ[Mpreg]](https://v.melolo.com/b1265344voduse1318177724/7462cf7d5001834806828081316/y09LHnXO0VQA.webp!15491.webp)



