ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย กระซิบรักในสายหมอก

กระซิบรักในสายหมอก

เมื่อเจ้าฟ้าหญิงจิรัฐิติกาลปลอมตัวเป็นชายเพื่อหนีจากกรงทองออกมาท่องโลกกว้าง เธอต้องยอมให้ไวกูณฐ์ลูกชายองครักษ์ผู้ดูอ่อนแอและบ้าตำราคอยติดตามเป็นผู้คุม แม้เจ้าหญิงจะคอยสร้างปัญหาให้เขาปวดหัวอยู่เสมอ แต่ความใกล้ชิดท่ามกลางการผจญภัยกลับถักทอความรู้สึกพิเศษขึ้นในใจ ทว่าอุปสรรคสำคัญคือความฝังใจที่ว่าเขาไม่ใช่ผู้ชายเต็มตัว เรื่องราวความรักวุ่นๆ ในภาคต่อของลิขิตรักบัลลังก์หัวใจจึงเริ่มต้นขึ้นท่ามกลางสายหมอกที่ปกคลุมหัวใจของทั้งสองคน
ตอน
แชร์

ตอน 2

“ถ้าลูกเปิดเผยตัวเองว่าเป็นใครและไม่เชื่อฟัง ไวกูณฐ์ พ่อจะให้คนส่งลูกกลับวังทันที ตกลงไหม หญิงน้อย”

“ค่ะ เจ้าพ่อ” เจ้าฟ้าหญิงรับคำเสียงอ่อย

“ฝากน้องด้วยนะ ไวกูณฐ์ ลุงอนุญาตให้เธอเป็นผู้ปกครอง สั่งสอนอบรมน้องได้ตลอดเวลา”

หันมารับสั่งกับชายหนุ่มที่ถือว่าเป็นลูกไม้ที่หล่นไกลต้นของอินทราชิต องครักษ์ผู้ภักดีมาแต่อดีตแม้ปัจจุบันจะมียศสูงเป็นถึงเจ้าคุณกลาโหม แต่อินทราชิตก็ยังอบรมและฝึกฝนทหารองครักษ์ด้วยตนเอง แต่กับลูกชายเพียงคนเดียวอินทราชิตมิได้สอนการรบหรือเชิงอาวุธเลย อาจเป็นเพราะไวกูณฐ์ไม่ใฝ่ศึกษาด้านนี้เขาจึงร่ำเรียนทางศิลปะและคีตศิลป์ เมื่อจบการศึกษาจากยุโรปก็เข้ามาสอนหนังสือในวังหลวงให้กับพระนัดดาของเจ้าหลวงและบุตรธิดาของข้าราชสำนัก

“ช่วยจับขโมยด้วย เจ้าข้าเอ๊ย”

เสียงตะโกนโหวกเหวกทำให้จิรัฐิติกาลเงยหน้าจากอาหารที่กลืนไม่เข้าคายไม่ออกทันที เจ้าคนที่ได้ชื่อว่าเป็นหัวขโมยท่าทางผอมโซ กำลังวิ่งหน้าตั้งมาตามถนนชนข้าวของล้มะเนระนาด

จิรัฐิติกาลลุกจากโต๊ะเอาเท้าขัดขา เจ้าหัวขโมยที่วิ่งมาถึงโดยที่ไม่ทันระวังหัวคะมำลงไปกองกับพื้นแล้วตามเข้าไปเตะเสยปลายคาง เจ้าหัวขโมยถึงกับสลบเหมือด เจ้าของทรัพย์วิ่งตามมาพร้อมทหาร ตรงเข้าหิ้วปีกเจ้าหัวขโมยนำไปสอบสวนทันที

“ขอบใจนะ พ่อหนุ่ม” เจ้าของทรัพย์เอ่ยกับจิรัฐิติกาลที่ยืนยิ้มแก้มแทบปริ เสียงผู้คนต่างสรรเสริญในความกล้าหาญของชายหนุ่มร่างบอบบางยิ่งกว่าหญิงสาวแต่ปราดเปรียวและกล้าหาญ แต่พอจิรัฐิติกาลกลับไปยังโต๊ะอาหาร ไวกูณฐ์กลับยืนหน้างอ บ่งบอกความไม่พอใจแค่พาจิรัฐิติกาลออกมายังไม่ทันข้ามวันก็มีเรื่องเสียแล้ว

“ไวกูณฐ์” หญิงสาวเรียกเสียงอ่อยๆ รู้ว่าตนเองไม่ควรเข้าไปยุ่งชาวบ้าน แต่ทำยังไงได้ ราษฎรของเจ้าพ่อเดือดร้อนมีหรือลูกอย่างเราจะทนนิ่งเฉย ชายหนุ่มไม่ได้พูดอะไรเขาวางเงินไว้แล้วหยิบกระเป๋าเสื้อผ้าที่สานขึ้นจากหวายใบย่อมของตนเอง กำลังจะเดินจากไป

“ถือของฉันมาด้วยสิ” จิรัฐิติกาลร้องสั่ง

“มีมือไหม ถ้ามีก็ถือมาเอง ไม่ได้หนักหนาอะไรนี่” พูดโดยไม่หันมามองแถมไม่หยุดรอ จิรัฐิติกาลแทบจะกรีดร้องออกมาด้วยความขัดใจ ฝากเอาไว้ก่อนกลับวังเมื่อไรเจอกัน

“ไปไหนต่อหรือ ไวกูณฐ์”

“หาที่พักพรุ่งนี้ค่อยไปต่อ”

“อ้าว ทำไมไม่ไปต่อเลยล่ะ ยังวันอยู่เลย” จิรัฐิกาลแปลกใจที่ไวกูณฐ์จะค้างแรมแค่ในตลาดที่ไม่ไกลจากวังหลวงเท่าใดนัก

ชายหนุ่มพาเดินเข้าไปที่พักริมทางสำหรับให้คนเช่าพักแรม เขาเข้าไปที่พนักงานที่อยู่ประจำขอเปิดห้องสองห้อง จากนั้นก็มีพนักงานอีกคนมานำทางและช่วยหิ้วกระเป๋าแต่เขาปฏิเสธเพราะกระเป๋าของเขาใบเล็กและไม่หนักเขาจึงถือขึ้นไปเอง จิรัฐิติกาลจำเป็นต้องหิ้วกระเป๋าเองตามผู้นำ พนักงานพาทั้งสองมาที่ห้องพักที่อยู่ชั้นสองริมทางเดินติดกันสองห้อง แล้วส่งกุญแจให้ไวกูณฐ์ ก่อนจะเดินกลับไปเขากระซิบข้างหูไวกูณฐ์ แต่ชายหนุ่มส่ายหน้า

จิรัฐิติกาลอดสงสัยไม่ได้ เมื่อพนักงานไปแล้ว เมื่อไวกูณฐ์เปิดห้องให้ หล่อนจึงถามขึ้น “เจ้าหมอนั่น กระซิบอะไรเธอหรือ ไวกูณฐ์”

“ม่ใช่เรื่องของเด็ก”

“ใครเด็ก ฉันอายุสิบเก้าแล้วนะ” หน้างอง้ำแบบเด็กที่ถูกขัดใจ

“ถึงไม่เด็กก็ไม่ใช่เรื่อง คืนนี้เราค้างกันที่นี่ห้ามออกไปข้างนอกนะ” ไวกูณฐ์ทำท่าจะเดินจากไป

“ไวกูณฐ์” น้ำเสียงทรงอำนาจแม้จะรับปากกับเจ้าพ่อว่าจะไม่แสดงตนว่าเป็นใคร แต่เมื่ออยู่ในที่รโหฐานจะใช้อำนาจบ้างใครจะรู้ ชายหนุ่มที่ถูกเรียกรับรู้ถึงน้ำเสียงที่วางอำนาจนั้น แม้จะได้รับอนุญาตให้เป็นผู้ดูแลและอบรมเจ้าฟ้าหญิงตรงหน้าได้ แต่ในบางทีก็ไม่สมควรจะตีตนเสมอเท่า เขาชะงักแล้วหันกลับมาทันที

“พนักงานนั่นกระซิบอะไรเธอหรือ ไวกูณฐ์” น้ำเสียงคนใคร่รู้อ่อนลงบ้างแล้ว

ชายหนุ่มส่ายหน้าอ่อนใจ “เขาเสนอจะหาผู้หญิงมาให้”

“ผู้หญิง?” จิรัฐิติกาลไม่เข้าใจว่าผู้หญิงในที่นี้หมายถึงอะไร

“นางคณิกา”

หญิงสาวร้องอ๋อเข้าใจทันที มิน่าไวกูณฐ์ถึงส่ายหน้า ชายไม่เต็มชายอย่างไวกูณฐ์ไม่แปลกที่ไม่ชอบผู้หญิง จิรัฐิติกาลคิดอย่างนั้นจริงๆ เพราะชายหนุ่มรุ่นราวคราวเดียวกับไวกูณฐ์ต่างมีลูกมีเมียกันไปเกือบหมดแล้ว ไม่ว่าจะเจ้าพี่ไชยวงศ์และเจ้าพี่สหัชไชยลูกเจ้าอาดานุวงศ์ เจ้าพี่นเรนทรสูรเจ้าพี่องค์โตของหล่อน แม้แต่เจ้าพี่นรบดีเจ้าพี่องค์รองที่อายุน้อยกว่าไวกูณฐ์สองปี ต่างก็อภิเษกสมรสหมดแล้วมีแต่ไวกูณฐ์นี่แหละที่ดูหงิมๆเหมือนพวกบัณเฑาะก์

“อย่าออกไปไหนนะ อาบน้ำแล้วเข้านอนปิดประตูลงกลอนให้เรียบร้อยด้วย” ไวกูณฐ์สั่งก่อนเดินออกจากห้องไป

จิรัฐิติกาลยักไหล่พูดกับตนเองเบาๆ “เรื่องอะไรจะเชื่อ” ทันทีที่ไวกูณฐ์เข้าห้องปิดประตู จิรัฐิติกาลก็ย่องลงบันได ที่หมายคือตลาดยามราตรี ที่ได้ยินเสียงร่ำลือว่า ครึกครื้นไปด้วยร้านรวงและแหล่งบันเทิง แต่มิวายไวกูณฐ์ก็ยังเห็นเข้าจนได้ จากหน้าต่างห้องพัก เขาส่ายหน้าเหลืออด นี่ถ้ามิใช่รับปากไว้กับเจ้าเหนือหัวเขาส่งเจ้าหล่อนกลับไปตั้งแต่กลางวันแล้ว

“เอาสิ่งนี้ไว้ ถ้าต้องการความช่วยเหลือก็เอาไปที่คนของราชสำนัก ทุกคนทุกระดับพร้อมที่จะให้ความช่วยเหลือ” เจ้าหลวงรัฐสิงห์พระราชทานพระแสงมีดสั้นประจำพระองค์ พร้อมพระราชโองการลับให้ไวกูณฐ์ก่อนออกเดินทาง

“ถ้าน้องทำความรำคาญหรือทำให้เธอยุ่งยากใจก็ส่งกลับได้ทันทีไม่ต้องเกรงใจลุงนะ ไวกูณฐ์” ทรงเอ็นดูบุตรชายโทนขององครักษ์ผู้นี้มาก ทรงส่งไปศึกษาเล่าเรียนวิชาที่ไวกูณฐ์ชอบถึงยุโรปพร้อมกับพระโอรสของพระองค์เอง และวางใจที่สุดที่จะให้ไวกูณฐ์พาพระธิดาของพระองค์ออกท่องเที่ยวนอกวัง

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย ย้อนเวลามายุค80พร้อมระบบทำฟาร์มแสนห่วย เล่ม 1
9.8
อลิส เจนี่ ร็อกส์ ได้มาเกิดใหม่ในร่างของหลิวตาน เด็กสาวสู้ชีวิตยุค 80 ท่ามกลางครอบครัวปู่ย่าที่กดขี่บ้านรองราวกับข้ารับใช้ เมื่อได้รับโอกาสใหม่เธอจึงมุ่งมั่นพาแม่และพี่น้องก้าวสู่ความมั่งคั่งด้วยพลังธาตุเร่งโตและระบบทำฟาร์มสุดประหลาดที่มักมอบรางวัลชวนกุมขมับอย่างเมล็ดผักกาดหลังทำงานหนัก แม้ระบบจะดูพึ่งพาไม่ค่อยได้และเต็มไปด้วยความห่วยแตก แต่หลิวตานก็ไม่ย่อท้อที่จะใช้ทุกวิถีทางเพื่อเปลี่ยนโชคชะตาและสร้างความร่ำรวยให้ครอบครัวที่เธอรักให้สำเร็จ
หน้าปกนวนิยาย สวาทรักคนเถื่อน
8.0
พวงชมพูเผชิญคราวเคราะห์ระหว่างเดินทางไปหาบิดา เมื่อเธอถูกอุกฤษฏ์ ชายเถื่อนเคราครึ้มชิงตัวขึ้นหลังม้าท่ามกลางลูกสมุนนับสิบ แม้เธอจะพยายามเจรจาต่อรองด้วยเงินมหาศาลจากทางบ้านเพื่อแลกกับอิสรภาพ แต่โจรป่าเจ้าเล่ห์กลับไม่ใยดีต่อข้อเสนอและหวังจะรวบหัวรวบหางเธอมาเป็นเมีย ยิ่งพวงชมพูพยายามขัดขืน ร่างกายกลับยิ่งเสียดสีจนน่าหวาดหวั่น ท่ามกลางป่าลึกที่ไร้ทางหนี เธอต้องหาทางเอาตัวรอดจากเงื้อมมือชายโฉดที่จ้องจะตีตราจองเธอทั้งกายและใจในทุกฝันร้ายครั้งนี้
หน้าปกนวนิยาย สามี ข้าจะเลี้ยงดูท่านเอง
8.2
หวังฉีหลิน ผู้เชี่ยวชาญการเกษตรวัย 25 ปี จบชีวิตลงพร้อมความฝันที่ยังไม่เป็นจริง แต่เธอกลับตื่นขึ้นในร่างหญิงชาวนาชื่อเดียวกันที่มีภาระหนักอึ้ง ทั้งสามีป่วยติดเตียงและลูกแฝดวัยซน ครอบครัวของเธอถูกบ้านหลักกดขี่และขับไสส่งหลังสามีบาดเจ็บ อีกทั้งร่างเดิมยังตายเพราะถูกทำร้ายขณะแย่งชิงโสมล้ำค่า ด้วยความรู้ด้านสมุนไพรและหินสีรุ้งลึกลับ เธอจึงต้องลุกขึ้นสู้เพื่อปกป้องครอบครัวใหม่และสร้างชีวิตที่เคยฝันไว้ในโลกใบนี้ให้สำเร็จ
หน้าปกนวนิยาย เกิดใหม่ในฐานะคุณหนูตระกูลพาน
7.9
หลังสูญเสียมารดา หลี่อันหนิงในวัยห้าขวบต้องเผชิญโศกนาฏกรรมเมื่อน้องชายฝาแฝดถูกพรากไป ส่วนเธอต้องกระเสือกกระสนปกป้องน้องสาวท่ามกลางความเย็นชาของครอบครัวและบิดาแท้ๆ จนกระทั่งวาระสุดท้ายของชีวิตที่เต็มไปด้วยความคับแค้นใจ ทว่าสวรรค์กลับให้โอกาสเธอเกิดใหม่อีกครั้งในช่วงเวลาสำคัญ พร้อมพลังพิเศษที่เหนือล้ำกว่ามนุษย์ทั่วไป อันหนิงจึงเริ่มต้นแผนการทวงแค้นและแก้ไขโชคชะตาเพื่อปกป้องน้องทั้งสองไม่ให้ต้องพบจุดจบอันแสนเศร้าเหมือนในอดีตที่เธอเคยผ่านมา
หน้าปกนวนิยาย เจาะเวลามาหาอะไรวะเนี่ย
7.9
หลังเผชิญความตายที่แสนอนาถ ชายหนุ่มกลับต้องตื่นขึ้นมาพบกับโชคชะตาที่ย่ำแย่ยิ่งกว่าเดิมในร่างขององค์ชายขี้เมาผู้มีสภาพไม่ต่างจากกองขยะ ทั้งเนื้อตัวเหม็นโฉ่และผมเผ้ารุงรังจนดูไม่ได้ ท่ามกลางสายตาดูแคลน เขากลายเป็นความหวังสุดท้ายของไทเฮาที่ปรารถนาจะดัดนิสัยและเปลี่ยนโฉมองค์ชายเสเพลคนนี้ให้กลายเป็นผู้เป็นคนขึ้นมาอีกครั้ง เขาจะเอาตัวรอดจากความคาดหวังและสถานะสุดรันทดในโลกใหม่นี้ได้อย่างไร
หน้าปกนวนิยาย ตัวประกอบเช่นข้าขอเขียนบทใหม่
8.1
เมื่อวิญญาณสาวหลุดเข้าไปอยู่ในร่างของกู้ลี่ถิง ตัวประกอบจืดจางที่มีบทเพียงฉากเดียวในโลกนิยายแทนที่จะยอมจำนนต่อโชคชะตา เธอกลับเลือกใช้ความรู้จากอนาคตที่กุมเอาไว้ในมือเพื่อเปลี่ยนเส้นทางชีวิตใหม่ทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นวิกฤตข้าวยากหมากแพงหรืออุปสรรคใดๆ เธอก็พร้อมจะเผชิญหน้าและลงมือขีดเขียนโชคชะตาของตนเองขึ้นมาใหม่ในดินแดนแฟนตาซีแห่งนี้ โดยไม่สนบทบาทเดิมที่นักเขียนเคยกำหนดไว้แม้แต่น้อย