
กระซิบรักในสายหมอก
ตอน 2
“ถ้าลูกเปิดเผยตัวเองว่าเป็นใครและไม่เชื่อฟัง ไวกูณฐ์ พ่อจะให้คนส่งลูกกลับวังทันที ตกลงไหม หญิงน้อย”
“ค่ะ เจ้าพ่อ” เจ้าฟ้าหญิงรับคำเสียงอ่อย
“ฝากน้องด้วยนะ ไวกูณฐ์ ลุงอนุญาตให้เธอเป็นผู้ปกครอง สั่งสอนอบรมน้องได้ตลอดเวลา”
หันมารับสั่งกับชายหนุ่มที่ถือว่าเป็นลูกไม้ที่หล่นไกลต้นของอินทราชิต องครักษ์ผู้ภักดีมาแต่อดีตแม้ปัจจุบันจะมียศสูงเป็นถึงเจ้าคุณกลาโหม แต่อินทราชิตก็ยังอบรมและฝึกฝนทหารองครักษ์ด้วยตนเอง แต่กับลูกชายเพียงคนเดียวอินทราชิตมิได้สอนการรบหรือเชิงอาวุธเลย อาจเป็นเพราะไวกูณฐ์ไม่ใฝ่ศึกษาด้านนี้เขาจึงร่ำเรียนทางศิลปะและคีตศิลป์ เมื่อจบการศึกษาจากยุโรปก็เข้ามาสอนหนังสือในวังหลวงให้กับพระนัดดาของเจ้าหลวงและบุตรธิดาของข้าราชสำนัก
“ช่วยจับขโมยด้วย เจ้าข้าเอ๊ย”
เสียงตะโกนโหวกเหวกทำให้จิรัฐิติกาลเงยหน้าจากอาหารที่กลืนไม่เข้าคายไม่ออกทันที เจ้าคนที่ได้ชื่อว่าเป็นหัวขโมยท่าทางผอมโซ กำลังวิ่งหน้าตั้งมาตามถนนชนข้าวของล้มะเนระนาด
จิรัฐิติกาลลุกจากโต๊ะเอาเท้าขัดขา เจ้าหัวขโมยที่วิ่งมาถึงโดยที่ไม่ทันระวังหัวคะมำลงไปกองกับพื้นแล้วตามเข้าไปเตะเสยปลายคาง เจ้าหัวขโมยถึงกับสลบเหมือด เจ้าของทรัพย์วิ่งตามมาพร้อมทหาร ตรงเข้าหิ้วปีกเจ้าหัวขโมยนำไปสอบสวนทันที
“ขอบใจนะ พ่อหนุ่ม” เจ้าของทรัพย์เอ่ยกับจิรัฐิติกาลที่ยืนยิ้มแก้มแทบปริ เสียงผู้คนต่างสรรเสริญในความกล้าหาญของชายหนุ่มร่างบอบบางยิ่งกว่าหญิงสาวแต่ปราดเปรียวและกล้าหาญ แต่พอจิรัฐิติกาลกลับไปยังโต๊ะอาหาร ไวกูณฐ์กลับยืนหน้างอ บ่งบอกความไม่พอใจแค่พาจิรัฐิติกาลออกมายังไม่ทันข้ามวันก็มีเรื่องเสียแล้ว
“ไวกูณฐ์” หญิงสาวเรียกเสียงอ่อยๆ รู้ว่าตนเองไม่ควรเข้าไปยุ่งชาวบ้าน แต่ทำยังไงได้ ราษฎรของเจ้าพ่อเดือดร้อนมีหรือลูกอย่างเราจะทนนิ่งเฉย ชายหนุ่มไม่ได้พูดอะไรเขาวางเงินไว้แล้วหยิบกระเป๋าเสื้อผ้าที่สานขึ้นจากหวายใบย่อมของตนเอง กำลังจะเดินจากไป
“ถือของฉันมาด้วยสิ” จิรัฐิติกาลร้องสั่ง
“มีมือไหม ถ้ามีก็ถือมาเอง ไม่ได้หนักหนาอะไรนี่” พูดโดยไม่หันมามองแถมไม่หยุดรอ จิรัฐิติกาลแทบจะกรีดร้องออกมาด้วยความขัดใจ ฝากเอาไว้ก่อนกลับวังเมื่อไรเจอกัน
“ไปไหนต่อหรือ ไวกูณฐ์”
“หาที่พักพรุ่งนี้ค่อยไปต่อ”
“อ้าว ทำไมไม่ไปต่อเลยล่ะ ยังวันอยู่เลย” จิรัฐิกาลแปลกใจที่ไวกูณฐ์จะค้างแรมแค่ในตลาดที่ไม่ไกลจากวังหลวงเท่าใดนัก
ชายหนุ่มพาเดินเข้าไปที่พักริมทางสำหรับให้คนเช่าพักแรม เขาเข้าไปที่พนักงานที่อยู่ประจำขอเปิดห้องสองห้อง จากนั้นก็มีพนักงานอีกคนมานำทางและช่วยหิ้วกระเป๋าแต่เขาปฏิเสธเพราะกระเป๋าของเขาใบเล็กและไม่หนักเขาจึงถือขึ้นไปเอง จิรัฐิติกาลจำเป็นต้องหิ้วกระเป๋าเองตามผู้นำ พนักงานพาทั้งสองมาที่ห้องพักที่อยู่ชั้นสองริมทางเดินติดกันสองห้อง แล้วส่งกุญแจให้ไวกูณฐ์ ก่อนจะเดินกลับไปเขากระซิบข้างหูไวกูณฐ์ แต่ชายหนุ่มส่ายหน้า
จิรัฐิติกาลอดสงสัยไม่ได้ เมื่อพนักงานไปแล้ว เมื่อไวกูณฐ์เปิดห้องให้ หล่อนจึงถามขึ้น “เจ้าหมอนั่น กระซิบอะไรเธอหรือ ไวกูณฐ์”
“ม่ใช่เรื่องของเด็ก”
“ใครเด็ก ฉันอายุสิบเก้าแล้วนะ” หน้างอง้ำแบบเด็กที่ถูกขัดใจ
“ถึงไม่เด็กก็ไม่ใช่เรื่อง คืนนี้เราค้างกันที่นี่ห้ามออกไปข้างนอกนะ” ไวกูณฐ์ทำท่าจะเดินจากไป
“ไวกูณฐ์” น้ำเสียงทรงอำนาจแม้จะรับปากกับเจ้าพ่อว่าจะไม่แสดงตนว่าเป็นใคร แต่เมื่ออยู่ในที่รโหฐานจะใช้อำนาจบ้างใครจะรู้ ชายหนุ่มที่ถูกเรียกรับรู้ถึงน้ำเสียงที่วางอำนาจนั้น แม้จะได้รับอนุญาตให้เป็นผู้ดูแลและอบรมเจ้าฟ้าหญิงตรงหน้าได้ แต่ในบางทีก็ไม่สมควรจะตีตนเสมอเท่า เขาชะงักแล้วหันกลับมาทันที
“พนักงานนั่นกระซิบอะไรเธอหรือ ไวกูณฐ์” น้ำเสียงคนใคร่รู้อ่อนลงบ้างแล้ว
ชายหนุ่มส่ายหน้าอ่อนใจ “เขาเสนอจะหาผู้หญิงมาให้”
“ผู้หญิง?” จิรัฐิติกาลไม่เข้าใจว่าผู้หญิงในที่นี้หมายถึงอะไร
“นางคณิกา”
หญิงสาวร้องอ๋อเข้าใจทันที มิน่าไวกูณฐ์ถึงส่ายหน้า ชายไม่เต็มชายอย่างไวกูณฐ์ไม่แปลกที่ไม่ชอบผู้หญิง จิรัฐิติกาลคิดอย่างนั้นจริงๆ เพราะชายหนุ่มรุ่นราวคราวเดียวกับไวกูณฐ์ต่างมีลูกมีเมียกันไปเกือบหมดแล้ว ไม่ว่าจะเจ้าพี่ไชยวงศ์และเจ้าพี่สหัชไชยลูกเจ้าอาดานุวงศ์ เจ้าพี่นเรนทรสูรเจ้าพี่องค์โตของหล่อน แม้แต่เจ้าพี่นรบดีเจ้าพี่องค์รองที่อายุน้อยกว่าไวกูณฐ์สองปี ต่างก็อภิเษกสมรสหมดแล้วมีแต่ไวกูณฐ์นี่แหละที่ดูหงิมๆเหมือนพวกบัณเฑาะก์
“อย่าออกไปไหนนะ อาบน้ำแล้วเข้านอนปิดประตูลงกลอนให้เรียบร้อยด้วย” ไวกูณฐ์สั่งก่อนเดินออกจากห้องไป
จิรัฐิติกาลยักไหล่พูดกับตนเองเบาๆ “เรื่องอะไรจะเชื่อ” ทันทีที่ไวกูณฐ์เข้าห้องปิดประตู จิรัฐิติกาลก็ย่องลงบันได ที่หมายคือตลาดยามราตรี ที่ได้ยินเสียงร่ำลือว่า ครึกครื้นไปด้วยร้านรวงและแหล่งบันเทิง แต่มิวายไวกูณฐ์ก็ยังเห็นเข้าจนได้ จากหน้าต่างห้องพัก เขาส่ายหน้าเหลืออด นี่ถ้ามิใช่รับปากไว้กับเจ้าเหนือหัวเขาส่งเจ้าหล่อนกลับไปตั้งแต่กลางวันแล้ว
“เอาสิ่งนี้ไว้ ถ้าต้องการความช่วยเหลือก็เอาไปที่คนของราชสำนัก ทุกคนทุกระดับพร้อมที่จะให้ความช่วยเหลือ” เจ้าหลวงรัฐสิงห์พระราชทานพระแสงมีดสั้นประจำพระองค์ พร้อมพระราชโองการลับให้ไวกูณฐ์ก่อนออกเดินทาง
“ถ้าน้องทำความรำคาญหรือทำให้เธอยุ่งยากใจก็ส่งกลับได้ทันทีไม่ต้องเกรงใจลุงนะ ไวกูณฐ์” ทรงเอ็นดูบุตรชายโทนขององครักษ์ผู้นี้มาก ทรงส่งไปศึกษาเล่าเรียนวิชาที่ไวกูณฐ์ชอบถึงยุโรปพร้อมกับพระโอรสของพระองค์เอง และวางใจที่สุดที่จะให้ไวกูณฐ์พาพระธิดาของพระองค์ออกท่องเที่ยวนอกวัง
คุณอาจจะชอบ





