ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย นิยายชุด ใต้เงาเสน่หา

นิยายชุด ใต้เงาเสน่หา

พิมพ์ขวัญกลับบ้านสวนเพื่อเยียวยาใจจนพบรักกับครูธีร์พ่อหม้ายผู้ปิดตายความรู้สึกท่ามกลางกลิ่นดอกพุดซ้อน ขณะที่หญิงสาวอีกคนต้องข้ามมิติมาอยู่ในร่างสาวเจ้าเนื้อเพื่อตามหารักแท้จากชายผู้มีพระคุณพร้อมพิสูจน์คุณค่าของตนเอง ส่วนพลอยเพชรต้องเผชิญหน้ากับความจริงเบื้องหลังการตายของพ่อที่ถูกจัดฉาก โดยมีทิมคอยปกป้องเธอจากคนทรยศใกล้ตัวในโลกที่เต็มไปด้วยอันตราย นิยายชุดนี้ร้อยเรียงเรื่องราวของความรัก ความลับ และการเริ่มต้นใหม่ที่เปลี่ยนชีวิตพวกเขาไปตลอดกาล
ตอน
แชร์

ตอน 2

กลิ่นนี้ทำให้เธอนึกถึงอ้อมกอดของแม่ในวัยเด็ก นึกถึงบ้านในวันที่ยังมีความสุข

และวันนี้มันก็ทำให้เธอนึกถึงเสียงชายหนุ่มคนนั้นที่เคยเอ่ยอย่างสุภาพว่า

“ค่อย ๆ เป็นค่อย ๆ ไป”

ครูธีร์ชายหนุ่มข้างรั้วผู้ไม่เอ่ยคำมากนัก แต่กลับปรากฏอยู่ในใจเธอหลายครั้งโดยไม่รู้ตัว

ช่วงสายของวัน พิมพ์ขวัญช่วยยายละม่อมคัดแยกดอกไม้สำหรับจัดช่อส่งตลาด พร้อมตัดพุดซ้อนสด ๆ ใส่ตะกร้าเล็กอีกใบหนึ่ง

“ยายคะ หนูอยากขอพุดซ้อนสักสามดอกได้ไหมคะ หนูจะเอาไปใส่แจกันเล็กในห้องนอน”

“แน่นอนสิลูก ดอกไม้น่ะ ไม่ใช่แค่ไว้ขาย มันไว้ให้คนรักได้ชื่นใจด้วย” ยายละม่อมพูดพร้อมรอยยิ้ม ทำให้พิมพ์ขวัญรู้สึกเหมือนกำลังถูกเติมเต็ม

เธอจัดดอกพุดในแจกันแก้วทรงเล็ก วางไว้ที่โต๊ะหัวเตียง และถ่ายรูปโพสต์ลงบล็อกที่เริ่มมีคนติดตามมากขึ้นอย่างเงียบ ๆ พร้อมแคปชั่น

“บางที…การได้สูดกลิ่นดอกไม้ในยามเช้า อาจเยียวยาใจได้มากกว่าคำพูดปลอบโยน”

คอมเมนต์เริ่มหลั่งไหลเข้ามา มีคนบอกว่าอยากกลับบ้าน มีคนบอกว่ากลิ่นพุดทำให้นึกถึงแม่ มีคนขอบคุณที่เธอแบ่งปันบรรยากาศอบอุ่นเหล่านี้

แต่มีเพียงสายตาคู่เดียวที่เธอเผลอคิดถึง… ทั้งที่เขาไม่เคยอยู่ในบล็อกนั้น

วันต่อมา เธอตื่นตั้งแต่เช้าเพื่อเตรียมช่วยยายขนดอกไม้ไปส่งที่โรงเรียนใกล้บ้าน ซึ่งรับซื้อดอกไม้ประดับประจำสัปดาห์ให้เด็กจัดกิจกรรมห้องเรียน

ยายละม่อมมักใช้จักรยานสามล้อปั่นไปช้า ๆ พร้อมรอยยิ้มใจดีในหมู่บ้าน แต่วันนี้ เธออาสาจะเป็นคนช่วยแทน

พิมพ์ขวัญจึงเดินเข็นรถพ่วงบรรทุกตะกร้าดอกไม้ เข้าไปในบริเวณโรงเรียนด้วยท่าทางเก้ ๆ กัง ๆ ก่อนจะชนเข้ากับคน ๆ หนึ่งเต็มแรง

“อ๊ะ! ขอโทษค่ะ!”

“ไม่เป็นไรครับ” เสียงนั้นเธอจำได้ทันที

พิมพ์ขวัญเงยหน้าขึ้นมาเจอกับคุณครูธีร์ในเสื้อเชิ้ตแขนยาวติดป้ายชื่อ ‘ครูธีร์ ชัยวัฒน์’ สีหน้านิ่ง ๆ ของเขาไม่ได้ดูดุ แต่กลับทำให้ใจเธอสั่นขึ้นมาอย่างไม่มีเหตุผล

“มาส่งดอกไม้ให้โรงเรียนเหรอครับ”

“ค่ะ ยายฝากมาน่ะค่ะ” เธอหลบตาเล็กน้อย เพราะรู้สึกว่ารอยยิ้มมุมปากของเขากำลังทำให้หัวใจเต้นแรงกว่าปกติ

“ตรงนี้เลยครับ เดี๋ยวผมช่วยขนเข้าไป” เขาเอื้อมมือมาหยิบตะกร้าเบา ๆ และเดินนำเธอไปยังอาคารเรียน

ภายในห้องเรียนประถม เด็ก ๆ หัวเราะกันอย่างสดใส พิมพ์ขวัญนั่งมองเงียบ ๆ ขณะครูธีร์อธิบายให้เด็ก ๆ เข้าใจการใช้ดอกไม้ตกแต่งโต๊ะเรียน รอยยิ้มของเด็กทุกคนดูอบอุ่น และเธอก็เห็นบางสิ่งที่ไม่เคยเห็นในตัวเขาเมื่ออยู่หลังรั้ว

เขาหัวเราะ เขาก้มตัวให้เด็ก ๆ ดึงแขน เขาเล่าเรื่องต้นไม้ด้วยน้ำเสียงมีชีวิตชีวา

“คุณครูใจดีจังเลยนะคะ” พิมพ์ขวัญเผลอพึมพำออกมาเบา ๆ

“คุณครูเคยยิ้มเก่งกว่านี้นะคะ” เด็กหญิงคนหนึ่งพูดขึ้น ทำให้พิมพ์ขวัญสะอึกในใจ

คุณครูธีร์ที่อยู่ต่อหน้าเด็ก ๆ ดูต่างจากคุณครูข้างรั้วที่แสนขรึมเมื่ออยู่ตามลำพัง ราวกับว่าเขาแบ่งหัวใจออกเป็นหลายส่วน และซ่อนไว้ไม่ให้ใครเห็น

ก่อนกลับบ้าน พิมพ์ขวัญแอบวางขนมกล่องเล็ก ๆ ไว้ที่โต๊ะทำงานของครูธีร์ พร้อมโน้ตเขียนด้วยลายมือสวย ๆ ว่า

“ขอบคุณที่ช่วยขนดอกไม้นะคะ”

เธอไม่เซ็นชื่อ และเดินออกมาด้วยหัวใจที่แปลกประหลาดเหมือนเด็กสาวในวัยมัธยมที่แอบชอบใครสักคน

คืนนั้น พิมพ์ขวัญนั่งมองแจกันพุดซ้อนบนหัวเตียง ดอกไม้ที่เคยหอมอ่อน ๆ ยังคงส่งกลิ่นจาง ๆ อยู่ในอากาศ ทว่าในหัวใจของเธอกลับมีบางสิ่งหอมหวานกว่า เธอไม่รู้ว่าเรียกสิ่งนี้ว่าอะไร แต่เธอรู้ว่าเวลาที่ได้เห็นเขายิ้ม มันทำให้เธออยากยิ้มตาม

และในกลิ่นพุดซ้อนที่หอมเย็นนั้น เธอเริ่มได้กลิ่นของความหวัง

แสงแดดอ่อน ๆ ลอดผ่านม่านบางในห้องนอน บ้านไม้หลังเล็กดูอบอุ่นเหมือนโอบกอดพิมพ์ขวัญเอาไว้ในเช้าวันใหม่

เธอลุกขึ้นอย่างสดชื่นผิดปกติ อาจเพราะเมื่อคืนเธอหลับไปด้วยรอยยิ้ม

หรืออาจเพราะโน้ตเล็ก ๆ ที่เธอแอบเขียนไปวางไว้บนโต๊ะของครูธีร์เมื่อวานกำลังทำให้หัวใจของเธอตื่นขึ้นทีละนิด

พิมพ์ขวัญเดินลงจากบ้านเพื่อช่วยยายละม่อมรดน้ำต้นไม้ตามกิจวัตรประจำวัน ดอกพุดซ้อนยังบานสะพรั่งเหมือนเมื่อวาน แต่ความรู้สึกในใจเธอกลับไม่เหมือนเดิมอีกแล้ว

เธอเริ่มมองสวนนี้ด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป

เริ่มรู้สึกว่ามีใครบางคนกำลังเกี่ยวพันเข้ามาในหัวใจของเธออย่างเงียบงัน

“ยายขา หนูขอเดินไปทางหลังโรงเรียนหน่อยนะคะ อยากถ่ายรูปต้นไม้ที่มันทอดลงบนลำธารน่ะค่ะ”

“ได้เลยลูก ระวังลื่นด้วยนะ ช่วงนี้ฝนตกบ่อย”

พิมพ์ขวัญคว้ากล้องและหมวกเดินออกจากบ้านไปยังฝั่งรั้วโรงเรียน ผ่านแปลงดอกไม้ ไปจนถึงแนวต้นไม้ใหญ่ริมลำธาร

เสียงน้ำไหลเบา ๆ กลิ่นหญ้าเปียกฝน และแสงที่รอดผ่านกิ่งไม้ทุกอย่างกลายเป็นภาพที่เธออยากเก็บไว้ไม่เพียงแค่ในกล้อง…แต่ในใจด้วย

ขณะกำลังกดชัตเตอร์ เสียงทุ้มนุ่มที่เธอเริ่มคุ้นหูก็ดังขึ้นจากทางด้านหลัง

“คุณมักจะมาที่นี่ตอนเช้าเสมอเหรอครับ”

พิมพ์ขวัญหันไปอย่างตกใจเล็กน้อย ครูธีร์ยืนอยู่ตรงรั้ว ใส่เสื้อเชิ้ตสีขาวกับกางเกงผ้าฝ้ายสีน้ำตาล มือถือแก้วกาแฟที่ยังมีไอน้ำลอยอยู่

“เปล่าค่ะ วันนี้แค่อยากถ่ายรูปตอนเช้ามันสวยดี”

“สวยครับ” เขาพยักหน้าเบา ๆ ก่อนจะเสริม

“ผมหมายถึง ทั้งแสงเช้า แล้วก็เงาต้นไม้พวกนั้นด้วยนะครับ” เธอหัวเราะเบา ๆ เขินกับความประหลาดในประโยคท้าย ๆ ที่ทำให้หัวใจเต้นแปลก ๆ

เขาเดินอ้อมแนวรั้วมายืนใกล้ฝั่งเธอมากขึ้น แล้วชี้ไปยังก้อนหินใหญ่ที่ติดริมน้ำ

“ตรงนั้นนั่งถ่ายจะได้มุมดีนะครับ”

“คุณรู้เพราะเคยมานั่งตรงนั้นมาก่อน”

“ใช่ครับ” เขาพยักหน้า

“สมัยก่อนผมกับเธอคนนั้นเคยนั่งด้วยกันบ่อย ๆ ที่นั่น”

คำว่า ‘เธอคนนั้น’ ทำให้พิมพ์ขวัญชะงักเล็กน้อย

ครูธีร์เองก็เงียบลง เหมือนเพิ่งรู้ตัวว่าเล่าเรื่องส่วนตัวเกินไป

“ขอโทษครับ ผมไม่ได้อยากทำให้คุณรู้สึกไม่ดี”

“ไม่เลยค่ะ ฉันต่างหากที่ต้องขอโทษที่ถามแบบนั้น” เธอยิ้มจาง ๆ แล้วเอ่ยอย่างกล้า ๆ กลัว ๆ

“ฉันเคยได้ยินจากเด็กในโรงเรียนว่า คุณครูเคยยิ้มเก่งกว่านี้” เขาหัวเราะแผ่ว ๆ

“เด็กพวกนั้นช่างสังเกตจังเลยครับ” ทั้งคู่ยืนเงียบกันพักใหญ่ ท่ามกลางเสียงลำธารและสายลม

พิมพ์ขวัญนั่งลงบนก้อนหินที่เขาชี้ แล้วหยิบกล้องขึ้นมาถ่ายรูปเงาไม้ตามคำแนะนำของเขา

ครูธีร์นั่งลงบนตอไม้ใกล้ ๆ ถือแก้วกาแฟไว้แน่นเหมือนกับจับบางความทรงจำเอาไว้

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย ไฟรักไฟเชลย
9.5
เพื่อล้างแค้นให้น้องสาว ใหญ่จึงหลอกล่อผิงมาเป็นตัวประกันในเกมนี้ แม้เธอจะร้องขอความยุติธรรมและพยายามหนีจากเงื้อมมือคนใจร้าย แต่ความสวยสะพรั่งกลับกระตุ้นตัณหาจนเขาไม่อาจปล่อยมือไปได้ เขาเลือกเดินหน้าย่ำยีร่างบางด้วยไฟราคะที่ยากจะดับลง ทว่าท่ามกลางความใกล้ชิดที่แฝงด้วยความเกลียดชัง เขากลับต้องเผชิญกับพายุความรู้สึกที่เริ่มก่อตัวขึ้นในหัวใจ พร้อมกับภารกิจสืบหาความจริงในงานที่เต็มไปด้วยเงื่อนงำซึ่งเขาต้องจัดการให้จบสิ้น
หน้าปกนวนิยาย รักติดเอฟ
9.2
เมื่อนักศึกษาสาวจอมแสบอย่างเธอต้องเผชิญหน้ากับวิกฤตเกรดเฉลี่ยที่กำลังดิ่งลงเหว เธอจึงตัดสินใจบุกไปประกาศสงครามกับอาจารย์หนุ่มสุดเนี้ยบพร้อมคำขู่ว่าถ้าเขากล้าให้เกรดเอฟเธออีกครั้งในเทอมนี้ เขาจะต้องเจอกับดีแน่ๆ แต่แทนที่จะเกรงกลัว อาจารย์กลับตอบรับคำท้าด้วยการยัดเยียดเกรดเอฟให้เธอไปครองอย่างไม่ลังเล กลายเป็นจุดเริ่มต้นของความสัมพันธ์สุดป่วนระหว่างลูกศิษย์ตัวร้ายกับอาจารย์มาดนิ่งที่ต่างคนต่างไม่ยอมลดละในสงครามประสาทครั้งนี้
หน้าปกนวนิยาย พลาดรักพ่อหนุ่มไอที
8.8
เมื่อความหิวไม่ได้จบลงที่เมนูอาหารทั่วไป แต่กลับกลายเป็นความปรารถนาที่ซ่อนเร้นอยู่ภายในใจ เรื่องราวความรักในยุคปัจจุบันของสาวคนหนึ่งที่โคจรมาพบกับหนุ่มไอทีสุดเนิร์ด จนเกิดเป็นความสัมพันธ์ที่เกินจะห้ามใจ เธอไม่ได้เป็นคนหื่นกระหาย แต่แค่อยากลองลิ้มรสสัมผัสที่แตกต่างไปจากชีวิตเดิมๆ ที่แสนจืดชืด พบกับความโรแมนติกที่แฝงไปด้วยความแสบสัน เมื่อหัวใจเรียกร้องอยากกินอย่างอื่นที่ไม่ใช่แค่ข้าวสวยร้อนๆ อีกต่อไป
หน้าปกนวนิยาย พี่ชายที่รัก
8.9
อลินต้องเผชิญกับมรสุมชีวิตในบ้านตัวเอง เมื่อออกัสพี่ชายบุญธรรมที่เธอควรจะพึ่งพากลับกลายเป็นคนที่คอยสร้างบาดแผลให้เธอเสมอมา ทั้งการกระทำที่โหดร้ายและคำพูดที่ทิ่มแทงทำลายความรู้สึกจนร่างกายและจิตใจของเธอแทบจะพังทลายลง ทว่าท่ามกลางความเจ็บปวดที่เขาหยิบยื่นให้ อลินกลับไม่สามารถหักห้ามความรู้สึกส่วนลึกได้เลย หัวใจที่ไม่รักดีของเธอยังคงดื้อรั้นที่จะมอบความรักทั้งหมดให้พี่ชายใจร้ายคนนี้อย่างหมดหัวใจแม้ต้องแลกด้วยน้ำตาก็ตาม
หน้าปกนวนิยาย หลังหย่าผัวนักแข่งรถเสียใจบ้าไปแล้ว
8.7
ในวันครบรอบแต่งงานปีที่เจ็ด ความลับของสามีนักแข่งรถถูกเปิดโปงผ่านโพสต์ของหญิงคนสนิทที่อยู่เคียงข้างเขาในสนามแข่งมาตลอด ตลอดเวลาที่ผ่านมาเขาปกปิดตัวตนของฉันจากเพื่อนร่วมทีมโดยอ้างเรื่องความปลอดภัย แต่แท้จริงแล้วเขากลับให้ความสำคัญกับคนอื่น ฉันจึงตัดสินใจจบความสัมพันธ์นี้ด้วยการส่งข้อความขอหย่าและถอดแหวนทิ้งไป ก่อนจะหยิบถุงมือสีดำคู่เดิมกลับมาสวมอีกครั้ง เพื่อพิสูจน์ว่าความเร็วที่เขาเคยขู่ว่าอันตรายนั้น แท้จริงแล้วมันคือสิ่งที่ฉันคุ้นเคยยิ่งกว่าใคร
หน้าปกนวนิยาย เมีย..ซาตานไร้หัวใจ
9.0
ณ ไร่สิงขร มีคุณสิงขร หรือ ดำ (40 ปี) เป็นเจ้าของ มีทั้งสวนลำไย ลิ้นจี่ บ่อเลี้ยงปลา ไร่ นา อีกเป็นพันๆ ไร่ เขาแต่งงานกับคุณเด่นนภา หรือ ไก่ มีลูกสาวคนโตชื่อ ข้าวผัด หรือ นางสาวดรุณี (18 ปี) ลูกชายคนเล็ก (15 ปี) ชื่อว่า สีหราชย์ หรือ ข้าวโพด ครอบครัวสิงขรรับเอา ไผท หรือ ไผ่ (36 ปี) เป็นเพื่อนรุ่นน้องที่เรียนรวมสถาบันเดียวกันที่มาขออาศัยพึ่งใบบุญ เพราะไผทรักกันกับดาริน (30 ปี) หรือ เหมย ลูกสาวคนจีนในตลาดเมืองกำแพงเพชร และเขาได้พาเธอออกจากบ้าน เป็นวิวาห์เหาะมาเมื่อ 5 ปี ก่อน เพราะครอบครัวของดารินจะจับเธอคลุมถุงชนกับลูกเจ๊กในตลาดเช่นเดียวกัน แต่เพราะดารินตั้งท้องลูกของไผท ก่อนสิ้นปีนั้นดารินก็ได้คลอดน้อง ผิงผิง หรือเด็กหญิงดาริกา ซึ่งกำลังน่ารักน่าชัง พูดจ้อๆ ร้องเพลงทั้งวัน สวรรค์กลั่นแกล้งคุณพ่อของดารินตามมาเจอ แล้วก็ฉุดเอาลูกสาวของพวกเขากลับไป โดยไม่ฟังเสียงร้องของไผทและเด็กสาวตัวน้อยๆ ดารินร้องไห้น้ำตาแทบเป็นสายเลือด เธอถูกบังคับให้แต่งงานกับคนที่พ่อแม่หาให้ และพาเธอไปอยู่ด้วยที่อเมริกาทันทีหลังเสร็จพิธีแต่ง ทำให้ไผทที่เคยเป็นผู้ชายที่รักลูกรักเมียทำแต่งาน เสียใจเอามากๆ เขากลายเป็นนักดื่มที่สามารถดื่มได้ทุกเวลา ภาระในการเลี้ยงดูเด็กหญิงดาริกา จึงตกเป็นของข้าวผัดไปโดยปริยาย ข้าวผัดพยายามทำดีกับน้าไผทและตั้งใจว่าจะให้เขากลับมาเป็นคนเดิมให้ได้ น้าไผทคือผู้ชายที่ดรุณีรักและประทับใจ แต่สิ่งที่เธอเดิมพันเอาไว้ คือหัวใจของเธอ และชีวิตที่เหลืออยู่ แต่อุปสรรคไม่ได้มีแค่เรื่องอายุ แต่มีทั้งคุณสิงขรและคุณเด่นนภาที่ไม่อยากเห็นลูกสาวของพวกเขาต้องได้สามีเป็นพ่อหม้ายลูกติด เรื่องราวจะเป็นยังไงต่อไป มาติดตามกันค่ะ