ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย นิยายชุด ใต้เงาเสน่หา

นิยายชุด ใต้เงาเสน่หา

พิมพ์ขวัญกลับบ้านสวนเพื่อเยียวยาใจจนพบรักกับครูธีร์พ่อหม้ายผู้ปิดตายความรู้สึกท่ามกลางกลิ่นดอกพุดซ้อน ขณะที่หญิงสาวอีกคนต้องข้ามมิติมาอยู่ในร่างสาวเจ้าเนื้อเพื่อตามหารักแท้จากชายผู้มีพระคุณพร้อมพิสูจน์คุณค่าของตนเอง ส่วนพลอยเพชรต้องเผชิญหน้ากับความจริงเบื้องหลังการตายของพ่อที่ถูกจัดฉาก โดยมีทิมคอยปกป้องเธอจากคนทรยศใกล้ตัวในโลกที่เต็มไปด้วยอันตราย นิยายชุดนี้ร้อยเรียงเรื่องราวของความรัก ความลับ และการเริ่มต้นใหม่ที่เปลี่ยนชีวิตพวกเขาไปตลอดกาล
ตอน
แชร์

ตอน 3

“คุณยังคิดถึงเธออยู่ใช่ไหมคะ” คำถามของพิมพ์ขวัญนุ่มนวลเกินกว่าจะรู้สึกรุกล้ำ

ชายหนุ่มพยักหน้าเบา ๆ ก่อนจะเอ่ย

“ใช่ครับคิดถึงทุกวัน แต่มันไม่เจ็บปวดแล้ว แค่ยังไม่ชินกับการไม่มีเธออยู่ข้าง ๆ”

พิมพ์ขวัญฟังอย่างเงียบ ๆ เธอรู้ว่าเขาไม่ใช่คนพูดมาก การที่เขาเปิดปากพูดขนาดนี้ แสดงว่าเขาเริ่มวางใจในตัวเธอบ้างแล้ว

“ฉันเคยคิดว่า…ความเสียใจเป็นแค่ช่วงเวลาหนึ่ง แต่พอได้เจอของจริง…ฉันถึงรู้ว่า มันไม่ไปไหนเลย” เธอกล่าวในน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยประสบการณ์ส่วนตัวเช่นกัน

ครูธีร์หันมามองเธอ ครั้งแรกที่พิมพ์ขวัญรู้สึกว่า เขามองเธอจริงจัง

“คุณเจ็บเหมือนกันใช่ไหมครับ”

“เจ็บค่ะแค่คนที่ทำให้เจ็บยังอยู่ดีและหัวเราะได้ทุกวัน” เขาพยักหน้าเหมือนเข้าใจโดยไม่จำเป็นต้องถามต่อ

ระหว่างพวกเขาไม่มีคำพูดต่อจากนั้น แต่กลับรู้สึกว่าทุกอย่างเริ่มเข้าใจกันโดยไม่ต้องอธิบาย

ก่อนกลับบ้าน พิมพ์ขวัญเดินผ่านรั้วโรงเรียนที่เต็มไปด้วยไม้เลื้อย เธอเอื้อมมือแตะใบไม้สีเขียวอ่อนก่อนจะหันไปบอกเขา

“ขอบคุณนะคะที่แนะนำให้มานั่งตรงนี้”

“คุณถ่ายรูปออกมาแล้วฝากให้ผมดูบ้างได้ไหมครับ” เธอหัวเราะ

“ได้สิคะ เดี๋ยวคืนนี้ฉันจะอัปลงบล็อกพร้อมแคปชั่นว่า เงาของต้นไม้ไม่เคยหนีจากแสง แค่รอเวลาที่แสงจะกลับมา” เขานิ่งไปอึดใจ ก่อนจะพูดเบา ๆ

“แล้วผมจะรอแสงแบบนั้นเช่นกัน” หัวใจพิมพ์ขวัญเหมือนถูกแตะเบา ๆ ด้วยคำพูดของเขา

และจังหวะของชีวิตที่เคยเดินหลงทาง กำลังค่อย ๆ พาเธอกลับมาให้รู้สึกถึงความอบอุ่นอีกครั้ง

คนแปลกหน้าที่อยู่หลังรั้ว วันนี้กลายเป็นใครบางคนที่เธออยากรู้จักให้มากขึ้น เพราะบางทีคนที่ใจเธอกำลังเปิดรับ อาจไม่ใช่คนใหม่ในโลกนี้ แต่อาจเป็นคนคุ้นเคยในหัวใจที่เพิ่งกลับมา

บ่ายวันนั้นหลังฝนซา เสียงนกร้องกลับมาดังก้องอยู่เหนือแปลงดอกไม้ในสวน

พิมพ์ขวัญนั่งปาดเหงื่อข้างแปลงพุดที่เธอเพิ่งใส่ปุ๋ยเสร็จ ดินยังเปียกชื้นจากฝนเมื่อคืน แต่กลิ่นหอมของพุดผสมกลิ่นหญ้าเปียกนั้นกลับทำให้ใจเธอสงบอย่างบอกไม่ถูก

ขณะกำลังจะเก็บเครื่องมือเข้าที่ ได้ยินเสียงยายละม่อมร้องเรียกจากหน้าบ้าน

“พิมพ์ขวัญลูก พรุ่งนี้ยายจะฝากขนมไปให้ที่โรงเรียนหน่อยได้ไหม พวกเด็ก ๆ ช่วยรดน้ำต้นไม้ให้ยาย เลยอยากตอบแทนเขานิดหน่อย”

“ได้เลยจ้ะยาย หนูจะทำให้เลย” และนั่นคือจุดเริ่มของเช้าวันใหม่ที่ต่างจากทุกวัน

พิมพ์ขวัญลุกขึ้นแต่เช้าตรู่ คลำหาเตาอบเล็ก ๆ ที่เก็บไว้ใต้โต๊ะไม้ และลงมือทำขนมอบง่าย ๆ อย่างคุกกี้เนยสดและขนมกลีบลำดวนสูตรโบราณที่เคยเรียนจากแม่ตอนยังเด็ก

บ้านเต็มไปด้วยกลิ่นหอมอบอวลของน้ำตาล วนิลา และกลิ่นแป้งอบใหม่ ๆ

เธอจัดใส่กล่องอย่างสวยงาม พร้อมแยกใส่กล่องเล็กพิเศษหนึ่งกล่อง

กล่องนั้นเธอไม่ได้บอกยายว่าเตรียมให้ใคร

เช้าวันศุกร์ เด็ก ๆ วิ่งเล่นในโรงเรียนท่ามกลางเสียงหัวเราะ พิมพ์ขวัญยืนขนมให้ครูประจำชั้นหลายคน และสุดท้ายเธอก็เจอกับเขา

ครูธีร์ยืนอยู่ริมรั้วโรงเรียน กำลังสอนเด็กนักเรียนชั้น ป.4 ปลูกต้นดาวเรืองในกระถาง

“สวัสดีค่ะคุณครู” พิมพ์ขวัญเอ่ยอย่างมีมารยาท พร้อมยื่นกล่องขนมใบเล็กที่ห่อด้วยผ้าเช็ดหน้าลายดอกไม้ เขารับไว้ด้วยมือที่ดูเกร็งนิด ๆ

“ให้ผมหรือครับ”

“ก็คุณเป็นครูเหมือนกันนี่คะ ขนมเผื่อคุณครูคนหนึ่งค่ะ” เธอยิ้มเจื่อน ๆ

ครูธีร์หัวเราะเบา ๆ เป็นรอยยิ้มอ่อนโยนที่สุดเท่าที่เธอเคยเห็นจากเขา

“ขอบคุณครับ ครูคนนี้จะเก็บไว้อย่างดีเลย”

ตอนเย็นวันนั้น ฟ้าครึ้มและลมแรงเหมือนฝนจะมาอีกรอบ พิมพ์ขวัญเก็บของอยู่ใต้ถุนบ้านก่อนจะได้ยินเสียงเรียกเบา ๆ จากรั้ว

“คุณพิมพ์ขวัญครับ” เสียงทุ้มคุ้นหูทำให้เธอหันไปมอง ครูธีร์ยืนอยู่พร้อมตะกร้าไม้ในมือ

“ผมเอาพันธุ์ไม้กับเมล็ดพันธุ์ดอกไม้มาฝากยายครับ เห็นท่านเคยบ่นว่าอยากได้ครับ” พิมพ์ขวัญเดินไปรับ พร้อมยิ้มอย่างซาบซึ้ง

“ขอบคุณนะคะ คุณครูน่ารักมากเลย ยายต้องดีใจแน่ ๆ”

“ผมยังไม่ได้กลับบ้านเลย ฝนจะตกแล้ว ถ้าคุณไม่ว่าอะไร ผมขอหลบฝนที่นี่สักครู่ได้ไหมครับ” ฝนเม็ดใหญ่เริ่มโปรยลงมาตามคำพูดของเขา

พิมพ์ขวัญรีบพาเขาขึ้นมานั่งตรงชานไม้หน้าบ้านที่มีม้านั่งไม้ยาวไว้ชมสวน

พิมพ์ขวัญต้มชาขิงสดใส่ถ้วยเซรามิก แล้ววางลงตรงหน้าเขา ครูธีร์รับไว้เงียบ ๆ ก่อนจะพูดเบา ๆ

“บ้านคุณหอมกลิ่นดอกไม้จังเลยครับ”

“แล้วบ้านของคุณล่ะคะ”

“บ้านของผมก็หอมครับ แต่ยังขาดกลิ่นขนม” พิมพ์ขวัญนิ่งไป เธอจับขอบถ้วยชาแน่น ก่อนจะพูดอย่างเบา ๆ

“ถ้าอย่างนั้นเอาขนมไปวางไว้ แล้วกลิ่นของวันนี้จะค่อย ๆ เปลี่ยนไปค่ะ” คืนนั้นฝนตกยาวจนถึงดึก แต่ก่อนที่เขาจะกลับ เธอให้เขาหยิบถุงผ้าผูกด้วยริบบิ้นที่เธอเย็บเองมอบให้

“อะไรครับ” เขาถาม

“ของใช้ในครัวเล็ก ๆ น้อย ๆ ค่ะ ผ้ากันเปื้อนที่ฉันปักดอกพุดไว้…เผื่อจะอยากทำขนมสักวัน”

“ผมทำไม่เป็นหรอกครับ”

“ไม่เป็นไรหรอกค่ะ”

เขายิ้มอีกครั้ง ไม่ได้พูดอะไร แต่ดวงตาของเขาดูอบอุ่นขึ้นกว่าครั้งก่อน ๆ ที่เธอเคยเห็น

วันต่อมา ยายละม่อมถือกล่องเล็ก ๆ เดินเข้ามาในครัวที่พิมพ์ขวัญกำลังจัดดอกไม้อยู่

“ขวัญจ๊ะ เมื่อกี้ครูธีร์เอานี่มาให้ ฝากขอบคุณหนูที่เอาขนมไปให้ เขาบอกว่าขนมหมดเร็วมาก แต่เขาชอบกลิ่นกล่องมากที่สุด” พิมพ์ขวัญเปิดกล่องออก

ในนั้นมีผ้ากันเปื้อนที่เธอปักลายไว้ และคราบแป้งนิดหน่อยตรงชายผ้า

กลิ่นขนมยังติดอยู่จาง ๆ หัวใจเธออุ่นขึ้นอย่างประหลาด

“เขาเริ่มลองอบขนมแล้วเหรอยาย”

“ยายว่าเขาเริ่มลองอบหัวใจตัวเองให้อุ่นขึ้นอีกครั้งมากกว่า” เพียงมือเล็ก ๆ มือเดียวของเธอ ที่หยิบจับผ้ากันเปื้อน ต้มชา และอบขนม

กลับทำให้บ้านที่เคยเงียบเหงาเริ่มมีความหวังอีกครั้ง และเขาคนที่เคยไม่เปิดประตูให้ใคร กำลังเปิดรอยยิ้มให้เธอทีละน้อย เสียงฝนกระทบหลังคาด้านหลังบ้านดังก้องตั้งแต่เย็นย่ำ

ฝนเทลงมาไม่ลืมหูลืมตา จนยายละม่อมต้องพับแผนไปตลาดเช้า พอ ๆ กับที่พิมพ์ขวัญต้องเลื่อนการไปรับกล่องหนังสือที่ร้านในอำเภอไปก่อน

เธอยืนมองสายฝนจากหน้าต่างห้องใต้หลังคา กลิ่นเปียกชื้นของดินผสมกลิ่นไม้ และกลิ่นกาแฟจากเครื่องชงเล็ก ๆ ที่เธอหยิบออกมาใช้ในรอบหลายสัปดาห์ ทำให้บรรยากาศในบ้านดูคล้ายอยู่ในหนังรักสักเรื่อง

“พิมพ์ขวัญ ฝนตกหนักแบบนี้คืนนี้อาจจะท่วมลานหลังบ้าน อย่าลืมดูพวกกระถางเล็ก ๆ ให้ยายทีนะลูก” เสียงยายตะโกนมาจากห้องครัว

“ได้เลยจ้ะยาย เดี๋ยวหนูไปดูให้” เธอคว้าเสื้อคลุมกันฝนและไฟฉาย เดินลงมาสำรวจพื้นที่หลังบ้าน ท่ามกลางละอองฝนที่พรำไม่หนักมาก แต่ก็พอให้เสื้อผ้าเปียกชื้น

ดูต่อเลย!
เนื้อเรื่องกำลังเข้มข้น! ไปที่แอปเพื่ออ่านต่อ
ปลดล็อกทุกตอน
เปิดเว็บไซต์ทางการ

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย ไฟรักไฟเชลย
9.5
เพื่อล้างแค้นให้น้องสาว ใหญ่จึงหลอกล่อผิงมาเป็นตัวประกันในเกมนี้ แม้เธอจะร้องขอความยุติธรรมและพยายามหนีจากเงื้อมมือคนใจร้าย แต่ความสวยสะพรั่งกลับกระตุ้นตัณหาจนเขาไม่อาจปล่อยมือไปได้ เขาเลือกเดินหน้าย่ำยีร่างบางด้วยไฟราคะที่ยากจะดับลง ทว่าท่ามกลางความใกล้ชิดที่แฝงด้วยความเกลียดชัง เขากลับต้องเผชิญกับพายุความรู้สึกที่เริ่มก่อตัวขึ้นในหัวใจ พร้อมกับภารกิจสืบหาความจริงในงานที่เต็มไปด้วยเงื่อนงำซึ่งเขาต้องจัดการให้จบสิ้น
หน้าปกนวนิยาย รักติดเอฟ
9.2
เมื่อนักศึกษาสาวจอมแสบอย่างเธอต้องเผชิญหน้ากับวิกฤตเกรดเฉลี่ยที่กำลังดิ่งลงเหว เธอจึงตัดสินใจบุกไปประกาศสงครามกับอาจารย์หนุ่มสุดเนี้ยบพร้อมคำขู่ว่าถ้าเขากล้าให้เกรดเอฟเธออีกครั้งในเทอมนี้ เขาจะต้องเจอกับดีแน่ๆ แต่แทนที่จะเกรงกลัว อาจารย์กลับตอบรับคำท้าด้วยการยัดเยียดเกรดเอฟให้เธอไปครองอย่างไม่ลังเล กลายเป็นจุดเริ่มต้นของความสัมพันธ์สุดป่วนระหว่างลูกศิษย์ตัวร้ายกับอาจารย์มาดนิ่งที่ต่างคนต่างไม่ยอมลดละในสงครามประสาทครั้งนี้
หน้าปกนวนิยาย พลาดรักพ่อหนุ่มไอที
8.8
เมื่อความหิวไม่ได้จบลงที่เมนูอาหารทั่วไป แต่กลับกลายเป็นความปรารถนาที่ซ่อนเร้นอยู่ภายในใจ เรื่องราวความรักในยุคปัจจุบันของสาวคนหนึ่งที่โคจรมาพบกับหนุ่มไอทีสุดเนิร์ด จนเกิดเป็นความสัมพันธ์ที่เกินจะห้ามใจ เธอไม่ได้เป็นคนหื่นกระหาย แต่แค่อยากลองลิ้มรสสัมผัสที่แตกต่างไปจากชีวิตเดิมๆ ที่แสนจืดชืด พบกับความโรแมนติกที่แฝงไปด้วยความแสบสัน เมื่อหัวใจเรียกร้องอยากกินอย่างอื่นที่ไม่ใช่แค่ข้าวสวยร้อนๆ อีกต่อไป
หน้าปกนวนิยาย พี่ชายที่รัก
8.9
อลินต้องเผชิญกับมรสุมชีวิตในบ้านตัวเอง เมื่อออกัสพี่ชายบุญธรรมที่เธอควรจะพึ่งพากลับกลายเป็นคนที่คอยสร้างบาดแผลให้เธอเสมอมา ทั้งการกระทำที่โหดร้ายและคำพูดที่ทิ่มแทงทำลายความรู้สึกจนร่างกายและจิตใจของเธอแทบจะพังทลายลง ทว่าท่ามกลางความเจ็บปวดที่เขาหยิบยื่นให้ อลินกลับไม่สามารถหักห้ามความรู้สึกส่วนลึกได้เลย หัวใจที่ไม่รักดีของเธอยังคงดื้อรั้นที่จะมอบความรักทั้งหมดให้พี่ชายใจร้ายคนนี้อย่างหมดหัวใจแม้ต้องแลกด้วยน้ำตาก็ตาม
หน้าปกนวนิยาย หลังหย่าผัวนักแข่งรถเสียใจบ้าไปแล้ว
8.7
ในวันครบรอบแต่งงานปีที่เจ็ด ความลับของสามีนักแข่งรถถูกเปิดโปงผ่านโพสต์ของหญิงคนสนิทที่อยู่เคียงข้างเขาในสนามแข่งมาตลอด ตลอดเวลาที่ผ่านมาเขาปกปิดตัวตนของฉันจากเพื่อนร่วมทีมโดยอ้างเรื่องความปลอดภัย แต่แท้จริงแล้วเขากลับให้ความสำคัญกับคนอื่น ฉันจึงตัดสินใจจบความสัมพันธ์นี้ด้วยการส่งข้อความขอหย่าและถอดแหวนทิ้งไป ก่อนจะหยิบถุงมือสีดำคู่เดิมกลับมาสวมอีกครั้ง เพื่อพิสูจน์ว่าความเร็วที่เขาเคยขู่ว่าอันตรายนั้น แท้จริงแล้วมันคือสิ่งที่ฉันคุ้นเคยยิ่งกว่าใคร
หน้าปกนวนิยาย เมีย..ซาตานไร้หัวใจ
9.0
ณ ไร่สิงขร มีคุณสิงขร หรือ ดำ (40 ปี) เป็นเจ้าของ มีทั้งสวนลำไย ลิ้นจี่ บ่อเลี้ยงปลา ไร่ นา อีกเป็นพันๆ ไร่ เขาแต่งงานกับคุณเด่นนภา หรือ ไก่ มีลูกสาวคนโตชื่อ ข้าวผัด หรือ นางสาวดรุณี (18 ปี) ลูกชายคนเล็ก (15 ปี) ชื่อว่า สีหราชย์ หรือ ข้าวโพด ครอบครัวสิงขรรับเอา ไผท หรือ ไผ่ (36 ปี) เป็นเพื่อนรุ่นน้องที่เรียนรวมสถาบันเดียวกันที่มาขออาศัยพึ่งใบบุญ เพราะไผทรักกันกับดาริน (30 ปี) หรือ เหมย ลูกสาวคนจีนในตลาดเมืองกำแพงเพชร และเขาได้พาเธอออกจากบ้าน เป็นวิวาห์เหาะมาเมื่อ 5 ปี ก่อน เพราะครอบครัวของดารินจะจับเธอคลุมถุงชนกับลูกเจ๊กในตลาดเช่นเดียวกัน แต่เพราะดารินตั้งท้องลูกของไผท ก่อนสิ้นปีนั้นดารินก็ได้คลอดน้อง ผิงผิง หรือเด็กหญิงดาริกา ซึ่งกำลังน่ารักน่าชัง พูดจ้อๆ ร้องเพลงทั้งวัน สวรรค์กลั่นแกล้งคุณพ่อของดารินตามมาเจอ แล้วก็ฉุดเอาลูกสาวของพวกเขากลับไป โดยไม่ฟังเสียงร้องของไผทและเด็กสาวตัวน้อยๆ ดารินร้องไห้น้ำตาแทบเป็นสายเลือด เธอถูกบังคับให้แต่งงานกับคนที่พ่อแม่หาให้ และพาเธอไปอยู่ด้วยที่อเมริกาทันทีหลังเสร็จพิธีแต่ง ทำให้ไผทที่เคยเป็นผู้ชายที่รักลูกรักเมียทำแต่งาน เสียใจเอามากๆ เขากลายเป็นนักดื่มที่สามารถดื่มได้ทุกเวลา ภาระในการเลี้ยงดูเด็กหญิงดาริกา จึงตกเป็นของข้าวผัดไปโดยปริยาย ข้าวผัดพยายามทำดีกับน้าไผทและตั้งใจว่าจะให้เขากลับมาเป็นคนเดิมให้ได้ น้าไผทคือผู้ชายที่ดรุณีรักและประทับใจ แต่สิ่งที่เธอเดิมพันเอาไว้ คือหัวใจของเธอ และชีวิตที่เหลืออยู่ แต่อุปสรรคไม่ได้มีแค่เรื่องอายุ แต่มีทั้งคุณสิงขรและคุณเด่นนภาที่ไม่อยากเห็นลูกสาวของพวกเขาต้องได้สามีเป็นพ่อหม้ายลูกติด เรื่องราวจะเป็นยังไงต่อไป มาติดตามกันค่ะ