ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย นิยายชุด ใต้เงาเสน่หา

นิยายชุด ใต้เงาเสน่หา

พิมพ์ขวัญกลับบ้านสวนเพื่อเยียวยาใจจนพบรักกับครูธีร์พ่อหม้ายผู้ปิดตายความรู้สึกท่ามกลางกลิ่นดอกพุดซ้อน ขณะที่หญิงสาวอีกคนต้องข้ามมิติมาอยู่ในร่างสาวเจ้าเนื้อเพื่อตามหารักแท้จากชายผู้มีพระคุณพร้อมพิสูจน์คุณค่าของตนเอง ส่วนพลอยเพชรต้องเผชิญหน้ากับความจริงเบื้องหลังการตายของพ่อที่ถูกจัดฉาก โดยมีทิมคอยปกป้องเธอจากคนทรยศใกล้ตัวในโลกที่เต็มไปด้วยอันตราย นิยายชุดนี้ร้อยเรียงเรื่องราวของความรัก ความลับ และการเริ่มต้นใหม่ที่เปลี่ยนชีวิตพวกเขาไปตลอดกาล
ตอน
แชร์

ตอน 1

เธอกลับบ้านในวันที่หัวใจอ่อนแรง เสียงฝนกระทบกระจกหน้าต่างของรถทัวร์สายเหนือบ่งบอกว่ากำลังจะเข้าสู่ฤดูฝนอย่างเป็นทางการ แต่กับพิมพ์ขวัญ ฤดูที่เปียกปอนนั้นมาเยือนหัวใจของเธอตั้งแต่หลายเดือนก่อนแล้ว และมันยังไม่มีวี่แววว่าจะผ่านพ้นไปได้ง่าย ๆ

หญิงสาววัยยี่สิบเก้าปีที่เคยมั่นใจในทุกย่างก้าวของชีวิต ยืนมองเส้นทางคดเคี้ยวที่ทอดผ่านทุ่งนาและแนวเขาไกลสุดลูกหูลูกตาผ่านกระจกหน้าต่างรถ ดวงตาที่เคยสดใสกลับหม่นลงเล็กน้อย ทุกอย่างดูเหมือนหล่นหายไปพร้อมกับความไว้ใจ

เธอถูกแฟนหนุ่มที่คบหากันมาห้าปีหักหลัง ทรยศ และนอกใจไปคบกับเจ้านายของตัวเอง แล้วทำให้เธอตกเป็นแพะรับบาปในเรื่องยักยอกเอกสารบริษัท พิมพ์ขวัญไม่มีโอกาสแม้แต่จะอธิบาย ทุกอย่างจบลงในพริบตาเหมือนโดนผลักตกจากหน้าผาอย่างเลือดเย็น

“ถึงอำเภอแล้วนะคะ ใครจะลงตรงนี้เตรียมตัวด้วยค่ะ” เสียงกระเป๋ารถทัวร์ดังขึ้นปลุกเธอจากภวังค์

พิมพ์ขวัญเก็บสัมภาระเพียงไม่กี่ชิ้นลงจากรถพร้อมกับเสื้อฝนสีฟ้าอ่อน เธอเดินลากกระเป๋าใบเก่าไปตามทางเดินที่แฉะน้ำ เป้าหมายของเธออยู่ไม่ไกล บ้านไม้หลังเล็กที่มีสวนดอกไม้ล้อมรอบของยายละม่อมที่เธอรักมากที่สุดในโลก รอคอยอยู่เบื้องหน้า

“พิมพ์ขวัญของยายกลับมาแล้วเหรอลูก” เสียง อ่อนโยนดังมาจากใต้ถุนบ้าน พิมพ์ขวัญชะงักแล้วรีบเดินเข้าไปหาในทันที เธอกอดร่างผอมบางของหญิงชราที่เธอไม่ได้กอดมานานร่วมปี กลิ่นสบู่กลิ่นสมุนไพรประจำตัวของยายยังคงอบอุ่นเหมือนเดิม

“ยายจ๋า หนูคิดถึงยายที่สุดเลยจ้ะ คราวนี้ขวัญจะกลับมาอยู่กับยายนะจ๊ะ”

“ยายก็คิดถึงหนูจ้ะ กลับมาอยู่ด้วยกันนะ ที่นี่คือบ้านของขวัญ เราก็พอมีที่ทางทำมาหากิน” คำพูดสั้น ๆ แค่นั้น ทำให้เธอร้องไห้จนหมดแรง กอดยายเหมือนเด็กที่หลงทางกลับบ้าน

บ้านหลังนี้อยู่ในอำเภอเล็ก ๆ ห่างจากตัวเมืองไปพอสมควร รอบข้างเป็นบ้านชาวสวนและโรงเรียนประถมเล็ก ๆ ที่อยู่ถัดไปแค่รั้วไม้เตี้ย ๆ

พิมพ์ขวัญใช้เวลาหลายวันปรับตัวกับชีวิตที่ไร้ความเร่งรีบจากเมืองหลวง ยามเช้าเธอช่วยยายรดน้ำต้นไม้ในแปลงดอกไม้หลากสี ทั้งพุดซ้อน ชมนาด โมก สะเลเต และดาวเรืองที่ปลูกไว้เต็มแปลง กลิ่นหอมจาง ๆ ลอยปะปนกับไอหมอก ทำให้ใจเธอค่อย ๆ สงบลงทีละวัน

วันหนึ่ง พิมพ์ขวัญกำลังแบกฟางแห้งมาคลุมแปลงพุดซ้อนอยู่หลังบ้าน แล้วได้ยินเสียงผู้ชายดังมาจากอีกฝั่งของรั้ว

“คุณใช้ฟางสดแบบนั้น ระวังเชื้อรานะครับ”

เธอหันไปมองในทันที ก็พบกับชายหนุ่มในเสื้อเชิ้ตพับแขน กางเกงผ้าฝ้าย และหมวกสานปีกกว้างกำลังยืนอยู่ข้างรั้วฝั่งโรงเรียน สีหน้าเขานิ่งเรียบแต่ไม่เย็นชา เสียงทุ้มนั้นให้ความรู้สึกเหมือนเสียงหนังสือบทเรียนเก่า ๆ ที่อ่อนโยนอย่างบอกไม่ถูก

“เอ่อ... เชื้อราเหรอคะ” พิมพ์ขวัญพูดเสียงสั่น ๆ พร้อมยกมือเช็ดเหงื่อจากหน้าผาก

“ใช่ครับ ถ้าจะใช้คลุมดิน ลองเอาฟางไปตากแดดก่อนจะดีกว่า” เขายิ้มมุมปากเล็กน้อย ก่อนจะเดินจากไป ทิ้งให้พิมพ์ขวัญยืนมองตามแผ่นหลังเขาไปด้วยความสงสัย ว่าเขาคือใครกัน

ตอนค่ำ พิมพ์ขวัญจึงถามยายระหว่างที่ช่วยหั่นผักทำแกงจืด

“ยายจ๋า ผู้ชายข้างบ้านที่แต่งตัวเรียบร้อย ๆ เหมือนครู เขาเป็นใครเหรอจ๊ะ”

“อ๋อ ครูธีร์น่ะเหรอ เป็นคนดีมากนะลูก อยู่ที่นี่มาสามปีแล้ว ตั้งแต่ภรรยาเขาเสียไปก็อยู่คนเดียว ดูแลเด็ก ๆ ที่โรงเรียนอย่างดีเลย”

“เขาแต่งงานแล้วเหรอจ๊ะ”

“เคยแต่งจ้ะ แต่ภรรยาเขาเสียไปเพราะรถชนตอนกลับจากซื้อหนังสือให้เด็ก ๆ ครูธีร์เลยไม่เคยพูดถึงเรื่องความรักอีกเลย ไม่เคยเห็นยิ้มให้ใครเลยเหมือนกัน”

พิมพ์ขวัญเงียบลง จู่ ๆ ภาพชายหนุ่มข้างรั้วเมื่อเช้าก็ชัดเจนขึ้นมาในใจ รอยยิ้มมุมปากของเขาอาจจะไม่ใช่แค่ความสุภาพ แต่มันเหมือนรอยยิ้มที่ยังเก็บบางสิ่งไว้ภายใน

เช้าวันต่อมา พิมพ์ขวัญตั้งใจเอาฟางไปตากแดดที่ลานข้างบ้านตามคำแนะนำของเขาอย่างตั้งอกตั้งใจ ในใจแอบหวังว่าเขาอาจเดินผ่านมาทางรั้วอีกและเธอจะได้ทักทาย

เธอนั่งลงข้างต้นแก้วที่เริ่มแตกใบใหม่ จับกล้องเก่า ๆ ที่ติดตัวมาจากกรุงเทพฯ ขึ้นมาถ่ายภาพดอกไม้ ท้องฟ้า และเงาไม้ที่ทอดผ่านแปลงเพาะกล้า

และเมื่อได้ยินเสียงฝีเท้าใกล้รั้ว เธอก็เงยหน้าขึ้น และเจอเขาอีกครั้ง

“อรุณสวัสดิ์ครับ” ครูธีร์เอ่ยเสียงเรียบ แต่ท่าทางไม่ได้ห่างเหินเหมือนวันแรก

“สวัสดีค่ะ เอ่อ... ฉันตากฟางแล้วนะคะ ตามคำแนะนำ” เขาหัวเราะเบา ๆ ครั้งแรกที่เธอได้ยินเสียงหัวเราะของเขา

“ดีมากครับ ค่อย ๆ เป็นค่อย ๆ ไป” หัวใจของพิมพ์ขวัญที่เคยแตกละเอียดเริ่มซ่อมแซมด้วยเสียงจากธรรมชาติ เสียงหัวเราะเบา ๆ และสายตาอ่อนโยนของใครบางคนที่พูดน้อยคำ แต่กลับให้ความอบอุ่นลึกซึ้งกว่าคำพูดใด

บ้านสวนหลังเดิมที่เคยเป็นเพียงสถานที่พักใจกำลังจะกลายเป็นพื้นที่ปลูกความรู้สึกใหม่ ๆ ทีละนิด

ท่ามกลางฤดูฝนที่ยังตกพรำ ๆ นั้น เธอเริ่มรู้สึกว่า

บางทีความสุขอาจไม่ต้องมาในรูปของชัยชนะหรือชื่อเสียงเสมอไป แต่มันคือการได้กลับบ้านในวันที่หัวใจอ่อนแรง และได้เจอใครสักคน ที่ยืนรออยู่ข้างรั้วไม้ริมสวน

เขามักทักทายเธอเสมอ จนเกิดเป็นความเคยชิน ธีร์ดูเป็นผู้ชายสุภาพ เรียบง่าย ไม่มีเล่ห์เหลี่ยมอะไรให้ต้องระมัดระวังมากนัก กลิ่นดอกพุดกับรอยยิ้มของคนแปลกหน้าทำให้หัวใจของเธอสั่นไหวอย่างประหลาด

เสียงนกร้องยามเช้ากลายเป็นเสียงนาฬิกาปลุกใหม่ของพิมพ์ขวัญในบ้านสวนหลังเก่า

เธอไม่ต้องเร่งรีบแต่งหน้าทาปาก ไม่ต้องวิ่งขึ้นรถไฟฟ้า ไม่ต้องฝ่ารถติดกลางกรุง

ที่นี่คือโลกอีกใบที่ห่างไกลจากชีวิตเดิมอย่างสิ้นเชิง

“พิมพ์ขวัญ เอาถุงดินไปใส่แปลงพุดให้ยายหน่อยลูก ดอกเริ่มแคระเพราะดินแข็งแล้ว” เสียงยายละม่อมดังมาจากหน้าระเบียง

“ค่า หนูจัดการให้เลย” พิมพ์ขวัญขานรับ พลางยืดเส้นยืดสาย ก่อนจะคว้าหมวกปีกกว้างกับถุงดินแล้วเดินไปยังแปลงพุดข้างบ้าน

ต้นพุดซ้อนเรียงกันอยู่หลายสิบต้น พุ่มเขียวขจีแต่เริ่มโรยราในบางต้น พิมพ์ขวัญนั่งยอง ๆ อย่างคล่องแคล่วกว่าช่วงแรก ๆ ที่เพิ่งมาอยู่ มือของเธอเริ่มชินกับกลิ่นดิน ความเหนียวของโคลน และแมลงเล็ก ๆ ที่บินวนรอบต้นไม้

เธอเงยหน้าขึ้นอย่างเผลอไผล เมื่อลมเช้าวันนั้นพัดเอากลิ่นหอมอ่อน ๆ ของดอกพุดเข้าจมูก มันเป็นกลิ่นหวานเย็น คล้ายสบู่แต่ไม่ฉุน ไม่แรง กลับอบอุ่นอย่างประหลาด

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย ไฟรักไฟเชลย
9.5
เพื่อล้างแค้นให้น้องสาว ใหญ่จึงหลอกล่อผิงมาเป็นตัวประกันในเกมนี้ แม้เธอจะร้องขอความยุติธรรมและพยายามหนีจากเงื้อมมือคนใจร้าย แต่ความสวยสะพรั่งกลับกระตุ้นตัณหาจนเขาไม่อาจปล่อยมือไปได้ เขาเลือกเดินหน้าย่ำยีร่างบางด้วยไฟราคะที่ยากจะดับลง ทว่าท่ามกลางความใกล้ชิดที่แฝงด้วยความเกลียดชัง เขากลับต้องเผชิญกับพายุความรู้สึกที่เริ่มก่อตัวขึ้นในหัวใจ พร้อมกับภารกิจสืบหาความจริงในงานที่เต็มไปด้วยเงื่อนงำซึ่งเขาต้องจัดการให้จบสิ้น
หน้าปกนวนิยาย รักติดเอฟ
9.2
เมื่อนักศึกษาสาวจอมแสบอย่างเธอต้องเผชิญหน้ากับวิกฤตเกรดเฉลี่ยที่กำลังดิ่งลงเหว เธอจึงตัดสินใจบุกไปประกาศสงครามกับอาจารย์หนุ่มสุดเนี้ยบพร้อมคำขู่ว่าถ้าเขากล้าให้เกรดเอฟเธออีกครั้งในเทอมนี้ เขาจะต้องเจอกับดีแน่ๆ แต่แทนที่จะเกรงกลัว อาจารย์กลับตอบรับคำท้าด้วยการยัดเยียดเกรดเอฟให้เธอไปครองอย่างไม่ลังเล กลายเป็นจุดเริ่มต้นของความสัมพันธ์สุดป่วนระหว่างลูกศิษย์ตัวร้ายกับอาจารย์มาดนิ่งที่ต่างคนต่างไม่ยอมลดละในสงครามประสาทครั้งนี้
หน้าปกนวนิยาย พลาดรักพ่อหนุ่มไอที
8.8
เมื่อความหิวไม่ได้จบลงที่เมนูอาหารทั่วไป แต่กลับกลายเป็นความปรารถนาที่ซ่อนเร้นอยู่ภายในใจ เรื่องราวความรักในยุคปัจจุบันของสาวคนหนึ่งที่โคจรมาพบกับหนุ่มไอทีสุดเนิร์ด จนเกิดเป็นความสัมพันธ์ที่เกินจะห้ามใจ เธอไม่ได้เป็นคนหื่นกระหาย แต่แค่อยากลองลิ้มรสสัมผัสที่แตกต่างไปจากชีวิตเดิมๆ ที่แสนจืดชืด พบกับความโรแมนติกที่แฝงไปด้วยความแสบสัน เมื่อหัวใจเรียกร้องอยากกินอย่างอื่นที่ไม่ใช่แค่ข้าวสวยร้อนๆ อีกต่อไป
หน้าปกนวนิยาย พี่ชายที่รัก
8.9
อลินต้องเผชิญกับมรสุมชีวิตในบ้านตัวเอง เมื่อออกัสพี่ชายบุญธรรมที่เธอควรจะพึ่งพากลับกลายเป็นคนที่คอยสร้างบาดแผลให้เธอเสมอมา ทั้งการกระทำที่โหดร้ายและคำพูดที่ทิ่มแทงทำลายความรู้สึกจนร่างกายและจิตใจของเธอแทบจะพังทลายลง ทว่าท่ามกลางความเจ็บปวดที่เขาหยิบยื่นให้ อลินกลับไม่สามารถหักห้ามความรู้สึกส่วนลึกได้เลย หัวใจที่ไม่รักดีของเธอยังคงดื้อรั้นที่จะมอบความรักทั้งหมดให้พี่ชายใจร้ายคนนี้อย่างหมดหัวใจแม้ต้องแลกด้วยน้ำตาก็ตาม
หน้าปกนวนิยาย หลังหย่าผัวนักแข่งรถเสียใจบ้าไปแล้ว
8.7
ในวันครบรอบแต่งงานปีที่เจ็ด ความลับของสามีนักแข่งรถถูกเปิดโปงผ่านโพสต์ของหญิงคนสนิทที่อยู่เคียงข้างเขาในสนามแข่งมาตลอด ตลอดเวลาที่ผ่านมาเขาปกปิดตัวตนของฉันจากเพื่อนร่วมทีมโดยอ้างเรื่องความปลอดภัย แต่แท้จริงแล้วเขากลับให้ความสำคัญกับคนอื่น ฉันจึงตัดสินใจจบความสัมพันธ์นี้ด้วยการส่งข้อความขอหย่าและถอดแหวนทิ้งไป ก่อนจะหยิบถุงมือสีดำคู่เดิมกลับมาสวมอีกครั้ง เพื่อพิสูจน์ว่าความเร็วที่เขาเคยขู่ว่าอันตรายนั้น แท้จริงแล้วมันคือสิ่งที่ฉันคุ้นเคยยิ่งกว่าใคร
หน้าปกนวนิยาย เมีย..ซาตานไร้หัวใจ
9.0
ณ ไร่สิงขร มีคุณสิงขร หรือ ดำ (40 ปี) เป็นเจ้าของ มีทั้งสวนลำไย ลิ้นจี่ บ่อเลี้ยงปลา ไร่ นา อีกเป็นพันๆ ไร่ เขาแต่งงานกับคุณเด่นนภา หรือ ไก่ มีลูกสาวคนโตชื่อ ข้าวผัด หรือ นางสาวดรุณี (18 ปี) ลูกชายคนเล็ก (15 ปี) ชื่อว่า สีหราชย์ หรือ ข้าวโพด ครอบครัวสิงขรรับเอา ไผท หรือ ไผ่ (36 ปี) เป็นเพื่อนรุ่นน้องที่เรียนรวมสถาบันเดียวกันที่มาขออาศัยพึ่งใบบุญ เพราะไผทรักกันกับดาริน (30 ปี) หรือ เหมย ลูกสาวคนจีนในตลาดเมืองกำแพงเพชร และเขาได้พาเธอออกจากบ้าน เป็นวิวาห์เหาะมาเมื่อ 5 ปี ก่อน เพราะครอบครัวของดารินจะจับเธอคลุมถุงชนกับลูกเจ๊กในตลาดเช่นเดียวกัน แต่เพราะดารินตั้งท้องลูกของไผท ก่อนสิ้นปีนั้นดารินก็ได้คลอดน้อง ผิงผิง หรือเด็กหญิงดาริกา ซึ่งกำลังน่ารักน่าชัง พูดจ้อๆ ร้องเพลงทั้งวัน สวรรค์กลั่นแกล้งคุณพ่อของดารินตามมาเจอ แล้วก็ฉุดเอาลูกสาวของพวกเขากลับไป โดยไม่ฟังเสียงร้องของไผทและเด็กสาวตัวน้อยๆ ดารินร้องไห้น้ำตาแทบเป็นสายเลือด เธอถูกบังคับให้แต่งงานกับคนที่พ่อแม่หาให้ และพาเธอไปอยู่ด้วยที่อเมริกาทันทีหลังเสร็จพิธีแต่ง ทำให้ไผทที่เคยเป็นผู้ชายที่รักลูกรักเมียทำแต่งาน เสียใจเอามากๆ เขากลายเป็นนักดื่มที่สามารถดื่มได้ทุกเวลา ภาระในการเลี้ยงดูเด็กหญิงดาริกา จึงตกเป็นของข้าวผัดไปโดยปริยาย ข้าวผัดพยายามทำดีกับน้าไผทและตั้งใจว่าจะให้เขากลับมาเป็นคนเดิมให้ได้ น้าไผทคือผู้ชายที่ดรุณีรักและประทับใจ แต่สิ่งที่เธอเดิมพันเอาไว้ คือหัวใจของเธอ และชีวิตที่เหลืออยู่ แต่อุปสรรคไม่ได้มีแค่เรื่องอายุ แต่มีทั้งคุณสิงขรและคุณเด่นนภาที่ไม่อยากเห็นลูกสาวของพวกเขาต้องได้สามีเป็นพ่อหม้ายลูกติด เรื่องราวจะเป็นยังไงต่อไป มาติดตามกันค่ะ