ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย แมวไม่อยู่หนูร่าเริง

แมวไม่อยู่หนูร่าเริง

น้ำหนึ่งอาศัยอยู่ในฐานะเด็กในปกครองของคุณอานิน เพื่อนพ่อจอมเฮี้ยบมานานถึงสิบปี เมื่อธานินทร์ชายวัยสี่สิบสองผู้แสนเข้มงวดและเจ้าระเบียบไม่อยู่บ้าน เด็กสาววัยยี่สิบสองจึงร่าเริงเป็นพิเศษดั่งหนูเริงร่าในยามที่แมวไม่อยู่ ทว่าท่าทีแสนงอแงและเอาแต่ใจของหลานสาวนอกไส้กลับเริ่มสั่นคลอนความรู้สึกของคนดุ กฎเกณฑ์ที่เขาเคยตั้งไว้ค่อยๆ พังทลายลงเพราะความสงสารเริ่มแปรเปลี่ยนเป็นความรักที่เขาเองก็ไม่ทันตั้งตัวในความสัมพันธ์แนวโคแก่กินหญ้าอ่อนนี้
ตอน
แชร์

ตอน 3

ตอนที่ 3 แมวน้อยน่าสงสาร

ธานินทร์จัดการเรื่องโรงเรียนที่ใหม่ของน้ำหนึ่งเสร็จอย่างรวดเร็ว เช้าวันนี้น้ำหนึ่งเริ่มไปโรงเรียนที่ใหม่วันแรก บ้านใหม่ โรงเรียนใหม่ คุณครูใหม่ เพื่อนๆที่โรงเรียนก็ใหม่ ชีวิตของเธอพลิกผัน สภาพแวดล้อมรอบตัวของน้ำหนึ่งใหม่ทั้งหมด ทำให้เธอรู้สึกเหงา และโดดเดี่ยวมาก น้ำหนึ่งยังคงต้องใช้เวลาปรับตัวอีกสักพัก และแน่นอนว่าวันนี้เวลานี้เธอยังคงปรับตัวกับสิ่งที่รู้สึกอยู่ตอนนี้ไม่ได้อย่างแน่นอน

หลังเลิกเรียนน้ำหนึ่งลงจากรถรับส่งนักเรียน เธอกำลังเดินเข้าบ้านบังเอิญสายตาเหลือบไปเห็นลูกแมวตัวเล็กเดินอยู่ตัวเดียว เหมือนมีคนเอามันมาปล่อยทิ้งไว้ จะไม่สนใจก็เป็นห่วงมัน น่าจะโดนรถทับตายวันนี้แน่ น้ำหนึ่งจึงตัดสินใจอุ้มลูกแมวตัวนี้กลับเข้าไปในบ้านด้วย

"คุณหนู...แมวใครคะนั่น" เสียงพี่ชบาเอ่ยถามขึ้นด้วยน้ำเสียงคล้ายกับว่ากลัวใครจะมาได้ยินเข้า

"หนึ่งเจอมันที่ถนนทางเข้าหน้าบ้านเราค่ะ มันน่าสงสารเหมือนหนึ่งเลย" ลูกแมวตัวเล็กไม่มีทั้งพ่อและแม่ เดินเคว้งคว้างอยู่ตัวเดียว

"สงสารยังไงก็เอามาเลี้ยงที่บ้านหลังนี้ไม่ได้นะคะ คุณนินไม่ให้เลี้ยงสัตว์ทุกชนิดค่ะ" น้ำหนึ่งมีสีหน้าเจื่อนไปทันทีอย่างเห็นได้ชัด

"แต่หนึ่งสงสารมัน นะคะป้าแก้ว นะคะพี่ชบา หนึ่งอยากเลี้ยงมันค่ะ" ป้าแก้วกับชบามองหน้ากัน...

"ถ้าอย่างนั้นคุณหนูลองไปขออนุญาตคุณนินก่อนดีกว่ามั้ยคะ" พี่ชบาแนะนำ แต่น้ำหนึ่งกลับไม่กล้า ที่จะเข้าไปขออนุญาต

"หนึ่งขอเลี้ยงมันแค่สามวันก็ได้" น้ำหนึ่งต่อรอง...ขอเก็บลูกแมวตัวนี้ไว้คุยเล่นแก้เหงาสักสามวันก็ยังดี

"คุณหนู...จะดีเหรอคะ"

"นะคะป้า นะคะพี่ชบา" น้ำหนึ่งอ้อน สีหน้าน่าสงสาร

"สามวันแน่นะคะ" เป็นเสียงของป้าแก้ว ทุกคนที่ได้เห็นใบหน้าของน้ำหนึ่งตอนนี้เป็นใครก็ต้องสงสารกันทั้งนั้น ความสุขเล็กๆน้อยๆของเด็กที่เพิ่งจะเสียคุณพ่อไป ทุกคนจึงยอมช่วยคุณหนูปกปิด

"แน่ค่ะ"

"เอาแมวตัวนี้ส่งมาให้พี่ชบาก่อนค่ะ ใกล้จะได้เวลาเข้าห้องฟิตเนสแล้วนะคะ" มาถึงยังไม่ทันไร น้ำหนึ่งก็ต้องเข้าห้องฟิตเนสไปออกกำลังกายตามคำสั่งที่คุณอาได้บอกเอาไว้

"คุณอากลับมาแล้วเหรอคะ" พี่ชบาพยักหน้าให้เป็นคำตอบ ส่วนน้ำหนึ่งกลับคิดในใจว่า...ทำไมกลับมาเร็วจัง!

"เข้าไปออกกำลังกายได้สักพักแล้วค่ะ คุณหนูรีบไปเปลี่ยนชุดเถอะค่ะ"

"หนึ่งฝากเจ้า...เจ้า...เจ้าข้าวกล้องด้วยนะคะ" น้ำหนึ่งตั้งชื่อให้ลูกแมวตัวที่อุ้มอยู่ ก่อนที่จะส่งให้พี่ชบาเอาไปช่วยดูแลให้

"รีบไปค่ะ ไม่ต้องเป็นห่วงแมว" น้ำหนึ่งเดินคอตกขึ้นชั้นบนไปเปลี่ยนชุด เพื่อที่จะไปออกกำลังกายตามคำสั่งของคุณอา

"ป้าจ๊ะ...เจ้าลูกแมวตัวนี้กับคุณหนูหนึ่งจะรอดมั้ยจ๊ะ" ชบาหันไปถามป้าแก้ว

"ข้าก็ไม่รู้ เอาไปเลี้ยงหลังบ้านเลย ห้ามให้เสียงร้องของมันดังเข้าหูคุณนินเด็ดขาด" ชบารีบหาอาหารให้ลูกแมวกินให้อิ่ม อิ่มแล้วจะได้ไม่ส่งเสียงร้อง

@ห้องฟิตเนส

"ให้ไว...เลยเวลาไปห้านาทีแล้ว" เสียงเข้มๆของคุณอาพูดขึ้นทันทีที่น้ำหนึ่งเดินเข้าไปในห้องฟิตเนส ซึ่งตอนนี้คุณอาหนุ่มกำลังยกดัมเบลโชว์กล้ามอยู่ ณ ตอนนี้ เขาสวมเสื้อกล้ามเนื้อตัวชุ่มไปด้วยเหงื่อ

"ทำไมต้องบังคับด้วย" น้ำหนึ่งบ่นมุบมิบเบาๆได้ยินคนเดียว

"อยากเล่นเครื่องไหนตามสบายเลยนะ" เครื่องออกกำลังกายในห้องนี้มีให้เลือกเยอะแยะมากมาย แต่ละเครื่องราคาคงไม่เบาอย่างแน่นอน แต่สำหรับน้ำหนึ่งเธอไม่ได้สนใจเลยสักนิด ที่บ้านของเธอก็มีเยอะแยะแบบนี้ คุณพ่อของเธอชอบออกกำลังกายเป็นประจำเหมือนคุณอาเลย เครื่องเล่นแต่ละชนิดเธอพอได้สัมผัสมันมาบ้าง วิธีเล่นเธอก็พอรู้มาบ้างแต่ไม่ได้ถึงกับเชี่ยวชาญหรอก แค่เคยนั่งดูคุณพ่อเล่น

"ไม่เห็นจะอยากเล่นเครื่องไหนสักอัน เฮ่อ..." ถอนหายใจดังเฮือกแล้วเดินไปที่ลู่วิ่งตัวใหญ่...น่าจะเบาแรงที่สุด เธอคิดเอาเอง

"ก่อนขึ้นเครื่องวอร์มร่างกายก่อนสักห้านาที" เสียงของคุณอาดังเข้าหู น้ำหนึ่งเคยถูกเลี้ยงมาแบบตามใจมาตลอดเริ่มรู้สึกอึดอัดและเบื่อ แต่เธอก็ยอมวอร์มร่างกายตามที่คุณอาบอก โดยไม่ได้หันหน้าไปมองเขาเลยสักนิด

"ขึ้นได้แล้ว" เสียงของคุณอาดังเข้าหูอีกครั้ง เธอเลือกเดินสบายๆ อยู่นานสองนาน จนคุณอาหนุ่มที่กำลังยกดัมเบลอยู่ส่ายหน้าเบาๆแล้วพูดขึ้นว่า...

"ปรับความเร็วอีกหน่อย" น้ำหนึ่งได้ยินดังนั้นก็ยอมปรับให้แต่ก็ไม่ได้พูดอะไรออกไป คิดในใจว่าเมื่อไหร่จะหมดเวลาสักที

"หลังตรง สายตามองไปข้างหน้า" เสียงของคุณอาที่ดังอยู่ข้างหลังทำให้น้ำหนึ่งหน้าบึ้งตึงในแบบเซ็งๆ

หลังจากออกกำลังกายเสร็จ น้ำหนึ่งก็รีบวิ่งขึ้นไปอาบน้ำเปลี่ยนชุดใหม่แล้วลงมานั่งเล่นกับเจ้าข้าวกล้องที่ฝากให้พี่ชบาดูไว้ให้

"ข้าวกล้อง...แกปลอบใจฉันหน่อยสิ ไปเรียนก็เหนื่อยจะแย่ กลับมายังต้องมาออกกำลังกายอีก คอยดูเถอะเย็นนี้ฉันจะกินข้าวสามจานเลยคอยดู" น้ำหนึ่งนั่งลูบศีรษะข้าวกล้องพลางพูดกับมันไปเรื่อยๆคล้ายกับอยากหาเพื่อนคุย

"พี่ชบาเอาอะไรให้แกกินเนี่ย อิ่มแล้วหลับสบายเลยนะ" ในขณะที่น้ำหนึ่งกำลังนั่งคุยกับเจ้าข้าวกล้องไปเรื่อยๆเสียงพี่ชบาก็ดังขึ้น คล้ายกับส่งสัญญาณ

"คุณหนู...คุณนินมาแล้วค่ะ"

"มาเร็วจังยังไม่ถึงเวลามื้อเย็นเลย"

"ถ้าเขาเสร็จเร็วเขาจะมาก่อนเวลาค่ะ กินอิ่มแล้วป้าแก้วกับพี่จะได้พักผ่อนเร็ว แต่จะไม่มาช้ากว่าเวลาที่ตั้งไว้ค่ะ" สิ่งที่ธานินทร์ทำมันคือการเห็นอกเห็นใจ ถ้าเจ้านายอิ่มเร็ว คนงานในบ้านที่มีหน้าที่เก็บล้างก็จะได้พักผ่อนได้เร็ว ถ้าทิ้งจานชามไว้เก็บล้างตอนเช้า ในบ้านอาจจะมีสัตว์เข้ามาเช่น มด หนู แมลงสาบ ซึ่งธานินทร์ไม่ชอบเอามากๆ ลูกน้องในบ้านจึงต้องดูแลเรื่องความสะอาดในเรื่องนี้อย่างเคร่งครัด

"ไปทำอะไรในครัวมา" น้ำหนึ่งเดินออกมาจากประตูห้องครัวพอดี คำถามของคุณอาทำเอาทุกๆคนที่รู้เห็นเป็นใจหลบหน้าหลบตากันเป็นแถว

"เปล่าค่ะ" น้ำหนึ่งก้มหน้าตอบ

"นั่งลงสิ"

"ค่ะ" อาหารค่อยๆถูกยกทยอยเอาเข้ามาเสิร์ฟให้ที่โต๊ะ พร้อมกับตักข้าวสวยร้อนๆใส่จานให้ทั้งสองคนคุณอากับคุณหลาน ในขณะที่นั่งรับประทานอาหารกันไป คุณอาหนุ่มก็เริ่มชวนหลานสาวคุย

"วันนี้ไปโรงเรียนวันแรกเป็นยังไงบ้าง โอเคมั้ย"

"ไม่ค่อยโอเค...เท่าไหร่ค่ะ" ประโยคหลังน้ำเสียงแผ่วเบามากๆ เสียงที่เปล่งออกมาแทบจะถูกกลืนหายลงคอไป

"ค่อยๆปรับตัวไปก็แล้วกัน อาโอนเงินเข้าบัตรของโรงเรียนให้แล้วนะ ถ้าไม่พอก็มาขอเพิ่มได้ ส่วนเงินสดอาจะให้ต่างหาก" ทางโรงเรียนเวลาซื้อของจะใช้บัตรรูดเอา ส่วนเงินสดเอาไว้ใช้ด้านนอกโรงเรียน เผื่ออยากจะกินน้ำกินขนมหน้าโรงเรียนจะได้มีซื้อ

"ขอบคุณค่ะ" น้ำหนึ่งยกมือขึ้นไหว้ขอบคุณคุณอา จากนั้นเธอก็นั่งทานข้าวต่อเงียบๆ ถามคำตอบคำ

ปกติแล้วน้ำหนึ่งเป็นเด็กพูดเก่ง คุยเก่ง ร่าเริง แจ่มใส แต่ตอนนี้เธอแค่ยังไม่ค่อยคุ้นชินกับสิ่งแวดล้อมใหม่ๆก็เท่านั้น

ดูต่อเลย!
เนื้อเรื่องกำลังเข้มข้น! ไปที่แอปเพื่ออ่านต่อ
ปลดล็อกทุกตอน
เปิดเว็บไซต์ทางการ

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย ปี 1977s สามีคะ ได้โปรดหยุดส่งฉันเรียนได้แล้ว
7.9
หลังเข้าพิธีวิวาห์ ชีวิตที่วาดฝันไว้คือความเรียบง่ายตามขนบธรรมเนียมของผู้หญิงที่ออกเรือนแล้ว ซึ่งไม่ต้องตื่นแต่เช้ามาตรากตรำทำนาหรือรับผิดชอบงานล้างจานอันเหน็ดเหนื่อย หน้าที่หลักมีเพียงการปรนนิบัติดูแลสามีและเลี้ยงดูลูกน้อยอยู่กับบ้านอย่างสงบสุข โดยไม่ต้องแบกรับภาระเรื่องการเรียนหนังสือให้วุ่นวายใจอีกต่อไป ทว่าความเป็นจริงกลับไม่ได้เป็นอย่างที่คิด เมื่อสามีของเธอไม่ได้ปล่อยให้เธอได้นั่งพักผ่อนอยู่บ้านเฉยๆ อย่างที่เคยหวังไว้
หน้าปกนวนิยาย เมีย(ชัง)รักของพี่มาร์ค
7.8
วรนิษฐ์ข้ามน้ำข้ามทะเลมาหาพี่มาร์คเพื่อแจ้งข่าวว่าเธอกำลังตั้งครรภ์ลูกของเขา ทว่าเขากลับตอบแทนด้วยความเย็นชาและยืนยันว่ารักเพียงแพร แฟนสาวของตนเท่านั้น แม้จะยอมรับลูกแต่เขาก็ปฏิเสธที่จะรับผิดชอบในตัวเธอ พร้อมทั้งดูแคลนพรหมจรรย์ที่เสียไปว่าไร้ความหมายในยุคสมัยนี้ เมื่อความพยายามเรียกร้องความยุติธรรมผ่านผู้ใหญ่กลายเป็นเพียงการขู่เข็ญในสายตาเขา ความเจ็บช้ำจึงเปลี่ยนเป็นความเด็ดเดี่ยว วรนิษฐ์ตัดสินใจฟ้องหย่าเพื่อจบความสัมพันธ์ที่ไร้รัก แต่สามีใจร้ายกลับไม่ยอมปล่อยเธอไปง่ายๆ
หน้าปกนวนิยาย คนขับรถกับคุณหนูใจแตก
9.4
ปั้นหยาตกอยู่ในวังวนแห่งความรัญจวนใจที่ยากจะถอนตัว ร่างกายของเธอสั่นสะท้านด้วยความทรมานอันแสนหวานขณะที่ไทเกอร์รุกเร้าอย่างหนักหน่วง เขาจับจ้องใบหน้าที่บิดเบี้ยวด้วยความเสียวซ่านของเธอพร้อมกับใช้ปลายลิ้นกระตุ้นจุดอ่อนไหวในรอยแยกอย่างเร่าร้อน ยิ่งหญิงสาวส่งเสียงครางระงมด้วยอารมณ์ที่พุ่งพล่านมากเท่าไหร่ ชายหนุ่มก็ยิ่งตอบสนองด้วยจังหวะที่รัวเร็วและดุดันมากขึ้นเท่านั้น จนความปรารถนาของทั้งคู่ทะยานขึ้นสู่จุดสูงสุดในบรรยากาศที่เต็มไปด้วยเสน่หา
หน้าปกนวนิยาย พลาด(รัก)คุณหมอ
9.0
แอร์โฮสเตสสาวสวยต้องเผชิญกับความเจ็บปวดแสนสาหัส เมื่อแฟนหนุ่มที่คบหากันมานานถึงห้าปีบอกเลิกอย่างไม่ใยดี ทว่าสิ่งที่ทำให้เธอแตกสลายยิ่งกว่า คือการที่เขาพาคนรักใหม่มาเย้ยหยันพร้อมประกาศข่าวแต่งงานสายฟ้าแลบ ด้วยความโกรธแค้นและต้องการประชดรักที่ถูกทรยศ เธอจึงตัดสินใจทำเรื่องผิดพลาดครั้งใหญ่ด้วยการเผลอไปมีความสัมพันธ์ชั่วข้ามคืนกับชายแปลกหน้า ซึ่งเธอจำไม่ได้แม้กระทั่งหน้าตาของเขาในเช้าวันต่อมา
หน้าปกนวนิยาย ใจแตก
9.1
น้ำอ้อยต้องเผชิญกับบทรักอันเร่าร้อนในห้องครัวเมื่อนิ้วมือแข็งแกร่งของเควินรุกรานจุดอ่อนไหวจนเธอสั่นสะท้านไปทั้งกาย แม้ปากจะพยายามเอ่ยห้ามด้วยความหวาดระแวงว่าจะมีใครมาเห็นเข้าในที่สาธารณะ แต่ปฏิกิริยาจากร่างกายที่ตอบสนองต่อสัมผัสของเขากลับสวนทางกับคำพูดอย่างสิ้นเชิง เควินมองดูหญิงสาวที่กำลังสูญเสียการควบคุมตัวเองด้วยสายตาเจ้าเล่ห์ เขารู้ดีว่าบัดนี้ร่างกายของเธอตกอยู่ภายใต้การบงการของเขาอย่างสมบูรณ์ท่ามกลางความเสียวซ่านที่ยากจะหยุดยั้ง
หน้าปกนวนิยาย BAD ENGINEER ของหวงนายวิศวะ
9.1
ความสัมพันธ์ที่เริ่มต้นจากความผิดพลาดเพียงคืนเดียวระหว่าง 'เดล' รุ่นพี่วิศวะสุดกวนกับ 'โดนัท' รุ่นน้องร่วมมหาลัย นำไปสู่ความสับสนวุ่นวายเมื่อทั้งคู่ตื่นมาในสภาพเปลือยเปล่าบนเตียงเดียวกันโดยจำเหตุการณ์ไม่ได้ ความพยายามค้นหาความจริงท่ามกลางความเขินอายและสถานการณ์ชวนปวดหัวทำให้เรื่องราวบานปลาย เมื่อเดลพยายามพิสูจน์ตัวเองในแบบที่คาดไม่ถึงจนเกิดเหตุชุลมุนที่เปลี่ยนความสัมพันธ์ของพวกเขาไปตลอดกาลในนิยายโรแมนติกวัยรุ่นที่เต็มไปด้วยความแสบและหวง