หน้าปกนวนิยาย แมวไม่อยู่หนูร่าเริง

แมวไม่อยู่หนูร่าเริง

8.2 / 10.0
น้ำหนึ่งอาศัยอยู่ในฐานะเด็กในปกครองของคุณอานิน เพื่อนพ่อจอมเฮี้ยบมานานถึงสิบปี เมื่อธานินทร์ชายวัยสี่สิบสองผู้แสนเข้มงวดและเจ้าระเบียบไม่อยู่บ้าน เด็กสาววัยยี่สิบสองจึงร่าเริงเป็นพิเศษดั่งหนูเริงร่าในยามที่แมวไม่อยู่ ทว่าท่าทีแสนงอแงและเอาแต่ใจของหลานสาวนอกไส้กลับเริ่มสั่นคลอนความรู้สึกของคนดุ กฎเกณฑ์ที่เขาเคยตั้งไว้ค่อยๆ พังทลายลงเพราะความสงสารเริ่มแปรเปลี่ยนเป็นความรักที่เขาเองก็ไม่ทันตั้งตัวในความสัมพันธ์แนวโคแก่กินหญ้าอ่อนนี้

แมวไม่อยู่หนูร่าเริง ตอนที่ 1

ตอนที่ 1 ชีวิตพลิกผัน

ณ บริษัทอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่แห่งหนึ่งกลางใจเมืองกรุงเทพฯ

ธานินทร์ผู้บริหารสูงสุดวัยสามสิบต้นๆเขาเป็นลูกชายคนเดียว ได้รับมรดกมาจากผู้เป็นบิดา ซึ่งท่านได้ยกให้ก่อนที่จะย้ายไปอยู่ต่างประเทศด้วยอายุในวัยเกษียณกับผู้เป็นมารดา

ภายในห้องทำงานขนาดใหญ่ของผู้บริหารสูงสุด ตอนนี้ธานินทร์กำลังนั่งทำงานอย่างเคร่งเครียด เขาเป็นคนค่อนข้างจริงจังกับทุกเรื่องโดยเฉพาะเรื่องงาน

"บอสครับ มีสายจากทางตำรวจโทรเข้ามาหาครับ" ยุทธการหรือยุทธ ลูกน้องคนสนิทอยู่บ้านหลังเดียวกัน มีหน้าที่เป็นทั้งคนขับรถและเลขาในคนๆเดียวกัน ภรรยาของยุทธเป็นแม่บ้านชื่อชบา พักอยู่กับยุทธที่บ้านของคุณธานินทร์

"เรื่องอะไร" ใบหน้าคมเข้มหล่อเหลาเงยหน้าขึ้นมาจากเอกสารตรงหน้า เอ่ยถามลูกน้องคนสนิทด้วยสีหน้าแปลกใจ

"ไม่ทราบครับบอส" เป็นสายที่โทรเข้ามาในเบอร์ภายในของบริษัท

"โอนสายมาสิ" ยุทธจัดการโอนสายให้กับผู้เป็นเจ้านาย เสียงโทรศัพท์ที่ตั้งอยู่บนโต๊ะของธานินทร์ดังขึ้น ฝ่ามือเรียวใหญ่เอื้อมไปจับหูโทรศัพท์แล้วยกขึ้นรับสายทันที

"สวัสดีครับ ผมธานินทร์ พูดอยู่ครับ" เสียงทุ้มกรอกลงไปในสายสนทนาอย่างไม่ได้คิดอะไร ทันใดนั้นเสียงอุทานตกใจก็ดังขึ้น จนยุทธการที่นั่งอยู่ด้วยรีบหันมามองผู้เป็นเจ้านายหนุ่มทันที

"ห๊ะ!! ครับๆผมจะรีบไปเดี๋ยวนี้ครับ"

"เกิดอะไรขึ้นเหรอครับบอส"

"เอารถออกเดี๋ยวนี้! เดี๋ยวไปเล่าบนรถ"

"ครับ" น้ำเสียงหนักแน่นของยุทธการขานรับทันที แล้วรีบวิ่งออกไปเอารถด้วยท่าทางรีบร้อน

ข้อความจากการสนทนากับคุณตำรวจเมื่อสักครู่ได้ใจความว่า พิรัชย์หุ้นส่วนคนสำคัญของบริษัท ตอนนี้เกิดอุบัติเหตุขึ้นกลางถนนสี่แยกไฟแดงอาการสาหัส เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นช่วงเวลางาน พิรัชย์ออกไปพบลูกค้า ช่วงจังหวะหนึ่งกลางไฟแดงมีรถพ่วงคันหนึ่งขับมาด้วยความเร็วผ่าไฟแดงมาชนเข้ากับรถยนต์คันที่พิรัชย์ขับอยู่พอดี คนขับรถพ่วงคันนั้นไม่ได้หนีไปไหนยังคงอยู่ที่เกิดเหตุ

จากเที่ยงวันจนตะวันลับขอบฟ้าเหตุการณ์ทั้งหมดก็ได้คลี่คลายลง พิรัชย์เสียชีวิตคาที่ตอนนี้ร่างไร้วิญญาณอยู่ที่โรงพยาบาลเรียบร้อยแล้ว

ส่วนคนขับรถพ่วงคันนั้นสาเหตุเกิดจากเบรคแตกเป็นอุบัติเหตุ ทางผู้กระทำความผิดยินดีชดใช้ค่าเสียหายตามกฎหมายทุกอย่าง แต่สิ่งเดียวที่ไม่ได้กลับคืนมาก็คือชีวิตของพ่อคนหนึ่งที่มีลูกสาววัยเพียงสิบสองปีเท่านั้น

ตอนนี้น้ำหนึ่งลูกสาวเพียงคนเดียวของพิรัชย์กำลังร้องไห้โฮอย่างหนักกอดร่างไร้วิญญาณของผู้เป็นบิดาอยู่อย่างนั้นไม่ยอมออกห่างไปไหน ธานินทร์และคนอื่นๆที่ได้พบเห็นต่างสงสารเด็กหญิงที่กำลังร้องไห้คร่ำคราญอย่างหนัก

"แล้วลูกสาวของผู้ตายจะเอายังไงดีครับ" คุณตำรวจเอ่ยถามธานินทร์เนื่องจากเขารับผิดชอบดูแลเรื่องทั้งหมดให้กับเพื่อนของเขา ธานินทร์กับพิรัชย์เป็นเพื่อนสนิทกันถึงแม้ว่าอายุของพิรัชย์จะมากกว่าธานินทร์นิดหน่อยก็ตาม

"ผมจะอุปการะเลี้ยงดูแกเองครับ" พูดออกไปแล้วเพราะความสงสาร แต่ในใจยังไม่รู้เลยว่าจะเลี้ยงเด็กคนนี้ให้โตขึ้นมาเป็นคนดีได้ยังไง เพราะเขาเองก็ไม่เคยมีเมีย ไม่เคยมีลูก

"ถ้าอย่างนั้น ก็คงหมดหน้าที่ของตำรวจอย่างพวกผมแล้วครับ พวกผมขอตัวกลับก่อนนะครับ"

"ขอบคุณมากครับ" ธานินทร์เอ่ยขอบคุณคุณตำรวจที่เป็นธุระให้ในหลายๆเรื่องของวันนี้ เขาหันมองไปที่เด็กหญิงแล้วเดินเข้าไปหา

"น้ำหนึ่ง..." ใบหน้าจิ้มลิ้มที่เปรอะเปื้อนไปด้วยน้ำตาหันมาตามเสียงเรียก

"ฮึก!"

"จำอาได้มั้ย"

"สวัสดีค่ะ ฮึก! หนึ่งจำคุณอาได้ค่ะ"

"น้ำหนึ่ง ไปอยู่กับอามั้ย อาจะเป็นคนส่งหนูเรียนแทนพ่อของหนูเอง" แน่นอนว่ามรดกทุกอย่างที่พิรัชย์ได้สร้างเอาไว้ จะต้องตกเป็นของลูกสาวแต่เพียงผู้เดียวทั้งหมดอย่างแน่นอน แต่ตอนนี้น้ำหนึ่งยังเด็กเกินไป อีกทั้งยังไม่มีญาติพี่น้องที่ไหนอีกด้วย

ในฐานะหุ้นส่วนและยังเป็นเพื่อนกัน ธานินทร์จึงอาสาดูแลลูกสาวและดูแลทรัพย์สินทั้งหมดของพิรัชย์ให้ก่อนจนกว่าน้ำหนึ่งจะโตเป็นผู้ใหญ่หรือบรรลุนิติภาวะ

"ขอบคุณคุณอามากค่ะ ฮึก!" เสียงเล็กๆสะอึกสะอื้นเอ่ยขอบคุณพร้อมกับยกมือขึ้นไหว้ขอบคุณคุณอา ด้วยดวงตาแดงก่ำ เนื่องจากผ่านการร้องไห้มาหลายต่อหลายชั่วโมง ซึ่งตอนนี้ก็ยังไม่ยอมหยุดร้อง

น้ำหนึ่งเคยเจอธานินทร์อยู่หลายครั้ง ช่วงที่ตามคุณพ่อของเธอไปทำงานด้วย นั่นจึงทำให้น้ำหนึ่งเลือกที่จะไว้ใจคุณอาคนนี้พอสมควร

"เสร็จพิธีศพแล้ว เตรียมตัวให้พร้อม บ้านหลังนั้นคงต้องปิดไปก่อน ส่วนคนในบ้านอาจะช่วยหางานใหม่ให้พวกเขาทำเอง"

"ค่ะ"

ช่วงที่ธานินทร์กำลังจัดการเรื่องต่างๆที่สถานีตำรวจและโรงพยาบาล อีกด้านเขาได้ส่งลูกน้องไปจัดการนิมนต์พระทำพิธีตามศาสนา ทุกอย่างถูกจัดขึ้นอย่างรวดเร็วเป็นขั้นเป็นตอน

สามวันผ่านไป

น้ำหนึ่งได้ส่งคุณพ่อขึ้นสวรรค์เรียบร้อยแล้ว หลังจากนี้ต่อไปเธอจะต้องไปอยู่บ้านหลังใหม่กับคุณอาธานินทร์ ซึ่งเธอไม่รู้เลยว่าบ้านหลังนั้นจะเป็นยังไง คุณอาจะใจดีกับเธอหรือเปล่า ไหนจะคนในบ้านอีก แต่น้ำหนึ่งไม่ได้มีทางเลือกมากนัก เธอยอมไปอยู่กับคุณอาตามคำชวน

ทุกอย่างถูกจัดการอย่างเรียบร้อยโดยธานินทร์ บ้านหลังใหญ่ของน้ำหนึ่งได้ถูกปิด ส่วนคนในบ้าน ธานินทร์ได้หางานใหม่ให้พวกเขาได้ทำเรียบร้อยแล้ว

"คุณหนู...ดูแลตัวเองด้วยนะคะ"

"ค่ะ...พี่ๆทุกคนดูแลตัวเองด้วยนะคะ ตลอดเวลาที่ผ่านมา หนึ่งต้องขอบคุณพี่ๆทุกคนมากค่ะ" น้ำหนึ่งยกมือไหว้พี่ๆทุกคน ถึงแม้ว่าพวกเขาจะเป็นแค่คนงานก็ตาม บางคนอยู่มานานตั้งแต่น้ำหนึ่งยังตัวเล็กๆ แน่นอนว่าต้องมีความผูกพันกันบ้างอยู่แล้ว แต่ตอนนี้คงถึงเวลาต้องจากกัน ทุกคนร่ำลากันเสร็จก็แยกย้าย น้ำหนึ่งเองก็เช่นกัน

ในขณะที่เธอนั่งรถมากับคุณอา เพื่อย้ายไปอยู่ที่บ้านหลังใหม่ น้ำตาของเธอยังคงซึมอยู่เงียบๆ ธานินทร์ไม่ได้พูดอะไร เขาทำได้แค่ยกมือลูบศีรษะของน้ำหนึ่งเบาๆเป็นการปลอบ

น้ำหนึ่งคิดถึงคุณพ่อของแกไปตลอดทาง วันนั้นช่วงเย็นเธอชะเง้อคอยาวรอคุณพ่อกลับมาบ้านตามเวลาปกติ แต่วันนั้นรอแล้วรออีก คุณพ่อก็ไม่ยอมกลับมาสักที ผิดเวลาไปหลายชั่วโมง กว่าจะมีโทรศัพท์โทรเข้ามาแจ้งว่าคุณพ่อของเธอเกิดอุบัติเหตุอยู่โรงพยาบาล...

น้ำหนึ่งร้องไห้เงียบๆไปตลอดทางจนแกเผลอหลับไปด้วยความเหนื่อยล้า

อ่านต่อ

สารบัญ แมวไม่อยู่หนูร่าเริง

Ch. 1 Ch. 2 Ch. 3
Ch. 4
Ch. 5
Ch. 6
Ch. 7
Ch. 8
Ch. 9
Ch. 10
Ch. 11
all

คุณอาจจะชอบ

นิยายมาใหม่

หน้าปกนวนิยาย ทิ้งหมั้นเพื่อรักเก่า งั้นฉันแต่งงานใหม่
8.7
ซ่งชิงอวี่ยอมทุ่มเทความรักให้ลู่เหยี่ยนจือมานานถึงเจ็ดปี แม้เขาจะปันใจให้คนรักเก่าจนถึงขั้นมีลูกด้วยกัน ในวันจดทะเบียนสมรสเขากลับทอดทิ้งเธอไว้ลำพังเพื่อไปหาหญิงคนนั้น ความผิดหวังซ้ำซากทำให้เธอตัดสินใจตัดขาดและเริ่มต้นชีวิตใหม่กับชายอื่น เมื่อลู่เหยี่ยนจือเห็นเธอแต่งงานใหม่เขากลับคลุ้มคลั่งและพยายามตามง้อขอโอกาสอย่างไร้ศักดิ์ศรี แต่ซ่งชิงอวี่ที่หัวใจตายด้านไปแล้วกลับตอบโต้ด้วยความรำคาญใจว่าอย่ามาวุ่นวายกับคนมีครอบครัวแล้วอย่างเธออีกเลย
หน้าปกนวนิยาย เก็บรักมาเฟีย
8.1
"โดมินิก" จะทำยังไงดี คนที่คิดว่าตัวเองตัวคนเดียวไม่มีใครมาตลอด แต่มาวันนี้กลับต้องมามีลูก ใช่ "ลูก" แถมลูกก็อายุ 7 ขวบแล้ว และแม่ของลูกก็ปิดบังเขามาตลอด ทั้งโกรธทั้งโมโหและพิศวาสแม่ของลูก แล้วจะทำยังไงดีเมื่อลูกก็อยากได้ แม่ของลูกก็อยากได้ เขาต้องได้ทั้งสองอย่างไม่มีทางยอมเสียอย่างใดอย่างหนึ่งแน่ "กันตา" เพราะความผิดพลาดในอดีตถึงทำให้เธอมีอีกหนึ่งชีวิตต้องดูแล "กันติชา" หรือ "น้องเดียร์" ลูกสาววัย 7 ขวบที่เธอเลี้ยงดูมาตลอด แต่พอมาวันนี้โชคชะตากลับเล่นตลกทำให้เจอกับพ่อของลูก และแน่นอนว่าเขาอยากได้ลูกของเธอไปอยู่ด้วย แล้วแม่อย่างจะทำยังไงล่ะ จากที่ต้องห่วงลูกกลัวเขาพาลูกหนียังต้องระแวงกลัวว่าเขาจะขมเหงตัวเองด้วย ศึกหนักแบบนี้เธฮจะทำยังไง ก็เขามันมาเฟียเถื่อน แถมหื่นเข้าเส้นอีกต่างหาก ********** “แด๊ดดี้ขา แด๊ดดี้มีน้องให้น้องเดียร์ได้ไหมคะ” “อืม...ว่าไงนะคะน้องเดียร์” โดมินิกไม่เข้าใจคำขอของลูกสาว วันนี้มาแปลก เล่นเอาคนที่กำลังนั่งหน้าตึงอยู่ในรถที่กำลังแล่นบนถนนถึงกับเลิกคิ้วขึ้นทันที “แด๊ดดี้มีน้องให้น้องเดียร์ได้ไหมคะ น้องเดียร์อยากมีน้องเหมือนเพื่อนที่โรงเรียนค่ะ นะคะ น้องเดียร์อยากมีเพื่อนเล่นที่บ้าน” “แด๊ดดี้มีให้ได้ครับ แต่ต้องขึ้นอยู่กับแม่แก้มของน้องเดียร์ด้วยว่าจะยอมมีน้องให้น้องเดียร์รึเปล่า” เสียงอ่อนโยนของมาเฟียหนุ่มส่งกลับมาในสาย “แม่แก้มรักน้องเดียร์ แม่แก้มต้องยอมมีน้องให้น้องเดียร์แน่นอนค่ะ แด๊ดดี้ขา น้องแก้มไม่อยู่นะคะวันหยุดสองวันนี้ คุณปู่และคุณย่าจะพาไปเที่ยวเกาะส่วนตัวที่ฮาวายค่ะ และถ้าน้องเดียร์กลับมาจากเที่ยว น้องเดียร์ต้องได้น้องนะคะ” “น้องนะคะน้องเดียร์ ไม่ใช่ของเล่นนะคะที่จะได้ขอแล้วก็มาเลย แด๊ดดี้ขอเวลาไม่นานนะคะ แด๊ดดี้จะทำน้องน่ารักๆ เหมือนน้องเดียร์ให้นะคะ” “สัญญานะคะ” “สัญญาลูกผู้ชายครับ” ********* “อย่ามาแตะต้องตัวฉันคุณโดม” มือเล็กปัดมือใหญ่ออกจากแก้มนวลของตัวเอง “ผมก็จับ ก็จูบ ก็หอม ก็ดูดของผมทุกคืนตอนคุณหลับ ทำไมผมจะทำไม่ได้ตอนคุณรู้สึกตัวแบบนี้แก้ม” “สารเลว!” หึ! “ผมยังดีกว่าไอ้โทนี่ก็แล้วกันแก้ม” “คุณเลวกว่าเขาต่างหากล่ะคุณโดม คุณทำให้ฉันมีแผลในใจมาแล้วในครั้งอดีต คุณยังเลือกจะทำแบบนั้นอีกเหรอ ถ้าคุณข่มเหงฉัน ฉันจะเกลียดคุณกว่าเดิม” “แล้วผมต้องสนใจไหม เพราะผมแค่ต้องการ ผมไม่ได้ต้องการความรักจากคุณเลยแก้ม ผมแค่อยากได้คุณเท่านั้น พอผมเบื่อ ผมก็จะไม่แตะต้องคุณเองคนสวย” มือหยาบกร้านลูบไล้มายังลำคอระหงแล้วโน้มหน้าลงไปหายใจรดใบหน้าสวยชื้นเหงื่อของเธอแล้วพูดต่อ... “ผมแค่อยากได้คุณเท่านั้นแก้ม ไม่ได้คิดจะรักหรือต้องการความรักจากคุณ ถ้าจะเกลียดก็เชิญตามสบาย และถ้าจะมีน้องให้น้องเดียร์อีกคน คุณก็ต้องเป็นแม่ เพราะคุณเลี้ยงน้องเดียร์มาดีและสอนแกมาดียังไง คุณก็ต้องเลี้ยงลูกคนที่สองของผมได้ดีแน่นอนแก้ม” “ฉันเกลียดคุณ...ถุย!” กันตาถุยน้ำลายใส่คนตรงหน้า หาได้หวาดกลัวสายตาดุดันของมาเฟียหนุ่มเลยสักนิด เพราะตอนนี้หล่อนรู้แล้วว่าตัวเองหมดทางหนีรอดแล้ว “อ่า...รู้ไหมว่าคุณเป็นคนแรกที่ตบผม และมาตอนนี้ยังถุยน้ำลายใส่หน้าผมอีก” โดมินิกผละมือจากลำคอระหงมาลูบน้ำลายที่เปื้อนหน้าผากตัวเองมาหยุดอยู่ที่ปากหนาแล้วก็แตะปลายลิ้นกับคราบน้ำลายนั้น “ผมไม่รังเกียจหรอกนะ เพราะตอนจูบกัน ผมก็ต้องกินน้ำลายคุณอยู่ดีแก้ม อ่า...” จบประโยคก็ลากปลายลิ้นถูไถไปมากับฝ่ามือของตัวเอง “ไอ้มาเฟียโรคจิต!” “ขอบคุณที่ชมผมนะแก้ม และผมจะทำให้คุณดูว่าผมโรคจิตหรือเปล่า” เมื่อพูดจบโดมินิกก็โน้มหน้าลงทาบทับริมฝีปากหนาของตัวเองกับริมฝีปากสีระเรื่อของกันตา ทันทีที่ได้ทาบทับเขาก็บดจูบคลอเคลียสอดแทรกปลายลิ้นสากเข้าไปในโพรงปากเล็กที่กำลังเผยออ้าจะร้องค้าน และจังหวะนั้นเองที่เขาได้ดันปลายลิ้นตัวเองเข้าไปในปากหวานของกันตา “อ่ะ...อื้อ...” ***********
หน้าปกนวนิยาย น้องเมีย
9.3
ชติรสพยายามปกปิดร่างกายที่เปลือยเปล่าจากสายตาคมกริบของชายหนุ่มหลังบทรักจบลง เขาจำใจต้องผละจากเธอเพื่อรักษาคำมั่นสัญญาที่ให้ไว้ แม้จะเสน่หาในตัวเธอเพียงใดก็ตาม ข้อตกลงลับระหว่างกันระบุชัดเจนว่าเธอต้องเป็นตัวแทนของลิก้า พี่สาวของเธอ โดยแลกกับการที่เขาต้องเลิกยุ่งเกี่ยวกับพี่สาวอย่างเด็ดขาด ชติรสใช้ตัวเองเข้าแลกเพื่อปกป้องพี่สาว พร้อมคำข่มขู่ว่าหากเขาผิดสัญญาเธอจะไม่ยอมอยู่เฉยแน่ ท่ามกลางบรรยากาศที่เต็มไปด้วยแรงดึงดูดและความโกรธแค้นที่คละคลุ้งในใจ
หน้าปกนวนิยาย  เสน่ห์ดาวมหา'ลัย (25+)
9.8
เรื่องราวความสัมพันธ์อันซับซ้อนของเดช ชายหนุ่มผู้ก้าวเข้าสู่โลกที่เต็มไปด้วยเสน่ห์และแรงดึงดูด เมื่อชีวิตของเขาต้องเข้าไปพัวพันกับกลุ่มหญิงสาวระดับดาวมหาวิทยาลัยพร้อมกันหลายคน นำไปสู่เหตุการณ์ที่เต็มไปด้วยความหลงใหลและการบริหารเสน่ห์ที่ยากจะถอนตัว ท่ามกลางความวุ่นวายในรั้วมหาวิทยาลัยที่ความรักและความปรารถนามาบรรจบกัน เขาต้องรับมือกับความสัมพันธ์ที่หลากหลายและเข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ ในแบบที่เขาไม่เคยคาดคิดมาก่อน
หน้าปกนวนิยาย เมีย..ซาตานไร้หัวใจ
9.0
ณ ไร่สิงขร มีคุณสิงขร หรือ ดำ (40 ปี) เป็นเจ้าของ มีทั้งสวนลำไย ลิ้นจี่ บ่อเลี้ยงปลา ไร่ นา อีกเป็นพันๆ ไร่ เขาแต่งงานกับคุณเด่นนภา หรือ ไก่ มีลูกสาวคนโตชื่อ ข้าวผัด หรือ นางสาวดรุณี (18 ปี) ลูกชายคนเล็ก (15 ปี) ชื่อว่า สีหราชย์ หรือ ข้าวโพด ครอบครัวสิงขรรับเอา ไผท หรือ ไผ่ (36 ปี) เป็นเพื่อนรุ่นน้องที่เรียนรวมสถาบันเดียวกันที่มาขออาศัยพึ่งใบบุญ เพราะไผทรักกันกับดาริน (30 ปี) หรือ เหมย ลูกสาวคนจีนในตลาดเมืองกำแพงเพชร และเขาได้พาเธอออกจากบ้าน เป็นวิวาห์เหาะมาเมื่อ 5 ปี ก่อน เพราะครอบครัวของดารินจะจับเธอคลุมถุงชนกับลูกเจ๊กในตลาดเช่นเดียวกัน แต่เพราะดารินตั้งท้องลูกของไผท ก่อนสิ้นปีนั้นดารินก็ได้คลอดน้อง ผิงผิง หรือเด็กหญิงดาริกา ซึ่งกำลังน่ารักน่าชัง พูดจ้อๆ ร้องเพลงทั้งวัน สวรรค์กลั่นแกล้งคุณพ่อของดารินตามมาเจอ แล้วก็ฉุดเอาลูกสาวของพวกเขากลับไป โดยไม่ฟังเสียงร้องของไผทและเด็กสาวตัวน้อยๆ ดารินร้องไห้น้ำตาแทบเป็นสายเลือด เธอถูกบังคับให้แต่งงานกับคนที่พ่อแม่หาให้ และพาเธอไปอยู่ด้วยที่อเมริกาทันทีหลังเสร็จพิธีแต่ง ทำให้ไผทที่เคยเป็นผู้ชายที่รักลูกรักเมียทำแต่งาน เสียใจเอามากๆ เขากลายเป็นนักดื่มที่สามารถดื่มได้ทุกเวลา ภาระในการเลี้ยงดูเด็กหญิงดาริกา จึงตกเป็นของข้าวผัดไปโดยปริยาย ข้าวผัดพยายามทำดีกับน้าไผทและตั้งใจว่าจะให้เขากลับมาเป็นคนเดิมให้ได้ น้าไผทคือผู้ชายที่ดรุณีรักและประทับใจ แต่สิ่งที่เธอเดิมพันเอาไว้ คือหัวใจของเธอ และชีวิตที่เหลืออยู่ แต่อุปสรรคไม่ได้มีแค่เรื่องอายุ แต่มีทั้งคุณสิงขรและคุณเด่นนภาที่ไม่อยากเห็นลูกสาวของพวกเขาต้องได้สามีเป็นพ่อหม้ายลูกติด เรื่องราวจะเป็นยังไงต่อไป มาติดตามกันค่ะ
หน้าปกนวนิยาย หวงรักเมียบังเอิญ
9.0
พบูสาวโสดวัยยี่สิบสี่ปีที่เพิ่งตกงาน ตัดสินใจออกเดินทางพักใจบนเรือสำราญหรูด้วยตั๋วฟรีที่ได้มาอย่างโชคดี ทว่าทริปในฝันกลับกลายเป็นพันธนาการที่เธอไม่อาจหลีกหนี เมื่อได้พบกับอาเชอร์ ชายหนุ่มผู้มั่งคั่งที่ถูกดึงดูดด้วยความงามราวกับดอกไม้ของเธอ เขาพยายามเข้าหาด้วยเล่ห์กลเพื่อเอาชนะการต่อต้านของหญิงสาว แต่เมื่อเขาได้ครอบครองเธอสมใจและตั้งใจจะสลัดทิ้ง อาเชอร์กลับพบว่าความรู้สึกที่มีต่อเมียบังเอิญคนนี้ซับซ้อนเกินกว่าจะตัดใจได้ง่ายอย่างที่คิดไว้
ตอน
อ่านเลย
แชร์