ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย แมวไม่อยู่หนูร่าเริง

แมวไม่อยู่หนูร่าเริง

น้ำหนึ่งอาศัยอยู่ในฐานะเด็กในปกครองของคุณอานิน เพื่อนพ่อจอมเฮี้ยบมานานถึงสิบปี เมื่อธานินทร์ชายวัยสี่สิบสองผู้แสนเข้มงวดและเจ้าระเบียบไม่อยู่บ้าน เด็กสาววัยยี่สิบสองจึงร่าเริงเป็นพิเศษดั่งหนูเริงร่าในยามที่แมวไม่อยู่ ทว่าท่าทีแสนงอแงและเอาแต่ใจของหลานสาวนอกไส้กลับเริ่มสั่นคลอนความรู้สึกของคนดุ กฎเกณฑ์ที่เขาเคยตั้งไว้ค่อยๆ พังทลายลงเพราะความสงสารเริ่มแปรเปลี่ยนเป็นความรักที่เขาเองก็ไม่ทันตั้งตัวในความสัมพันธ์แนวโคแก่กินหญ้าอ่อนนี้
ตอน
แชร์

ตอน 2

ตอนที่ 2 อุปการะ

รถเก๋งคันใหญ่สีดำเงาวับ ถูกยุทธการขับเข้ามาจอดสนิทที่ลานจอดรถของบ้านตรงที่เดิม ซึ่งตอนนี้เจ้านายคนใหม่แกกำลังหลับปุ๋ยอยู่ที่เบาะด้านหลังกับคุณธานินทร์เจ้าของบ้าน

"น้ำหนึ่ง ตื่น...ถึงแล้ว" เสียงคุณอาหนุ่มปลุกหลานสาวตัวเล็กด้วยการจับแขนเขย่าเบาๆ ซึ่งตอนนี้ก็เย็นมากแล้ว เขาไม่อยากให้หลับยาว อาบน้ำอาบท่าทานข้าวเย็นให้เรียบร้อยก่อนเดี๋ยวค่อยนอนใหม่ก็ได้

"ถึงบ้านคุณอาแล้วเหรอคะ" เสียงเล็กๆเอ่ยถามในขณะที่น้ำหนึ่งค่อยๆลืมตาขึ้นท่าทางงัวเงีย

"อือ ลงจากรถได้แล้ว ยุทธ...เดี๋ยวนายยกของที่ท้ายรถเอาขึ้นไปให้คุณหนูด้านบนห้องด้วยนะ"

"ครับบอส" คุณอาหนุ่มเดินนำน้ำหนึ่งเข้าไปด้านในบ้าน ส่วนน้ำหนึ่งเธอก็เดินตามหลังคุณอาไปติดๆ

"ชบา...ไปเรียกทุกคนในบ้านมารวมกันที่ห้องนั่งเล่นตอนนี้เลย" เสียงทุ้มของเจ้าของบ้านเอ่ยบอกชบา ชบาเป็นแม่บ้าน อีกทั้งยังเป็นภรรยาของยุทธ

"ค่ะคุณนิน" ทุกคนในบ้านหลังนี้จะเรียกคุณธานินทร์ว่าคุณนิน ยกเว้นยุทธที่เรียกบอสอยู่คนเดียว เนื่องจากยุทธทำงานที่บริษัทจำเป็นต้องเรียกให้เหมือนกับคนในบริษัทที่เขาเรียกกัน

ไม่นานทุกคนในบ้านก็มารวมตัวกันที่ห้องนั่งเล่นตามคำสั่งของเจ้าของบ้าน บ้านหลังนี้มีธานินทร์เป็นเจ้าของบ้านแต่เพียงผู้เดียว ไม่มีใครอื่น ซึ่งต่อจากนี้เป็นต้นไป บ้านหลังนี้จะมีเจ้านายเพิ่มขึ้นมาอีกหนึ่งคน ในฐานะหลานสาว

"เอาล่ะ ที่ผมเรียกทุกคนมารวมกันวันนี้อยากจะแนะนำน้ำหนึ่งให้ทุกคนรู้จัก ต่อจากนี้ไปน้ำหนึ่งจะเข้ามาอยู่ในบ้านหลังนี้ในฐานะหลานสาวของผม ขอให้ทุกคนช่วยดูแลเธอแทนผมด้วย"

"ครับ/ค่ะ"

"คนนี้ชื่อป้าแก้ว คนนี้ชื่อชบา คนนั้นชื่อ..." ธานินทร์แนะนำคนในบ้านให้น้ำหนึ่งรู้จักทีละคน ซึ่งเธอก็ยกมือไหว้ผู้ใหญ่ทุกคนอย่างนอบน้อม ทำให้ทุกคนเอ็นดูเธอ และสงสารเธอ เนื่องจากทุกคนพอจะรู้มาบ้างแล้วว่าที่น้ำหนึ่งต้องย้ายเข้ามาอยู่ในบ้านหลังนี้เพราะอะไร

"เรียกแกว่า คุณหนูหนึ่งก็แล้วกัน" ประโยคนี้ธานินทร์เอ่ยบอกคนในบ้านของเขา เนื่องจากคนที่บ้านของเธอเรียกเธอว่าคุณหนูกันทุกคน เขาไม่อยากให้เธอต้องปรับตัวมาก เรียกเหมือนเดิมก็แล้วกัน คนถูกเรียกจะได้รู้สึกชินหูด้วย

"หนึ่ง...ถ้าขาดเหลืออะไรก็ไปบอกพี่ชบากับป้าแก้วได้เลยนะ" ป้าแก้วคือแม่บ้านเก่าแก่ ท่านอยู่มาตั้งแต่ธานินทร์เป็นเด็กหรือจะเรียกว่าเลี้ยงมาก็ย่อมได้ ธานินทร์จะให้ความเคารพป้าแก้วมากเป็นพิเศษ ธานินทร์มองป้าแก้วเป็นผู้ใหญ่คนหนึ่งของบ้าน ถึงแม้ว่าท่านจะเป็นแค่แม่บ้านก็ตาม

"ค่ะ คุณอา..."

"บ้านหลังนี้อยู่กันหลายคน เพราะฉะนั้นก็ต้องมีกฎของการอยู่ร่วมกัน" ประโยคนี้ธานินทร์หันมาพูดกับน้ำหนึ่ง

"ข้อแรกเรื่องการรับประทานอาหาร มื้อเช้าเจ็ดโมงตรง มื้อเย็นหกโมงตรง ถ้าวันไหนเป็นวันหยุดมื้อเที่ยงก็คือเที่ยงตรง...เข้าใจมั้ย"

"ค่ะ" น้ำหนึ่งขานรับเสียงแผ่ว

"หนึ่งต้องย้ายโรงเรียน อาจะให้ลูกน้องของอาทำเรื่องย้ายโรงเรียนให้" เนื่องจากโรงเรียนที่เก่าของน้ำหนึ่งอยู่ไกล ส่วนโรงเรียนที่คุณอาหนุ่มอยากให้เรียน เป็นโรงเรียนนานาชาติ น่าจะดีต่อเด็ก ซึ่งทั้งหมดนี้ธานินทร์คิดเอาเอง เขาหวังดีจึงเลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้

"ค่ะ" น้ำหนึ่งขานรับเสียงแผ่วอีกครั้ง คุณอาหนุ่มหันไปมองสภาพของเด็กหญิงตรงหน้า อาการเสียใจของแกคงต้องใช้เวลารักษา ซึ่งอีกไม่นานก็คงดีขึ้น

"สี่โมงเย็นถึงห้าโมงเย็นของทุกวัน เจอกันที่ห้องฟิตเนส" ประโยคนี้คุณอาหนุ่มพูดกับหลานสาว เขาแค่ต้องการอยากหากิจกรรมให้เธอทำจะได้ไม่ต้องคิดมาก แต่น้ำเสียงของเขาที่พูดออกไปฟังดูเหมือนคำสั่ง

"ทำอะไรคะ"

"ออกกำลังกายไง"

"คือหนึ่ง..." น้ำหนึ่งกำลังเศร้าโศกเสียใจ คงไม่มีกะจิตกะใจไปเล่นเครื่องเล่นออกกำลังกาย น้ำหนึ่งกำลังจะปฏิเสธ แต่...

"ห้ามปฏิเสธ ไม่ออกกำลังกายแล้วจะมีสุขภาพที่แข็งแรงได้ยังไง" คนไม่เคยมีลูก ไม่เคยมีหลาน ไม่เคยเลี้ยงเด็ก ไม่รู้วิธีพูดดีๆ เขาเลือกใช้เป็นคำสั่งตามนิสัยที่เคยใช้กับลูกน้อง ในเมื่อมันเป็นคำสั่งน้ำหนึ่งจึงต้องยอมจำใจทำตามคำสั่งของคุณอาเจ้าของบ้าน

"ค่ะ" เด็กอย่างเธอจะไปกล้าขัดผู้ใหญ่อย่างเขาได้ยังไง แค่เขาเมตตาให้ที่อยู่ที่กินก็ดีมากแล้ว

"ทุกคนแยกย้ายกันไปทำงานได้ ชบา...พาคุณหนูหนึ่งไปพักที่ห้องด้วย อาบน้ำอาบท่าให้เรียบร้อยหกโมงตรงลงมาทานข้าวพร้อมอา" ประโยคหลังคุณอาหนุ่มพูดกับหลานสาว

"ค่ะ ไปค่ะคุณหนู" น้ำหนึ่งเดินตามหลังชบาขึ้นชั้นบนของบ้านไป

"ห้องของคุณหนู ห้องนี้นะคะ ส่วนห้องนั้นเป็นห้องของคุณนินค่ะ" ห้องของน้ำหนึ่งถึงก่อน ถัดไปทางตะวันออกห้องใหญ่ที่อยู่ติดกันเป็นห้องของธานินทร์

เมื่อเดินเข้ามาถึงด้านในห้อง ภายในห้องเป็นโทนสีฟ้าอ่อนค่อนข้างกว้างขวางเตียงหกฟุตพร้อมกับชุดเครื่องนอนสีชมพูลายการ์ตูนเอาใจเด็กผู้หญิง เฟอร์นิเจอร์ครบชุด โต๊ะเขียนหนังสือลายน่ารัก สายตาของน้ำหนึ่งกวาดมองไปรอบๆห้องด้วยความพอใจ แล้วเอ่ยถามพี่ชบาว่า...

"พี่ชบาคะ...คุณอาใจดีมั้ยคะ" คุณอาใจดีหรือเปล่าน้ำหนึ่งไม่แน่ใจ แต่พี่ชบาคนนี้ใจดีแน่นอน ดูได้จากรอยยิ้ม น้ำหนึ่งรู้สึกแบบนั้น

"คำถามนี้ตอบยากค่ะ...แต่ถ้าถามพี่ พี่จะขอตอบในแบบของพี่นะคะ"

".........." น้ำหนึ่งรอฟัง

"ไม่ค่ะ..." น้ำหนึ่งกำลังคลี่ยิ้มออกมาอย่างมีความหวัง ต้องหุบยิ้มลงทันทีที่ได้ยินคำตอบของพี่ชบา

"คุณอาเป็นคนยังไงเหรอคะ ดุมากมั้ย" หลายวันที่ผ่านมา น้ำหนึ่งมองไม่ออกเลย ไม่ค่อยได้คุยกัน ส่วนมากคุณอาจะยุ่งอยู่กับงานศพของคุณพ่อมากกว่า

"อยู่ๆไปเดี๋ยวก็รู้ค่ะ ถึงคุณนินจะไม่ใช่คนใจดี แต่เขาเป็นคนดีแน่นอนค่ะ เขาเป็นคนเห็นอกเห็นใจคนอื่น ทุกคนเท่าเทียม ไม่ได้แย่อย่างที่คุณหนูกลัวหรอกค่ะ คุณหนูทำใจให้สบายๆเถอะนะคะ" เป็นจังหวะที่ยุทธยกกระเป๋าขึ้นมาให้น้ำหนึ่งถึงบนห้องพอดี ชบาหันไปช่วยสามีของเธอขนเข้ามาในห้องจนหมด

"พี่ยุทธ หมดหรือยังจ๊ะ"

"หมดแล้วมีแค่นี้แหละ"

"คุณหนู...อาบน้ำอาบท่าเถอะค่ะ เดี๋ยวพี่ชบาจะช่วยคุณหนูจัดของเก็บให้เอง หกโมงตรงคุณหนูต้องลงไปทานข้าวให้ตรงเวลาที่ห้องอาหารนะคะ"

"ค่ะ"

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย  นมัสการความรัก บรรณาการความเศร้า |บทกวีไร้ฉันทลักษณ์
8.8
ขอความเคารพจงมีแด่ความรักอันทรงพลังและยิ่งใหญ่เหนือสิ่งอื่นใด พลังแห่งความรู้สึกที่หยั่งรากลึกลงในจิตใจมนุษย์จนยากจะถอนตัว ทว่าภายใต้ความงดงามนั้นกลับแฝงไปด้วยความเจ็บปวดที่แสนสาหัส ความรักนี้เองที่เป็นบ่อเกิดแห่งความทุกข์ระทมและเป็นผู้ที่คอยเติมเต็มห้องหัวใจให้เปี่ยมล้นไปด้วยมวลความเศร้าโศกอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ นี่คือเรื่องราวบทกวีที่บอกเล่าถึงการคารวะต่อห้วงอารมณ์ที่ทำให้หัวใจต้องบอบช้ำจากความรักในโลกยุคใหม่
หน้าปกนวนิยาย บังคับรักมาเฟียไร้ใจ
9.4
เมื่อพยศรักปะทะกับอำนาจมืดในมือมาเฟียผู้ไร้ความปรานีอย่าง เหนือเมฆ เขาจึงประกาศกร้าวเพื่อตีตราจองจำเธอไว้ในฐานะเมียเพียงคนเดียวเท่านั้น พร้อมคำขาดสุดอันตรายที่เปลี่ยนชีวิตเธอไปตลอดกาลว่า หากเธอยังกล้าปันใจหรือทอดสะพานให้ชายอื่นหน้าไหนอีก เขาจะไม่ละเว้นโทษตายให้เธออย่างเด็ดขาด เตรียมพบกับเรื่องราวความรักสุดเข้มข้นท่ามกลางแรงหึงหวงที่พร้อมจะแผดเผาทุกอย่างให้เป็นจังหวะหัวใจให้มอดไหม้ไปกับไฟสวาทและการครอบครองที่ไม่มีวันสิ้นสุด
หน้าปกนวนิยาย เพลิงร้อนพรางรัก
9.8
นายหัวปราบเติบโตมาพร้อมความโดดเดี่ยวและบาดแผลจากแม่ที่ทอดทิ้ง หล่อหลอมให้เขากลายเป็นคนหยาบกระด้างและเกลียดชังผู้หญิงเข้าไส้ แม้การกลับมาของน้องชายจะช่วยเติมเต็มแสงสว่างในใจได้เพียงชั่วครู่ แต่ความสุขนั้นกลับพังทลายลงเพราะลมพายุร้ายที่ชื่อว่าอันดา ความสูญเสียครั้งใหม่ปลุกไฟแค้นในใจเขาให้ลุกโชน ปราบจึงตั้งมั่นว่าจะลงทัณฑ์ผู้หญิงคนนี้ให้สาสม เธอต้องชดใช้ด้วยความทุกข์ทรมานเจียนตายเพื่อระบายความโกรธแค้นทั้งหมดที่เขามีต่อโลกใบนี้
หน้าปกนวนิยาย Lesson of love ทวงรัก NC18++
9.6
เก้าทัพทายาทหมอกฤษฎิ์ผู้แสนเย็นชาและเจ้าเล่ห์ ยอมเปิดเผยความอ่อนโยนให้เพียงนับดาว หญิงสาวสู้ชีวิตจากบ้านเด็กกำพร้าผู้มั่นคงในรักแรกที่มีต่อรุ่นพี่อย่างเขา แม้เวลาผ่านไปจนเธอมีลูกชายสุดแสบอย่างกองทัพที่คอยเป็นกำลังใจให้เสมอ ทว่าโชคชะตานำพาให้เขากลับมาทวงคืนทั้งตัวและหัวใจในฐานะพ่อของลูก ขณะที่เด็กน้อยจอมซนกลับทำตัวเป็นคู่กัดและเรียกชื่อเขาแทนคำว่าพ่อ การกลับมาครั้งนี้จึงเป็นการพิสูจน์รักแท้ที่ฝังใจมานานแสนนาน
หน้าปกนวนิยาย  สัญญา(ยั่ว)สวาท
9.4
กรวีย์ตกอยู่ใต้มนต์สะกดเมื่อต้องสบตากับอคินในระยะประชิด ความอบอุ่นที่ส่งผ่านลมหายใจทำให้หัวใจของเธอเต้นรัวจนยากจะควบคุม ภายในจิตใจของเธอกำลังเกิดการต่อสู้กันอย่างหนักระหว่างความถูกต้องและความปรารถนาที่อยากจะสัมผัสริมฝีปากของชายหนุ่มตรงหน้า ในขณะที่เธอกำลังสับสนและเผลอจ้องมองปากของเขาด้วยความหวั่นไหว อคินกลับเอ่ยถามขึ้นด้วยน้ำเสียงทุ้มเสน่ห์ว่าเธออยากจะจูบกับเขาหรือไม่ ทิ้งให้หญิงสาวต้องเผชิญกับความรู้สึกที่ยากจะต้านทานในบรรยากาศที่เต็มไปด้วยแรงดึงดูดนี้
หน้าปกนวนิยาย พ่ายรักเทพบุตรมาร
9.7
เมื่อสี่สาวงามอย่างดารากานต์ ศศิกานต์ ใบหลิว และน้ำฟ้า ต้องเผชิญชะตากรรมอันเลวร้ายจากเงื้อมมือของสี่หนุ่มหล่อ อัคนี น่านน้ำ วาโย และพสุธา ผู้ซ่อนความร้ายกาจไว้ใต้รูปลักษณ์เทพบุตร เรื่องราวเริ่มต้นขึ้นเมื่ออัคนีและดารากานต์ต้องเข้าพิธีวิวาห์โดยไร้ซึ่งความเต็มใจ ทว่าท่ามกลางความขัดแย้ง เปลวไฟแห่งเสน่หากลับค่อยๆ หลอมรวมใจของทั้งคู่เข้าหากัน แม้ฝ่ายหญิงจะพยายามขัดขืนเพียงใด แต่ความจริงจังและเล่ห์เหลี่ยมของชายหนุ่มก็ทำให้เธอยิ่งพ่ายแพ้ต่อสัมผัสอันเร่าร้อนที่ยากจะต้านทานไหว