ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย แมวไม่อยู่หนูร่าเริง

แมวไม่อยู่หนูร่าเริง

น้ำหนึ่งอาศัยอยู่ในฐานะเด็กในปกครองของคุณอานิน เพื่อนพ่อจอมเฮี้ยบมานานถึงสิบปี เมื่อธานินทร์ชายวัยสี่สิบสองผู้แสนเข้มงวดและเจ้าระเบียบไม่อยู่บ้าน เด็กสาววัยยี่สิบสองจึงร่าเริงเป็นพิเศษดั่งหนูเริงร่าในยามที่แมวไม่อยู่ ทว่าท่าทีแสนงอแงและเอาแต่ใจของหลานสาวนอกไส้กลับเริ่มสั่นคลอนความรู้สึกของคนดุ กฎเกณฑ์ที่เขาเคยตั้งไว้ค่อยๆ พังทลายลงเพราะความสงสารเริ่มแปรเปลี่ยนเป็นความรักที่เขาเองก็ไม่ทันตั้งตัวในความสัมพันธ์แนวโคแก่กินหญ้าอ่อนนี้
ตอน
แชร์

ตอน 1

ตอนที่ 1 ชีวิตพลิกผัน

ณ บริษัทอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่แห่งหนึ่งกลางใจเมืองกรุงเทพฯ

ธานินทร์ผู้บริหารสูงสุดวัยสามสิบต้นๆเขาเป็นลูกชายคนเดียว ได้รับมรดกมาจากผู้เป็นบิดา ซึ่งท่านได้ยกให้ก่อนที่จะย้ายไปอยู่ต่างประเทศด้วยอายุในวัยเกษียณกับผู้เป็นมารดา

ภายในห้องทำงานขนาดใหญ่ของผู้บริหารสูงสุด ตอนนี้ธานินทร์กำลังนั่งทำงานอย่างเคร่งเครียด เขาเป็นคนค่อนข้างจริงจังกับทุกเรื่องโดยเฉพาะเรื่องงาน

"บอสครับ มีสายจากทางตำรวจโทรเข้ามาหาครับ" ยุทธการหรือยุทธ ลูกน้องคนสนิทอยู่บ้านหลังเดียวกัน มีหน้าที่เป็นทั้งคนขับรถและเลขาในคนๆเดียวกัน ภรรยาของยุทธเป็นแม่บ้านชื่อชบา พักอยู่กับยุทธที่บ้านของคุณธานินทร์

"เรื่องอะไร" ใบหน้าคมเข้มหล่อเหลาเงยหน้าขึ้นมาจากเอกสารตรงหน้า เอ่ยถามลูกน้องคนสนิทด้วยสีหน้าแปลกใจ

"ไม่ทราบครับบอส" เป็นสายที่โทรเข้ามาในเบอร์ภายในของบริษัท

"โอนสายมาสิ" ยุทธจัดการโอนสายให้กับผู้เป็นเจ้านาย เสียงโทรศัพท์ที่ตั้งอยู่บนโต๊ะของธานินทร์ดังขึ้น ฝ่ามือเรียวใหญ่เอื้อมไปจับหูโทรศัพท์แล้วยกขึ้นรับสายทันที

"สวัสดีครับ ผมธานินทร์ พูดอยู่ครับ" เสียงทุ้มกรอกลงไปในสายสนทนาอย่างไม่ได้คิดอะไร ทันใดนั้นเสียงอุทานตกใจก็ดังขึ้น จนยุทธการที่นั่งอยู่ด้วยรีบหันมามองผู้เป็นเจ้านายหนุ่มทันที

"ห๊ะ!! ครับๆผมจะรีบไปเดี๋ยวนี้ครับ"

"เกิดอะไรขึ้นเหรอครับบอส"

"เอารถออกเดี๋ยวนี้! เดี๋ยวไปเล่าบนรถ"

"ครับ" น้ำเสียงหนักแน่นของยุทธการขานรับทันที แล้วรีบวิ่งออกไปเอารถด้วยท่าทางรีบร้อน

ข้อความจากการสนทนากับคุณตำรวจเมื่อสักครู่ได้ใจความว่า พิรัชย์หุ้นส่วนคนสำคัญของบริษัท ตอนนี้เกิดอุบัติเหตุขึ้นกลางถนนสี่แยกไฟแดงอาการสาหัส เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นช่วงเวลางาน พิรัชย์ออกไปพบลูกค้า ช่วงจังหวะหนึ่งกลางไฟแดงมีรถพ่วงคันหนึ่งขับมาด้วยความเร็วผ่าไฟแดงมาชนเข้ากับรถยนต์คันที่พิรัชย์ขับอยู่พอดี คนขับรถพ่วงคันนั้นไม่ได้หนีไปไหนยังคงอยู่ที่เกิดเหตุ

จากเที่ยงวันจนตะวันลับขอบฟ้าเหตุการณ์ทั้งหมดก็ได้คลี่คลายลง พิรัชย์เสียชีวิตคาที่ตอนนี้ร่างไร้วิญญาณอยู่ที่โรงพยาบาลเรียบร้อยแล้ว

ส่วนคนขับรถพ่วงคันนั้นสาเหตุเกิดจากเบรคแตกเป็นอุบัติเหตุ ทางผู้กระทำความผิดยินดีชดใช้ค่าเสียหายตามกฎหมายทุกอย่าง แต่สิ่งเดียวที่ไม่ได้กลับคืนมาก็คือชีวิตของพ่อคนหนึ่งที่มีลูกสาววัยเพียงสิบสองปีเท่านั้น

ตอนนี้น้ำหนึ่งลูกสาวเพียงคนเดียวของพิรัชย์กำลังร้องไห้โฮอย่างหนักกอดร่างไร้วิญญาณของผู้เป็นบิดาอยู่อย่างนั้นไม่ยอมออกห่างไปไหน ธานินทร์และคนอื่นๆที่ได้พบเห็นต่างสงสารเด็กหญิงที่กำลังร้องไห้คร่ำคราญอย่างหนัก

"แล้วลูกสาวของผู้ตายจะเอายังไงดีครับ" คุณตำรวจเอ่ยถามธานินทร์เนื่องจากเขารับผิดชอบดูแลเรื่องทั้งหมดให้กับเพื่อนของเขา ธานินทร์กับพิรัชย์เป็นเพื่อนสนิทกันถึงแม้ว่าอายุของพิรัชย์จะมากกว่าธานินทร์นิดหน่อยก็ตาม

"ผมจะอุปการะเลี้ยงดูแกเองครับ" พูดออกไปแล้วเพราะความสงสาร แต่ในใจยังไม่รู้เลยว่าจะเลี้ยงเด็กคนนี้ให้โตขึ้นมาเป็นคนดีได้ยังไง เพราะเขาเองก็ไม่เคยมีเมีย ไม่เคยมีลูก

"ถ้าอย่างนั้น ก็คงหมดหน้าที่ของตำรวจอย่างพวกผมแล้วครับ พวกผมขอตัวกลับก่อนนะครับ"

"ขอบคุณมากครับ" ธานินทร์เอ่ยขอบคุณคุณตำรวจที่เป็นธุระให้ในหลายๆเรื่องของวันนี้ เขาหันมองไปที่เด็กหญิงแล้วเดินเข้าไปหา

"น้ำหนึ่ง..." ใบหน้าจิ้มลิ้มที่เปรอะเปื้อนไปด้วยน้ำตาหันมาตามเสียงเรียก

"ฮึก!"

"จำอาได้มั้ย"

"สวัสดีค่ะ ฮึก! หนึ่งจำคุณอาได้ค่ะ"

"น้ำหนึ่ง ไปอยู่กับอามั้ย อาจะเป็นคนส่งหนูเรียนแทนพ่อของหนูเอง" แน่นอนว่ามรดกทุกอย่างที่พิรัชย์ได้สร้างเอาไว้ จะต้องตกเป็นของลูกสาวแต่เพียงผู้เดียวทั้งหมดอย่างแน่นอน แต่ตอนนี้น้ำหนึ่งยังเด็กเกินไป อีกทั้งยังไม่มีญาติพี่น้องที่ไหนอีกด้วย

ในฐานะหุ้นส่วนและยังเป็นเพื่อนกัน ธานินทร์จึงอาสาดูแลลูกสาวและดูแลทรัพย์สินทั้งหมดของพิรัชย์ให้ก่อนจนกว่าน้ำหนึ่งจะโตเป็นผู้ใหญ่หรือบรรลุนิติภาวะ

"ขอบคุณคุณอามากค่ะ ฮึก!" เสียงเล็กๆสะอึกสะอื้นเอ่ยขอบคุณพร้อมกับยกมือขึ้นไหว้ขอบคุณคุณอา ด้วยดวงตาแดงก่ำ เนื่องจากผ่านการร้องไห้มาหลายต่อหลายชั่วโมง ซึ่งตอนนี้ก็ยังไม่ยอมหยุดร้อง

น้ำหนึ่งเคยเจอธานินทร์อยู่หลายครั้ง ช่วงที่ตามคุณพ่อของเธอไปทำงานด้วย นั่นจึงทำให้น้ำหนึ่งเลือกที่จะไว้ใจคุณอาคนนี้พอสมควร

"เสร็จพิธีศพแล้ว เตรียมตัวให้พร้อม บ้านหลังนั้นคงต้องปิดไปก่อน ส่วนคนในบ้านอาจะช่วยหางานใหม่ให้พวกเขาทำเอง"

"ค่ะ"

ช่วงที่ธานินทร์กำลังจัดการเรื่องต่างๆที่สถานีตำรวจและโรงพยาบาล อีกด้านเขาได้ส่งลูกน้องไปจัดการนิมนต์พระทำพิธีตามศาสนา ทุกอย่างถูกจัดขึ้นอย่างรวดเร็วเป็นขั้นเป็นตอน

สามวันผ่านไป

น้ำหนึ่งได้ส่งคุณพ่อขึ้นสวรรค์เรียบร้อยแล้ว หลังจากนี้ต่อไปเธอจะต้องไปอยู่บ้านหลังใหม่กับคุณอาธานินทร์ ซึ่งเธอไม่รู้เลยว่าบ้านหลังนั้นจะเป็นยังไง คุณอาจะใจดีกับเธอหรือเปล่า ไหนจะคนในบ้านอีก แต่น้ำหนึ่งไม่ได้มีทางเลือกมากนัก เธอยอมไปอยู่กับคุณอาตามคำชวน

ทุกอย่างถูกจัดการอย่างเรียบร้อยโดยธานินทร์ บ้านหลังใหญ่ของน้ำหนึ่งได้ถูกปิด ส่วนคนในบ้าน ธานินทร์ได้หางานใหม่ให้พวกเขาได้ทำเรียบร้อยแล้ว

"คุณหนู...ดูแลตัวเองด้วยนะคะ"

"ค่ะ...พี่ๆทุกคนดูแลตัวเองด้วยนะคะ ตลอดเวลาที่ผ่านมา หนึ่งต้องขอบคุณพี่ๆทุกคนมากค่ะ" น้ำหนึ่งยกมือไหว้พี่ๆทุกคน ถึงแม้ว่าพวกเขาจะเป็นแค่คนงานก็ตาม บางคนอยู่มานานตั้งแต่น้ำหนึ่งยังตัวเล็กๆ แน่นอนว่าต้องมีความผูกพันกันบ้างอยู่แล้ว แต่ตอนนี้คงถึงเวลาต้องจากกัน ทุกคนร่ำลากันเสร็จก็แยกย้าย น้ำหนึ่งเองก็เช่นกัน

ในขณะที่เธอนั่งรถมากับคุณอา เพื่อย้ายไปอยู่ที่บ้านหลังใหม่ น้ำตาของเธอยังคงซึมอยู่เงียบๆ ธานินทร์ไม่ได้พูดอะไร เขาทำได้แค่ยกมือลูบศีรษะของน้ำหนึ่งเบาๆเป็นการปลอบ

น้ำหนึ่งคิดถึงคุณพ่อของแกไปตลอดทาง วันนั้นช่วงเย็นเธอชะเง้อคอยาวรอคุณพ่อกลับมาบ้านตามเวลาปกติ แต่วันนั้นรอแล้วรออีก คุณพ่อก็ไม่ยอมกลับมาสักที ผิดเวลาไปหลายชั่วโมง กว่าจะมีโทรศัพท์โทรเข้ามาแจ้งว่าคุณพ่อของเธอเกิดอุบัติเหตุอยู่โรงพยาบาล...

น้ำหนึ่งร้องไห้เงียบๆไปตลอดทางจนแกเผลอหลับไปด้วยความเหนื่อยล้า

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย  นมัสการความรัก บรรณาการความเศร้า |บทกวีไร้ฉันทลักษณ์
8.8
ขอความเคารพจงมีแด่ความรักอันทรงพลังและยิ่งใหญ่เหนือสิ่งอื่นใด พลังแห่งความรู้สึกที่หยั่งรากลึกลงในจิตใจมนุษย์จนยากจะถอนตัว ทว่าภายใต้ความงดงามนั้นกลับแฝงไปด้วยความเจ็บปวดที่แสนสาหัส ความรักนี้เองที่เป็นบ่อเกิดแห่งความทุกข์ระทมและเป็นผู้ที่คอยเติมเต็มห้องหัวใจให้เปี่ยมล้นไปด้วยมวลความเศร้าโศกอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ นี่คือเรื่องราวบทกวีที่บอกเล่าถึงการคารวะต่อห้วงอารมณ์ที่ทำให้หัวใจต้องบอบช้ำจากความรักในโลกยุคใหม่
หน้าปกนวนิยาย บังคับรักมาเฟียไร้ใจ
9.4
เมื่อพยศรักปะทะกับอำนาจมืดในมือมาเฟียผู้ไร้ความปรานีอย่าง เหนือเมฆ เขาจึงประกาศกร้าวเพื่อตีตราจองจำเธอไว้ในฐานะเมียเพียงคนเดียวเท่านั้น พร้อมคำขาดสุดอันตรายที่เปลี่ยนชีวิตเธอไปตลอดกาลว่า หากเธอยังกล้าปันใจหรือทอดสะพานให้ชายอื่นหน้าไหนอีก เขาจะไม่ละเว้นโทษตายให้เธออย่างเด็ดขาด เตรียมพบกับเรื่องราวความรักสุดเข้มข้นท่ามกลางแรงหึงหวงที่พร้อมจะแผดเผาทุกอย่างให้เป็นจังหวะหัวใจให้มอดไหม้ไปกับไฟสวาทและการครอบครองที่ไม่มีวันสิ้นสุด
หน้าปกนวนิยาย เพลิงร้อนพรางรัก
9.8
นายหัวปราบเติบโตมาพร้อมความโดดเดี่ยวและบาดแผลจากแม่ที่ทอดทิ้ง หล่อหลอมให้เขากลายเป็นคนหยาบกระด้างและเกลียดชังผู้หญิงเข้าไส้ แม้การกลับมาของน้องชายจะช่วยเติมเต็มแสงสว่างในใจได้เพียงชั่วครู่ แต่ความสุขนั้นกลับพังทลายลงเพราะลมพายุร้ายที่ชื่อว่าอันดา ความสูญเสียครั้งใหม่ปลุกไฟแค้นในใจเขาให้ลุกโชน ปราบจึงตั้งมั่นว่าจะลงทัณฑ์ผู้หญิงคนนี้ให้สาสม เธอต้องชดใช้ด้วยความทุกข์ทรมานเจียนตายเพื่อระบายความโกรธแค้นทั้งหมดที่เขามีต่อโลกใบนี้
หน้าปกนวนิยาย Lesson of love ทวงรัก NC18++
9.6
เก้าทัพทายาทหมอกฤษฎิ์ผู้แสนเย็นชาและเจ้าเล่ห์ ยอมเปิดเผยความอ่อนโยนให้เพียงนับดาว หญิงสาวสู้ชีวิตจากบ้านเด็กกำพร้าผู้มั่นคงในรักแรกที่มีต่อรุ่นพี่อย่างเขา แม้เวลาผ่านไปจนเธอมีลูกชายสุดแสบอย่างกองทัพที่คอยเป็นกำลังใจให้เสมอ ทว่าโชคชะตานำพาให้เขากลับมาทวงคืนทั้งตัวและหัวใจในฐานะพ่อของลูก ขณะที่เด็กน้อยจอมซนกลับทำตัวเป็นคู่กัดและเรียกชื่อเขาแทนคำว่าพ่อ การกลับมาครั้งนี้จึงเป็นการพิสูจน์รักแท้ที่ฝังใจมานานแสนนาน
หน้าปกนวนิยาย  สัญญา(ยั่ว)สวาท
9.4
กรวีย์ตกอยู่ใต้มนต์สะกดเมื่อต้องสบตากับอคินในระยะประชิด ความอบอุ่นที่ส่งผ่านลมหายใจทำให้หัวใจของเธอเต้นรัวจนยากจะควบคุม ภายในจิตใจของเธอกำลังเกิดการต่อสู้กันอย่างหนักระหว่างความถูกต้องและความปรารถนาที่อยากจะสัมผัสริมฝีปากของชายหนุ่มตรงหน้า ในขณะที่เธอกำลังสับสนและเผลอจ้องมองปากของเขาด้วยความหวั่นไหว อคินกลับเอ่ยถามขึ้นด้วยน้ำเสียงทุ้มเสน่ห์ว่าเธออยากจะจูบกับเขาหรือไม่ ทิ้งให้หญิงสาวต้องเผชิญกับความรู้สึกที่ยากจะต้านทานในบรรยากาศที่เต็มไปด้วยแรงดึงดูดนี้
หน้าปกนวนิยาย พ่ายรักเทพบุตรมาร
9.7
เมื่อสี่สาวงามอย่างดารากานต์ ศศิกานต์ ใบหลิว และน้ำฟ้า ต้องเผชิญชะตากรรมอันเลวร้ายจากเงื้อมมือของสี่หนุ่มหล่อ อัคนี น่านน้ำ วาโย และพสุธา ผู้ซ่อนความร้ายกาจไว้ใต้รูปลักษณ์เทพบุตร เรื่องราวเริ่มต้นขึ้นเมื่ออัคนีและดารากานต์ต้องเข้าพิธีวิวาห์โดยไร้ซึ่งความเต็มใจ ทว่าท่ามกลางความขัดแย้ง เปลวไฟแห่งเสน่หากลับค่อยๆ หลอมรวมใจของทั้งคู่เข้าหากัน แม้ฝ่ายหญิงจะพยายามขัดขืนเพียงใด แต่ความจริงจังและเล่ห์เหลี่ยมของชายหนุ่มก็ทำให้เธอยิ่งพ่ายแพ้ต่อสัมผัสอันเร่าร้อนที่ยากจะต้านทานไหว