ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย นิยายรักสองภพ

นิยายรักสองภพ

ท่ามกลางความผูกพันที่ถักทอผ่านกาลเวลาทั้งสองชาติภพ เรื่องราวความรักครั้งนี้กลับไม่ได้เริ่มต้นด้วยความหวานซึ้ง แต่ถูกขับเคลื่อนด้วยแรงพยาบาทอันแรงกล้า เมื่อความเสน่หาและเพลิงแค้นหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียว จนแยกไม่ออกว่าความรู้สึกที่แท้จริงคืออะไรกันแน่ การกลับมาพบกันอีกครั้งจึงกลายเป็นจุดเริ่มต้นของการสะสางบัญชีแค้นที่ฝังรากลึกมาอย่างยาวนาน ในนิยายรักแนวแฟนตาซีที่พิสูจน์ว่าบางครั้งความรักก็คือเครื่องมือชั้นดีในการทำลายล้างฝ่ายตรงข้ามให้ย่อยยับ
ตอน
แชร์

ตอน 2

ผลคัดเลือกเข้าชมรมละครเวทีต้องรอวันพรุ่งนี้ พีคหัวหน้าชมรมจึงให้นักศึกษาที่มาสมัครคัดเลือกกลับกันไปก่อน ในส่วนของกัสและเขื่อนหลังจากออกมาจากชมรมละครเวที กัสรีบกลับห้องทันที เพื่อที่จะไปเขียนนิยายต่อ ส่วนเขื่อนต้องไปทำงานพาร์ทไทม์ที่ห้างสรรพสินค้า

           เมื่อกัสมาถึงที่ห้องเขาจึงรีบทำธุระส่วนตัวทุกอย่างให้เสร็จสิ้น นั่งครุ่นคิดชั่วครู่และลงมือเขียนนิยายต่อจากเมื่อวาน

           ในห้องบรรทมของเจ้าเมืองโสรยาองค์เก่า ที่ได้เสียชีวิตจากน้ำมือของแม่ทัพวิศรุฒผู้เหี้ยมโหด ในช่วงเวลานี้มีเพียงสองคนต่างภพได้ร่วมอยู่ห้องเดียวกัน หลังจากเหล่าบรรดาทหารกล้าออกไปจนหมด ตามคำสั่งของท่านแม่ทัพวิศรุฒ

           ยิวรู้สึกประหม่าและหวาดหวั่นมิใช่น้อย เมื่อเขาต้องยืนอยู่ใกล้หนุ่มร่างใหญ่กำยำบึกบึน ยิ่งสายตามองไปที่แผ่นอกลายรอยสักเสือสองตัว ยิวต้องเบี่ยงหน้าหนีไปทางอื่น เพราะเป็นรอยสักที่น่ากลัวสำหรับเขา

           “ข้าจะให้องค์เดินทางไปกับข้าด้วย”

           “จะไปก็ไปจะมาพูดย้ำทำไมอีก”

“ที่ข้าพูดอีกครั้งก็เพราะว่า ถ้าข้าให้เดินทางไปในฐานะองค์ชายมันคงดูไม่เหมาะ”

           “แล้วจะให้เราไปในฐานะอะไรล่ะ”ยิวเผลอพูดเสียงดังออกมา

           “องค์ชายทำไมท่านเป็นคนประหลาดเช่นนี้ พูดจากท่าทางอย่างกับผู้หญิงไม่ปาน”

           “เราก็เป็นคนเราอย่างนี้แหละ พูดมาให้หมดเลยว่าจะให้ทำอะไร”ยิวลดเสียงให้ราบเรียบลง

                       ข้าจะให้องค์ชายไปในฐานะองค์หญิง”แม่ทัพวิศรุฒมองใบหน้าของยิว และยิ้มที่มุมปากอย่างมีเลศนัย

           “นายจะบ้าไปแล้วเหรอ เรานี่ผู้ชายทั้งแท่ง เพียงแต่หน้าหวานแค่นั้น ผมก็สั้นจะให้แต่งเป็นผู้หญิงคงไม่ได้หรอก”

           “ก็ได้ ถ้าองค์ชายแต่งชุดนี้ก็ต้องไปอยู่กับพวกเชลยศึก”

           “ไม่เอาหรอกเคยดูในหนังล่ามโซ่ด้วย”ยิวอดเสียวสันหลังไม่ได้

           “หนังอะไรขององค์ชาย”แม่ทัพจับแขนของยิวและไล่ลงสัมผัสฝ่ามืออันเรียวงามแสนนุ่มดังปุยฝ้าย

           “ไม่ใช่หนังมือ เราเคยฟังเขาเล่ามา”ยิวถอนหายเฮือกใหญ่

           “เขาเล่ามาเหรอ แต่ทำไมมือขององค์ชายนิ่มยังกับผู้หญิง นิ้วมือก็เรียวงาม เหมือนกับคนที่ไม่เคยจับดาบ”

           “ก็ไม่เคยไงได้แต่เรียนหนังสือ มีบ้างทำงานพาร์ทไทม์ แต่ก็ไม่ได้หนักอะไร”

           “องค์ชายพูดจาแปลกประหลาด ทำงานพาร์ทอะไร อ่อ องค์ชายเรียนหนังสือที่ไหนเหรอ เมื่อครู่พูดอยู่ ข้าได้ยินไม่ชัดเท่าไร”

           “เรียนมหาวิทยาลัยที่กรุงเทพ”

           “เอ้า ไม่ใช่ที่วัดรึ”

           “วัดอะไรกัน ที่วัดเอาไว้ทำบุญ โอ๊ย ไม่พูดกับนายแล้วปวดหัว”

           ตอนนี้ยิวเชื่อสนิทใจว่าได้หลงเข้ามาในนิยาย ที่เขากำลังอ่านยังไม่จบ ข้อสำคัญนักเขียนหน้าใหม่รายนี้พึ่งเขียนได้เป็นเรื่องแรก ยิวจึงเริ่มมองหน้าแม่ทัพวิศรุฒอีกครา ว่าคล้ายในจินตนาการของเขาหรือไม่

           “องค์ชายมองข้าทำไม ข้าถามเป็นครั้งสุดท้าย จะปลอมตัวเป็นผู้หญิงไหม”

           “ถ้าเราปลอมเป็นผู้หญิงแล้วสบายก็โอเคนะ ดีกว่าเป็นผู้ชายที่ต้องเป็นเชลยศึก”

           “องค์ชายพูดจาเยี่ยงนี้ไม่สมกับเป็นชายชาตรีเลย”แม่ทัพวิศรุฒพูดห้วนๆ

           “ก็ไม่ใช่ไง”

           “ถ้าอย่างนั้นองค์ชายเป็นอะไร ผู้ชายก็ไม่ใช่ผู้หญิงก็ไม่เชิง ข้างงกับพฤติกรรมขององค์ชายเหลือเกิน”

           “เป็นอะไรก็ได้ที่นายอยากให้เป็น”

           “ดี ถ้างั้นพรุ่งนี้ตอนเช้าข้าจะให้พวกสนมที่หลงเหลืออยู่มาแต่ตัวให้องค์ชาย”

           “พรุ่งนี้เป็นอันจบ แต่คืนนี้จะให้เรานอนที่ไหน”ยิวรู้สึกง่วงนอนอย่างสุดทน เพราะตั้งแต่เกิดการจลาจลในเมืองโสรยาที่ยิวหลงเข้ามา เขายังไม่ได้หลับแม้แต่เสี้ยววินาที

           “ที่พื้น”แม่ทัพวิศรุฒชี้มือลงไปที่พื้น

           “นอนได้ไงแข็งจะตาย นายลองมานอนดูซิ”

           “ข้าเคยนอนหมดทุกที ไม่ว่าจะพื้นแข็งแค่ไหน นอนตากฝนก็ยังเคยเลย”

           “นั่นมันนายแต่ไม่ใช่เรา”

           “ถ้าไม่นอนกับพื้นแล้วองค์ชายจะนอนตรงไหน”

           “ก็บนเตียงไง”

           ยิวมองไปที่เตียงแสนนุ่มที่สามารถนอนได้สองคน เขาอดใจไม่ไหวรีบวิ่งและกระโดดขึ้นเตียง ล้มตัวลงนอนขยับร่างชิดติดผนังห้อง

           “องค์ชายนั่นมันเตียงของข้า”

           “ใช่ที่ไหนกัน เตียงของเจ้าเมืองคนเก่ามากกว่า ขึ้นมานอนกันสองคนก็ได้”

           “ข้าไม่นอนเตียงเดียวกับผู้ชายหรอก”

           “ถ้าไม่นอนกับเราก็นอนพื้นก็ได้”

           “ข้าไม่นอนกับพื้นหรอก เพราะข้าตีเมืองโสรยาแตกพ่าย เตียงนั้นควรเป็นของข้า”

           “อย่าเรื่องมากขึ้นมานอนเหอะ รับรองนอนไปนานๆนายจะติดใจ ที่ได้นอนกับผู้ชายด้วยกัน”ยิวอดขำหน้าตาของแม่ทัพวิศรุฒไม่ได้ เพราะหน้าตาของแม่ทัพวิศรุฒแบบว่ากลืมไม่เข้าคลายไม่ออก

           ยิวนอนมองแม่ทัพวิศรุฒที่กำลังขึ้นมาบนที่นอนแล้วนั่งลงข้างๆเขา สักพักแม่ทัพวิศรุฒก็ล้มตัวลงนอนข้างๆยิว

           กัสเริ่มง่วงนอนเขาจึงหยุดเขียนต่อ กัสเชยปลายคางและหลับตา ภาพพีคที่เพียงเห็นครั้งแรกก็ลอยมา ในห้วงส่วนลึกของจิตใจ พอกัสลืมตาขึ้นภาพนั้นก็เลือนหายไป กัสอมยิ้มอย่างมีความสุข เพราะพรุ่งนี้เขาจะได้เจอพีคอีกครา กัสจึงภาวนาขอให้ตัวเองได้ผ่านการคัดเลือก  รวมทั้งเผื่อแผ่ให้เขื่อนเพื่อนรักอีกหนึ่งคน

ในห้องชมรมละครเวทีต่างมีนักศึกษาหลากหลายคณะ นั่งบนเก้าอี้สีดำเรียงไปแถวยาวสี่ตอน ในนั้นมีนักศึกร่วมยี่สิบคน ต่างเฝ้ารอคัดเลือกเข้าชมรมละครเวที พร้อมกันนั้นยังจะได้แสดงละครเวทีที่บทพร้อม ขาดเพียงแต่ตัวนักแสดงที่กำลังจะคัดเลือกต่อจากนี้

ซึ่งในกลุ่มนักศึกษาที่มาฟังผลคัดเลือก ได้มีกัสกับเขื่อนนั่งอยู่ด้วย ทั้งสองมาฟังด้วยใจที่ระทึก และทั้งสองต่างจ้องมองพีครุ่นพี่ที่มายืนหน้ากลุ่มนักศึกษา เพื่อมาประกาศผลผลเลือก

 “พี่ก็ไม่อยากประกาศเลย ถ้าน้องคนไหนพลาดโอกาสในครั้งนี้ปีหน้ามาใหม่นะครับ”

ในช่วงเวลาเดียวกันนั้น กัสและเขื่อนต่างจับมือกันลุ้นระทึก  สายตาทั้งสองมองไปที่จุดเดียวกันนั่นคือพีค ชายหนุ่มที่กำความหวังและความชอบส่วนตัวที่ทั้งสองมีให้ กัสและเขื่อนลุ้นระทึกประกาศจากคนแรกจนมาถึงสองคนสุดท้าย

“คนรองสุดท้ายเที่เข้ารอบคือน้องเขื่อนครับ”เขื่อนหันมามองกัสด้วยความดีใจ

กัสรู้สึกดีใจกับเขื่อนด้วยอย่างใจจริง แต่ก็อดหวั่นใจไม่ได้ว่าตังเองจะพลาดการคัดเลือก กัสนั่งนิ่งด้วยความหวั่นวิตกยิ่งนัก

“คนสุดท้ายคือน้องกัส”กัสยิ้มออกเมื่อได้ยินชื่อของเขาจากน้ำเสียงของพีค

“ในที่สุดเราก็ผ่านการคัดเลือกทั้งสองคน”กัสยิ้มทั้งใบหน้าด้วยความอิ่มใจอย่างสมหวัง

เขื่อนและกัสหันมามองหน้ากันด้วยความปลื้มจนล้นใจ สายตาทั้งคู่เปล่งประกายความสุขสมดังปราถนา

“น้องเขื่อนกับน้องกัสออกมาหาพวกพี่ที่นี่เร็วๆเข้า”พีคเอ่ยขึ้น

กัสและเขื่อนรีบเดินออกจากที่นั่ง มุ่งตรงมายันพีคที่มีเพื่อนสาวของเขาอีกสองคนอยู่ด้านข้าง

“ดีใจด้วยนะน้อง”เกรซสาวหวานปานน้ำผึ้งแสดงความยินดีกับสองหนุ่มจากใจจริง

“ขอบคุณครับ”กัสและเขื่อนพูดขึ้นพร้อมกัน

           “เงียบๆ กันทุกคน คราวนี้มาถึงช่วงเวลาที่สำคัญอีกครั้งหนึง”พีคมองหน้ารุ่นน้องที่ผ่านเข้ารอบครบทุกคน

           “เรามีบทละครที่กำลังจะทำการแสดง แต่เป็นละครเวทีวาย มีใครที่ไม่สามารถเล่นได้บ้าง”พีคมองหน้ารุ่นน้องทุกคนอีกครั้ง แต่ก็ไม่มีใครปฏิเสธสักคน

           “ดีมากนี่แหละนักแสดงตัวจริง”

           “เอาล่ะ ต่อไปเป็นหน้าที่ของพี่เจนนี่กับพี่เกรซพูดบ้าง”

           กัสมองสองสาวที่หน้าตาต่างกัน แต่ที่เหมือนกันคือสวยทั้งคู่ ซึ่งยืนเคียงข้างพีคสุดของกันและเขื่อน

“บทละครเรื่องนี้พี่กับพี่เกรซร่วมกันเขียนขึ้นมา บอกตามตรงพี่สองคนเป็นสาววาย”เจนนี่ปิดปากนิดนึงแอบอมยิ้มภายใต้ฝ่ามือทีเรียวงาม

“เนื้อเรื่องก็ประมาณเป็นรักสามเส้า นายเอกจะมีสองคนเป็นเพื่อนรักกัน แต่ต้องมาแตกหักเพราะชอบผู้ชายคนเดียว ก็คือพระเอกนั่นแหละ ส่วนนักแสดงเราอยากได้คนที่เป็นเพื่อนกันจริงๆมาแสดง ซึ่งพวกพี่ก็เห็นตรงกันน่ะ”เจนนี่มองมาทางเขื่อนและกัส

“พี่สังเกตเห็นน้องเขื่อนกับน้องกัส สนิทและรักกันมากเลย ตอนพี่พีคประกาศผลคัดเลือก พวกพี่เลยตัดสินใจให้น้องทั้งสองเป็นนายเอกทั้งคู่ ส่วนพระเอกก็ไม่ใช่ใครพี่พีคสุดหล่อนั่นเอง”

เจนนี่ชี้มือไปทางพีคที่กำลังยืนอมยิ้มด้วยความอายนิดๆ ช่วงเวลาเดียวกันกัสกับเขื่อนมองไปยังพีคสุดหล่อ เมื่อทั้งสองได้รู้ว่าต้องเล่นบทนี้กับพีค จึงทำให้เขื่อนและกัสอยากเล่นบทนี้อยากมาก

 “พี่มีบทละครสองบทให้น้องกัสกับน้องเขื่อนเลือกกันเองนะ คืนนี้ลองไปอ่านดูเมื่อตัดสินใจได้แล้วพรุ่งนี้มาบอกพวกพี่ ตอนเย็นเราจะได้เริ่มซ้อมกันเลย”เกรซสาวหวานยื่นบทละครสองบทให้ทั้งกัสและเขื่อน

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย ธิดาแค้นต้องเอาคืน
9.2
ตระกูลซูถูกกวาดล้างจนสิ้นซากในคืนเดียว ซูเฉิงอิ้งต้องทนทุกข์จากการถูกน้องสาวทรยศและชายคนรักหลอกใช้จนถูกตราหน้าว่าเป็นคนขายชาติก่อนจะถูกประหารอย่างอนาถ เมื่อได้รับโอกาสกลับมาเกิดใหม่พร้อมความแค้น นางจึงถือดาบกลับมาเพื่อทวงคืนความยุติธรรม เริ่มจากการกำจัดน้องสาวชั่วและคนรักหน้าเนื้อใจเสือ พร้อมสยบคำนินทาที่บิดเบือนความจริงทั้งหมด ทว่าในเส้นทางแห่งการล้างแค้นนี้ ตงฟางไป๋เยว่กลับก้าวเข้ามาป่วนหัวใจจนนางแทบจะวางดาบไม่ลง
หน้าปกนวนิยาย ลิขิตเสน่หามนตรารัตติกาล
8.8
โชคชะตาหรือมนตราลึกลับที่นำพา รุ้งราตรี ให้ตกอยู่ใต้อ้อมกอดของแดเนียล แวมไพร์ผู้มีหัวใจเย็นชามาแสนนาน เพียงสบตาและสัมผัสแรกเธอกลับรู้สึกถึงอันตรายที่แฝงไปด้วยความหวั่นไหวอย่างรุนแรง แม้จุมพิตเดียวจะทำให้เขาปักใจเชื่อว่าเธอคือเนื้อคู่ที่ตามหา แต่รุ้งราตรีกลับพยายามถอยห่าง ทว่าด้วยความจำเป็นบางอย่างทำให้เธอไม่มีทางเลือก นอกจากต้องหวนคืนสู่คฤหาสน์อันน่าสะพรึงกลัวแห่งนั้นอีกครั้งเพื่อเผชิญหน้ากับความเร่าร้อนที่ยากจะต้านทานไหว
หน้าปกนวนิยาย 100วันวางแผนลับจับประธานเย็นชา
9.4
เซียนสาวเจ้าอี้เฟยยอมสละตบะที่สั่งสมมาทั้งชีวิตเพื่อโอกาสเคียงคู่ชายคนรักในโลกมนุษย์ โดยมีเงื่อนไขว่าต้องทำให้เขาหลั่งน้ำตาจากรักแท้ให้ได้ภายใน 100 วัน มิเช่นนั้นวิญญาณของนางจะดับสูญตลอดกาล เธอจึงเข้าสวมร่างหญิงสาวที่เพิ่งถูกถอนหมั้นและอยู่ในความดูแลของนายแพทย์โจวเจี๋ยหลุน ชายหนุ่มผู้มักฝันเห็นเธออยู่บ่อยครั้ง ทว่าพฤติกรรมที่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิงและการตามจีบเขาอย่างเปิดเผยของเธอกลับทำให้คุณหมอหนุ่มเริ่มสงสัยว่าแท้จริงแล้วเธอเป็นใครกันแน่
หน้าปกนวนิยาย บัลลังก์แรเงา
9.3
เมื่อเจ้าหลวงแห่งสินทูรสิ้นพระชนม์ บัลลังก์จึงสั่นคลอนด้วยข่าวลือเรื่องชาติกำเนิดของรัชทายาทผู้ถูกตราหน้าว่าเป็นเพียงลูกชู้ มีเพียงพระธำมรงค์วงสำคัญที่เป็นสิ่งยืนยันสิทธิ์ในอำนาจ ท่ามกลางปริศนาที่รอการพิสูจน์เมื่อทรงเติบใหญ่ หญิงสาวลึกลับผู้ถวายดอกแก้วและคอยอารักขาจะกลายเป็นกุญแจสำคัญในการไขความจริง หรือจะยิ่งตอกย้ำว่าพระองค์เป็นเพียงเงาบนบัลลังก์ที่ไร้ค่า การต่อสู้เพื่อศักดิ์ศรีและความรักจึงเริ่มต้นขึ้นในอาณาจักรที่เต็มไปด้วยความลับอันดำมืด
หน้าปกนวนิยาย จอมเสเพลอย่างท่านอย่ามาเกี้ยวข้า!
8.1
เมื่อถูกคู่หมั้นทอดทิ้งอย่างไม่ใยดีพร้อมประกาศตัดสัมพันธ์กลางที่สาธารณะจนต้องอับอาย หญิงสาวจึงตัดสินใจหันหลังให้ความช้ำรัก ทว่าจู่ๆ อดีตคนรักผู้เสเพลกลับพยายามตามตื้อและวุ่นวายในชีวิตนางไม่เลิกรา แม้เขาจะใช้กลเม็ดเด็ดพรายเพียงใด แต่นางก็ตั้งมั่นว่าจะไม่ยอมใจอ่อนหรือหลงกลคนเจ้าชู้เช่นเขาอีกต่อไป เรื่องราวความรักปนความแค้นนี้เป็นภาคต่อที่อ่านแยกได้จากผลงานเรื่อง ช่วยข้าที สองสามีของข้าคือท่านอ๋องจอมโหด
หน้าปกนวนิยาย ข้ามเวลามาพบองครักษ์
8.1
เมื่อนักวิจัยและผู้เชี่ยวชาญด้านการผลิตเครื่องสำอางจากโลกปัจจุบันต้องเผชิญกับเหตุการณ์ไม่คาดฝันที่ดึงดูดเธอให้ทะลุมิติย้อนเวลากลับไปสู่ยุคจีนโบราณอย่างปาฏิหาริย์ ท่ามกลางสภาพแวดล้อมที่ไม่คุ้นเคยและไร้ซึ่งทักษะการเอาตัวรอดในด้านอื่น เธอจึงมีเพียงความรู้และความสามารถในการสร้างสรรค์เครื่องประทินโฉมเป็นอาวุธข้างกายเพียงอย่างเดียวเท่านั้น มาร่วมลุ้นไปกับเส้นทางชีวิตบทใหม่ที่เธอต้องใช้ศาสตร์แห่งความงามเพื่อพิสูจน์คุณค่าและเอาชนะอุปสรรคในดินแดนต่างยุคแห่งนี้