หน้าปกนวนิยาย นิยายรักสองภพ

นิยายรักสองภพ

8.3 / 10.0
ท่ามกลางความผูกพันที่ถักทอผ่านกาลเวลาทั้งสองชาติภพ เรื่องราวความรักครั้งนี้กลับไม่ได้เริ่มต้นด้วยความหวานซึ้ง แต่ถูกขับเคลื่อนด้วยแรงพยาบาทอันแรงกล้า เมื่อความเสน่หาและเพลิงแค้นหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียว จนแยกไม่ออกว่าความรู้สึกที่แท้จริงคืออะไรกันแน่ การกลับมาพบกันอีกครั้งจึงกลายเป็นจุดเริ่มต้นของการสะสางบัญชีแค้นที่ฝังรากลึกมาอย่างยาวนาน ในนิยายรักแนวแฟนตาซีที่พิสูจน์ว่าบางครั้งความรักก็คือเครื่องมือชั้นดีในการทำลายล้างฝ่ายตรงข้ามให้ย่อยยับ

นิยายรักสองภพ ตอนที่ 1

ค่ำคืนอันดึกดื่นกัสนักศึกษาหนุ่มผู้มีความฝัน อยากมีนิยายสักเรื่องหนึ่งที่เขาจินตนาการไว้ และอยากหาเงินจากการเขียนนิยายเพื่อยังชีพ เขาตั้งสมาธิอยู่พักหนึ่งก่อนที่จะลงมือเขียน แต่ยังไม่ทันได้เขียน เขื่อนเพื่อนร่วมห้องตื่นขึ้นมาเข้าห้องน้ำ และยังเห็นกัสนั่งอยู่หน้าโน๊ตบุ๊คเขาจึงอดถามไถ่ไม่ได้

“กัสมัวทำอะไรอยู่ถึงยังไม่นอนสักที”

“เรากำลังจะเขียนนิยายตอนแรก”

“เอาแน่ใช่ไหม เห็นว่าจะเขียนหลายรอบแล้ว”

“ครั้งนี้แน่นอน”

“เอาใจช่วยนะ แต่เราขอตัวนอนต่อ นายก็อย่าโหมเขียนยันแจ้งล่ะ ถ้าง่วงก็นอน แต่เราของตัวนอนก่อนก็แล้วกัน”เขื่อนล้มตัวลงนอนและหลับไปในทันที

ส่วนกัสก็ไม่รอรีอีกต่อไป เขากดแป้นพิมพ์ ตามจินตนาการที่วางไว้ เพื่อหวังว่าสักวันเขาจะประสบความสำเร็จทางด้านนี้ กัสจึงเริ่มเขียนนิยายเรื่องแรก นักรักบันลือโลก

ท่ามกลางแคว้นโสรยาที่กำลังเกิดศึกสงคราม โดยมีแม่ทัพวิศรุฒแห่งแคว้นศิลานคร ได้นำทัพมาตีเมืองโสรยาที่อ่อนแอ ไร้ผู้นำที่เข้มแข็งจึงเป็นจุดอ่อนที่ทำให้แม่ทัพวิศรุฒ ตีเมืองโสรยาจนพ่ายเมืองแตก บรรดาเจ้าเมืองและองค์ชายที่หลบหนีไม่ทัน แม่ทัพวิศรุฒผู้เหี้ยมโหด ฆ่าฟันไม่มีเหลือซาก เพื่อป้องกันมาแก้แค้นภายหลัง ส่วนบรรดาองค์หญิงได้หลบหนีเปลื่ยนเป็นสามัญชนได้แฝงตัวหายไปก่อนหน้านี้ ส่วนที่เหลือต่างตายเป็นเบือ พวกกลุ่มที่ศิโรราบยอมแพ้อยู่แบบไร้ศักศรีก็มี แต่ก็อยู่แบบทาสรับใช้และกำลังจะถูกเกณฑ์กลับเมื่อศิลานคร

แม่ทัพวิศรุฒเมื่อเสร็จศึกสงครามที่ได้รับชัยชนะ ซึ่งเขาได้เหน็ดพอสมควรจากการกล่ำศึกสงคราม แม่ทัพวิศรุฒจึงเข้ามาพักผ่อนในห้องบรรทมของ เจ้าครองเมืองโสรยาที่ถูกเขาฆ่าตายไปเมื่อช่วงบ่าย พร้อมกับบรรดาโอรสและเชื้อพระวงค์ ในระหว่างที่เขากำลังจะหลับนั้นก็ได้มีทหารคนสนิทเข้ามาหา

“ท่านแม่ทัพมีองค์ชายเหลืออีกพระองค์หนึ่ง กระผมได้พามาอยู่ที่หน้าห้อง ท่านแม่ทัพจะจัดการอย่างไรดีขอรับ”ทันทหารคนสนิทได้เจอผู้ชายคนนี้นี้ที่ท้องพระโรง ทันจึงทึกทักว่าเป็นองค์ชาย ด้วยรูปร่างหน้าตาผิ วพรรณไม่เหมือนชาวบ้านทั่วไป เขาจึงนำตัวมาให้แม่ทัพวิศรุฒจัดการ

“ถ้าเป็นองค์ชายก็ต้องฆ่าอย่าให้เหลือ”แม่ทัพวิศรุฒพูดอย่างเย็นชา

“แต่องค์ชายองค์นี้แต่งตัวแปลกประหลาดมากขอรับ”

“แปลกอย่างไงวะมึงว่ามา”แม่ทัพวิศรุฒมีท่าทีสงสัย

“ตัดผมสั้นแต่ก็ไม่สั้นมากแต่ก็ไม่ยาว เสื้อผ้าที่ใส่เป็นลายดอกไม้ เสื้อกับกางเกงแยกออกจากกัน รองเท้าก็ไม่ใส่ ผิวขาวมากยังกับผู้หญิง ตอนแรกกระผมก็คิดว่าเป็นผู้หญิง ดูไปดูมาน่าจะเป็นผู้ชายขอรับ”

“องค์ชายเมืองนี้คงจะปลอมตัวเป็นผู้หญิง  เตรียมตัวจะหนี เห็นเองพูดแล้วอยากเห็นหน้าตาซักหน่อย ไปพามาให้ข้าดูตัวหน่อยสิ”

“ขอรับ”

           ทันทหารคนสนิทแม่ทัพวิศรุฒ เดินไปเปิดประตู และพายิวที่เมื่อครู่กำลังอ่านนิยายนักรักบันลือโลกในแอปอ่านนิยาย ทางโทรศัพท์มือถือ เขาอ่านยังไม่ถึงตอนก็หลับ และมารู้ตัวอีกทีในห้องโถงท้องพระโรง ที่กำลเข่นฆ่าฟันกันอย่างโหดเหี้ยม ยิวจึงรีบไปหลบใต้ฐานที่นั่งของเจ้าเมือง 

หลังจากเหตุการณ์สงบเหล่าบรรดาทหาร ได้ตรวจสอบความเรียบร้อยและหาผู้รอดชีวิต เพื่อจะจัดการไม่ให้เหลือซาก ซึ่งชั่วเวลาไม่นาน ยิวก็ถูกค้นพบและถูกพาตัวมาหาท่านแม่ทัพวิศรุฒ

           เมื่อทหารสองนายหิ้วปีกยิว เดินมาตรงหน้าของแม่ทัพวิศรุฒและโยนลงตรงใกล้ๆปลายเท้าของท่านแม่ทัพวิศรุฒ เมื่อไร้พันธนาการยิวจึงลุกขึ้นยืน แม่ทัพวิศรุฒก้มมองหน้ายิวที่ขาวใสเนียนไร้ริ้วรอย ริมฝีปากสีชมพูดอวบอิ่ม รูปร่างบอบบางอย่างกับอิสตรี

           “องค์ชายเมืองนี้ขี้ขลาดไม่สมชายชาตรีเลย ยอมกระทั้งแต่งตัวเป็นหญิง แต่ข้าก็ไม่เข้าใจทำไมถึงตัดผมทรงอะไรข้าไปไม่เคยเห็น”แม่ทัพวิศรุฒเดินวนรอบร่างของยิว

           “นายก็เหมือนกันเสื้อก็ไม่ใส่ ผมก็ไม่ตัดแต่ดันมวยทำเป็นจุกอยู่บนหัว”ยิวมองหน้าแม่ทัพวิศรุฒชัดๆ

           “ปากคอเลาะร้ายน่ะองค์ชาย”แม่ทัพวิศรุฒบีบที่คอของยิว

           “ปล่อยนะ”ยิวใช้สองมือจับแขนและมือของแม่ทัพวิศรุฒเพื่อดึงออก เพราะตอนนี้เขาหายใจไม่ออกแท่บจะขาดใจ

           แม่ทัพวิศรุฒเห็นสีหน้าของยิวกำลังเหมือนคนจะขาดใจ เขาจึงปล่อยมือและมองต้นคอของยิว ที่เป็นรอยแดงจากรอยมือของเขาที่บีบเมื่อครู่

           “พ่อขององค์ชายเลี้ยงดูองค์ชายแบบไหนกัน ถึงช่างอ่อนแอไร้เรี่ยวแรงอย่างกับอิสตรี รูปร่างขององค์ชายก็ช่างอรชรอ้อนแอ่นยิ่งกว่าเผู้หญิงเสียอีก”

           “แม่ทัพเอาไปฆ่าเลยไหมจะได้ไม่เสียเวลาพักผ่อนท่านแม่ทัพ”

           แม่ทัพวิศรุฒครุ่นคิดเขามองพินิจรูปร่างของยิวที่ดุจอิสตรี แต่ก็ยังหลงเหลือความเป็นชายอยู่อย่างมาก

                      “อย่าพึ่ง ข้ากำลังคิดว่าจะเลี้ยงองค์ชายไว้ดูเล่น เพราะดูจากรูปร่างหน้าตา ไม่น่าจะมีผิดสงอะไรหรอก”

           “ตามแต่ท่านแม่ทัพเห็นสมควรขอรับ แต่เราต้องเดินทางกลับเมืองศิลานคร ซึ่งกินเวลาหลายเดือน กระผมว่าองค์ชายจะไหวหรือไม่ กลัวจะตายก่อนถึงเมืองศิลานครซิขอรับ”

           “ตายก็ช่างมัน ก็แค่องค์ชายองค์เดียว”แม่ทัพวิศรุฒมองยิวอย่างเย้ยหยัน

           “ก็ได้เราจะไปกับนาย”

           “กล้าดีเหมือนกัน แต่ยังมีองค์ชายหลงเหลืออยู่อีกเหรอ”แม่ทัพวิศรุฒมีท่าทีสงสัย

           “ใช่ กระผมก็ว่าฆ่าตายหมดแล้วนี่ แต่ที่กระผมพามาหาท่านแม่ทัพ เพราะหน้าตาผิวพรรณ และการแต่งกายน่าจะไม่ใช่คนธรรมดา มีความเป็นไปได้น่าจะเป็นองค์ชายเมืองนี้”

           “ว่ามาเจ้าเป็นใคร”

           “ข้าชื่อองค์ชายโสพล”ยิวคิดไม่ออกเลยเอาชื่อเมืองนี้เป็นชื่อตัวเอง

           “ข้าไม่ได้เคยได้ยินชื่อนี้ หรือว่าเจ้าเป็นเชื้อพระวงค์ชั้นปลายแถว”

           “ไม่ใช่ เราเป็นลูกสนมมือใหม่ เป็นลูกสนมคนสุดท้าย เลยไม่ค่อยได้รับความสนใจจากใคร วันๆหนึ่งอยู่แต่กับแม่ในห้องไม่ค่อยได้ออกมาเห็นเดือนเห็นตะวัน เพราะถ้าออกมาจะโดนกลั่นแกล้งจากพี่ๆ เพราะกลัวจมาแย่งตำแหน่งรัชทายาท”

           “น่าจะจริงขอรับเพราะเจ้าเมืองโสรยามีสนมนับสิบคน”ทันทหารคนสนิทพูดขึ้น

           “ตำแหน่งรัชทายาทคงน้อยไป เพราะตอนนี้ไม่มีใครหลงเหลืออยู่แล้ว องค์ชายก็น่าจะเป็นเจ้าเมืองได้ แต่ช้าก่อนอย่าพึ่งดีใจ เพราะเจ้าเมืองศิลานครเตรียมได้เตรียมให้โอรสองค์เล็กมาครองนครแห่งนี้”แม่ทัพวิศรุฒหัวเราะดังลั่น

           “ท่านแม่ทัพจะเก็บองค์ชายโสพลไว้ทำอะไรขอรับ”ทันทหารคนสนิทพูดขึ้นด้วยความสงสัย

           “เอามาเป็นคนรับใช้ของข้า เอ็งจะได้มีเวลาไปทำอย่างอื่น”

           “ขอรับ กระผมดีใจอย่างยิ่ง”ทันทหารคนสนิทยิ้ม

           “พวกเองออกไปได้แล้ว ยกเว้นองค์ชายโสพล”

           “ขอรับ”

           ทันและทหารอีกสองคนได้ออกไปจากห้อง ปล่อยให้แม่ทัพวิศรุฒกับยิวอยู่ด้วยกัน ภายในห้องอันเงียบสงัด

           กัสเริ่มรู้สึกง่วงนอนเขาจึงหยุดเขียนเพียงแค่นี้ และขึ้นไปบนเตียงนอนข้างๆเขื่อน ที่เขาแอบยืมคาแรกเตอร์ไปใช้ในนิยาย เพียงแต่เปลื่ยนชื่อเท่านั้น นอกนั้นใส่ความเป็นเขื่อนทุกอย่าง]ลงไปในนิยายของตัวเอง

           กัสและเขื่อนนั้นเป็นเพื่อนกันมาตั้งแต่สมัยมัธยม พอเรียนมหาวิทยาลัยก็เรียนทีเดียวกัน แต่คนละคณะ กัสเรียนคณะนิเทศศาสตร์ ส่วนเขื่อนเรียนคณะศิลปะศาสตร์ เอกภาษาอังกฤษ ทั้งคู่จึงมีความสนิทสนมกันมาก

เช้าอีกวันทั้งสองมาเรียนพร้อมกัน ช่วงเช้านั้นแยกกันไปเรียนพอช่วงบ่ายทั้งคู่ต้องมาอยู่ด้วยกัน  เพราะวันนี้เป็นวันที่กัสและเขื่อน มาคัดเลือกตัวเพื่อเข้าชมรมละครเวที เมื่อมาถึงหน้าห้องชมรม กัสและเขื่อนก็นั่งรอเรียกชื่อ เพื่อเข้าไปทดสอบความสามารถทางด้านการแสดง

           เขื่อนถูกเรียกตัวเป็นคนแรก เขาจึงเดินเข้าไปอย่างคนมีความมั่นใจ เมื่อไปถึงเขาก็เห็นรุ่นพี่สามคนนั่งเรียงกัน คนกลางเป็นนักศึกษาชายที่หน้าต่อหล่อสูงหุ่นดีผิวขาว สองข้างซ้ายและขวาเป็นนักศึกษาสาวที่สวยหวานอยู่ข้างซ้าย ส่วนข้างขวาสวยเฉี่ยวเปรี้ยวจนเข็ดฟัน

           “สวัสดีครับ ผมชื่อเขื่อน”เขื่อนยกมือไหว้รุ่นพี่ และคนที่เขื่อนมองเป็นพิเศษคือคนกลาง เพราะความหล่อนั้นได้โดนใจเขื่อนอย่างมาก

           “สวัสดีเช่นกัน เห็นเก้าอี้ตรงหน้าไหม ทำท่านั่งที่เก้าอี้ให้ดูหน่อยซิ”พีค รุ่นพี่ในชมรมละครเวทีชี้มือไปทางเก้าอี้ที่ล้มอยู่

           เขื่อนหันไปมองเก้าอี้ที่ล้มอยู่ แล้วเขาก็เดินไปจับเก้าอีกี้ที่ล้มตั้งขึ้น หลังจากนั้นเขาก็นั่งบนเก้าอี้ พีคหันหน้าไปมองเพื่อนผู้หญิงทั้งสองคนและก็พยักหน้า

           “ไปนั่งข้างๆได้เลยน้อง”พีคพูดจบก็ยิ้มให้เขื่อน

           “ขอบคุณครับ”เขื่อนยกมือไหว้รุ่นพี่แล้วไปนั่งข้างๆห้อง

           หลังจากนั้นก็เป็นคิวของกัสที่เดินเข้ามาในห้องอย่างช้าๆและมองไปที่เขื่อน แล้วหันกลับไปมองหน้ารุ่นพี่ชมรมละครเวที พอกัสได้เห็นพีคแค่นั้นเขาถึงกับเขินอาย ยิ่งสายตาของพีคหวานฉ่ำจ้องมองกัสอย่างอ่อนโยน

           “แนะนำตัวเลยน้อง”

           “สวัสดีครับ ผมชื่อกัส”

           “เห็นเก้าอี้ตัวนั้นไหมทำท่านั่งให้ดูหน่อย”พีคชี้ไปที่เก้าอี้ตัวเดิมที่ล้มลง

           กัสมองไปที่เก้าอี้และเดินไปยืนมองชั่วครู่ แล้วกัสก็นั่งลงกับพื้นและล้มตัวลงนอนโค้งเป็นท่านั่งเก้าอี้

           พีคและเพื่อนผู้หญิงสองคนต่างมองหน้ากัน สักพักพีคก็รีบลุกจากเก้าอี้เดินไปหากัสที่นอนท่านั่งอยู่กับพื้น เมื่อพีคเดินมาถึงก็นั่งลง

           “ลุกขี้นได้แล้ว”พีคยิ้มให้กัสอย่างอ่อนโยน

           กัสลุกขึ้นนั่งและมองหน้าพีคแวบหนึ่งและหันไปทางอื่น ด้วยความเขินอาย ส่วนพีคก็ยิ้มให้กัสด้วยสายตาอันวาบวับ ก่อนที่จะพยุงร่างของกัสลุกขึ้นยืน

           “ไปนั่งข้างๆห้องได้แล้ว”พีคชี้มือไปทางที่เขื่อนนั่งอยู่

           กัสเดินไปหาเขื่อนที่ยังอึ้งกับกัส ที่ทำท่านั่งนอนกับพื้น กัสนั่งลงข้างๆเขื่อน ทั้งสองมองหน้ากัน ด้วยใจระทึกว่าจะผ่านการคัดเลือกเขาชมรมการแสดงหรือไม่

อ่านต่อ

สารบัญ นิยายรักสองภพ

Ch. 1 Ch. 2 Ch. 3
Ch. 4
Ch. 5
Ch. 6
Ch. 7
Ch. 8
Ch. 9
Ch. 10
Ch. 11
all

คุณอาจจะชอบ

นิยายมาใหม่

หน้าปกนวนิยาย หยั่งรากฝากรัก
8.3
เมื่อก่อนจิรายุเคยขับไสไล่ส่งดรีมจนเธอหายไปจากชีวิต แต่พอเธอกลับมาในลุคใหม่ที่ไม่แยแสเขาอีกต่อไป เขากลับเป็นฝ่ายที่อยากทวงคืนหัวใจเธอ ทว่าอุปสรรคครั้งนี้ใหญ่หลวงนัก เพราะนอกจากจะมีหนุ่มๆ มาคอยขายขนมจีบแล้ว เธอยังพยายามหลบหน้าเขาแทบทุกวิถีทาง ที่ซ้ำร้ายไปกว่านั้นคือพ่อแม่ของเขาที่เคยเชียร์กลับเปลี่ยนมาขัดขวาง โดยประกาศกร้าวว่าผู้ชายคนไหนก็ได้ยกเว้นลูกชายตัวเองที่จะได้คู่กับดรีม งานนี้เขาจะขุดรากรักที่ฝังลึกในใจให้กลับมาเบ่งบานได้สำเร็จหรือไม่
หน้าปกนวนิยาย เก็บรักมาเฟีย
8.1
"โดมินิก" จะทำยังไงดี คนที่คิดว่าตัวเองตัวคนเดียวไม่มีใครมาตลอด แต่มาวันนี้กลับต้องมามีลูก ใช่ "ลูก" แถมลูกก็อายุ 7 ขวบแล้ว และแม่ของลูกก็ปิดบังเขามาตลอด ทั้งโกรธทั้งโมโหและพิศวาสแม่ของลูก แล้วจะทำยังไงดีเมื่อลูกก็อยากได้ แม่ของลูกก็อยากได้ เขาต้องได้ทั้งสองอย่างไม่มีทางยอมเสียอย่างใดอย่างหนึ่งแน่ "กันตา" เพราะความผิดพลาดในอดีตถึงทำให้เธอมีอีกหนึ่งชีวิตต้องดูแล "กันติชา" หรือ "น้องเดียร์" ลูกสาววัย 7 ขวบที่เธอเลี้ยงดูมาตลอด แต่พอมาวันนี้โชคชะตากลับเล่นตลกทำให้เจอกับพ่อของลูก และแน่นอนว่าเขาอยากได้ลูกของเธอไปอยู่ด้วย แล้วแม่อย่างจะทำยังไงล่ะ จากที่ต้องห่วงลูกกลัวเขาพาลูกหนียังต้องระแวงกลัวว่าเขาจะขมเหงตัวเองด้วย ศึกหนักแบบนี้เธฮจะทำยังไง ก็เขามันมาเฟียเถื่อน แถมหื่นเข้าเส้นอีกต่างหาก ********** “แด๊ดดี้ขา แด๊ดดี้มีน้องให้น้องเดียร์ได้ไหมคะ” “อืม...ว่าไงนะคะน้องเดียร์” โดมินิกไม่เข้าใจคำขอของลูกสาว วันนี้มาแปลก เล่นเอาคนที่กำลังนั่งหน้าตึงอยู่ในรถที่กำลังแล่นบนถนนถึงกับเลิกคิ้วขึ้นทันที “แด๊ดดี้มีน้องให้น้องเดียร์ได้ไหมคะ น้องเดียร์อยากมีน้องเหมือนเพื่อนที่โรงเรียนค่ะ นะคะ น้องเดียร์อยากมีเพื่อนเล่นที่บ้าน” “แด๊ดดี้มีให้ได้ครับ แต่ต้องขึ้นอยู่กับแม่แก้มของน้องเดียร์ด้วยว่าจะยอมมีน้องให้น้องเดียร์รึเปล่า” เสียงอ่อนโยนของมาเฟียหนุ่มส่งกลับมาในสาย “แม่แก้มรักน้องเดียร์ แม่แก้มต้องยอมมีน้องให้น้องเดียร์แน่นอนค่ะ แด๊ดดี้ขา น้องแก้มไม่อยู่นะคะวันหยุดสองวันนี้ คุณปู่และคุณย่าจะพาไปเที่ยวเกาะส่วนตัวที่ฮาวายค่ะ และถ้าน้องเดียร์กลับมาจากเที่ยว น้องเดียร์ต้องได้น้องนะคะ” “น้องนะคะน้องเดียร์ ไม่ใช่ของเล่นนะคะที่จะได้ขอแล้วก็มาเลย แด๊ดดี้ขอเวลาไม่นานนะคะ แด๊ดดี้จะทำน้องน่ารักๆ เหมือนน้องเดียร์ให้นะคะ” “สัญญานะคะ” “สัญญาลูกผู้ชายครับ” ********* “อย่ามาแตะต้องตัวฉันคุณโดม” มือเล็กปัดมือใหญ่ออกจากแก้มนวลของตัวเอง “ผมก็จับ ก็จูบ ก็หอม ก็ดูดของผมทุกคืนตอนคุณหลับ ทำไมผมจะทำไม่ได้ตอนคุณรู้สึกตัวแบบนี้แก้ม” “สารเลว!” หึ! “ผมยังดีกว่าไอ้โทนี่ก็แล้วกันแก้ม” “คุณเลวกว่าเขาต่างหากล่ะคุณโดม คุณทำให้ฉันมีแผลในใจมาแล้วในครั้งอดีต คุณยังเลือกจะทำแบบนั้นอีกเหรอ ถ้าคุณข่มเหงฉัน ฉันจะเกลียดคุณกว่าเดิม” “แล้วผมต้องสนใจไหม เพราะผมแค่ต้องการ ผมไม่ได้ต้องการความรักจากคุณเลยแก้ม ผมแค่อยากได้คุณเท่านั้น พอผมเบื่อ ผมก็จะไม่แตะต้องคุณเองคนสวย” มือหยาบกร้านลูบไล้มายังลำคอระหงแล้วโน้มหน้าลงไปหายใจรดใบหน้าสวยชื้นเหงื่อของเธอแล้วพูดต่อ... “ผมแค่อยากได้คุณเท่านั้นแก้ม ไม่ได้คิดจะรักหรือต้องการความรักจากคุณ ถ้าจะเกลียดก็เชิญตามสบาย และถ้าจะมีน้องให้น้องเดียร์อีกคน คุณก็ต้องเป็นแม่ เพราะคุณเลี้ยงน้องเดียร์มาดีและสอนแกมาดียังไง คุณก็ต้องเลี้ยงลูกคนที่สองของผมได้ดีแน่นอนแก้ม” “ฉันเกลียดคุณ...ถุย!” กันตาถุยน้ำลายใส่คนตรงหน้า หาได้หวาดกลัวสายตาดุดันของมาเฟียหนุ่มเลยสักนิด เพราะตอนนี้หล่อนรู้แล้วว่าตัวเองหมดทางหนีรอดแล้ว “อ่า...รู้ไหมว่าคุณเป็นคนแรกที่ตบผม และมาตอนนี้ยังถุยน้ำลายใส่หน้าผมอีก” โดมินิกผละมือจากลำคอระหงมาลูบน้ำลายที่เปื้อนหน้าผากตัวเองมาหยุดอยู่ที่ปากหนาแล้วก็แตะปลายลิ้นกับคราบน้ำลายนั้น “ผมไม่รังเกียจหรอกนะ เพราะตอนจูบกัน ผมก็ต้องกินน้ำลายคุณอยู่ดีแก้ม อ่า...” จบประโยคก็ลากปลายลิ้นถูไถไปมากับฝ่ามือของตัวเอง “ไอ้มาเฟียโรคจิต!” “ขอบคุณที่ชมผมนะแก้ม และผมจะทำให้คุณดูว่าผมโรคจิตหรือเปล่า” เมื่อพูดจบโดมินิกก็โน้มหน้าลงทาบทับริมฝีปากหนาของตัวเองกับริมฝีปากสีระเรื่อของกันตา ทันทีที่ได้ทาบทับเขาก็บดจูบคลอเคลียสอดแทรกปลายลิ้นสากเข้าไปในโพรงปากเล็กที่กำลังเผยออ้าจะร้องค้าน และจังหวะนั้นเองที่เขาได้ดันปลายลิ้นตัวเองเข้าไปในปากหวานของกันตา “อ่ะ...อื้อ...” ***********
หน้าปกนวนิยาย เจ้าสาวคาวโลกีย์
8.1
เมื่อชายหนุ่มผู้หวงแหนชีวิตโสดไม่อยากแต่งงานตามคำสั่งของมารดาที่แสนจู้จี้ เขาจึงต้องเฟ้นหาผู้หญิงที่แซ่บและเร้าใจมาเป็นไม้กันหมาเพื่อคานอำนาจภายในครอบครัว จนได้พบกับณดา สาวมั่นที่เชื่อมั่นว่ามีเงินทองมากมายก็ไม่จำเป็นต้องมีสามี แต่เมื่อเธอตัดสินใจรับงานรับจ้างเป็นเจ้าสาวกำมะลอเพื่อช่วยเขา แผนการตบตาครั้งนี้กลับกลายเป็นบททดสอบหัวใจที่แสนอันตราย เมื่อเธอต้องเผชิญกับไฟเสน่หาที่ร้อนแรงเกินกว่าจะต้านทานได้ไหวในความสัมพันธ์ที่เริ่มต้นด้วยผลประโยชน์จึงแปรเปลี่ยนเป็นความปรารถนาที่แผดเผาทุกสิ่ง
หน้าปกนวนิยาย ทัณฑ์บรรณาการ
7.8
ใบบัวต้องเผชิญชะตากรรมสุดรันทดเมื่อเธอถูกส่งไปเป็นของบรรณาการเพื่อชดใช้หนี้ที่ตนไม่ได้ก่อ เอเดน ดีคอร์เนอร์ มหาเศรษฐีเจ้าของคาสิโนผู้มั่งคั่งจึงตักตวงผลประโยชน์จากเธออย่างคุ้มค่า ทว่าท่ามกลางความเร่าร้อนของไฟปรารถนาที่แผดเผา หัวใจที่เคยแข็งกระด้างของเขากลับค่อยๆ อ่อนระทวยเพราะเสน่ห์ของเธอ จากทัณฑ์ร้ายกลายเป็นความรักที่เอเดนปรารถนาจะกักขังเธอไว้ในอ้อมกอดเพื่อครอบครองเป็นเจ้าของเพียงผู้เดียวตลอดกาล
หน้าปกนวนิยาย ปกรณัมใต้แสงดาว
8.6
จากทริปเดินทางที่แสนสงบ จางฟางซินกลับต้องเผชิญโศกนาฏกรรมเมื่อรถม้าของนางถูกลอบโจมตีจนพลิกคว่ำ ท่ามกลางความเจ็บปวดเจียนตายและสติที่เลือนลาง นางพยายามคว้ามีดสั้นเล่มเดียวที่มีเพื่อปกป้องตนเอง ทว่าเบื้องหน้ากลับปรากฏบุรุษลึกลับพร้อมกระบี่เปื้อนเลือดที่จ่อประชิดใบหน้า กลิ่นคาวโลหิตและบรรยากาศแห่งความตายทำให้พละกำลังของนางสูญสิ้นไป แต่น่าประหลาดที่ใบหน้าของมัจจุราชผู้ปลิดวิญญาณคนนี้ กลับดูคุ้นตาอย่างน่าอัศจรรย์ใจ
หน้าปกนวนิยาย ลูน่าที่ทอดทิ้งอัลฟ่า
9.0
เมื่ออัลฟ่านิคล้มป่วยด้วยพิษเงิน ติลลี่ผู้เป็นลูน่ากลับเลือกทำลายแหวนแต่งงานและยื่นเอกสารยกเลิกพันธะคู่ครองใส่หน้าเขาอย่างเย็นชา แม้หมาป่าในตัวเธอจะพึงพอใจ แต่ผู้เป็นสามีกลับคุกเข่าอ้อนวอนอย่างน่าเวทนา นิคทอดทิ้งเกียรติยศของจ่าฝูงเพื่อขอร้องไม่ให้เธอทิ้งไป ทว่าติลลี่ไม่สนคำวิงวอนและลากเขาไปต่อหน้าเทพธิดาจันทรา พร้อมขู่ว่าจะถอนคำอธิษฐานทั้งหมดของเขาหากไม่ยอมปล่อยมือจากความสัมพันธ์นี้เสียที
ตอน
อ่านเลย
แชร์