
คุณหนูปกปิดตัวตนไม่ได้แล้ว
ตอน 2
เย่เหลียนเอ่ยขึ้นว่า “น้องซีเยว่ ฉันอยากได้วิลล่าที่ติดทะเลสาบหลังนั้น เธอเลือกหลังอื่นไปสิ หลังนั้นฉันอยากเอาไว้ใช้เป็นห้องหอของฉันกับพี่หยูน่ะ”
เธอเอาตัวหมุดเข้าไปในอ้อมแขนของหลินหยูอย่างเขินอาย “ฉันจองเอาไว้หลายปีแล้วนะ”
เมื่อหลินหยูนึกถึงเรื่องในอดีต สีหน้าเขาก็ดูมีความสุขขึ้นมา
เมื่อเหยาซีเยว่ได้ยินเช่นนี้ เธอก็หัวเราะขึ้นมาเบา ๆ
“เธอหัวเราะ?”
หลินหยูถามขึ้นมาด้วยความงุนงง
ผู้หญิงคนนี้แปลกคนจริง ๆ เขาพูดถึงขนาดนี้แล้ว เธอยังจะหัวเราะได้อยู่อีก
เย่เหลียนเบะปาก เธอซบอยู่กับตัวของหลินหยู คอเสื้อที่เปิดกว้างเผยให้เห็นผิวที่ขาวเนียนละเอียด เธอปัดผมขึ้นอย่างไม่แย่แส ทำให้ดึงดูดสายตาของหลินหยูได้สำเร็จ มือคู่หนึ่งยื่นออกมาโอบไหล่ของเธอเอาไว้
เหยาซีเยว่พูดด้วยน้ำเสียงเย็นชาว่า “ฉันหัวเราะเยาะที่ฉันโง่น่ะ”
เธอยกมือขึ้นไปหยิบแก้วน้ำของหลินหยู จากนั้นก็สาดไปที่ตัวของพวกเขาทั้งสองคน
จู่ ๆ ถูกน้ำอุ่นสาดใส่ พวกเขาทั้งสองแทบไม่อยากจะเชื่อ
หลินหยูโกรธมาก “เหยาซีเยว่ คุณบ้าไปแล้วรึไง? !”
เหยาซีเยว่ลุกขึ้นยืน เธอยืดหลังตรง “คุณชายหลินพูดคำไหนก็ต้องคำนั้นสิ จะให้ก็ให้ แต่ถ้าไม่ให้ก็ไม่เป็นไร”
เย่เหลียนมีหลินหยูคอยเอาอกเอาใจอยู่ ถ้าเป็นตอนปกติเธอคงอาละวาดขึ้นมาแล้ว เธอมักจะแสร้งทำตัวเป็นคนอ่อนแอโดนรังแกง่าย ซึ่งทำไปเพื่อต้องการดึงดูดความรักความเอ็นดูจากผู้ชายเท่านั้น
เธอยืนขึ้น และผลักเหยาซีเยว่อย่างแรง “ที่ฉันเรียกเธอว่าน้องซีเยว่ก็เพราะต้องการให้เกียรติเธอ เธอคิดว่าฉันเห็นเธอเป็นน้องสาวของฉันจริง ๆ เหรอ? เธอเป็นใครกัน? กล้าดียังไงมาทำแบบนี้กับพี่หยู และฉัน?”
เธอหันกลับไปซบลงในอ้อมแขนของหลินหยู “พี่หยู เหยาซีเยว่จะทำเกินไปแล้วนะ พี่ต้องสั่งสอนเธอบ้างนะคะ”
เธอเงยหน้าขึ้น มองหลินหยูอย่างน่าสงสาร “ผมและเสื้อผ้าของฉันเปียกไปหมดแล้วเนี่ย”
เสื้อเชิ้ตสีขาวเปียกชื้นแนบไปกับผิวของเธอ เผยให้เห็นถึงส่วนเว้าส่วนโค้งที่งดงามของเธออย่างชัดเจน
เหยาซีเยว่มองดูทั้งสองคนตาแข็ง ราวกับกำลังดูตัวตลกอยู่อย่างไรอย่างนั้น
“ฉันไม่ได้ขอวิลล่า และทรัพย์สินเหล่านั้นสักหน่อย ครอบครัวของคุณชายหลินร่ำรวยมหาศาล แม้แต่ของเล็ก ๆ น้อย ๆ พวกนี้ยังคิดมาก ฉันไม่คู่ควรที่จะได้รับหรอก”
เห็นได้ชัดว่าเป็นน้ำเสียงที่ดูหมิ่นตัวเอง คำพูดที่พูดออกมาก็นุ่มนวล ไม่ก้าวร้าวใด ๆ แต่ทันใดนั้นหลินหยูกลับรู้สึกขึ้นมาว่าความแข็งแกร่งของผู้หญิงที่ยืนอยู่ตรงหน้าเขาคนนี้จู่ ๆ ก็เปลี่ยนไป
เขากัดฟัน เช็ดน้ำออกจากใบหน้า และหันไปพูดกับเย่เหลียนว่า “ผมยังมีวิลล่าอีกเยอะ ถึงเวลานั้นคุณค่อยไปเลือกเอาก็แล้วกัน ชอบหลังไหน ผมจะโอนให้คุณทันที”
ทว่าเย่เหลียนกลับยังคงไม่พอใจเหยาซีเยว่อยู่ นอกจากพี่หยูที่กล้าดุเธอแล้ว ไม่มีผู้หญิงคนไหนกล้าปฏิบัติต่อเธอแบบนี้เลย ยิ่งไปกว่านั้นผู้หญิงคนนี้ยังเป็นอดีตภรรยาที่พี่หยูไม่ชอบอีกด้วย
เธอโกรธมากจึงยกนิ้วขึ้นชี้ไปที่เหยาซีเยว่และพูดว่า “ฉันถามเธอว่า เธอจะให้หรือไม่ให้?”
เหยาซีเยว่ปฏิเสธออกไปตรง ๆ ว่า “ไม่ให้”
“เพี๊ยะ——!”
ฝ่ามือของเธอปะทะไปที่ใบหน้าของเหยาซีเยว่อย่างแรง
“เธออย่าหน้าด้านนักเลย เธอเป็นใครมาจากไหนกัน พอไม่มีความรักของพี่หยูแล้ว ถ้ากลับไปที่ตระกูลเหยาเธอก็ต้องถูกทรมานอยู่ดี! เธอมันก็แค่คนไม่มีหัวนอนปลายเท้าคนหนึ่งเท่านั้น!”
สายตาของหลินหยูมืดมนขึ้นมาครู่หนึ่ง จากนั้นก็สงบลง เขาพูดขึ้นมาอย่างเฉยชาว่า “เหลียนเหลียน อย่าไปอารมณ์เสียกับคนที่ไม่เกี่ยวข้องเลย”
เหยาซีเยว่เอามือกุมหน้าตัวเองไว้ ใบหน้าที่โดนตบร้อนผ่าวไปหมด เธอเอาปลายลิ้นไปดันตรงนั้น ลองลิ้มรสคาว ๆ ของเลือด แล้วเธอก็เงยหน้าขึ้นมองไปที่เย่เหลียน “ไม่มีคนสั่งสอน.....”
เย่เหลียนถลาเข้าไปในอ้อมแขนของหลินหยู แล้วก็พูดอย่างภาคภูมิใจว่า “ฉันมีพี่หยู เธอนั่นแหละที่ไม่มีอะไรเลย เธอมันก็แค่สุนัขที่ถูกเจ้าของขับไล่ออกไป...... อร๊าย! เหยาซีเยว่!”
“เพล้ง!”
เหยาซีเยว่เขวี้ยงแจกันบนโต๊ะออกไป ทำให้เครื่องลายครามนั้นไปกระแทกกับพื้นกระเบื้องข้างโซฟา เสียงแตกของมันดังชัดเป็นพิเศษ
“เสียงหมาเห่านี่มันน่ารำคาญจริง ๆ”
เธอเดินไปข้างหน้าก้าวหนึ่ง แล้วก็ดึงผมของเย่เหลียนเพื่อจับหน้าเย่เหลียนให้เงยหน้าขึ้น จากนั้นก็ตบกลับไปอย่างแรง
เย่เหลียนกรีดร้องขึ้นมา “พี่หยู!! !”
หลินหยูพยายามระงับความโกรธเอาไว้ พฤติกรรมของเหยาซีเยว่ในวันนี้ได้เลยขีดจำกัดความบ้าคลั่งของเขาไปเลย
เหยาซีเยว่ปล่อยมือออก แล้วก็ถอยหลังไปหลายก้าว จากนั้นก็พูดขึ้นมาอย่างชิว ๆ ว่า “ฉันไม่รบกวนพวกคุณทั้งสองคนแล้วล่ะ ขอให้พวกคุณรักกันตลอดไป มีลูกชายเร็ว ๆ อยู่ด้วยกันไปจนตาย”
ท่ามกลางเสียงร้องไห้ของเย่เหลียน เธอก็เดินออกไปจากบ้านของตระกูลหลิน
จนกระทั่งประตูถูกปิดลงด้วยเสียงดังก้อง เย่เหลียนก็ยังคงโกรธอยู่ เธอตะโกนอย่างสะอึกสะอื้นใส่หลินหยูว่า “พี่หยู พี่ดูเหยาซีเยว่สิ จู่ ๆ ก็มาสาดน้ำใส่พวกเรา แล้วก็ยังมาตบฉันอีก พี่ไปจับเธอกลับมา และสั่งสอนเธอให้หลาบจำเลยนะ.......”
“ไม่ต้องพูดแล้ว”
หลินหยูใช้นิ้วบีบระหว่างตา และพูดขึ้นมาว่า “ในเมื่อหย่ากันไปแล้ว ทำไมต้องไปยุ่งเกี่ยวกันอีกด้วยล่ะ เหลียนเหลียน ถ้าคุณอยากได้อะไรผมจะให้ทุกอย่าง แต่คุณหยุดโวยวายสักทีได้ไหม?”
เย่เหลียนเบะปาก และเข้าไปซุกตัวในอ้อมแขนของหลินหยู “ไม่ชอบท่าทีของเหยาซีเยว่ที่มีต่อพี่หยูนี่ ปกติพี่บอกว่าเธอเป็นคนเชื่อฟังมากเลยไม่ใช่เหรอ? ฉันไม่เห็นว่าจะเป็นอย่างนั้นเลย พี่ดูเธอสิ เธอดุจะตายไป”
เมื่อหลินหยูได้ยินเช่นนี้ จู่ ๆ เขาก็นึกถึงท่าทางตอนที่เมื่อกี้นี้เหยาซีเยว่หยิบแก้วน้ำสาดใส่พวกเขาทั้งสองคนขึ้นมา ไหนจะท่าทางที่ดูดุร้ายตอนที่เธอตบหน้าเย่เหลียนอีก ท่าทางแบบนั้น เขาไม่เคยเห็นมาก่อนเลย เขาเหมือน ไม่เคยเห็นธาตุแท้จริง ๆ ของภรรยาเขาคนนี้มาก่อนเลย.....
ภาพจำเดียวที่เขามีต่อเหยาซีเยว่ก็คือ เธอเชื่อฟังมาก
ตอนที่เหยาซีเยว่เพิ่งก้าวออกจากลานบ้าน รถเก๋งสีดำคันหนึ่งที่จอดอยู่ประตูก่อนหน้านี้แล้ว จู่ ๆ คนขับก็พูดขึ้นมาด้วยความเคารพว่า “คุณนายน้อย คุณหญิงท่านต้องการพบคุณครับ”
ตอนนั้นเหยาซีเยว่ไม่ได้คิดเอาไว้ว่าเธอจะไปไหน หลังจากได้ยินเช่นนี้ เธอก็ขึ้นรถไปโดยไม่ลังเลใจเลยสักนิด
รถค่อย ๆ มาจอดลงที่หน้าวิลล่าหลังหนึ่ง ที่นี่คือวิลล่าตระกูลหลิน คุณปู่ และคุณย่าของหลินหยูล้วนอาศัยอยู่ที่นี่
“คุณนายน้อย...”
พ่อบ้านมองไปที่เธอที่กำลังจิตใจฟุ้งซ่าน และเอ่ยทักทายขึ้นมา จากนั้นก็พาเธอเข้าไปข้างใน
ระหว่างทาง เขาอยากจะพูดอะไรบางอย่างอยู่หลายครั้ง แต่สุดท้ายเขาก็ไม่ได้พูดออกไป
“คุณหญิงท่านพูดถึงคุณอยู่ตลอดเลยนะครับ บอกว่านานมากแล้วที่คุณไม่ได้มาที่นี่ จะได้ถือโอกาสตอนที่ยังไม่ได้ทานอาหารเย็น พูดคุยเป็นเพื่อนคุณหญิงท่านไปด้วยเลย”
เหยาซีเยว่ลดสายตาลง เธอไม่ได้ตอบรับแต่อย่างใด
วันนี้ที่คุณย่าต้องการพบเธอ เกรงว่าจะต้องการพูดโน้มน้าวเธอเสียมากกว่า
ในวิลล่าหลังใหญ่ปกติแล้วจะไม่มีคนอยู่จนมันอ้างว้างอย่างมาก มีเพียงแค่สามีภรรยาสูงอายุสองคนเท่านั้นที่อาศัยอยู่ที่นี่ ทันทีที่เธอเข้าไป คุณย่าที่นั่งอยู่บนโซฟาเมื่อเห็นเธอก็ทักทายเธออย่างอบอุ่นทันที “เยว่เยว่ มานี่สิ มานั่งตรงนี้”
เหยาซีเยว่พยายามเก็บอารมณ์ แล้วก็เดินไปนั่งด้วยรอยยิ้ม
ย่าหลินจับมือเหยาซีเยว่และพูดขึ้นมาว่า “เธอก็ใจร้ายเหมือนกันนะ นานมากแล้วนะที่เธอไม่ได้มาหาย่าเลย แล้วความสัมพันธ์กับหลินหยูเป็นยังไงบ้างล่ะ?”
แอบลองเชิงงั้นเหรอ? เธอไม่เชื่อหรอกว่า ข่าวการกลับประเทศมาของเย่เหลียนจะสามารถปิดปกไม่ให้คุณย่ารู้ได้
เธอพูดอย่างเฉยชาว่า “หลินหยูบอกว่าฉันอยากกอดตำแหน่งคุณนายหลินเอาไว้ ฉันเพิ่งเซ็นชื่อในข้อตกลงหย่าร้างไปค่ะ จะได้มีที่ว่างสำหรับเย่เหลียน”
ย่าหลินทำเสียงหึขึ้นมาอย่างเย็นชา “เย่เหลียนเป็นใครกัน? ตอนนั้นก็เพราะเธอ หลินหยูถึงได้ประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์ แล้วนี่เธอยังจะมีหน้ากลับมายุ่งกับหลินหยูอีกเหรอ? เยว่เยว่เธอไม่ต้องกังวลนะ ย่าอยู่ข้างเธออยู่แล้ว เธอไม่หย่ากับหลินหยูได้ไหม?”
ท่าทางกังวลของเธอ ทำให้เหยาซีเยว่รู้สึกหวั่นไหวเล็กน้อย
แต่เธอพยายามทำให้หลินหยูรักมาเป็นเวลาสองปีแล้ว เธอยังไม่สามารถกุมหัวใจของเขาเอาไว้ได้เลย
“หย่าเหรอ? หย่าไปก็ดีแล้วล่ะ!”
แม่หลินที่เพิ่งจะเข้ามาเอ่ยขึ้นมา เธอแต่งตัวหรูหรา เดินส่ายฉับ ๆ เข้ามา แลดูมีออร่า
เมื่อย่าหลินเห็นท่าทางเช่นนี้ของเธอ ย่าหลินก็โมโหขึ้นมาทันที “เดินให้มันดี ๆ ไม่ได้รึไง ทำไมต้องบิดเอวแอ่นก้นขนาดนั้นด้วย? ดูเสื่อมสิ้นดี”
แม่หลินที่ถูกทำให้เสียหน้ารู้สึกประหม่า เธอมองไปที่ผู้หญิงที่นั่งอยู่ข้าง ๆ คุณย่า แล้วก็ทำเสียงหึขึ้นมาอย่างเย็นชา
“ตอนแรกคนที่จองไว้ให้หลินหยูคือเหยาซวงลูกสาวคนโตของตระกูลเหยา แต่ใครจะไปรู้ว่าเธอจะไร้ยางอายถึงขนาดไปมีความสัมพันธ์กับคนอื่นจนตั้งท้องขึ้นมา แล้วก็ส่งลูกสาวคนที่สองมาแต่งงานแทนซะอย่างนั้น เหอะ ฉันอยู่ในกลอเฟียมาก็นานหลายปี ไม่เห็นจะเคยได้ยินเลยว่าตระกูลเหยามีลูกสาวอีกคนด้วย ไม่รู้ว่าไปลูกนอกคอกมาจากที่ไหน แล้วจู่ ๆ ก็มาครอบครองตำแหน่งคุณนายหลินไปถึงสองปี สองปีที่ผ่านมานี้ เธอคงได้รับความรุ่งโรจน์ และความมั่งคั่งไปเพียงพอแล้วสินะ?”
คุณอาจจะชอบ





