
จอมมารกับผู้กล้าเป็นของคู่กันไม่ใช่เหรอ?
ตอน 2
‘ดินแดนรกร้าง’ สถานที่แห่งนี้ทั้งเหน็บหนาวและอบอวลด้วยกลิ่นของปีศาจ แม้ว่าเมืองมนุษย์จะเป็นเวลาเที่ยงวัน แต่ทุกพื้นที่ในดินแดนรกร้างกลับถูกปกคลุมด้วยความมืดของรัตติกาล
ทว่าความเข้มข้นของพลังเวทย์ด้านลบจะมากจะน้อยก็ยังขึ้นอยู่กับสถานที่ตั้ง ยิ่งเข้าไปลึกเท่าไรก็ยิ่งเป็นพื้นที่ของอสูรและปีศาจระดับสูง ‘ลอร์ด’ นั่นคือตำแหน่งหัวหน้าของพวกมัน
ค่ำคืนนี้สายลมเย็นเฉียบราวกับจะบาดผิว หากแต่ก็ปลุกใครบางคนให้ตื่นจากการหลับลึกอันยาวนาน
‘รีชม่อน ซิกเนอร์’ ลืมตาตื่นขึ้นมาบนบัลลังก์อันยิ่งใหญ่และทรงเกียรติ เขาควรจะดีใจ แต่...
น...นี่คือบัลลังก์ของจอมมาร!
ไม่ๆ ประเด็นคือ หากเรนกิมานั่งอยู่บนบัลลังก์จอมมารที่เคยเห็นแค่ในมังงะของอาจารย์ยูโกะ หมายความว่าเขากลายมาเป็นตัวหลักของมังงะ Yaoi 18+ จากเรื่อง ‘จอมมารกับผู้กล้าเป็นของคู่กันไม่ใช่เหรอ’
ถ้าอย่างนั้น ตอนที่พูดคุยกับเงาของอาจารย์ยูโกะก็ไม่ใช่ภาพหลอนก่อนตาย!?
แต่ก็นั่นละ เมื่อเข้ามาอยู่ในโลกที่อาจารย์ยูโกะสร้างขึ้น แถมยังอยู่ในร่างของจอมมารรีชม่อน เป็นอุเคะ(ฝ่ายรับ)ที่ถูกย่ำยีโดยผู้กล้า แต่นี่ก็ยังไม่ได้นับรวมฉากเซอร์วิสที่เป็นตอนพิเศษและไม่ได้มาจากเนื้อเรื่องหลัก เอาเป็นว่า หลังจากนี้ต่างหากที่ควรคิดว่าจะทำอย่างไร
หนี...?
อาจเป็นทางเลือกที่ดี แต่จอมมารอย่างเขาจะซ่อนตัวที่ไหน และสามารถทำได้ตลอดรอดฝั่งเหรอ
สร้างคุณงามความดีให้กับคนในโลกนี้ได้จดจำ?
กว่าจะทำสำเร็จคงถูกเพ่งเล็งจากสายตาของใครหลายๆ คน หนึ่งในนั้นก็คือผู้กล้า ไม่ต้องพูดถึงว่ารีชม่อนที่เป็นดาร์คเอลฟ์ชั่วร้ายมาตั้งแต่กำเนิด ชื่นชอบความตื่นเต้น นิยมความเจ็บปวด พูดง่ายๆ ก็คือจอมมารมาโซ นั่นละ ถึงได้รุกรานโลกมนุษย์แม้จะไม่เคยทำสำเร็จเลยก็ตาม ดังนั้นถ้าจู่ๆ ก็กลายมาเป็นคนดี เปอร์เซ็นต์ในการทำให้สำเร็จจริงๆ จึงน้อยกว่า 3%
อยู่เฉยๆ แล้วรอให้เรื่องดำเนินไปเอง?
แต่คนที่เก่งแต่สร้างศัตรู ก่อนจะเลื่อนขั้นกลายมาเป็นจอมมาร อย่างไรก็ต้องมีศัตรูมาหาถึงที่ เพราะอย่างนั้น...โอ๊ย ไม่รู้เลยว่าควรทำยังไงดีแล้ว
ขณะที่รีชม่อนใช้สองมือขยี้ผมสีดำขลับ เสียงของใครบางคนดังขึ้นข้างบัลลังก์
“ในที่สุดก็เลื่อนขั้นเป็นจอมมารได้สำเร็จ ยินดีด้วยครับ ท่านจอมมารลำดับที่ 32”
เสียงพูดนั้นเรียกสติของเขา เมื่อหันใบหน้าไปมองคนพูด สิ่งแรกที่ทำคือเบิกตาโตและอ้าปากค้าง
มาแล้ว บุคคลในฮาเร็มหมายเลข 1 ของฉากเซอร์วิสที่เป็นตอนพิเศษ แต่ไม่ได้มาจากเนื้อเรื่องหลัก
“ธ...ธีโอราส!”
“ครับ ข้าเอง”
ชายที่ยืนข้างบัลลังก์จอมมาร และกำลังก้มศีรษะให้กับรีชม่อนอยู่นี้มีนามว่า ‘ธีโอราส โอมาร์ลิส’ เอลฟ์หนุ่มผมทอง เท่าที่จำได้ คนคนนี้ทำงานรับใช้ในปราสาทจอมมารแห่งนี้อยู่ก่อนแล้ว หากจำไม่ผิด ในมังงะรวมเล่มที่ 15 ที่เป็นเนื้อเรื่องหลักจะมีเฉลยนิดหน่อยว่าทำไมธีโอราสถึงมาอยู่ในปราสาทจอมมาร เพราะพ่อแม่ของธีโอราสติดตามรับใช้ราชาเอลฟ์ ระหว่างนี้เกิดเรื่องมากมาย แต่ในที่สุดพวกเขาก็มาอยู่ที่นี่ ธีโอราสตกหลุมรักเอลฟ์ราชวงศ์นามว่าลีลีสต์ซึ่งเป็นพี่ชายฝาแฝดของรีชม่อน ถึงไม่สมหวังกับแฝดคนพี่ แต่ก็ยังยอมรับใช้แฝดคนน้อง
ซับซ้อนดีนะ แต่ปมของตัวละคร เป็นเขาเองที่แนะนำให้อาจารย์ยูโกะใส่เพิ่ม ก่อนที่เนื้อเรื่องจะเบาหวิวและกลายเป็นแค่มังงะ Hentai Yaoi ดาดๆ
ในตอนนั้น แม้แต่ตัวเรนกิเองยังไม่อยากเชื่อว่า อาจารย์ยูโกะจะใส่ปมของธีโอราสได้สมเหตุสมผลจนทำให้รู้สึกคล้อยตาม
“ตอนนี้ปีศาจใต้อาณัติรับรู้ถึงการลืมตาตื่นของจอมมารลำดับที่ 32 แห่งปราสาทจอมมารซิกเนอร์ พวกเขากำลังมาที่นี่ เพราะอย่างนั้น จอมมารโปรดสำรวมกิริยาด้วย”
พอธีโอราสพูดมาอย่างนั้น รีชม่อนถึงเพิ่งรู้สึกตัวว่ายังใช้สองมือกำเส้นผมของตนอยู่
เขาลดมือลง และนั่งหลังตรง
ในชั่วพริบตาต่อมา ปีศาจระดับสูงตำแหน่งลอร์ดจำนวนสี่ตนที่อยู่ใต้อาณัติของปราสาทจอมมารซิกเนอร์ก็ใช้เวทย์เคลื่อนย้ายมาอยู่ตรงหน้ารีชม่อน พวกเขาคุกเข่าข้างหนึ่งลงบนพื้น ยกมือทาบหน้าอกและก้มหัวให้
“ท่านจอมมาร!”
“นายท่าน!”
ทั้งสี่พูดออกมาพร้อมกัน คำเรียกใหม่นี้ยิ่งตอกย้ำชะตากรรมที่ต้องเจอในอนาคต และนั่นก็ทำให้เขารู้สึกปวดหัวตุบๆ
“ข้า ‘แซนโซ เทียร์เคเดส’ พร้อมรับใช้จอมมารลำดับที่ 32 แล้ว”
แซนโซคือมังกรเหมันต์ที่อาศัยในปราสาทอีกหลังหนึ่งที่อยู่เหนือขึ้นไปอีก พื้นที่ที่แซนโซอาศัยอยู่นั้นมีหิมะปกคลุมหนาแน่น ซึ่งเป็นผลมาจากพลังเวทย์ที่มีมากเกินไปของเขา เห็นอย่างนั้น แซนโซก็มีภรรยาเป็นมนุษย์ภูติ(ผู้ชาย) และยังเป็นฮาเร็มหมายเลข 2 ของฉากเซอร์วิสที่เป็นตอนพิเศษ
บรื้อ...
ตอนอ่านมังงะยังไม่เท่าไร แต่พอกลายมาเป็นจอมมารรีชม่อนตัวเป็นๆ อดจะขนลุกวาบๆ ไม่ได้
ด้วยเหตุนั้น เขาจึงมองแซนโซด้วยสายตาเย็นยะเยือก ต้องรีบเว้นระยะห่างตั้งแต่เนิ่นๆ
แซนโซเอียงศีรษะสงสัย
สายตาของรีชม่อนรีบมองคนถัดไป
“ข้า ‘ฟลินต์ โรดิเกซ’ พร้อมรับใช้นายท่านขอรับ”
ฟลินต์ คือเจ้าชายแวมไพร์จากอาณาจักรเล็กๆ แห่งหนึ่ง เพราะการแย่งชิงบัลลังก์อันดุเดือด เขาที่อ่อนแอกว่าน้องชายจึงพ่ายแพ้และหลบหนีมาที่นี่ ฮาเร็มหมายเลข 3 ของฉากเซอร์วิสที่เป็นตอนพิเศษก็มาอยู่ตรงหน้าเขาเหมือนกัน
หึหึหึ สิ่งที่ทำได้ตอนนี้คือ หัวเราะเย้ยหยันกับชะตากรรมของตัวเอง พร้อมกับด่าทออาจารย์ยูโกะ
“ข้า ‘ไมอา โคบอลต์เคต’ พร้อมรับใช้ท่านจอมมารแล้วค่ะ”
ไมอา ซัคคิวบัสผู้รักอิสระ และยังเป็นทาสผู้ซื่อสัตย์ ทั้งที่เป็นสตรีหนึ่งเดียว แต่กลับไม่ได้อยู่ในฮาเร็มของรีชม่อน น่าเสียดายจัง แต่ว่า ก็เป็นมังงะ BL นี่เนอะ
“ข้า ‘เดโม่ กัสต์’ พร้อมรับใช้นายท่านแล้ว! รอคอยมานานเหลือเกิน ในที่สุด จอมมารตนใหม่ก็ลืมตาตื่นเสียที ฮ่าๆ”
หมอนี่เสียงดังชะมัด!
เดโม่คือโอเกอร์ นักรบ เลือดร้อนและกระหายอยากแค่ทำสงคราม แต่โชคดีมากที่ไม่ได้เป็นหนึ่งในฮาเร็มของจอมมารรีชม่อน
“ขอบใจที่มาแนะนำตัว แต่พวกเจ้าแยกย้ายกันได้แล้วละ”
รีชม่อนพูดตัดบททุกอย่าง ถึงตรงนี้ เขาได้นั่งพักจนอาการปวดหัวค่อยๆ ทุเลาลงแล้ว
“จอมมาร แต่ในนามสัญญาเลือดของจอมมารทุกรุ่น สิ่งแรกที่ต้องทำหลังจากเลื่อนขั้นเป็นจอมมารคือการรุกรานดินแดนมนุษย์ รวมถึงการทดสอบพลังเวทย์”
ธีโอราสพูดขัดจังหวะก่อนที่รีชม่อนจะเดินออกจากห้องโถง ทั้งยังยื่นสัญญาที่ไม่รู้ว่าหยิบมาจากไหนมาตรงหน้ารีชม่อน
บ้าเอ๊ย คิดว่าจะหนีแบบเนียนๆ แล้วเชียว
นั่นเพราะรู้ว่าภารกิจครั้งนี้จะนำไปสู่การเสียเอกราชครั้งแรก เขาจึงได้แสร้งทำเป็นไม่รู้ แต่ไอ้เจ้าธีโอราสก็ยัง...
ให้พูดตามเนื้อเรื่องก็คือ หลังจากรีชม่อนเลื่อนขั้นเป็นจอมมาร ได้รับพลังของจอมมารที่สะสมมาจากรุ่นสู่รุ่น สิ่งแรกที่ทำก็คือทดสอบพลังเวทย์ ทำให้มันเข้าที่เข้าทาง และด้วยความอวดดีที่มีมาแต่เดิม รีชม่อนเลือกที่จะรุกรานอาณาจักรกริฟส์ซึ่งเป็นดินแดนของมนุษย์และยังอยู่ใกล้ที่สุด
ทว่าศัตรูโดยธรรมชาติของจอมมารก็คือผู้กล้า นอกจากจอมมารรีชม่อนจะรุกรานโลกมนุษย์ไม่สำเร็จ ยังถูกผู้กล้าจับขังและสำเร็จโทษทั้งวันทั้งคืนจนฟ้าเหลือง...
อึ่ย!
ตอนแรกที่เห็นภาพรวมร่างแบบไม่มีเซ็นเซอร์ของมังงะเรื่อง ‘จอมมารกับผู้กล้าเป็นของคู่กันไม่ใช่เหรอ’ ชายแท้อย่างเรนกิถึงกับขนลุกวาบ ลำไส้บิดเกร็ง แต่เมื่อทำงานร่วมกับอาจารย์ยูโกะมาได้สองปี จะว่าชินชาแล้วก็ได้ แต่เขาก็อ่านมังงะเรื่องนี้ด้วยสายตาเฉยชาสุดๆ แถมยังแนะนำจุดที่ไม่สมเหตุสมผลได้อย่างละเอียด
เอาเป็นว่า จอมมารรีชม่อนติดใจความอหังการของผู้กล้า ครั้งแรกแม้ไม่เต็มใจ แต่ครั้งต่อมาเหตุผลในการรุกรานโลกมนุษย์กลับเป็นผู้กล้า...เฉยเลย!
และเพราะรู้อยู่แล้วว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับตน เขาถึงได้ตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงเย็นชา
“เหรอ”
“ครับ”
ธีโอราสตอบกลับมา ทั้งยังทำท่ารอคอยคำสั่งต่อไป หากสายตานั้นก็ไม่ได้แสดงออกว่าเคารพสักเท่าไร ธีโอราสเองก็มีความขัดแย้งในตัวเหมือนกัน
“เข้าใจแล้ว ข้าจะไปทดสอบพลังเวทย์ที่ไหนสักแห่ง เร็วๆ นี้ พวกเจ้าแยกย้ายกันได้แล้ว”
“ที่ไหนสักแห่งที่ว่า คือที่ไหนครับ”
เป็นคำถามของเจ้าชายแวมไพร์
“หือ? ก็คง...ลึกเข้าไปในป่าล่ะมั้ง”
รีชม่อนขอเลือกสถานที่เงียบๆ เพื่อทดสอบพลังกับต้นไม้ใบไม้ดีกว่าให้ใครมารับเคราะห์ อีกอย่าง ตัวเขาก็ไม่ต้องถูกผู้กล้ารุกรานกลับด้วย
“แต่ดินแดนมนุษย์เหมาะสมกับการทดสอบพลังเวทย์มากกว่าไม่ใช่เหรอ” ธีโอราสออกความเห็น
“....!”
ไอ้บ้านี่ อุตส่าห์ไม่พูดแล้วเชียว ว่าแต่ นายตั้งใจใช่ไหม ตั้งใจสินะ!
“ใช่แล้วค่ะ ถ้าจะไปดินแดนมนุษย์ ข้าเองก็ขอติดตามท่านไปด้วย ถึงยังไงวิญญาณของมนุษย์ก็อร่อยกว่าปีศาจเยอะเลย”
ไมอา ซัคคิวบัสผู้กระหายวิญญาณเห็นดีเห็นงามกับธีโอราส
“....!!”
หลังจากถลึงตาแล้วถลึงตาอีก ในที่สุดรีชม่อนก็หมดคำจะพูด ยิ่งเห็นทุกคนใจจดใจจ่อรอรับคำสั่ง เส้นเลือดบนหัวก็เหมือนจะปูดโปนขึ้นมาอีกครั้ง
อาการปวดหัวตุบๆ แบบนี้มักจะเป็นตอนที่เจ้านักเขียนตีสต์แตกและมืดมนนั่นทำเรื่องขัดใจ อุตส่าห์คิดว่าถ้าตายแล้วก็คงได้ไปอยู่ในที่สงบๆ นี่อะไร ปวดหัวหนักกว่าเดิมอีก
ยอมแพ้แล้วก็ได้...
“ถ้างั้น ใครสักคนไปทำแทนข้าที”
“ไม่ได้ จอมมารจะต้องนำทัพ ประกาศสมญาด้วยตัวเอง” ธีโอราสยังคงพูดขัดความตั้งใจของรีชม่อนเหมือนอย่างเคย
“ใช่ๆ แบบนั้นสะใจกว่า” เดโม่ตะโกนเสียงดัง
“....!”
โอ๊ย จะบ้าตาย ถึงจะพยายามเลี่ยงแล้ว แต่ก็คงไม่พ้นต้องเดินเรื่องตามพล็อตสินะ
พูดตรงๆ เลย ถึงอายุสามสิบสองแล้ว แต่เรนกิก็ยังบริสุทธิ์ผุดผ่อง ด้วยความชะล่าใจ อยากทำงานเก็บเงินเอาไว้มากๆ แล้วค่อยหาผู้หญิงที่เหมาะสมสักคนมาแต่งงาน เผลอแป๊บเดียวก็อายุสามสิบกว่าแล้ว
ถ้ารู้ว่าต้องมาอยู่ในสถานการณ์สุ่มเสี่ยงเสียประตูหลัง ตอนมีโอกาสในโลกเดิม น่าจะมีครอบครัวตั้งแต่หนุ่มๆ ไปเสียเลย
“ขอเวลาให้ข้าได้คิดสักหน่อย แยกย้ายได้แล้ว”
“ครับ/ค่ะ”
ทว่าหลังจากเหล่าสมุนระดับสูงผู้ซื่อสัตย์แยกย้ายกันไปหมดแล้ว ธีโอราสกลับยังอยู่ที่เดิม ทำหน้าเหมือนอยากพูดบางอย่าง
มาถึงขั้นนี้แล้ว รีชม่อนย่อมเข้าใจดี ต่อให้เลี่ยงสถานการณ์ที่ต้องเจอกับผู้กล้ามากแค่ไหน แต่ก็คงทำไม่ได้ ดังนั้นจึงกล่าวแทรกหลังจากมองสีหน้าของธีโอราส
“เข้าใจแล้ว ข้าจะไปรุกรานดินแดนมนุษย์ภายในสอง พอใจยัง?”
“ครับ”
“ไปเถอะ ขอข้าคิดอะไรเงียบๆ คนเดียว”
“ได้ ท่านจอมมาร”
ถึงจะใช้คำพูดกริ่งเกรง แต่ธีโอราสก็ไม่ได้แสดงออกถึงการเคารพหมดใจ หนำซ้ำกลับมองรีชม่อนอย่างพิจารณา
เรนกิที่เข้ามาอยู่ในร่างของรีชม่อนนั้นกลับคิดว่า...จะสงสัยหรืออะไรก็ช่างแล้ว!
คุณอาจจะชอบ





