
หย่าแล้วอย่ามาคุกเข่าอ้อนวอนฉันทีหลัง
ตอน 3
สายตาของณิชาจับจ้องไปที่แผ่นหลังของสรณ์ ร่างสูงที่เคยเป็นที่พึ่งเพียงหนึ่งเดียว บัดนี้กำลังลากเธอราวกับนักโทษ ความรักสิบปีหลอมละลายกลายเป็นเพียงเถ้าถ่านที่เย็นชา ในใจของเธอไม่เหลือแม้แต่ความหวัง มีเพียงความว่างเปล่าที่แสนเจ็บปวด
หลังมือของณิชาถูกปลายรองเท้าหนังราคาแพงของสรณ์บดขยี้ ความเจ็บปวดแล่นปราดขึ้นมาจนเธอเหงื่อตก
แต่เธอไม่ได้ร้องขอความเมตตา เธอกัดริมฝีปากตัวเองแน่นจนได้กลิ่นคาวเลือด
ไพลินแสร้งทำเป็นทนดูไม่ได้ เธอเลิกผ้าห่มลงจากเตียง แล้วเดินเข้ามาจับแขนของสรณ์อย่างอ่อนแอ
"พี่สรณ์คะ อย่าทำน้องเลยนะคะ ไพลินยกโทษให้น้องค่ะ" เธอกระซิบเสียงสั่นเครือ แต่ในขณะเดียวกันก็แอบออกแรงดึงสรณ์ให้เข้าไปหาเธอ
สรณ์ยอมถอนเท้าออก เขาดึงไพลินเข้ามาไว้ในอ้อมแขน ปกป้องเธอราวกับว่าณิชาเป็นสัตว์ร้ายที่น่ากลัว
อนงค์เห็นดังนั้นก็รีบเข้ามาเสริมทัพ เธอชี้หน้าณิชาแล้วสั่งให้เธอก้มหัวขอโทษเดี๋ยวนี้
ณิชาใช้แขนทั้งสองข้างยันพื้น ค่อยๆ พยุงตัวเองลุกขึ้นยืนช้าๆ แผ่นหลังของเธอตั้งตรง แม้ร่างกายจะโอนเอน
เธอแค่นเสียงหัวเราะออกมาเบาๆ เสียงที่แหบพร่าของเธอเปล่งคำพูดออกมาอย่างชัดเจน "ฉัน...ไม่...ขอโทษ"
คำพูดนี้ทำให้เกษมสันต์โกรธจนเลือดขึ้นหน้า เขากระโจนเข้ามาตบหน้าเธออีกครั้ง
เพียะ!
แรงตบครั้งนี้หนักหน่วงกว่าครั้งก่อน ณิชาเซถอยหลังไปหลายก้าว
เอวของเธอไปกระแทกกับขอบเตียงอย่างแรง ก่อนที่ทั้งตัวจะร่วงลงไปกองกับพื้นอีกครั้ง
แผลที่หน้าอกปริแตกออกจนเลือดไหลทะลักออกมาเป็นทาง หยดลงบนพื้นกระเบื้องสีขาวจนน่าตกใจ
นายแพทย์สมชาย แพทย์เจ้าของไข้ เดินเข้ามาพร้อมกับพยาบาลเพื่อตรวจอาการพอดี เขาเห็นภาพตรงหน้าแล้วถึงกับตกใจจนยืนนิ่ง
สรณ์ต้องการรักษาหน้า เขาจึงรีบสั่งให้หมอตรวจอาการของไพลิน แล้วให้บอดี้การ์ดเชิญ "ญาติ" คนอื่นๆ ออกไปก่อน
เกษมสันต์กับอนงค์เดินบ่นพึมพำออกไปจากห้อง สรณ์เองก็เดินตามออกไปเพื่อจัดการเรื่องตำรวจ
ในห้องจึงเหลือเพียงณิชาที่นั่งกองอยู่บนพื้นกับไพลินที่นอนพิงหัวเตียง
ทันทีที่ประตูห้องปิดลง ใบหน้าที่อ่อนแอของไพลินก็เปลี่ยนไปเป็นใบหน้าที่เต็มไปด้วยความสะใจในทันที
เธอเลิกผ้าห่มออก เดินเท้าเปล่ามาหยุดอยู่ตรงหน้าณิชา แล้วก้มลงมองเธอด้วยสายตาของผู้ชนะ
ณิชามองตอบกลับไปด้วยสายตาที่เย็นชา มือขวาของเธอค่อยๆ เลื่อนเข้าไปในกระเป๋าเสื้อคนไข้ที่กว้าง
ในกระเป๋านั้นมีโทรศัพท์มือถือส่วนตัวของเธอที่พยาบาลนำมาให้ตอนที่เธอตื่น นิ้วโป้งของเธอคลำหาปุ่มลัดสำหรับบันทึกเสียงแล้วกดลงไป
ไพลินย่อตัวลงมา กระซิบเยาะเย้ยข้างหูณิชา "ดูสภาพแกสิ ไม่ต่างอะไรกับหมาข้างถนนเลย"
ณิชาแกล้งทำเป็นพูดด้วยน้ำเสียงที่อ่อนแรงและเต็มไปด้วยความเกลียดชัง "ทำไม...ทำไมแกต้องทำลายงานแต่งงานของฉัน"
ไพลินพอใจกับสภาพอันน่าสมเพชของณิชามาก จนลดความระมัดระวังลงจนหมดสิ้น เธอเริ่มโอ้อวดผลงานของตัวเอง
"ก็เพราะฉันอยากได้ทุกอย่างที่เป็นของแกไง ทั้งพี่สรณ์ ทั้งสมบัติของตระกูลกุลวงศ์" เธอพูดออกมาทีละคำอย่างชัดถ้อยชัดคำ "ไฟนั่น...ฉันเป็นคนจุดเองแหละ"
เธอยังเล่ารายละเอียดอย่างสนุกสนานว่าเธอติดสินบนพนักงานโรงแรมให้ไปจัดการกับวัตถุไวไฟได้อย่างไร
ณิชาอดทนฟังเรื่องราวที่น่าขยะแขยงนั้น เธอพยายามชวนไพลินให้พูดรายละเอียดออกมาให้มากที่สุด
ไพลินยิ่งพูดยิ่งสนุก เธอเอื้อมมือมาตบเบาๆ ที่แก้มของณิชาซึ่งมีคราบเลือดติดอยู่ เป็นการหยามเหยียดอย่างที่สุด
แอปพลิเคชันบันทึกเสียงในกระเป๋าเสื้อทำงานอย่างเงียบเชียบ บันทึกคำสารภาพที่ชั่วร้ายนี้ไว้อย่างชัดเจน
เสียงฝีเท้าดังขึ้นจากหน้าห้อง ไพลินรีบลุกขึ้นยืน แล้วเปลี่ยนกลับไปเป็นใบหน้าที่น่าสงสารอีกครั้ง
นิ้วโป้งของณิชากดปุ่มบันทึกไฟล์ มุมปากของเธอยกขึ้นเป็นรอยยิ้มที่เย็นเยียบจนน่าขนลุก
คุณอาจจะชอบ





