ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย อาญาสีชมพู

อาญาสีชมพู

พฤกษ์ ทายาทมหาเศรษฐีผู้ไม่เคยพ่ายแพ้ กลับต้องเสียหน้าเมื่อ น้องเหนือ สาวซื่อจากต่างจังหวัดแสดงความชื่นชมต่อเชียรซึ่งเป็นศัตรูของเขา พฤกษ์มองว่าความใสซื่อนั้นคือมารยาจึงหาทางลงทัณฑ์เธอด้วยข้อเสนออันโหดร้าย ให้เธอมาเป็นผู้หญิงลับๆ ของเขาเป็นเวลาสามสิบวันเพื่อชดใช้ แม้จะเจ็บปวดและหมดศรัทธาในตัวเอง แต่น้องเหนือกลับต้องจำใจยอมรับชะตากรรมที่เขาหยิบยื่นให้ ทว่าบทลงโทษที่ควรจะเต็มไปด้วยความแค้น กลับเริ่มแปรเปลี่ยนเป็นความสัมพันธ์ที่ยากจะคาดเดาในอาญาสีชมพู
ตอน
แชร์

ตอน 2

ปภาณิณขับรถกลับท่ามกลางความมืดยาวนานเกือบหกชั่วโมงติดกันจากสถานที่ที่พฤกษ์ใช้พำนักอยู่มายังบ้านของบิดาในย่านชานเมืองติดมหานครด้วยหัวใจห่อเหี่ยวแห้งแล้งสิ้นดี

ตอนนี้สมองของเธอแทบจะแตกออกเป็นเสี่ยงๆอยู่แล้ว เพราะมีทั้งปัญหาที่บริษัทรับตกแต่งภายใน และบริษัททำเฟอร์นิเจอร์ นี่ยังไม่รวมปัญหาในบ้านอีกที่ตีกันจนไม่รู้จะเริ่มแก้จากตรงจุดไหนก่อน

ปภาณิณเป็นบุตรสาวคนเดียวของพ่อจรัสและแม่กมล หลังจากที่ท่านหย่าร้างกันไม่นาน แม่ของเธอหอบกระเป๋าหนีหายออกไปจากบ้าน ตอนนั้นเธอเรียนอยู่ประถมสามแล้วเลยพอรู้อะไรอยู่บ้าง จำได้ติดตากับภาพที่แม่หอบกระเป๋าเสื้อผ้าของท่านเดินจากไป ส่วนพ่อนั้นแต่งงานใหม่ทันทีกับผู้หญิงที่ชื่อจันทร์เพ็ญ

จันทร์เพ็ญเป็นเพื่อนรุ่นน้องของพ่อสมัยเรียนวิทยาลัยมาด้วยกัน

พ่อของเธอเป็นถึงผู้จัดการสาขาโรงงานเฟอร์นิเจอร์มีชื่อแห่งหนึ่งแล้วตอนนั้น และท่านก็ลาออกมาตั้งบริษัทของตนเอง โดยมีจันทร์เพ็ญคอยดูแลบ้านและลูกๆ

ทั้งสองไม่มีลูกด้วยกันอีก เพราะอายุที่มากและไม่เห็นความจำเป็นในการผลิตทายาทออกมาเพิ่ม ซึ่งแต่เดิมจันทร์เพ็ญเองมีลูกติดสองคนเป็นชายคนหญิงคน

ลูกชายของหล่อนอายุมากกว่าปภาณิณหกปีชื่อกวิน

ส่วนลูกสาวอายุน้อยกว่าสามปีชื่อกีรนา

และปภาณิณว่าครอบครัวของเธอนั้น ไม่เหมือนในนิยายหรือละครทั่วไปที่สมาชิกในบ้านจะอิจฉาริษยาต่อกัน ทุกคนรักใคร่กลมเกลียวกันดี มีความจริงใจต่อกัน จนเหมือนเป็นครอบครัวเดียวกันจริงๆ

ต้องยกความดีให้ท่านทั้งคู่ที่บ่มเพาะกล้าพันธุ์ของตนอย่างเคร่งครัดเอาใจใส่ และปภาณิณไม่เคยคิดว่าตนเองมีปมด้อยใดๆ ที่พ่อแม่ของเธอนั้นต้องหย่าร้างกัน เพราะมีจันทร์เพ็ญ พี่ชายอย่างกวิน และน้องสาวอย่างกีรนามาเติมเต็มในส่วนที่ขาดหายจนสมบูรณ์พูนพร้อมครบถ้วนดีทุกอย่าง

จนเมื่อไม่กี่ปีนี่เองที่เริ่มมีปัญหาเกิดขึ้น ตอนนั้นเธอเรียนจบมาได้ระยะหนึ่งแล้ว และทำงานช่วยพ่อได้ไม่กี่ปี กีรนาเองก็เรียนระดับอุดมศึกษาปีสุดท้ายพอดี

พ่อของเธอล้มป่วยลงจากอาการเส้นเลือดในสมองแตก คราวแรกท่านยังพอทรงตัวบนเตียงและพูดคุยได้บ้างแต่ไม่ชัด จู่ๆอาการกลับทรุดลงกลายเป็นว่าตอนนี้ท่านนอนนิ่งแต่บนเตียงทำได้เพียงกระพริบตาและส่งเสียงอืออาเท่านั้นเอง

จันทร์เพ็ญผู้ที่เคยเป็นแต่แม่บ้าน ดูแลลูกๆอย่างพวกเธอมาตลอด ต้องออกมาช่วยบริหารงานในบริษัท จากนั้นก็เริ่มขาดทุนเรื่อยมาจนถึงทุกวันนี้ที่บัญชีติดลบแดงเทือกอย่างต่อเนื่อง

คิดมาถึงตรงนี้ให้ปวดหัวจี้ดขึ้นอีกครั้ง

หญิงสาวพยายามผ่อนลมหายใจเพื่อบรรเทาความเครียด ไม่นานจากนั้นถึงได้จอดรถลงยังบริเวณบ้านในเวลาต่อมา

มองไปเบื้องหน้าเห็นไฟในบ้านดับหมดแล้วเพราะเป็นเวลาล่วงเข้าวันใหม่ ทั้งเม็ดฝนยังโปรยปรายลงมาไม่ทิ้งระยะ นั่งเหม่อพร้อมใช้ความคิดครู่ใหญ่ แล้วถึงคว้ากระเป๋าที่เบาะด้านข้างเข้าบ้าน หญิงสาวตรงไปหยิบน้ำรินใส่แก้วก่อนยกขึ้นดื่ม

ไฟที่ปิดเอาไว้สว่างจ้าขึ้นพร้อมเสียงทักทาย

“ไปไหนมาคะพี่เหนือ กลับเอาป่านนี้”

ปภาณิณฝืนยิ้มไม่ตอบอะไรแล้วถามกลับ

“ไม่นอนอีกหรือเรา กี่โมงแล้วเนี่ย”

“จะตีสองแล้วค่ะ”

“วันนี้คุณพ่อเป็นยังไงบ้าง”

“ก็เหมือนทุกวัน” กีรนาว่าจบเม้มปากแน่น ทั้งดวงตาดูแดงเรื่อขึ้นเรื่อย จนเธอต้องออกปากถามด้วยความเป็นห่วง

“มีอะไรหรือเปล่าน้องกี”

หญิงสาวอ่อนวัยกว่านิ่งไป ก่อนที่ตาจะแดงขึ้นอีกแล้วสะอื้นฮึกฮักจนตัวโยนในที่สุด ปภาณิณวางแก้วในมือลงแล้วเดินเข้ามาโอบหลัง กอดเบาๆอย่างต้องการปลอบโยน เสียงเรียกชื่อของเธอดังเครือฟังไม่ชัดนัก

“พี่เหนือคะ”

“เป็นอะไรน้องกี ไหนบอกพี่สิ”

“กี กีขอโทษค่ะ”

“เรื่องอะไรกัน หยุดร้องก่อนแล้วเล่ามา”

กีรนาสะอึกสะอื้นดังขึ้น ก่อนยกมือป้ายน้ำหูน้ำตาที่ไหลออกมาเป็นสายไม่ขาด แล้วรวบรวมสติได้ในที่สุด บอกสลับเสียงฮึกๆฮักๆไปพลาง

“กี...กี...กีโกงเงินบริษัทค่ะพี่เหนือ”

ได้ยินแบบนั้นแล้ว ปภาณิณถอนใจเฮือกทีเดียว เมื่อเจ้าตัวออกปากยอมรับแล้ว เรื่องนี้เธอรู้มานานตั้งแต่กีรนาเรียนจบมาใหม่ก็ออกมาช่วยงานที่แผนกบัญชีตามสาขาที่ตนเองเล่าเรียนมาแล้วก็เริ่มยักยอกเงินเข้าบัญชีของตนเอง เธอรู้เพราะตรวจสอบทุกแผนกด้วยตนเองอยู่เสมอแต่เพราะเห็นว่าเป็นกีรนา จึงได้แต่รอเวลาให้คนอ่อนวัยกว่าสารภาพออกมาเอง มั่นใจว่าเจ้าตัวน่าจะมีเหตุผลที่พอฟังขึ้นมาสารภาพ กีรนาร้องไห้อีกยกใหญ่แล้วบอกเสียงติดสะอึกสะอื้นว่า

“กีเอาไปเล่นหุ้นค่ะ แล้วมันก็...ก็” พูดมาขนาดนี้ใครฟังก็คงเดาออก แต่ปภาณิณไม่คิดจะสานต่อให้กีรนาต้องเจ็บช้ำจนเกินไป

แล้วเจ้าตัวก็ค่อยๆสารภาพออกมาเรื่อย “กีเคยได้ แล้วกีก็คิดว่ามันจะได้อย่างที่เคย แต่มัน...มันก็”

ไม่ต้องเดาหรอก ร้องไห้แบบนี้ไม่มีทางเอาชนะตลาดหุ้นได้อย่างแน่นอน ปภาณิณตัดบทในทันที “เอาเถอะกี พี่เข้าใจแล้วล่ะ”

คนตั้งใจมาสารภาพบาปชะงักเสียงสะอื้น ถามพร้อมรอลุ้นคำตอบ

“พี่เหนือไม่โกรธกีใช่ไหมคะ”

ปภาณิณไม่ใช่นางฟ้าจิตใจงดงามเท่าใดนักเธอรู้ตัวเองดี และแน่นอนว่าเธอโกรธมากตอนที่รู้เรื่อง แต่ด้วยความที่มีวุฒิภาวะมากกว่าและอะไรหลายๆอย่างค้ำคอเธออยู่ เธอจะลงไปนอนดิ้นพราดๆ หรือตรงไปจิกผมของกีรนากระชากตบไม่ได้ แม้จะอยากทำมากแค่ไหนก็ตาม จึงได้แต่ข่มอารมณ์ดำมืดนั่นเอาไว้บอกเสียงสงบ

“พี่จะโกรธทำไมกัน”

เพราะตอนนี้เธอไร้อารมณ์โกรธแบบนั้นแล้ว แต่ถ้าเป็นเมื่อตอนที่รู้เรื่องใหม่ๆก็ไม่แน่

“ก็กีบอกแม่แล้ว แม่โกรธกีแทบตาย ตีกีหยิกกีด้วย หยิกจนแขนเขียวหมดเลยค่ะ” น้องสาวต่างบุพการีอวดแขนที่ถูกทำร้ายให้ดู

“แม่บอกอีกว่าอย่าให้พี่เหนือรู้เรื่องนี้เด็ดขาด”

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย เพราะคืนนั้น รักพันธนาการหัวใจ
8.1
โชคชะตาเริ่มต้นขึ้นในคืนที่แสนวุ่นวาย เมื่อนัทธนิษฐ์ นักธุรกิจสาวชาวไทยวัยสามสิบที่มุ่งมั่นผลักดันแบรนด์เครื่องสำอางสู่ระดับสากล กลับพลาดพลั้งมีความสัมพันธ์ชั่วข้ามคืนกับซู่เหลียงฉี นักธุรกิจหนุ่มผู้เป็นคู่แข่งคนสำคัญในสนามการค้า ความสัมพันธ์ที่ไม่ได้ตั้งใจในครั้งนี้กลายเป็นพันธนาการที่ผูกมัดใจเธอไว้จนยากจะลืมเลือน เธอต้องเผชิญกับความรู้สึกที่สับสน ขณะที่เขายังคงเป็นปริศนาว่าคิดอย่างไรกับเรื่องที่เกิดขึ้น พวกเขาจะจัดการกับความรักที่มาพร้อมกับความขัดแย้งนี้ได้หรือไม่
หน้าปกนวนิยาย โซ่หัวใจไฟเสน่หา
9.4
มาคัสคลั่งไคล้ในตัวมะลิวัลย์ตั้งแต่แรกเห็น ทว่าโชคชะตากลับทำให้ทั้งคู่ต้องพลัดพราก เมื่อได้พบกันอีกครั้งเขากลับไม่พอใจที่มีเด็กชายตัวน้อยอย่างรามิลอยู่ข้างกายเธอ มะลิวัลย์พยายามจะบอกความจริงเรื่องลูก แต่ความริษยาของอินทิรากลายเป็นอุปสรรคชิ้นใหญ่ ความเข้าใจผิดทวีความรุนแรงขึ้นเมื่อมาคัสบังคับให้เธอขอโทษศัตรูหัวใจจนถึงขั้นไล่ส่ง มะลิวัลย์ที่น้อยใจจึงตัดสินใจพาลูกชายหนีไปจากคนใจร้ายที่เธอคิดว่าเขาไม่ต้องการครอบครัวอีกต่อไปแล้ว
หน้าปกนวนิยาย บ่วงร้ายสายใยรัก
8.5
ชาวีทายาทนักธุรกิจผู้สูญเสียความทรงจำและถูกตามหลอกหลอนด้วยฝันประหลาด ต้องเผชิญหน้ากับเฌอริตา แม่เลี้ยงเดี่ยวที่กลับมาสืบหาความจริงเพื่อล้างมลทินให้พ่อจนพบอดีตอันแสนเจ็บปวด ขณะที่อิงดาวหญิงสาวผู้อาภัพรักกลับถูกลีโอนาโด มาเฟียหนุ่มผู้เต็มไปด้วยไฟแค้นใช้เป็นเครื่องมือทำลายศัตรู ทว่าพันธะที่ไม่ได้ตั้งใจกลับผูกมัดเขาไว้กับเธอด้วยสายใยใหม่ที่กำลังจะเกิด ท่ามกลางกงเกวียนกำเกวียนและบ่วงความสัมพันธ์ที่ยากจะถอนตัว พวกเขาจะเลือกเดินต่อไปอย่างไร
หน้าปกนวนิยาย เขาเลือกแฟนเก่า ฉันเลือกการแก้แค้น
8.2
ในวันวิวาห์ คิรากรทิ้งฉันกลางงานเพื่อกลับไปหาโสภิตา แฟนเก่าที่ความจำเสื่อมและจำได้เพียงรักอันแสนหวานของพวกเขา เขาบังคับให้ฉันอยู่ในฐานะแขกที่คฤหาสน์เพื่อเฝ้าดูเขารื้อฟื้นความสัมพันธ์กับเธอ โดยอ้างว่าต้องรอให้เธอหายดีก่อนจะกลับมาแต่งงานกับฉัน แต่ความจริงคือเขามียารักษาแต่จงใจเก็บไว้เพื่อเสพสุขกับรักครั้งเก่าและหวังจะเก็บฉันไว้เป็นของตาย เมื่อเขาใช้ชื่อพี่ชายมาดูหมิ่นฉัน ฉันจึงเดินไปหาธนากรผู้ทรงอำนาจตัวจริงเพื่อยื่นข้อเสนอให้เราแต่งงานกันและใช้เขาเป็นเครื่องมือทำลายคิรากรให้ย่อยยับ
หน้าปกนวนิยาย จากเถ้าถ่าน: โอกาสครั้งที่สอง
9.0
อดีตอันแสนเศร้าของฉันจบลงท่ามกลางกองเพลิงในสตูดิโอศิลปะ เมื่อภาคินคู่หมั้นที่ฉันรักมาตั้งแต่เด็กเลือกทอดทิ้งฉันให้ตายอย่างทรมานเพื่อปกป้องจูลี่น้องสาวต่างแม่ ความภักดีที่ฉันมีให้กลับถูกตอบแทนด้วยสายตาเวทนาขณะเขาเดินจากไปพร้อมกับเธอ ทว่าปาฏิหาริย์ทำให้ฉันตื่นขึ้นมาอีกครั้งในวันสำคัญก่อนการประชุมบอร์ดบริหารของตระกูล ในชีวิตที่สองนี้ฉันจะไม่ยอมเป็นเบี้ยล่างในเกมธุรกิจหรือความรักที่หลอกลวงอีกต่อไป ฉันจึงตัดสินใจประกาศถอนหมั้นต่อหน้าทุกคนเพื่อทวงคืนอิสระและแก้แค้นคืน
หน้าปกนวนิยาย สลับรักยัยเลขาฝาแฝด
9.8
โชคชะตานำพาให้ กรีน สาวแกร่งเจ้าของไร่กาแฟ และ แกรนด์ เลขาสาวผู้อ่อนหวาน สองฝาแฝดที่พลัดพรากได้กลับมาพบกันโดยบังเอิญ ความสงสัยในชาติกำเนิดทำให้ทั้งคู่ตัดสินใจสลับตัวเพื่อค้นหาความจริง แกรนด์ที่เบื่อหน่ายชีวิตเมืองหลวงและเจ้านายจอมเจ้าชู้อย่าง เควิน นักธุรกิจหนุ่มผู้รักอิสระ ได้ลองไปสัมผัสชีวิตธรรมชาติ ขณะที่กรีนต้องสวมรอยเป็นเลขาสาวในโลกธุรกิจที่วุ่นวาย ท่ามกลางความขัดแย้งของหัวใจและความลับที่ถูกซ่อนไว้ การสลับเลิฟครั้งนี้จะเปลี่ยนชีวิตของพวกเธอไปตลอดกาล