ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย อาญาสีชมพู

อาญาสีชมพู

พฤกษ์ ทายาทมหาเศรษฐีผู้ไม่เคยพ่ายแพ้ กลับต้องเสียหน้าเมื่อ น้องเหนือ สาวซื่อจากต่างจังหวัดแสดงความชื่นชมต่อเชียรซึ่งเป็นศัตรูของเขา พฤกษ์มองว่าความใสซื่อนั้นคือมารยาจึงหาทางลงทัณฑ์เธอด้วยข้อเสนออันโหดร้าย ให้เธอมาเป็นผู้หญิงลับๆ ของเขาเป็นเวลาสามสิบวันเพื่อชดใช้ แม้จะเจ็บปวดและหมดศรัทธาในตัวเอง แต่น้องเหนือกลับต้องจำใจยอมรับชะตากรรมที่เขาหยิบยื่นให้ ทว่าบทลงโทษที่ควรจะเต็มไปด้วยความแค้น กลับเริ่มแปรเปลี่ยนเป็นความสัมพันธ์ที่ยากจะคาดเดาในอาญาสีชมพู
ตอน
แชร์

ตอน 3

“ก็กีบอกแม่แล้ว แม่โกรธกีแทบตาย ตีกีหยิกกีด้วย หยิกจนแขนเขียวหมดเลยค่ะ” น้องสาวต่างบุพการีอวดแขนที่ถูกทำร้ายให้ดู

“แม่บอกอีกว่าอย่าให้พี่เหนือรู้เรื่องนี้เด็ดขาด”

สมควรแล้วล่ะ แค่นั้นยังน้อยไป ปภาณิณมองแขนที่อีกฝ่ายส่งให้ดู แล้วเตือนสติตัวเองว่าให้หยุดความคิดหยาบช้ากับน้องอย่างกีรนาเสียที

“ทำไมถึงเล่าให้พี่ฟังไม่ได้ล่ะ”

ถามพร้อมกับอยากรู้ใจของนางจันทร์เพ็ญไปด้วยว่าเหตุใดจึงไม่อยากให้เธอรู้เรื่องนี้ ในเมื่อเธอก็เป็นสมาชิกในบ้าน และเป็นเสาหลักสำคัญคนหนึ่งอีกด้วย

“ไม่รู้สิคะ แต่กีไม่อยากเก็บเรื่องนี้เอาไว้อีกแล้ว กีอึดอัด กีไม่สบายใจค่ะ”

“เลยแบ่งมาให้พี่ไม่สบายใจด้วย ว่างั้น?” ถามล้อๆ

กีรนาเลยแกล้งมุ่ยหน้าใส่เธอ “พี่เหนือชอบพูดเล่นเรื่อยเลย แต่กีชอบนะที่พี่เหนือไม่โกรธกีแบบแม่...ขอบคุณมากนะคะพี่เหนือ”

หญิงสาวอ่อนวัยกว่ามองเธอด้วยสายตารักและเทิดทูน ไม่ต่างจากที่มองมารดาของตน ซึ่งปภาณิณก็พยายามบอกตัวเองว่าเธอนั้นรักกีรนาดั่งน้องแท้ๆเช่นกัน จึงยิ้มตอบให้อีกฝ่ายไป

เมื่อเห็นว่าสมควรแก่เวลาแล้วเลยชวนให้ไปพักผ่อน

“ดึกมากแล้วน้องกี ไปนอนเถอะไป”

“โอเคค่ะ ตอนนี้กีสบายใจแล้ว กีจะได้นอนหลับสนิทเสียที”

ทั้งสองยิ้มให้กันอย่างที่ไม่ให้มีอะไรมาปิดบังซ่อนเร้น ปภาณิณจึงถือโอกาสถามอีกเรื่อง

“กี”

“คะพี่เหนือ”

“ได้ข่าวพี่กวินบ้างไหม”

กีรนาส่ายหน้าเป็นคำตอบ จึงพยักหน้าให้อีกฝ่ายเข้าห้องไปเสียแล้วจึงเดินเท้าเบาๆไปดูบิดาในห้องด้านล่างที่จัดเอาไว้สำหรับท่านโดยเฉพาะ ในนั้นประกอบด้วยเตียงผู้ป่วยพร้อมที่นอนลม ทั้งยังมีเครื่องดูดเสมหะและเตียงนอนของคนที่จ้างมาให้ดูแลท่านด้วย

หญิงวัยสามสิบปลายๆนอนตะแคงหันหลังให้บนที่นอนข้างๆเตียงนายจรัส

เมื่อเห็นว่าท่านกำลังหลับอยู่ จึงเดินเข้ามามองใกล้ๆก่อนก้มลงกอดเบาๆ ซบหน้าลงตรงอกที่เคยแข็งแกร่งที่ซึ่งบัดนี้เหลือแต่กระดูกเพราะกล้ามเนื้อฝ่อลีบลงไปโขทีเดียว

“พ่อคะ เหนือจนปัญญาแล้วค่ะ ไม่รู้ว่าจะทำยังไงต่อดี”

ว่าจบพร้อมกับน้ำตาที่อัดอั้นมานานไหลอาบลงจนซึมไปถึงเสื้อนอนของคนที่ยังคงนอนนิ่งเงียบบนเตียง ปภาณิณร้องไห้เงียบๆอยู่อีกครู่จึงผละออก ปาดน้ำตาทิ้ง ยืนมองท่านก่อนจากไปเงียบๆเหมือนตอนที่เข้ามา

คล้อยหลังประตูที่ปิดลง หยาดน้ำซึมออกจากหางตาของชายที่เคยเป็นผู้นำครอบครัวแล้วทิ้งตัวลงกับหมอนหนุนเฉกเช่นเดียวกับบุตรสาวของตนพร้อมแรงกระเพื่อมที่ทรวงอกอยู่อย่างนั้นเป็นนานสองนาน

เสียงพูดจาร้อนรนทั้งยังฟังดูวุ่นวายดังมาจากทางด้านหน้าของตัวบ้าน ปภาณิณที่เพิ่งนอนได้ไม่กี่ชั่วโมงลืมตาตื่นขึ้น แล้วเปิดประตูเดินออกไปดู พบแสงสีแดงวูบวาบบนหลังคายานพาหนะขนาดใหญ่ที่จอดนิ่งรออยู่ จึงสาวเท้าเร็วๆออกไปดู พบบิดานอนอยู่บนเตียงรถเข็นที่มีเจ้าหน้าที่นำขึ้นรถพอดี หญิงสาวใจหายวาบ เรียกเสียงตื่นตระหนก

“คุณพ่อ!”

เธอจะตามขึ้นรถไปด้วย แต่ถูกมือใครบางคนรั้งเอาไว้ก่อน จึงหันไปมอง ค่อยพบว่าเป็นนางจันทร์เพ็ญนั่นเอง

“คุณพ่อเป็นอะไรคะคุณน้า”

“ชีพจรตก น้าเห็นหน้าแกซีดๆเมื่อเช้าเลยให้อมรลองวัดความดันให้” เล่าอย่างพยายามระงับอาการตื่นๆของตนเองเช่นกัน แล้วว่าต่อ “น้าจะตามไปดูเอง หนูไปเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อน แล้วค่อยตามไปทีหลัง”

“แต่...” เธออยากไปด้วยตอนนี้

“ไปเถอะลูก ไปทั้งอย่างนี้คงไม่เหมาะ ถึงโรง’บาลแล้วก็หมดห่วง หมอออกเก่งกันทั้งนั้น”

หญิงสาวก้มมองตนเองในชุดนอน แล้วนิ่งไปอย่างที่คิดอะไรไม่ออก มองตามมารดาเลี้ยงที่ไปพร้อมรถที่ขับลับรั้วบ้านแล้ว ก่อนลำดับความคิดตนเองใหม่ ตั้งใจกลับไปยังห้องนอนเพื่อเตรียมตัวไปดูอาการของพ่อ

“พี่เหนือ”

เสียงเรียกตื่นๆของกีรนานั่นเอง เธอหันไปมอง ทางนั้นก็วิ่งกระหืดกระหอบเข้ามาหา ถามเสียงสั่น

“คุณพ่อเป็นอะไรคะ”

“พี่ไม่รู้ เห็นคุณน้าบอกว่าเมื่อเช้าคุณพ่อความดันตก” บอกไปเท่าที่รู้พลางถามอีกฝ่าย “แล้วกีออกไปไหนมาแต่เช้า”

“ไปตลาดค่ะ เพิ่งกลับมานี่เอง ได้ยินน้าหยาดพูดอยู่หน้าบ้านเลยวิ่งเข้ามาดู”

“พี่จะไปดูพ่อ”

“กีไปด้วยค่ะ”

สองสาวแยกย้ายกันเข้าห้องของตนเอง ปภาณิณไม่มีแก่ใจนอนอีกต่อไป แม้ว่าเพิ่งได้หลับไม่กี่ชั่วโมงเท่านั้น บัดนี้ความง่วงปลิวหายไปแล้วเมื่อเห็นบิดาถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล ทั้งยังไม่รู้ว่าอาการของท่านเป็นไปอย่างไรแล้วบ้าง

ไม่นานจากนั้น กีรนาติดรถไปโรงพยาบาลที่บิดารักษาตัวอยู่ด้วยกันกับเธอ พบนางจันทร์เพ็ญนั่งก้มหน้าเงียบๆที่เก้าอี้สำหรับญาติที่หน้าห้องของไอซียู

“คุณพ่อเป็นยังไงบ้างคะ” ถามขณะนั่งลงที่เก้าอี้ว่างตัวที่ติดกับคู่สมรสของบิดา

“หมอบอกว่าติดเชื้อในกระแสเลือด”

“แล้วต้องใช้เงินเยอะไหมคะคุณแม่” เป็นกีรนาที่ถามขึ้นแทบจะทันที ปภาณิณฉุนวูบหนึ่งเมื่อได้ยินคำถาม ชีวิตของบิดาทั้งคน ต่อให้ต้องใช้เงินเป็นร้อยๆพันๆล้านเธอก็จะหามาให้จงได้

จันทร์เพ็ญท่าจะมองออกเลยหันไปเอ็ดบุตรสาวของตน

“ถามอะไรแบบนั้นยัยกี แกนี่”

“ก็กีแค่อยากรู้นี่คะ”

ปภาณิณระงับโทสะในอกบอกด้วยสีหน้าเย็นชา

“ประกันคุณพ่อมีจ้ะน้องกี”

“น้าลืมบอก ตัวแทนเขามาเยี่ยมเมื่อกี๊แล้วก็ว่าค่ารักษาของจรัสเกินวงเงินประกันแล้วล่ะลูก”

ได้ยินแบบนั้นก็นิ่งไป เพราะก่อนหน้าบิดาของเธอเป็นประเภทที่ต่อต้านการทำประกันทุกรูปแบบ พอมีคนรู้จักแนะนำก็ทำไปอย่างแกนๆชนิดเหมาจ่ายค่ารักษาพยาบาลแบบค่าเบี้ยไม่แพงมาก เหมือนทำไปเพื่อตัดรำคาญ ท่านคิดเสมอว่าตัวเองแข็งแรงและด้วยว่าตนเองไม่เคยเจ็บป่วยหนักๆมาก่อนจึงไม่ได้ใส่ใจตรงนั้น

ดูต่อเลย!
เนื้อเรื่องกำลังเข้มข้น! ไปที่แอปเพื่ออ่านต่อ
ปลดล็อกทุกตอน
เปิดเว็บไซต์ทางการ

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย เพราะคืนนั้น รักพันธนาการหัวใจ
8.1
โชคชะตาเริ่มต้นขึ้นในคืนที่แสนวุ่นวาย เมื่อนัทธนิษฐ์ นักธุรกิจสาวชาวไทยวัยสามสิบที่มุ่งมั่นผลักดันแบรนด์เครื่องสำอางสู่ระดับสากล กลับพลาดพลั้งมีความสัมพันธ์ชั่วข้ามคืนกับซู่เหลียงฉี นักธุรกิจหนุ่มผู้เป็นคู่แข่งคนสำคัญในสนามการค้า ความสัมพันธ์ที่ไม่ได้ตั้งใจในครั้งนี้กลายเป็นพันธนาการที่ผูกมัดใจเธอไว้จนยากจะลืมเลือน เธอต้องเผชิญกับความรู้สึกที่สับสน ขณะที่เขายังคงเป็นปริศนาว่าคิดอย่างไรกับเรื่องที่เกิดขึ้น พวกเขาจะจัดการกับความรักที่มาพร้อมกับความขัดแย้งนี้ได้หรือไม่
หน้าปกนวนิยาย โซ่หัวใจไฟเสน่หา
9.4
มาคัสคลั่งไคล้ในตัวมะลิวัลย์ตั้งแต่แรกเห็น ทว่าโชคชะตากลับทำให้ทั้งคู่ต้องพลัดพราก เมื่อได้พบกันอีกครั้งเขากลับไม่พอใจที่มีเด็กชายตัวน้อยอย่างรามิลอยู่ข้างกายเธอ มะลิวัลย์พยายามจะบอกความจริงเรื่องลูก แต่ความริษยาของอินทิรากลายเป็นอุปสรรคชิ้นใหญ่ ความเข้าใจผิดทวีความรุนแรงขึ้นเมื่อมาคัสบังคับให้เธอขอโทษศัตรูหัวใจจนถึงขั้นไล่ส่ง มะลิวัลย์ที่น้อยใจจึงตัดสินใจพาลูกชายหนีไปจากคนใจร้ายที่เธอคิดว่าเขาไม่ต้องการครอบครัวอีกต่อไปแล้ว
หน้าปกนวนิยาย บ่วงร้ายสายใยรัก
8.5
ชาวีทายาทนักธุรกิจผู้สูญเสียความทรงจำและถูกตามหลอกหลอนด้วยฝันประหลาด ต้องเผชิญหน้ากับเฌอริตา แม่เลี้ยงเดี่ยวที่กลับมาสืบหาความจริงเพื่อล้างมลทินให้พ่อจนพบอดีตอันแสนเจ็บปวด ขณะที่อิงดาวหญิงสาวผู้อาภัพรักกลับถูกลีโอนาโด มาเฟียหนุ่มผู้เต็มไปด้วยไฟแค้นใช้เป็นเครื่องมือทำลายศัตรู ทว่าพันธะที่ไม่ได้ตั้งใจกลับผูกมัดเขาไว้กับเธอด้วยสายใยใหม่ที่กำลังจะเกิด ท่ามกลางกงเกวียนกำเกวียนและบ่วงความสัมพันธ์ที่ยากจะถอนตัว พวกเขาจะเลือกเดินต่อไปอย่างไร
หน้าปกนวนิยาย เขาเลือกแฟนเก่า ฉันเลือกการแก้แค้น
8.2
ในวันวิวาห์ คิรากรทิ้งฉันกลางงานเพื่อกลับไปหาโสภิตา แฟนเก่าที่ความจำเสื่อมและจำได้เพียงรักอันแสนหวานของพวกเขา เขาบังคับให้ฉันอยู่ในฐานะแขกที่คฤหาสน์เพื่อเฝ้าดูเขารื้อฟื้นความสัมพันธ์กับเธอ โดยอ้างว่าต้องรอให้เธอหายดีก่อนจะกลับมาแต่งงานกับฉัน แต่ความจริงคือเขามียารักษาแต่จงใจเก็บไว้เพื่อเสพสุขกับรักครั้งเก่าและหวังจะเก็บฉันไว้เป็นของตาย เมื่อเขาใช้ชื่อพี่ชายมาดูหมิ่นฉัน ฉันจึงเดินไปหาธนากรผู้ทรงอำนาจตัวจริงเพื่อยื่นข้อเสนอให้เราแต่งงานกันและใช้เขาเป็นเครื่องมือทำลายคิรากรให้ย่อยยับ
หน้าปกนวนิยาย จากเถ้าถ่าน: โอกาสครั้งที่สอง
9.0
อดีตอันแสนเศร้าของฉันจบลงท่ามกลางกองเพลิงในสตูดิโอศิลปะ เมื่อภาคินคู่หมั้นที่ฉันรักมาตั้งแต่เด็กเลือกทอดทิ้งฉันให้ตายอย่างทรมานเพื่อปกป้องจูลี่น้องสาวต่างแม่ ความภักดีที่ฉันมีให้กลับถูกตอบแทนด้วยสายตาเวทนาขณะเขาเดินจากไปพร้อมกับเธอ ทว่าปาฏิหาริย์ทำให้ฉันตื่นขึ้นมาอีกครั้งในวันสำคัญก่อนการประชุมบอร์ดบริหารของตระกูล ในชีวิตที่สองนี้ฉันจะไม่ยอมเป็นเบี้ยล่างในเกมธุรกิจหรือความรักที่หลอกลวงอีกต่อไป ฉันจึงตัดสินใจประกาศถอนหมั้นต่อหน้าทุกคนเพื่อทวงคืนอิสระและแก้แค้นคืน
หน้าปกนวนิยาย สลับรักยัยเลขาฝาแฝด
9.8
โชคชะตานำพาให้ กรีน สาวแกร่งเจ้าของไร่กาแฟ และ แกรนด์ เลขาสาวผู้อ่อนหวาน สองฝาแฝดที่พลัดพรากได้กลับมาพบกันโดยบังเอิญ ความสงสัยในชาติกำเนิดทำให้ทั้งคู่ตัดสินใจสลับตัวเพื่อค้นหาความจริง แกรนด์ที่เบื่อหน่ายชีวิตเมืองหลวงและเจ้านายจอมเจ้าชู้อย่าง เควิน นักธุรกิจหนุ่มผู้รักอิสระ ได้ลองไปสัมผัสชีวิตธรรมชาติ ขณะที่กรีนต้องสวมรอยเป็นเลขาสาวในโลกธุรกิจที่วุ่นวาย ท่ามกลางความขัดแย้งของหัวใจและความลับที่ถูกซ่อนไว้ การสลับเลิฟครั้งนี้จะเปลี่ยนชีวิตของพวกเธอไปตลอดกาล