ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย ดวงใจขุนศึก

ดวงใจขุนศึก

ประโยคบอกเลิกที่แสนเย็นชาจากปากของชายที่เธอรักที่สุดยังคงดังก้องอยู่ในหัวของรมิตา เมื่อความสัมพันธ์ที่เคยหวานซึ้งกลับต้องสิ้นสุดลงอย่างกะทันหันในวันที่เขาตัดสินใจเดินจากไป เพียงเพราะความรู้สึกที่เปลี่ยนไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิง ท่ามกลางความสับสนและหัวใจที่แตกสลาย เธอพยายามค้นหาคำตอบถึงสาเหตุเบื้องหลังความห่างเหิน แต่เขากลับมอบคำตอบที่ไร้เยื่อใยเพียงคำเดียวว่าเขารู้สึกเบื่อหน่ายในตัวเธอแล้วเท่านั้น ทิ้งให้เธอต้องเผชิญหน้ากับความเจ็บปวดเพียงลำพัง
ตอน
แชร์

ตอน 2

บทที่ 2 เขาจะทำมันได้ดีแค่ไหน

เกือบครึ่งชั่วโมงที่ต่างคนต่างเงียบ จมอยู่กับความคิดของตนเองเพียงลำพัง จนไม่รู้ตัวว่าแลนด์โรเวอร์ได้แล่นเข้ามาเลียบจอดที่หน้าบ้านชั้นเดียวยกพื้นสูงที่ซ่อนตัวอยู่หลังทิวแมกไม้หอมนานาชนิดแล้ว

รมิตาตื่นจากภวังค์ความคิด ใบหน้าสวยหันซ้ายแลขวาเมื่อเห็นว่าถึงบ้านของตนก็รีบคว้ากระเป๋าถือขึ้นคล้องไหล่เตรียมลงจากรถ แต่ยังไม่ทันที่จะได้เอื้อมมือไปเปิดประตูมืออุ่นหนาจากคนข้างๆ ก็คว้าหมับเข้าไปที่ท่อนแขนกลมกลึง

“เคทเข้าใจเหตุผลที่พี่ทำใช่ไหม”

คำถามจากริมฝีปากหยักเรียกสายตากลมให้ช้อนขึ้นมองสบ ดวงตาคู่คมเต็มไปด้วยความไม่มั่นใจเหมือนเด็กชายตัวน้อยที่กำลังเดินหลงทาง แม้ภายนอกจะดูเข้มแข็งมากเพียงใดแต่รมิตารู้ดีว่าภายในนั้นมีเด็กชายคนหนึ่งกำลังหวาดกลัวความสูญเสียซ่อนอยู่ และเพราะเด็กชายคนนี้เองกระมังที่ทำให้เธอยังยืนอยู่ตรงนี้ ทั้งที่ถูกกล่าวหาจากใครต่อใครว่าโง่เง่าเหลือเกินที่เฝ้ารอในสิ่งที่เป็นไปไม่ได้

“เคทเข้าใจค่ะ”

เธอตอบกลับพร้อมรอยยิ้มอ่อนหวานเหมือนทุกครั้ง เพียงแค่นั้นก็ทำให้คนถามถอนหายใจอย่างโล่งอก มือที่คว้าท่อนแขนกลมกลึงเลื่อนขึ้นไปลูบไล้แก้มนวลแผ่วเบา

ใบหน้านี้ใช่ไหมที่คอยยิ้มให้เขาเสมอยามเมื่อต้องการกำลังใจจากใครสักคน ดวงตาคู่นี้นี่เองที่ทอประกายยินดีทุกครั้งเมื่อเขาประสบความสำเร็จ และแม้ว่าบางครั้งมันจะเศร้าเพราะความปากไม่ดีของเขา แต่ไม่มีวันไหนเลยที่มันไม่เคยไม่มองมาที่เขา เพราะสิ่งนี้เองที่ทำให้เขารู้สึกหายใจไม่ออกทุกครั้งที่ได้มองสบ และเจ็บทุกครั้งที่ทำให้มันมีน้ำตา...รมิตาดวงใจของเขา ‘ดวงใจขุนศึก’

ริมฝีปากอุ่นโน้มเข้ามาจุมพิตที่กลีบปากอิ่มแผ่วเบาและผละออก

“คืนนี้พี่ขอค้างที่นี่ด้วยคนนะ”

ไม่มีเสียงตอบจากรมิตา แต่ใบหน้าที่ขยับขึ้นลงก็เป็นคำตอบที่มากพอให้คนตัวใหญ่ยิ้มกว้างออกมาได้ ขุนศึกจัดแจงลงไปเปิดประตูรั้วเพื่อนำรถเข้าไปจอดไว้ภายในโรงจอดรถข้างตัวบ้านที่ยังคงโล่ง รมิตาไม่มีรถยนต์ส่วนตัว การเดินทางไปทำงานในแต่ละวันหญิงสาวมักจะใช้การบริการรถสาธารณะ และที่สำคัญเกือบทุกวันเธอมีเขาเป็นสารถีให้ทั้งขาไปและขากลับ เพราะร้านของเธออยู่ห่างจากตึกอธิรักษ์โยธินกรุ๊ปไปเพียงแค่ไม่กี่ช่วงตึกเท่านั้น

หลังจากนำรถเข้ามาจอดเรียบร้อย ร่างสูงก็ก้าวลงจากฝั่งคนขับและอ้อมมาเปิดประตูให้อย่างเอาใจ ครึ่งชั่วโมงมากพอแล้วกับความเงียบที่ชวนอึดอัด วางทุกอย่างไว้เบื้องหลังและเดินไปข้างหน้าโดยไม่ต้องสนใจมันอีก แต่หากเขารู้สักนิดว่าการทำเช่นนั้นคือการทิ้งรอยเท้าไว้ให้ใครบางคนต้องเจ็บปวดแล้วละก็ เขาจะไม่มีวันทำมันเลย

รมิตาก้าวลงมายืนมองร่างสูงใหญ่เปิดประตูหลังเพื่อหยิบกระเป๋าเสื้อผ้าที่มักจะมีเตรียมไว้ที่เบาะหลังเป็นประจำ เนื่องจากต้องเดินทางไปตรวจงานของโครงการที่บริษัทไปรับเหมามาดำเนินงานอยู่เสมอ ทำให้ขุนศึกต้องเตรียมตัวให้พร้อมตลอดเวลา

“พี่ขุนต้องไปอีกแล้วเหรอคะ” รมิตาถามคนข้างกายเมื่อเขาก้าวเข้ามายืนเคียงขณะที่เธอเปิดประตูบ้านไว้รอ

“ครับ”

ขุนศึกตอบพร้อมเลื่อนมือไปเปิดสวิตช์ไฟด้วยความเคยชิน เนื่องจากรมิตามีข้าวของอยู่เต็มอ้อมแขน โดยเฉพาะเจ้าช่อบูเก้ที่เป็นตัวปัญหาของความหงุดหงิดทั้งหมดทั้งมวลในคืนนี้ แค่มองเห็นความหงุดหงิดก็แล่นริ้วขึ้นมาอีกหน ใบหน้าคมที่ผ่อนคลายลงเมื่อครู่เคร่งขรึมขึ้นมาอีกครั้ง

เขาทำเพียงจ้องมองมันนิ่งๆ ขณะที่รมิตารับรู้ได้ถึงบรรยากาศที่เปลี่ยนแปลง ร่างระหงรีบหมุนตัวหายเข้าไปในห้องนั่งเล่น วางของในอ้อมแขนลงบนโต๊ะตัวเตี้ยโดยจงใจซ่อนช่อดอกไม้ของเจ้าสาวไว้ด้านล่างสุดเพื่ออำพรางสายตา แล้วเดินกลับมาที่คนตัวโตอีกหน

“ถ้าอย่างนั้นเดี๋ยวเคทจัดกระเป๋าให้ใหม่นะคะ พี่ขุนจะได้อาบน้ำก่อน”

รอยยิ้มหวานถูกแต้มที่ใบหน้าสวยขณะดึงกระเป๋าเสื้อผ้าแบบสปอร์ตแบ็กยี่ห้อดังจากอเมริกาที่เธอซื้อให้เป็นของขวัญในวันครบรอบสามปีที่คบกัน แต่เขาก็ยังคงใช้มันมาจนถึงบัดนี้ รมิตาหมุนตัวเดินนำเข้าไปในส่วนของห้องนอนเพื่อจัดกระเป๋าอย่างที่รับปาก ทิ้งให้คนเบื้องหลังได้แต่มองตามด้วยสายตาที่ยากจะอ่านออก เพราะแม้แต่เขาเองก็บอกไม่ถูกว่ากำลังรู้สึกเช่นไรกับสิ่งที่เธอทำให้เสมอมา

นัยน์ตาคมหันไปมองยังกระเป๋าถือของคนตัวเล็กที่วางทิ้งไว้กลางห้อง ช่อบูเก้และของชำร่วยงานแต่งที่เป็นสมุดบันทึกเล่มเล็ก นอกจากชื่อคู่บ่าวสาวแล้วบนหน้าปกสีน้ำตาลยังมีรูปร่มและรูปหัวใจแสนน่ารัก และข้อความที่เขียนว่า ‘หนังสือเดินทางแห่งความรัก’ ถูกวางทับไว้อย่างดีบอกให้รู้ว่าเจ้าตัวตั้งใจอำพรางจากสายตาของเขา

‘เตรียมตัวไว้ได้เลยไอ้ขุน แกเสร็จแน่’

เพื่อนในกลุ่มที่นั่งบนโต๊ะตัวเดียวกันในงานเลี้ยงฉลองมงคลสมรสให้กับพี่ชายคนโตของเขาแซวขึ้น หลังจากที่มีใครสักคนเปิดประเด็นเจ้าสาวคนต่อไปเอาไว้ ใบหน้าหวานของรมิตายามได้ยินประโยคนั้นแดงจัด ดวงตาคู่สวยช้อนมองเขาด้วยท่าทางเอียงอายหลายครั้งหลายหนจนเขาเองทำอะไรไม่ถูก และเมื่อคิดไม่ออกว่าจะต่อประโยคเพื่อนในกลุ่มกลับไปเช่นไรสิ่งที่ขุนศึกทำได้ก็คือการนั่งให้นิ่ง เก๊กหน้าให้ขรึม และไม่พูดอะไรออกไปอีกแม้แต่ประโยคเดียว

โดยเฉพาะอย่างยิ่งตอนที่ส่งตัวบ่าวสาวเข้าหอ มารดาทั้งสามของเขาที่ประกอบไปด้วย หม่อมราชวงศ์รจเรข อธิรักษ์โยธิน ภรรยาตามกฎหมายของบิดา คุณพัตราผู้เป็นมารดาของเขา และคุณละไม ธุวดารา ภรรยาคนที่ห้าของบิดา ก็เดินเข้ามาเมียงๆ มองๆ รมิตา จนหญิงสาวออกอาการเขินจัดต้องใช้แผ่นหลังของเขาเป็นที่กำบัง อาจเป็นเพราะช่อดอกไม้ที่เธอได้รับ และฐานะคนรักที่แม้จะไม่เคยเอ่ยปากบอกใคร แต่สมาชิกบ้านอธิรักษ์โยธินก็รู้เรื่องราวทุกอย่างดี ทำให้เธอถูกเพ่งเล็งและเขาก็ถูกจับตามองจนอึดอัด

‘สะใภ้คนนี้แม่ชอบ’

หม่อมราชวงศ์รจเรขเดินเข้ามาบอก ขณะที่เขากำลังยืนรอรมิตาอยู่หน้าห้องหอของพี่ชาย ท่านยิ้มและเดินจากไปทิ้งไว้เพียงความงุนงงที่หนักอึ้ง

สะใภ้อย่างนั้นหรือ ขุนศึกถามตัวเองเป็นครั้งที่ร้อยตั้งแต่ก้าวออกมาจากบ้านอธิรักษ์โยธิน เขาจะทำหน้าที่เช่นนั้นได้หรือ เธอคนนั้น...

ขุนศึกมองเข้าไปยังส่วนของห้องนอนที่ประตูเปิดค้างไว้ รมิตากำลังจัดเรียงเสื้อผ้าและข้าวของเครื่องใช้ลงในกระเป๋าใบย่อม เธอสมควรที่จะเข้ามาเกี่ยวพันกับสายเลือดที่เขารังเกียจอย่างนั้นหรือ และถ้าหากว่าวันข้างหน้าเขามีคนอื่นเหมือนที่คุณภาวินเคยทำ คนที่เสียใจที่สุดก็คือเธอ เขาคงทนไม่ได้ถ้าเธอต้องร้องไห้เพราะการกระทำของตัวเขาเอง

“พี่ขุนคะ เคทเตรียมชุดนอนกับผ้าเช็ดตัวไว้ให้แล้วนะคะ”

เสียงของรมิตาทำให้เขาได้สติ ขุนศึกเงยหน้าขึ้นมองตามเสียงนั้น และพบว่าตนเองก้าวเข้ามายืนอยู่ในห้องนอนห่างจากเธอไม่กี่ก้าวเท่านั้น ใบหน้าสวยเงยหน้าขึ้นส่งยิ้มหวาน แม้เวลาจะล่วงเข้าวันใหม่แต่รมิตาก็ยังคงตั้งใจจัดชุดใหม่ให้เขาโดยไม่เกี่ยงงอน เพราะอย่างนี้หรือเปล่าที่ทำให้เขาหงุดหงิดใจยามที่ได้มองเธอ และหวนคิดถึงคำพูดของมารดา

เขาจะทำมันได้ดีแค่ไหน

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย ภรรยาหวานใจคือบอสตัวจริง ได้รับความรักเอาใจสุด ๆ!
9.4
เฉียวเว่ยยี่ หญิงสาวผู้ถูกตราหน้าว่าเป็นต้นเหตุความล่มสลายของตระกูลหลี่จนต้องลี้ภัยไปต่างแดน ได้หวนคืนสู่เมืองจิงอีกครั้ง ทว่าการกลับมาครั้งนี้เธอกลับถูกหลี่เย่ถิงประชิดตัวเพื่อทวงถามสัญญาในอดีต แม้เธอจะพยายามรักษาระยะห่างและประกาศว่าความสัมพันธ์จบลงแล้ว แต่ฝ่ายชายกลับแสดงความเป็นเจ้าของอย่างเปิดเผยด้วยการส่งคำเตือนถึงผู้มีอำนาจทั่วเมืองว่าเธอคือคุณนายรองของเขา ท่ามกลางความตกตะลึงของผู้คนที่รอซ้ำเติมว่าทั้งคู่แอบไปจดทะเบียนสมรสกันตั้งแต่ตอนไหน
หน้าปกนวนิยาย หวงรัก พันธะสวาท
8.0
“เลือกเอานะคะ ระหว่างความสุขของคุณกับชีวิตของสิปรางค์” กรกันต์รู้ว่านั่นไม่ใช่เพียงคำขู่ของคนอกหัก ทว่ามันคือคำอาฆาตของคนที่แค้นฝังใจต่างหาก มาร์ตินี่อีกแก้วจึงถูกสาดลงคออย่างรวดเร็ว ค่ำคืนนี้เขาที่จะใช้มันดับความทุกข์ทั้งหมดที่มี เครื่องดื่มมึนเมาทั้งหลายที่ถูกนำออกมาด้วยคงช่วยให้ลืมบางสิ่งบางอย่างได้อย่างไม่ยากเย็นนักลืม แต่ภาพที่เขาเห็นตรงหน้า สิปรางค์ยังคงก้มๆ เงยๆ อยู่ในห้องลองชุด หญิงสาวมาทำอะไรตรงนี้ ตอนนี้สี่ทุ่มกว่าแล้ว เธอควรพักผ่อนเพื่อใครอีกคนไม่ใช่หรือ? ด้วยความสงสัย บวกกับฤทธิ์แอลกอฮอล์ที่แล่นพล่านในกระแสเลือด กรกันต์ใช้เวลาไม่ถึงครึ่งนาทีก็หยุดอยู่ตรงหน้าเธอ กลิ่นแอลกอฮอล์ฉุนกึกทำให้สิปรางค์เงยหน้าขึ้นมอง “เฮีย” แต่พอเห็นสีหน้าแดงก่ำของเขา เธอก็ทำท่าจะผละหนี “เดี๋ยวสิ” กรกันต์รีบรั้งแขนเธอไว้ ขณะที่ชั่งใจอยู่ชั่วครู่แล้วเอ่ยขึ้นว่า “คุยกันก่อนได้ไหม” เขาขอร้องเสียงเครียด ทั้งปาก ทั้งตา มันสั่นไปหมด เพราะมั่นใจว่าหากปล่อยมือเธอไป โอกาสแบบนี้คงไม่มีอีกแล้ว สิปรางค์มองแววตาแดงก่ำของเขาด้วยสีหน้าเรียบเฉย ไม่ปรากฏความรู้สึกใดๆ ออกมา “เราไม่มีอะไรต้องคุยกันค่ะ นี่ก็ดึกแล้ว...ปรางค์ขอตัวนะคะ” หญิงสาวตัดบทอย่างคนใจร้าย ไม่อาทรต่อความน้ำเสียงเว้าวอนของเขาของสักนิด ซ้ำร้ายยังสลัดมือเขาออกอย่างไร้เยื่อใย ในจังหวะที่กำลังจะหมุนตัวหนี จู่ๆ เขาก็พุ่งมากอดจากด้านหลัง “ปรางค์...” เขาพูดแค่นั้นก็เงียบหายไปหลายนาที ส่วนเธอก็ยังยืนยันเจตนาเดิม วันนี้หัวใจเเข็งแกร่งกว่าเมื่อวาน เพราะฉะนั้นความอบอุ่นจากลำแขนทั้งสองจึงไม่สามารถทำให้เธอหวั่นไหวได้อีก ในเมื่อเขาอยากกอด อยากยื้อให้ตัวเองเจ็บปวด...ก็ตามใจ “พรุ่งนี้...” กรกันต์พยายามบังคับเสียงตัวเองไม่ให้สั่น “เฮียจะเป็นของคนอื่นแล้ว เราจะคุยกันดีๆ สักครั้งไม่ได้เลยเหรอ?” “...” “หยุดทำตัวห่างเหิน หยุดทำเหมือนระหว่างเรามันไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกันสักทีได้ไหม!” “แล้วเรายังมีอะไรที่เกี่ยวข้องกันอีกคะ สายเลือดเดียวกันก็ไม่ใช่ เพื่อนกันก็ไม่ใช่ ยิ่งคนรัก...ก็ยิ่งไม่มีวันได้เป็น!” “แต่ปรางค์ท้อง...” เขาหยุดพูด ท่ามกลางความร้อนผ่าวที่หัวตาทั้งสอง “ลูกของเฮีย...อยู่ในนี้” มือหนากำลังเลื่อนลงไปหน้าท้องที่นูน ทว่ากลับถูกสิปรางค์ปัดออกอย่างรวดเร็ว “ห้ามแตะต้องเขานะ!” เธอพลิกตัวหนี สองมือโอบท้องตัวเองไว้ด้วยความหวงแหน สิปรางค์ไม่มีท่าทีแปลกใจสักนิดที่เขารู้ว่าเธอท้อง ถ้าเขาดูไม่ออกนี่สิ...คงเป็นเรื่องแปลกพิกล หูตาของกรกันต์มีไปทั่ว จนเธอคร้านกวาดตามองหา หากชายหนุ่มอยากรู้นัก เธอก็จะสนองความต้องการนั้นด้วยความจริงที่เขาจะทำได้แค่เพียงมอง... ทว่านาทีนั้นเองเธอเพิ่งสังเกตเห็นว่ามีหยาดน้ำใสๆ เปรอะเปื้อนซีกแก้มด้านซ้ายของอีกฝ่าย เขาจะร้องไห้ทำไมกัน ในเมื่อคนถูกกระทำมาตลอด คือ เธอ! “คนใจร้าย...ห้ามแตะต้องหัวใจของปรางค์อีก!” อาการหวงแหนเกินเหตุนั้น สร้างความประหลาดใจให้กับชายหนุ่มมหาศาล กรกันต์ตัดสินใจขยับเท้าเข้าหา แต่พอเห็นเธอเตรียมขยับหนีราวกับรังเกียจกัน เขาจึงยืนนิ่ง “ปรางค์...” เสียงเขาอ่อนล้านัก อาจเพราะหัวใจมันแห้งเหือดมาหลายเดือน ความจงเกลียดจงชังที่เธอแสดงออก มันจึงส่งผลกระทบต่อหัวใจเขาอย่างจัง “เขาเป็นของปรางค์คนเดียว เฮียไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะรับรู้ถึงการมีอยู่ของเขาด้วยซ้ำ และการที่ปรางค์มาที่นี่ไม่ได้หมายความว่าปรางค์จะยอมเฮียทุกอย่างหรือจะขออะไรก็ได้ อย่าลืม...ว่าปรางค์ก็ยังเป็นปรางค์อยู่วันยังค่ำ เมื่อก่อนเคยร้ายยังไง วันนี้ก็จะเป็นอย่างงั้น ในเมื่อต่างคนต่างอยู่ไม่ได้ พรุ่งนี้เฮียก็คอยดูฤทธิ์เดชของผู้หญิงคนนี้ได้เลย” คำกล่าวของเธอไม่เกินจริงสักนิด สิปรางค์มาที่นี่เพราะหน้าที่และคำขอของผู้มีพระคุณก็เท่านั้น หากแต่กรกันต์ยังยื้อ ไม่ยอมปล่อยวางเรื่องระหว่างกันดังที่เคยพูด พรุ่งนี้เธอก็จะทำให้เขาเห็นว่าการไม่รักษาคำพูดเป็นอย่างไร “ปรางค์จะทำอะไร” สายตาของเขาเต็มไปด้วยคำถาม ฤทธิ์ของแอลกอฮอล์ดูจะเลือนหายไปหลังจากได้กลิ่นกายอ่อนๆ ของเธอ “อยากรู้ก็มีชีวิตอยู่ให้ถึงพรุ่งนี้สิ”
หน้าปกนวนิยาย ความทรงจำสีจางกับศาสตราจารย์ที่รัก
8.7
ในเมื่อความปรารถนาสูงสุดของอีกฝ่ายไม่ใช่ครอบครัว เธอจึงกลายเป็นคนที่เขาอยากเขี่ยทิ้งไปให้พ้นตัว เหตุผลที่เขาก้าวเข้ามาในชีวิตของเธอ ใช้ถ้อยคำหวานหลอกล่อจนหญิงสาวตายใจ ในที่สุดเธอก็ได้ตัดสินใจแต่งานกับเขาอย่างไม่มีข้อแม้ใด ๆ ท้ายที่สุดแล้วความจริงก็ปรากฏขึ้น เพราะปรเมศเข้าใจผิด คิดว่าเขมิกาคือสาเหตุที่ทำให้ผู้เป็นมารดาของเขาต้องจากโลกนี้ไปโดยไม่ได้เอ่ยคำบอกลา “เขมท้อง!” หญิงสาวตัดสินใจพูดเรื่องทารกน้อยในครรภ์ เพราะลึก ๆ แล้วยังแอบหวังที่จะได้อยู่กับครอบครัวพร้อมหน้าพร้อมตา อารมณ์ของเขมมิกาแปรปรวน เธอเองไม่อาจควบคุมได้ บางทีก็คิดอยากอยู่ประเดี๋ยวก็อยากไป “กี่เดือน” “หกสัปดาห์แล้วค่ะ” “เด็กคนนี้เป็นลูกของใคร” “คุณปรเมศ!” เขมมิการู้สึกผิดหวังในตัวชายหนุ่ม เขาไม่ควรตั้งคำถามนี้กับเธอ “เอาเด็กนั่นออกซะ! นี่คือเงินที่ผมจะจ่ายให้กับคุณ นับจากนี้ไปเราสองคนเป็นเพียงแค่คนแปลกหน้าสำหรับกัน” “คุณคิดดีแล้วใช่ไหมคะ” “ผมไม่เคยลังเลที่อยากเก็บเด็กคนนี้เอาไว้เลยสักนิด” คำตอบที่ได้ทำเอาหญิงสาวพูดไม่ออก มันจุกในอกเสียจนเธอแทบเสียสติ แต่ก็กลับมาได้เพราะทารกน้อย เธอต้องปกป้องเด็กคนนี้ให้ถึงที่สุด ปรเมศจะต้องเสียใจกับถ้อยคำที่เขาพูดกับเธอในวันนี้
หน้าปกนวนิยาย หลังแต่งงานปลอม เจ้านายเสียใจหนักมาก
8.3
ชะเหยียนต้องเผชิญกับความเจ็บปวดแสนสาหัส เมื่อพบว่าชีวิตสมรสตลอดหนึ่งเดือนคือเรื่องลวงโลก สามีของเธอไม่เพียงแต่ใช้เธอเป็นตัวแทนของคนรักเก่า แต่เขายังแอบไปแต่งงานกับผู้หญิงคนอื่นในต่างประเทศด้วย เธอจึงตัดสินใจหนีจากความสัมพันธ์ที่เต็มไปด้วยการหลอกลวงนี้ไปทันที ทว่าเมื่อเธอจากไป ฝ่ายชายกลับเพิ่งตระหนักถึงความสำคัญของเธอ เขาพยายามทุกวิถีทางเพื่อตามหาและขอโอกาสแก้ตัว แต่ในวันที่เขาได้พบเธออีกครั้ง ทุกอย่างก็สายเกินกว่าจะเรียกคืนความรักที่พังทลายลงได้แล้ว
หน้าปกนวนิยาย จับเจ้ามาเป็นฮูหยิน
9.1
ตงฟางลี่หยาง แม่ทัพผู้เย็นชาแห่งแคว้นเทียนหยวนใช้ชีวิตเพื่อรอวันสะสางความแค้นต่ออดีตสหายอย่างสาสม ทว่าหัวใจที่มืดมนกลับสั่นคลอนเมื่อโชคชะตาจากหยกบุบผานำพาหลิงลี่ย่า หมอหญิงสาวผู้ข้ามเวลามาจากโลกยุคปัจจุบันให้มาพบกัน ท่ามกลางความขัดแย้งที่แสนอันตราย แม่ทัพหนุ่มจอมโหดกลับต้องทำทุกวิถีทางเพื่อตามไล่ล่าและจับกุมสตรีผู้กุมหัวใจคนนี้มาเป็นของเขาให้ได้ เรื่องราวความรักข้ามมิติที่เต็มไปด้วยความแค้นและการตามหาหัวใจจึงเริ่มต้นขึ้น
หน้าปกนวนิยาย ไฟรักมาเฟีย
9.2
อลิสต้องชดใช้ความผิดแทนพี่ชายที่พาตัวน้องสาวของมาเฟียหนุ่มหนีหายไป เธอถูกเขากักขังไว้เป็นตัวประกันเพื่อบีบให้พี่ชายปรากฏตัว ท่ามกลางความขัดแย้งและการถูกพันธนาการด้วยไฟราคะที่เขาปรนเปรอให้จนเธอแทบต้านทานไม่ไหว อลิสกลับได้ล่วงรู้ความลับดำมืดบางอย่างที่ทุกคนจงใจปิดบังเธอไว้ แม้จะพยายามขัดขืนเพียงใดแต่ร่างกายกลับทรยศและเผลอใจไปกับสัมผัสอันเร่าร้อนของเขาในทุกครั้งที่ถูกจองจำอยู่ในกรงทองแห่งนี้