ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย ดวงใจขุนศึก

ดวงใจขุนศึก

ประโยคบอกเลิกที่แสนเย็นชาจากปากของชายที่เธอรักที่สุดยังคงดังก้องอยู่ในหัวของรมิตา เมื่อความสัมพันธ์ที่เคยหวานซึ้งกลับต้องสิ้นสุดลงอย่างกะทันหันในวันที่เขาตัดสินใจเดินจากไป เพียงเพราะความรู้สึกที่เปลี่ยนไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิง ท่ามกลางความสับสนและหัวใจที่แตกสลาย เธอพยายามค้นหาคำตอบถึงสาเหตุเบื้องหลังความห่างเหิน แต่เขากลับมอบคำตอบที่ไร้เยื่อใยเพียงคำเดียวว่าเขารู้สึกเบื่อหน่ายในตัวเธอแล้วเท่านั้น ทิ้งให้เธอต้องเผชิญหน้ากับความเจ็บปวดเพียงลำพัง
ตอน
แชร์

ตอน 2

บทที่ 2 เขาจะทำมันได้ดีแค่ไหน

เกือบครึ่งชั่วโมงที่ต่างคนต่างเงียบ จมอยู่กับความคิดของตนเองเพียงลำพัง จนไม่รู้ตัวว่าแลนด์โรเวอร์ได้แล่นเข้ามาเลียบจอดที่หน้าบ้านชั้นเดียวยกพื้นสูงที่ซ่อนตัวอยู่หลังทิวแมกไม้หอมนานาชนิดแล้ว

รมิตาตื่นจากภวังค์ความคิด ใบหน้าสวยหันซ้ายแลขวาเมื่อเห็นว่าถึงบ้านของตนก็รีบคว้ากระเป๋าถือขึ้นคล้องไหล่เตรียมลงจากรถ แต่ยังไม่ทันที่จะได้เอื้อมมือไปเปิดประตูมืออุ่นหนาจากคนข้างๆ ก็คว้าหมับเข้าไปที่ท่อนแขนกลมกลึง

“เคทเข้าใจเหตุผลที่พี่ทำใช่ไหม”

คำถามจากริมฝีปากหยักเรียกสายตากลมให้ช้อนขึ้นมองสบ ดวงตาคู่คมเต็มไปด้วยความไม่มั่นใจเหมือนเด็กชายตัวน้อยที่กำลังเดินหลงทาง แม้ภายนอกจะดูเข้มแข็งมากเพียงใดแต่รมิตารู้ดีว่าภายในนั้นมีเด็กชายคนหนึ่งกำลังหวาดกลัวความสูญเสียซ่อนอยู่ และเพราะเด็กชายคนนี้เองกระมังที่ทำให้เธอยังยืนอยู่ตรงนี้ ทั้งที่ถูกกล่าวหาจากใครต่อใครว่าโง่เง่าเหลือเกินที่เฝ้ารอในสิ่งที่เป็นไปไม่ได้

“เคทเข้าใจค่ะ”

เธอตอบกลับพร้อมรอยยิ้มอ่อนหวานเหมือนทุกครั้ง เพียงแค่นั้นก็ทำให้คนถามถอนหายใจอย่างโล่งอก มือที่คว้าท่อนแขนกลมกลึงเลื่อนขึ้นไปลูบไล้แก้มนวลแผ่วเบา

ใบหน้านี้ใช่ไหมที่คอยยิ้มให้เขาเสมอยามเมื่อต้องการกำลังใจจากใครสักคน ดวงตาคู่นี้นี่เองที่ทอประกายยินดีทุกครั้งเมื่อเขาประสบความสำเร็จ และแม้ว่าบางครั้งมันจะเศร้าเพราะความปากไม่ดีของเขา แต่ไม่มีวันไหนเลยที่มันไม่เคยไม่มองมาที่เขา เพราะสิ่งนี้เองที่ทำให้เขารู้สึกหายใจไม่ออกทุกครั้งที่ได้มองสบ และเจ็บทุกครั้งที่ทำให้มันมีน้ำตา...รมิตาดวงใจของเขา ‘ดวงใจขุนศึก’

ริมฝีปากอุ่นโน้มเข้ามาจุมพิตที่กลีบปากอิ่มแผ่วเบาและผละออก

“คืนนี้พี่ขอค้างที่นี่ด้วยคนนะ”

ไม่มีเสียงตอบจากรมิตา แต่ใบหน้าที่ขยับขึ้นลงก็เป็นคำตอบที่มากพอให้คนตัวใหญ่ยิ้มกว้างออกมาได้ ขุนศึกจัดแจงลงไปเปิดประตูรั้วเพื่อนำรถเข้าไปจอดไว้ภายในโรงจอดรถข้างตัวบ้านที่ยังคงโล่ง รมิตาไม่มีรถยนต์ส่วนตัว การเดินทางไปทำงานในแต่ละวันหญิงสาวมักจะใช้การบริการรถสาธารณะ และที่สำคัญเกือบทุกวันเธอมีเขาเป็นสารถีให้ทั้งขาไปและขากลับ เพราะร้านของเธออยู่ห่างจากตึกอธิรักษ์โยธินกรุ๊ปไปเพียงแค่ไม่กี่ช่วงตึกเท่านั้น

หลังจากนำรถเข้ามาจอดเรียบร้อย ร่างสูงก็ก้าวลงจากฝั่งคนขับและอ้อมมาเปิดประตูให้อย่างเอาใจ ครึ่งชั่วโมงมากพอแล้วกับความเงียบที่ชวนอึดอัด วางทุกอย่างไว้เบื้องหลังและเดินไปข้างหน้าโดยไม่ต้องสนใจมันอีก แต่หากเขารู้สักนิดว่าการทำเช่นนั้นคือการทิ้งรอยเท้าไว้ให้ใครบางคนต้องเจ็บปวดแล้วละก็ เขาจะไม่มีวันทำมันเลย

รมิตาก้าวลงมายืนมองร่างสูงใหญ่เปิดประตูหลังเพื่อหยิบกระเป๋าเสื้อผ้าที่มักจะมีเตรียมไว้ที่เบาะหลังเป็นประจำ เนื่องจากต้องเดินทางไปตรวจงานของโครงการที่บริษัทไปรับเหมามาดำเนินงานอยู่เสมอ ทำให้ขุนศึกต้องเตรียมตัวให้พร้อมตลอดเวลา

“พี่ขุนต้องไปอีกแล้วเหรอคะ” รมิตาถามคนข้างกายเมื่อเขาก้าวเข้ามายืนเคียงขณะที่เธอเปิดประตูบ้านไว้รอ

“ครับ”

ขุนศึกตอบพร้อมเลื่อนมือไปเปิดสวิตช์ไฟด้วยความเคยชิน เนื่องจากรมิตามีข้าวของอยู่เต็มอ้อมแขน โดยเฉพาะเจ้าช่อบูเก้ที่เป็นตัวปัญหาของความหงุดหงิดทั้งหมดทั้งมวลในคืนนี้ แค่มองเห็นความหงุดหงิดก็แล่นริ้วขึ้นมาอีกหน ใบหน้าคมที่ผ่อนคลายลงเมื่อครู่เคร่งขรึมขึ้นมาอีกครั้ง

เขาทำเพียงจ้องมองมันนิ่งๆ ขณะที่รมิตารับรู้ได้ถึงบรรยากาศที่เปลี่ยนแปลง ร่างระหงรีบหมุนตัวหายเข้าไปในห้องนั่งเล่น วางของในอ้อมแขนลงบนโต๊ะตัวเตี้ยโดยจงใจซ่อนช่อดอกไม้ของเจ้าสาวไว้ด้านล่างสุดเพื่ออำพรางสายตา แล้วเดินกลับมาที่คนตัวโตอีกหน

“ถ้าอย่างนั้นเดี๋ยวเคทจัดกระเป๋าให้ใหม่นะคะ พี่ขุนจะได้อาบน้ำก่อน”

รอยยิ้มหวานถูกแต้มที่ใบหน้าสวยขณะดึงกระเป๋าเสื้อผ้าแบบสปอร์ตแบ็กยี่ห้อดังจากอเมริกาที่เธอซื้อให้เป็นของขวัญในวันครบรอบสามปีที่คบกัน แต่เขาก็ยังคงใช้มันมาจนถึงบัดนี้ รมิตาหมุนตัวเดินนำเข้าไปในส่วนของห้องนอนเพื่อจัดกระเป๋าอย่างที่รับปาก ทิ้งให้คนเบื้องหลังได้แต่มองตามด้วยสายตาที่ยากจะอ่านออก เพราะแม้แต่เขาเองก็บอกไม่ถูกว่ากำลังรู้สึกเช่นไรกับสิ่งที่เธอทำให้เสมอมา

นัยน์ตาคมหันไปมองยังกระเป๋าถือของคนตัวเล็กที่วางทิ้งไว้กลางห้อง ช่อบูเก้และของชำร่วยงานแต่งที่เป็นสมุดบันทึกเล่มเล็ก นอกจากชื่อคู่บ่าวสาวแล้วบนหน้าปกสีน้ำตาลยังมีรูปร่มและรูปหัวใจแสนน่ารัก และข้อความที่เขียนว่า ‘หนังสือเดินทางแห่งความรัก’ ถูกวางทับไว้อย่างดีบอกให้รู้ว่าเจ้าตัวตั้งใจอำพรางจากสายตาของเขา

‘เตรียมตัวไว้ได้เลยไอ้ขุน แกเสร็จแน่’

เพื่อนในกลุ่มที่นั่งบนโต๊ะตัวเดียวกันในงานเลี้ยงฉลองมงคลสมรสให้กับพี่ชายคนโตของเขาแซวขึ้น หลังจากที่มีใครสักคนเปิดประเด็นเจ้าสาวคนต่อไปเอาไว้ ใบหน้าหวานของรมิตายามได้ยินประโยคนั้นแดงจัด ดวงตาคู่สวยช้อนมองเขาด้วยท่าทางเอียงอายหลายครั้งหลายหนจนเขาเองทำอะไรไม่ถูก และเมื่อคิดไม่ออกว่าจะต่อประโยคเพื่อนในกลุ่มกลับไปเช่นไรสิ่งที่ขุนศึกทำได้ก็คือการนั่งให้นิ่ง เก๊กหน้าให้ขรึม และไม่พูดอะไรออกไปอีกแม้แต่ประโยคเดียว

โดยเฉพาะอย่างยิ่งตอนที่ส่งตัวบ่าวสาวเข้าหอ มารดาทั้งสามของเขาที่ประกอบไปด้วย หม่อมราชวงศ์รจเรข อธิรักษ์โยธิน ภรรยาตามกฎหมายของบิดา คุณพัตราผู้เป็นมารดาของเขา และคุณละไม ธุวดารา ภรรยาคนที่ห้าของบิดา ก็เดินเข้ามาเมียงๆ มองๆ รมิตา จนหญิงสาวออกอาการเขินจัดต้องใช้แผ่นหลังของเขาเป็นที่กำบัง อาจเป็นเพราะช่อดอกไม้ที่เธอได้รับ และฐานะคนรักที่แม้จะไม่เคยเอ่ยปากบอกใคร แต่สมาชิกบ้านอธิรักษ์โยธินก็รู้เรื่องราวทุกอย่างดี ทำให้เธอถูกเพ่งเล็งและเขาก็ถูกจับตามองจนอึดอัด

‘สะใภ้คนนี้แม่ชอบ’

หม่อมราชวงศ์รจเรขเดินเข้ามาบอก ขณะที่เขากำลังยืนรอรมิตาอยู่หน้าห้องหอของพี่ชาย ท่านยิ้มและเดินจากไปทิ้งไว้เพียงความงุนงงที่หนักอึ้ง

สะใภ้อย่างนั้นหรือ ขุนศึกถามตัวเองเป็นครั้งที่ร้อยตั้งแต่ก้าวออกมาจากบ้านอธิรักษ์โยธิน เขาจะทำหน้าที่เช่นนั้นได้หรือ เธอคนนั้น...

ขุนศึกมองเข้าไปยังส่วนของห้องนอนที่ประตูเปิดค้างไว้ รมิตากำลังจัดเรียงเสื้อผ้าและข้าวของเครื่องใช้ลงในกระเป๋าใบย่อม เธอสมควรที่จะเข้ามาเกี่ยวพันกับสายเลือดที่เขารังเกียจอย่างนั้นหรือ และถ้าหากว่าวันข้างหน้าเขามีคนอื่นเหมือนที่คุณภาวินเคยทำ คนที่เสียใจที่สุดก็คือเธอ เขาคงทนไม่ได้ถ้าเธอต้องร้องไห้เพราะการกระทำของตัวเขาเอง

“พี่ขุนคะ เคทเตรียมชุดนอนกับผ้าเช็ดตัวไว้ให้แล้วนะคะ”

เสียงของรมิตาทำให้เขาได้สติ ขุนศึกเงยหน้าขึ้นมองตามเสียงนั้น และพบว่าตนเองก้าวเข้ามายืนอยู่ในห้องนอนห่างจากเธอไม่กี่ก้าวเท่านั้น ใบหน้าสวยเงยหน้าขึ้นส่งยิ้มหวาน แม้เวลาจะล่วงเข้าวันใหม่แต่รมิตาก็ยังคงตั้งใจจัดชุดใหม่ให้เขาโดยไม่เกี่ยงงอน เพราะอย่างนี้หรือเปล่าที่ทำให้เขาหงุดหงิดใจยามที่ได้มองเธอ และหวนคิดถึงคำพูดของมารดา

เขาจะทำมันได้ดีแค่ไหน

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย มาเฟียร้ายพ่ายรัก
8.6
ภายใต้หน้ากากของชายหนุ่มผู้อ่อนโยนที่มีรอยยิ้มอันแสนอบอุ่นและเป็นมิตรประดับอยู่บนใบหน้าเสมอ กลับซ่อนเร้นตัวตนที่แท้จริงอันดำมืดและน่าเกรงขามเอาไว้อย่างมิดชิดเพื่อไม่ให้ใครล่วงรู้ ความลับของมาเฟียร้ายที่ใช้ความใจดีเป็นฉากบังหน้ากำลังรอวันที่จะถูกเปิดเผยออกมาในโลกที่เต็มไปด้วยอันตรายและเล่ห์เหลี่ยมของวงการสีเทา ซึ่งไม่มีใครคาดคิดเลยว่าความจริงที่ซ่อนอยู่ภายใต้ออร่าที่ดูแสนดีนั้นจะสามารถสั่นคลอนทุกความเชื่อใจที่มีได้
หน้าปกนวนิยาย จากการทรยศริมผา สู่รักนิรันดร์
8.1
รดาถูกภาคินสามีที่รักกันมาห้าปีผลักตกหน้าผาหวังฆ่าปิดปากเพื่อไปเสวยสุขกับชู้รักอย่างชลิตา ท่ามกลางพายุฝนและความเจ็บปวดเจียนตาย เธอได้ยินแผนร้ายที่เขาเตรียมจัดฉากให้การตายของเธอเป็นเพียงอุบัติเหตุจากความประมาท ความแค้นจึงปะทุขึ้นในใจแทนที่ความสิ้นหวัง ในนาทีที่ลมหายใจโรยริน จูเลียน ธีรเดชวงศ์ มหาเศรษฐีหนุ่มซึ่งเป็นศัตรูหมายเลขหนึ่งของภาคินได้ปรากฏตัวขึ้น เขาคือความหวังเดียวที่จะช่วยให้เธอรอดชีวิตกลับไปทวงคืนความยุติธรรมและทำลายทุกอย่างที่ภาคินรักให้ย่อยยับ
หน้าปกนวนิยาย พี่หมอเจ้าขาอย่าทำข้าหวั่นไหว
9.8
เมื่อโชคชะตาพาแม่หญิงช่อฟ้าแห่งอโยธยาข้ามกาลเวลามาสู่กรุงเทพฯ ยุคปัจจุบันที่เธอไม่รู้จัก การปรับตัวในโลกใหม่จึงเริ่มต้นขึ้นโดยมีพี่หมอหนุ่มผู้อ่อนโยนคอยดูแลและชี้ทางสว่างให้ ความใกล้ชิดเปลี่ยนความหวาดกลัวเป็นความหวั่นไหว จนก่อเกิดเป็นความรักที่ลึกซึ้งท่ามกลางอุปสรรคแห่งยุคสมัย จากสาวหลงยุคสู่การเป็นฟ้ารดา มหานคร ทายาทห้างทองผู้มั่งคั่ง เธอจะเลือกเดินบนเส้นทางที่พรหมลิขิตขีดเขียนไว้เพื่อครองคู่กับเขาตลอดไปได้หรือไม่
หน้าปกนวนิยาย เข้าผิดห้อง รักถูกคน
8.5
ลู่หมิงเยว่ถูกคนรักหักหลังพร้อมคำดูถูกว่ามีดีแค่ความสวย เธอจึงประชดรักด้วยการเข้าหาเยี่ยนเฉิงจือประธานหนุ่มผู้ทรงอิทธิพล ทว่าหลังค่ำคืนอันเร่าร้อนเธอกลับขลาดกลัวจนแอบหนีไปพร้อมความเข้าใจผิดว่าชายคนนั้นคือเสิ่นเว่ยตงเพลย์บอยตัวฉกาจ การสำคัญตัวผิดครั้งนี้ทำให้เยี่ยนเฉิงจือเกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อนว่าเธอมีใจให้ชายอื่น เขาจึงทำได้เพียงเก็บงำความอิจฉาและเฝ้าหึงหวงเธออยู่เงียบๆ ท่ามกลางความสัมพันธ์ที่เริ่มต้นด้วยความผิดพลาดครั้งใหญ่
หน้าปกนวนิยาย ดวงใจมาเฟีย
8.0
โชคชะตาเล่นตลกกับบะหมี่ หญิงสาววัยยี่สิบสี่ปีที่ต้องเผชิญกับวิกฤตครั้งใหญ่ในชีวิต เมื่อพ่อแม่แท้ๆ บังคับให้เธอเข้าพิธีวิวาห์กับชายแปลกหน้าอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ทั้งหมดนี้เป็นเพียงเพราะพันธสัญญาในอดีตที่คนรุ่นพ่อเคยให้ไว้กับเพื่อนรักก่อนจะจากโลกนี้ไป กลายเป็นภาระหัวใจที่เธอไม่ได้ก่อแต่ต้องก้มหน้ายอมรับสถานการณ์ตกกระไดพลอยโจรนี้อย่างจำใจในโลกของมาเฟียที่เต็มไปด้วยอันตรายและความกดดันที่เธอต้องเผชิญ
หน้าปกนวนิยาย ฉันไม่มีทางยอมแพ้
9.7
ชิงฉือถูกตราหน้าว่าเป็นตัวตลกและโดนไล่ออกจากบ้านตระกูลต้วนหลังความจริงเปิดเผยว่าเธอไม่ใช่ลูกแท้ๆ แต่เมื่อกลับสู่อ้อมกอดครอบครัวเดิม เธอกลับพบว่าพ่อคือมหาเศรษฐีผู้ทรงอิทธิพลและพี่ชายเป็นอัจฉริยะระดับโลก ท่ามกลางความรักที่ทุกคนมอบให้ ความลับเรื่องความสามารถอันเหนือชั้นของเธอก็ค่อยๆ ถูกเปิดเผย แม้อดีตแฟนหนุ่มจะดูถูกเธออย่างร้ายกาจ แต่ชายผู้ทรงอำนาจที่สุดในเมืองหลวงกลับปรากฏตัวขึ้นเพื่อประกาศศักดาและปกป้องผู้หญิงของเขาอย่างเต็มตัว