ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย ดวงใจขุนศึก

ดวงใจขุนศึก

ประโยคบอกเลิกที่แสนเย็นชาจากปากของชายที่เธอรักที่สุดยังคงดังก้องอยู่ในหัวของรมิตา เมื่อความสัมพันธ์ที่เคยหวานซึ้งกลับต้องสิ้นสุดลงอย่างกะทันหันในวันที่เขาตัดสินใจเดินจากไป เพียงเพราะความรู้สึกที่เปลี่ยนไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิง ท่ามกลางความสับสนและหัวใจที่แตกสลาย เธอพยายามค้นหาคำตอบถึงสาเหตุเบื้องหลังความห่างเหิน แต่เขากลับมอบคำตอบที่ไร้เยื่อใยเพียงคำเดียวว่าเขารู้สึกเบื่อหน่ายในตัวเธอแล้วเท่านั้น ทิ้งให้เธอต้องเผชิญหน้ากับความเจ็บปวดเพียงลำพัง
ตอน
แชร์

ตอน 3

บทที่ 3 พี่ขอจูบเคทหน่อยได้ไหม

ขุนศึกจ้องมองคนที่นั่งอยู่บนเตียงอยู่เสี้ยวนาทีก่อนจะพยักหน้ารับ และหยิบของที่วางอยู่ข้างกายเธอเดินหายเข้าไปในห้องน้ำที่อยู่ติดกัน ไม่ถึงสิบนาทีเขาก็เดินออกมาในชุดนอนแบบกางเกงขายาวสีเทาและเสื้อยืดสีขาวตัวบาง รมิตารูดซิบปิดกระเป๋าเมื่อจัดการเตรียมเสื้อผ้าและของใช้ที่จำเป็นให้กับเขาเรียบร้อย ร่างสูงเดินเข้ามาหาและอาสายกมันไปไว้ที่มุมห้องเสียเอง

“เคทไปอาบน้ำเถอะ”

เขาหันกลับมาบอก คนตัวเล็กพยักหน้ารับ หยิบชุดนอนในตู้เสื้อผ้ามุมห้องก่อนจะหายเข้าไปในห้องน้ำที่เขาเพิ่งจากมา ไอเย็นจากเครื่องปรับอากาศยังคงทำหน้าที่ของมันอย่างเชื่องช้าแต่คนตัวใหญ่กลับไม่รู้สึกถึงความสดชื่นแม้แต่นิด

ขุนศึกล้มตัวลงนอนบนเตียงใหญ่ สมองวนเวียนคิดถึงสิ่งที่เกิดขึ้นมาตลอดทั้งวัน รมิตาเข้ากับสมาชิกในครอบครัวของเขาได้ดี เขารู้ และถ้าเขาจะหาใครสักคนมาเป็นสมาชิกคนใหม่ของอธิรักษ์โยธินละก็ แน่นอนว่าตัวเลือกมีเพียงคนเดียวคือเธอ แต่ตัวเขาเองต่างหากที่ยังไม่มั่นใจ ไม่มั่นใจว่าจะให้ความสุขแก่เธอไปได้ตลอด ถ้าวันใดที่เธอต้องมีน้ำตาเพราะความโลเลของเขาเหมือนอย่างที่บิดาเคยทำ เขาคงไม่มีวันให้อภัยตัวเอง

‘...เราคบกันมานานแล้วนะคะ’

นานจนเธอกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตเขาไปเสียแล้ว และถ้าหากวันใดที่เลิกรากันเขาคงเป็นผู้ชายที่เห็นแก่ตัวที่สุดในโลกที่รั้งเวลาเจ็ดปีของเธอเอาไว้เพียงคนเดียวอย่างนี้

“คิดอะไรอยู่คะ”

รมิตาเอ่ยถามเมื่อเห็นสายตาเหม่อลอยคล้ายกำลังคิดหนักของคนรัก ขุนศึกหันกลับมามองตามต้นเสียง รมิตาในชุดนอนผ้าไหมตัวนิ่มเดินเข้ามาใกล้ ชายเสื้อและแขนกุดสั้นเป็นผ้าระบายสีขาวสะอาด เมื่อทาบทับบนตัวเธอยิ่งทำให้ร่างระหงดูน่าทะนุถนอมมากกว่าเร้าอารมณ์หนุ่มให้ลุกโชน ขุนศึกลุกขึ้นนั่งพร้อมกับกวักมือเรียกคนตัวเล็กให้เข้าไปหา มือหนารวบเอวคอดของหญิงคนรักเข้ามากอดแน่น ใบหน้าคมแนบซบกับหน้าท้องแบนราบนิ่ง

“พี่ขุนเป็นอะไรคะ”

รมิตาแปลกใจไม่น้อยกับท่าทีของคนรัก แต่ประสบการณ์ที่ผ่านมาหากเขาต้องการจะบอก เขาจะเป็นฝ่ายพูดขึ้นมาเอง เธอจึงทำได้เพียงเงียบเพื่อรอฟัง

ขุนศึกเงยหน้าขึ้นสบตาคนถาม ก่อนจะดึงเธอให้นั่งลงบนตัก เกยคางสากกับไหล่มน ขณะที่แขนทั้งสองกอดรัดไม่ยอมปล่อยแต่ก็ไม่ยอมเปิดปากตอบคำถาม รมิตาจึงได้แต่นั่งนิ่งให้เขากอดถ่ายทอดไออุ่นให้กันและกันอยู่เช่นนั้นโดยไม่มีใครเอ่ยคำใด แม้อยากจะช่วยแบ่งเบาแต่ที่เธอทำได้ดีที่สุดคือการเฝ้ารอด้วยความห่วงใยด้วยหวังว่าสักวันเขาจะมองเห็นมัน และยอมเปิดใจรับเธอเป็นส่วนหนึ่งที่พร้อมจะเดินไปด้วยกัน

รมิตาลืมตาตื่นขึ้นมาในเวลาหกโมงเช้าตามปกติ ท้ายที่สุดแล้วเธอก็ไม่ได้รับคำตอบหรือคำบอกเล่าใดๆ จากคนรัก ใบหน้าสวยผินมองคนตัวใหญ่ที่ยังคงหลับตาพริ้มอยู่ข้างกาย ท่อนแขนหนาหนักกอดรัดที่เอวคอดไม่ยอมปล่อย ใบหน้าคมคายยามหลับดูคล้ายเด็กชายตัวน้อยที่ไม่มีฤทธิ์เดชอะไร แต่หากเมื่อใดที่ดวงตาคู่นี้ลืมขึ้นความเย็นชาเคร่งขรึมก็มักจะฉาบเข้ามาแทนที่ แต่ถึงอย่างนั้นเธอก็รัก รักทุกอย่างในตัวผู้ชายคนนี้ คนที่ไม่เคยมีคำหวานให้ชุ่มชื่นหัวใจ ไม่เคยมองด้วยสายตาที่บอกว่ารักนักหนา แต่การกระทำทุกอย่างที่เขามอบให้ต่างหากที่ทำให้เธอหลงรักอย่างหมดหัวใจ

กลีบปากอิ่มเผยอแย้มขณะมองคนหลับ เขาคงเหนื่อย เพราะช่วงเตรียมจัดงานแต่งงานของสี่ทิศเขาต้องวิ่งวุ่นดูแลบริษัทแทนพี่ชายเกือบทุกเรื่อง แล้วไหนจะต้องไปคุมโครงการที่ยังดำเนินการค้างอยู่ที่ต่างจังหวัดอีกตั้งหลายแห่ง

“เคทรักพี่ขุนค่ะ” เสียงกระซิบเบาหวานทำให้คนหลับยกมุมปากขึ้นยิ้ม ริมฝีปากอุ่นยื่นเข้ามาประทับจูบที่กลีบปากอิ่มที่เพิ่งบอกรักเมื่อครู่ จนคนที่คิดว่าเขาหลับผงะถอยด้วยอารามตกใจ

“พี่ขุนตื่นนานแล้วหรือคะ”

“ก็มีคนตื่นขึ้นมาจ้อง ใครจะไปหลับลง”

คนหลับไม่ลงส่งยิ้มเจ้าเล่ห์มาให้อย่างเปิดเผย แขนที่กอดรัดร่างเล็กกระซับแน่นขึ้นเมื่อเธอตีหน้ายุ่ง ท่าทางแง่งอนทำให้เขาอมยิ้ม ขุนศึกขยับกายแนบชิด ใบหน้าคมโน้มเข้าใกล้จนสัมผัสได้ถึงลมหายใจของคนตัวเล็กที่กำลังหอบแรงด้วยความขัดเขิน

“ขอบคุณนะเคท ที่อยู่ข้างๆ พี่เสมอ”

“พี่ขุน”

เสียงหวานแผ่วหวิวยามเรียกขานคนตัวโตที่ขยับมาคร่อมร่างเธอไว้ทั้งตัว ดวงตาคมที่วาบวับเต็มไปด้วยประกายเจ้าเล่ห์เมื่อครู่เปลี่ยนเป็นมั่นคงจริงจังจนเธอเกิดความคาดหวัง หวังว่าเขาจะเอ่ยคำที่เธอรอมานานแสนนาน

“พี่ขอจูบเคทหน่อยได้ไหม”

ไม่มีคำตอบใดหลุดออกมาจากริมฝีปากของคนใต้ร่าง เพราะขุนศึกทาบทับริมฝีปากอุ่นชื้นแนบแน่นทันทีที่กล่าวจบ ไม่ใช่คำที่เธอต้องการแต่จุมพิตอ่อนหวานก็ทำให้คนได้รับหลงเพริดไปกับแรงสิเน่หาที่เขาบรรจงมอบให้จนหลงลืมความผิดหวังเมื่อครู่ไปเสียสนิท ยามเมื่อรักไหลเวียน แม้เจ็บช้ำเพียงใดก็ยังคงหวานหอมจนยอมตกอยู่ในวังวนที่เขาขีดกั้นไว้

ดูต่อเลย!
เนื้อเรื่องกำลังเข้มข้น! ไปที่แอปเพื่ออ่านต่อ
ปลดล็อกทุกตอน
เปิดเว็บไซต์ทางการ

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย ภรรยาหวานใจคือบอสตัวจริง ได้รับความรักเอาใจสุด ๆ!
9.4
เฉียวเว่ยยี่ หญิงสาวผู้ถูกตราหน้าว่าเป็นต้นเหตุความล่มสลายของตระกูลหลี่จนต้องลี้ภัยไปต่างแดน ได้หวนคืนสู่เมืองจิงอีกครั้ง ทว่าการกลับมาครั้งนี้เธอกลับถูกหลี่เย่ถิงประชิดตัวเพื่อทวงถามสัญญาในอดีต แม้เธอจะพยายามรักษาระยะห่างและประกาศว่าความสัมพันธ์จบลงแล้ว แต่ฝ่ายชายกลับแสดงความเป็นเจ้าของอย่างเปิดเผยด้วยการส่งคำเตือนถึงผู้มีอำนาจทั่วเมืองว่าเธอคือคุณนายรองของเขา ท่ามกลางความตกตะลึงของผู้คนที่รอซ้ำเติมว่าทั้งคู่แอบไปจดทะเบียนสมรสกันตั้งแต่ตอนไหน
หน้าปกนวนิยาย หวงรัก พันธะสวาท
8.0
“เลือกเอานะคะ ระหว่างความสุขของคุณกับชีวิตของสิปรางค์” กรกันต์รู้ว่านั่นไม่ใช่เพียงคำขู่ของคนอกหัก ทว่ามันคือคำอาฆาตของคนที่แค้นฝังใจต่างหาก มาร์ตินี่อีกแก้วจึงถูกสาดลงคออย่างรวดเร็ว ค่ำคืนนี้เขาที่จะใช้มันดับความทุกข์ทั้งหมดที่มี เครื่องดื่มมึนเมาทั้งหลายที่ถูกนำออกมาด้วยคงช่วยให้ลืมบางสิ่งบางอย่างได้อย่างไม่ยากเย็นนักลืม แต่ภาพที่เขาเห็นตรงหน้า สิปรางค์ยังคงก้มๆ เงยๆ อยู่ในห้องลองชุด หญิงสาวมาทำอะไรตรงนี้ ตอนนี้สี่ทุ่มกว่าแล้ว เธอควรพักผ่อนเพื่อใครอีกคนไม่ใช่หรือ? ด้วยความสงสัย บวกกับฤทธิ์แอลกอฮอล์ที่แล่นพล่านในกระแสเลือด กรกันต์ใช้เวลาไม่ถึงครึ่งนาทีก็หยุดอยู่ตรงหน้าเธอ กลิ่นแอลกอฮอล์ฉุนกึกทำให้สิปรางค์เงยหน้าขึ้นมอง “เฮีย” แต่พอเห็นสีหน้าแดงก่ำของเขา เธอก็ทำท่าจะผละหนี “เดี๋ยวสิ” กรกันต์รีบรั้งแขนเธอไว้ ขณะที่ชั่งใจอยู่ชั่วครู่แล้วเอ่ยขึ้นว่า “คุยกันก่อนได้ไหม” เขาขอร้องเสียงเครียด ทั้งปาก ทั้งตา มันสั่นไปหมด เพราะมั่นใจว่าหากปล่อยมือเธอไป โอกาสแบบนี้คงไม่มีอีกแล้ว สิปรางค์มองแววตาแดงก่ำของเขาด้วยสีหน้าเรียบเฉย ไม่ปรากฏความรู้สึกใดๆ ออกมา “เราไม่มีอะไรต้องคุยกันค่ะ นี่ก็ดึกแล้ว...ปรางค์ขอตัวนะคะ” หญิงสาวตัดบทอย่างคนใจร้าย ไม่อาทรต่อความน้ำเสียงเว้าวอนของเขาของสักนิด ซ้ำร้ายยังสลัดมือเขาออกอย่างไร้เยื่อใย ในจังหวะที่กำลังจะหมุนตัวหนี จู่ๆ เขาก็พุ่งมากอดจากด้านหลัง “ปรางค์...” เขาพูดแค่นั้นก็เงียบหายไปหลายนาที ส่วนเธอก็ยังยืนยันเจตนาเดิม วันนี้หัวใจเเข็งแกร่งกว่าเมื่อวาน เพราะฉะนั้นความอบอุ่นจากลำแขนทั้งสองจึงไม่สามารถทำให้เธอหวั่นไหวได้อีก ในเมื่อเขาอยากกอด อยากยื้อให้ตัวเองเจ็บปวด...ก็ตามใจ “พรุ่งนี้...” กรกันต์พยายามบังคับเสียงตัวเองไม่ให้สั่น “เฮียจะเป็นของคนอื่นแล้ว เราจะคุยกันดีๆ สักครั้งไม่ได้เลยเหรอ?” “...” “หยุดทำตัวห่างเหิน หยุดทำเหมือนระหว่างเรามันไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกันสักทีได้ไหม!” “แล้วเรายังมีอะไรที่เกี่ยวข้องกันอีกคะ สายเลือดเดียวกันก็ไม่ใช่ เพื่อนกันก็ไม่ใช่ ยิ่งคนรัก...ก็ยิ่งไม่มีวันได้เป็น!” “แต่ปรางค์ท้อง...” เขาหยุดพูด ท่ามกลางความร้อนผ่าวที่หัวตาทั้งสอง “ลูกของเฮีย...อยู่ในนี้” มือหนากำลังเลื่อนลงไปหน้าท้องที่นูน ทว่ากลับถูกสิปรางค์ปัดออกอย่างรวดเร็ว “ห้ามแตะต้องเขานะ!” เธอพลิกตัวหนี สองมือโอบท้องตัวเองไว้ด้วยความหวงแหน สิปรางค์ไม่มีท่าทีแปลกใจสักนิดที่เขารู้ว่าเธอท้อง ถ้าเขาดูไม่ออกนี่สิ...คงเป็นเรื่องแปลกพิกล หูตาของกรกันต์มีไปทั่ว จนเธอคร้านกวาดตามองหา หากชายหนุ่มอยากรู้นัก เธอก็จะสนองความต้องการนั้นด้วยความจริงที่เขาจะทำได้แค่เพียงมอง... ทว่านาทีนั้นเองเธอเพิ่งสังเกตเห็นว่ามีหยาดน้ำใสๆ เปรอะเปื้อนซีกแก้มด้านซ้ายของอีกฝ่าย เขาจะร้องไห้ทำไมกัน ในเมื่อคนถูกกระทำมาตลอด คือ เธอ! “คนใจร้าย...ห้ามแตะต้องหัวใจของปรางค์อีก!” อาการหวงแหนเกินเหตุนั้น สร้างความประหลาดใจให้กับชายหนุ่มมหาศาล กรกันต์ตัดสินใจขยับเท้าเข้าหา แต่พอเห็นเธอเตรียมขยับหนีราวกับรังเกียจกัน เขาจึงยืนนิ่ง “ปรางค์...” เสียงเขาอ่อนล้านัก อาจเพราะหัวใจมันแห้งเหือดมาหลายเดือน ความจงเกลียดจงชังที่เธอแสดงออก มันจึงส่งผลกระทบต่อหัวใจเขาอย่างจัง “เขาเป็นของปรางค์คนเดียว เฮียไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะรับรู้ถึงการมีอยู่ของเขาด้วยซ้ำ และการที่ปรางค์มาที่นี่ไม่ได้หมายความว่าปรางค์จะยอมเฮียทุกอย่างหรือจะขออะไรก็ได้ อย่าลืม...ว่าปรางค์ก็ยังเป็นปรางค์อยู่วันยังค่ำ เมื่อก่อนเคยร้ายยังไง วันนี้ก็จะเป็นอย่างงั้น ในเมื่อต่างคนต่างอยู่ไม่ได้ พรุ่งนี้เฮียก็คอยดูฤทธิ์เดชของผู้หญิงคนนี้ได้เลย” คำกล่าวของเธอไม่เกินจริงสักนิด สิปรางค์มาที่นี่เพราะหน้าที่และคำขอของผู้มีพระคุณก็เท่านั้น หากแต่กรกันต์ยังยื้อ ไม่ยอมปล่อยวางเรื่องระหว่างกันดังที่เคยพูด พรุ่งนี้เธอก็จะทำให้เขาเห็นว่าการไม่รักษาคำพูดเป็นอย่างไร “ปรางค์จะทำอะไร” สายตาของเขาเต็มไปด้วยคำถาม ฤทธิ์ของแอลกอฮอล์ดูจะเลือนหายไปหลังจากได้กลิ่นกายอ่อนๆ ของเธอ “อยากรู้ก็มีชีวิตอยู่ให้ถึงพรุ่งนี้สิ”
หน้าปกนวนิยาย ความทรงจำสีจางกับศาสตราจารย์ที่รัก
8.7
ในเมื่อความปรารถนาสูงสุดของอีกฝ่ายไม่ใช่ครอบครัว เธอจึงกลายเป็นคนที่เขาอยากเขี่ยทิ้งไปให้พ้นตัว เหตุผลที่เขาก้าวเข้ามาในชีวิตของเธอ ใช้ถ้อยคำหวานหลอกล่อจนหญิงสาวตายใจ ในที่สุดเธอก็ได้ตัดสินใจแต่งานกับเขาอย่างไม่มีข้อแม้ใด ๆ ท้ายที่สุดแล้วความจริงก็ปรากฏขึ้น เพราะปรเมศเข้าใจผิด คิดว่าเขมิกาคือสาเหตุที่ทำให้ผู้เป็นมารดาของเขาต้องจากโลกนี้ไปโดยไม่ได้เอ่ยคำบอกลา “เขมท้อง!” หญิงสาวตัดสินใจพูดเรื่องทารกน้อยในครรภ์ เพราะลึก ๆ แล้วยังแอบหวังที่จะได้อยู่กับครอบครัวพร้อมหน้าพร้อมตา อารมณ์ของเขมมิกาแปรปรวน เธอเองไม่อาจควบคุมได้ บางทีก็คิดอยากอยู่ประเดี๋ยวก็อยากไป “กี่เดือน” “หกสัปดาห์แล้วค่ะ” “เด็กคนนี้เป็นลูกของใคร” “คุณปรเมศ!” เขมมิการู้สึกผิดหวังในตัวชายหนุ่ม เขาไม่ควรตั้งคำถามนี้กับเธอ “เอาเด็กนั่นออกซะ! นี่คือเงินที่ผมจะจ่ายให้กับคุณ นับจากนี้ไปเราสองคนเป็นเพียงแค่คนแปลกหน้าสำหรับกัน” “คุณคิดดีแล้วใช่ไหมคะ” “ผมไม่เคยลังเลที่อยากเก็บเด็กคนนี้เอาไว้เลยสักนิด” คำตอบที่ได้ทำเอาหญิงสาวพูดไม่ออก มันจุกในอกเสียจนเธอแทบเสียสติ แต่ก็กลับมาได้เพราะทารกน้อย เธอต้องปกป้องเด็กคนนี้ให้ถึงที่สุด ปรเมศจะต้องเสียใจกับถ้อยคำที่เขาพูดกับเธอในวันนี้
หน้าปกนวนิยาย หลังแต่งงานปลอม เจ้านายเสียใจหนักมาก
8.3
ชะเหยียนต้องเผชิญกับความเจ็บปวดแสนสาหัส เมื่อพบว่าชีวิตสมรสตลอดหนึ่งเดือนคือเรื่องลวงโลก สามีของเธอไม่เพียงแต่ใช้เธอเป็นตัวแทนของคนรักเก่า แต่เขายังแอบไปแต่งงานกับผู้หญิงคนอื่นในต่างประเทศด้วย เธอจึงตัดสินใจหนีจากความสัมพันธ์ที่เต็มไปด้วยการหลอกลวงนี้ไปทันที ทว่าเมื่อเธอจากไป ฝ่ายชายกลับเพิ่งตระหนักถึงความสำคัญของเธอ เขาพยายามทุกวิถีทางเพื่อตามหาและขอโอกาสแก้ตัว แต่ในวันที่เขาได้พบเธออีกครั้ง ทุกอย่างก็สายเกินกว่าจะเรียกคืนความรักที่พังทลายลงได้แล้ว
หน้าปกนวนิยาย จับเจ้ามาเป็นฮูหยิน
9.1
ตงฟางลี่หยาง แม่ทัพผู้เย็นชาแห่งแคว้นเทียนหยวนใช้ชีวิตเพื่อรอวันสะสางความแค้นต่ออดีตสหายอย่างสาสม ทว่าหัวใจที่มืดมนกลับสั่นคลอนเมื่อโชคชะตาจากหยกบุบผานำพาหลิงลี่ย่า หมอหญิงสาวผู้ข้ามเวลามาจากโลกยุคปัจจุบันให้มาพบกัน ท่ามกลางความขัดแย้งที่แสนอันตราย แม่ทัพหนุ่มจอมโหดกลับต้องทำทุกวิถีทางเพื่อตามไล่ล่าและจับกุมสตรีผู้กุมหัวใจคนนี้มาเป็นของเขาให้ได้ เรื่องราวความรักข้ามมิติที่เต็มไปด้วยความแค้นและการตามหาหัวใจจึงเริ่มต้นขึ้น
หน้าปกนวนิยาย ไฟรักมาเฟีย
9.2
อลิสต้องชดใช้ความผิดแทนพี่ชายที่พาตัวน้องสาวของมาเฟียหนุ่มหนีหายไป เธอถูกเขากักขังไว้เป็นตัวประกันเพื่อบีบให้พี่ชายปรากฏตัว ท่ามกลางความขัดแย้งและการถูกพันธนาการด้วยไฟราคะที่เขาปรนเปรอให้จนเธอแทบต้านทานไม่ไหว อลิสกลับได้ล่วงรู้ความลับดำมืดบางอย่างที่ทุกคนจงใจปิดบังเธอไว้ แม้จะพยายามขัดขืนเพียงใดแต่ร่างกายกลับทรยศและเผลอใจไปกับสัมผัสอันเร่าร้อนของเขาในทุกครั้งที่ถูกจองจำอยู่ในกรงทองแห่งนี้