
ดวงใจขุนศึก
ตอน 3
บทที่ 3 พี่ขอจูบเคทหน่อยได้ไหม
ขุนศึกจ้องมองคนที่นั่งอยู่บนเตียงอยู่เสี้ยวนาทีก่อนจะพยักหน้ารับ และหยิบของที่วางอยู่ข้างกายเธอเดินหายเข้าไปในห้องน้ำที่อยู่ติดกัน ไม่ถึงสิบนาทีเขาก็เดินออกมาในชุดนอนแบบกางเกงขายาวสีเทาและเสื้อยืดสีขาวตัวบาง รมิตารูดซิบปิดกระเป๋าเมื่อจัดการเตรียมเสื้อผ้าและของใช้ที่จำเป็นให้กับเขาเรียบร้อย ร่างสูงเดินเข้ามาหาและอาสายกมันไปไว้ที่มุมห้องเสียเอง
“เคทไปอาบน้ำเถอะ”
เขาหันกลับมาบอก คนตัวเล็กพยักหน้ารับ หยิบชุดนอนในตู้เสื้อผ้ามุมห้องก่อนจะหายเข้าไปในห้องน้ำที่เขาเพิ่งจากมา ไอเย็นจากเครื่องปรับอากาศยังคงทำหน้าที่ของมันอย่างเชื่องช้าแต่คนตัวใหญ่กลับไม่รู้สึกถึงความสดชื่นแม้แต่นิด
ขุนศึกล้มตัวลงนอนบนเตียงใหญ่ สมองวนเวียนคิดถึงสิ่งที่เกิดขึ้นมาตลอดทั้งวัน รมิตาเข้ากับสมาชิกในครอบครัวของเขาได้ดี เขารู้ และถ้าเขาจะหาใครสักคนมาเป็นสมาชิกคนใหม่ของอธิรักษ์โยธินละก็ แน่นอนว่าตัวเลือกมีเพียงคนเดียวคือเธอ แต่ตัวเขาเองต่างหากที่ยังไม่มั่นใจ ไม่มั่นใจว่าจะให้ความสุขแก่เธอไปได้ตลอด ถ้าวันใดที่เธอต้องมีน้ำตาเพราะความโลเลของเขาเหมือนอย่างที่บิดาเคยทำ เขาคงไม่มีวันให้อภัยตัวเอง
‘...เราคบกันมานานแล้วนะคะ’
นานจนเธอกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตเขาไปเสียแล้ว และถ้าหากวันใดที่เลิกรากันเขาคงเป็นผู้ชายที่เห็นแก่ตัวที่สุดในโลกที่รั้งเวลาเจ็ดปีของเธอเอาไว้เพียงคนเดียวอย่างนี้
“คิดอะไรอยู่คะ”
รมิตาเอ่ยถามเมื่อเห็นสายตาเหม่อลอยคล้ายกำลังคิดหนักของคนรัก ขุนศึกหันกลับมามองตามต้นเสียง รมิตาในชุดนอนผ้าไหมตัวนิ่มเดินเข้ามาใกล้ ชายเสื้อและแขนกุดสั้นเป็นผ้าระบายสีขาวสะอาด เมื่อทาบทับบนตัวเธอยิ่งทำให้ร่างระหงดูน่าทะนุถนอมมากกว่าเร้าอารมณ์หนุ่มให้ลุกโชน ขุนศึกลุกขึ้นนั่งพร้อมกับกวักมือเรียกคนตัวเล็กให้เข้าไปหา มือหนารวบเอวคอดของหญิงคนรักเข้ามากอดแน่น ใบหน้าคมแนบซบกับหน้าท้องแบนราบนิ่ง
“พี่ขุนเป็นอะไรคะ”
รมิตาแปลกใจไม่น้อยกับท่าทีของคนรัก แต่ประสบการณ์ที่ผ่านมาหากเขาต้องการจะบอก เขาจะเป็นฝ่ายพูดขึ้นมาเอง เธอจึงทำได้เพียงเงียบเพื่อรอฟัง
ขุนศึกเงยหน้าขึ้นสบตาคนถาม ก่อนจะดึงเธอให้นั่งลงบนตัก เกยคางสากกับไหล่มน ขณะที่แขนทั้งสองกอดรัดไม่ยอมปล่อยแต่ก็ไม่ยอมเปิดปากตอบคำถาม รมิตาจึงได้แต่นั่งนิ่งให้เขากอดถ่ายทอดไออุ่นให้กันและกันอยู่เช่นนั้นโดยไม่มีใครเอ่ยคำใด แม้อยากจะช่วยแบ่งเบาแต่ที่เธอทำได้ดีที่สุดคือการเฝ้ารอด้วยความห่วงใยด้วยหวังว่าสักวันเขาจะมองเห็นมัน และยอมเปิดใจรับเธอเป็นส่วนหนึ่งที่พร้อมจะเดินไปด้วยกัน
รมิตาลืมตาตื่นขึ้นมาในเวลาหกโมงเช้าตามปกติ ท้ายที่สุดแล้วเธอก็ไม่ได้รับคำตอบหรือคำบอกเล่าใดๆ จากคนรัก ใบหน้าสวยผินมองคนตัวใหญ่ที่ยังคงหลับตาพริ้มอยู่ข้างกาย ท่อนแขนหนาหนักกอดรัดที่เอวคอดไม่ยอมปล่อย ใบหน้าคมคายยามหลับดูคล้ายเด็กชายตัวน้อยที่ไม่มีฤทธิ์เดชอะไร แต่หากเมื่อใดที่ดวงตาคู่นี้ลืมขึ้นความเย็นชาเคร่งขรึมก็มักจะฉาบเข้ามาแทนที่ แต่ถึงอย่างนั้นเธอก็รัก รักทุกอย่างในตัวผู้ชายคนนี้ คนที่ไม่เคยมีคำหวานให้ชุ่มชื่นหัวใจ ไม่เคยมองด้วยสายตาที่บอกว่ารักนักหนา แต่การกระทำทุกอย่างที่เขามอบให้ต่างหากที่ทำให้เธอหลงรักอย่างหมดหัวใจ
กลีบปากอิ่มเผยอแย้มขณะมองคนหลับ เขาคงเหนื่อย เพราะช่วงเตรียมจัดงานแต่งงานของสี่ทิศเขาต้องวิ่งวุ่นดูแลบริษัทแทนพี่ชายเกือบทุกเรื่อง แล้วไหนจะต้องไปคุมโครงการที่ยังดำเนินการค้างอยู่ที่ต่างจังหวัดอีกตั้งหลายแห่ง
“เคทรักพี่ขุนค่ะ” เสียงกระซิบเบาหวานทำให้คนหลับยกมุมปากขึ้นยิ้ม ริมฝีปากอุ่นยื่นเข้ามาประทับจูบที่กลีบปากอิ่มที่เพิ่งบอกรักเมื่อครู่ จนคนที่คิดว่าเขาหลับผงะถอยด้วยอารามตกใจ
“พี่ขุนตื่นนานแล้วหรือคะ”
“ก็มีคนตื่นขึ้นมาจ้อง ใครจะไปหลับลง”
คนหลับไม่ลงส่งยิ้มเจ้าเล่ห์มาให้อย่างเปิดเผย แขนที่กอดรัดร่างเล็กกระซับแน่นขึ้นเมื่อเธอตีหน้ายุ่ง ท่าทางแง่งอนทำให้เขาอมยิ้ม ขุนศึกขยับกายแนบชิด ใบหน้าคมโน้มเข้าใกล้จนสัมผัสได้ถึงลมหายใจของคนตัวเล็กที่กำลังหอบแรงด้วยความขัดเขิน
“ขอบคุณนะเคท ที่อยู่ข้างๆ พี่เสมอ”
“พี่ขุน”
เสียงหวานแผ่วหวิวยามเรียกขานคนตัวโตที่ขยับมาคร่อมร่างเธอไว้ทั้งตัว ดวงตาคมที่วาบวับเต็มไปด้วยประกายเจ้าเล่ห์เมื่อครู่เปลี่ยนเป็นมั่นคงจริงจังจนเธอเกิดความคาดหวัง หวังว่าเขาจะเอ่ยคำที่เธอรอมานานแสนนาน
“พี่ขอจูบเคทหน่อยได้ไหม”
ไม่มีคำตอบใดหลุดออกมาจากริมฝีปากของคนใต้ร่าง เพราะขุนศึกทาบทับริมฝีปากอุ่นชื้นแนบแน่นทันทีที่กล่าวจบ ไม่ใช่คำที่เธอต้องการแต่จุมพิตอ่อนหวานก็ทำให้คนได้รับหลงเพริดไปกับแรงสิเน่หาที่เขาบรรจงมอบให้จนหลงลืมความผิดหวังเมื่อครู่ไปเสียสนิท ยามเมื่อรักไหลเวียน แม้เจ็บช้ำเพียงใดก็ยังคงหวานหอมจนยอมตกอยู่ในวังวนที่เขาขีดกั้นไว้
คุณอาจจะชอบ





