ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย อุ่นไอรักตำหนักเหมยพันปี

อุ่นไอรักตำหนักเหมยพันปี

ลั่วซินตัดสินใจเข้าทำงานเป็นพ่อบ้านเพื่อหาเงินมาจุนเจือพี่สาวและคุณยาย ทว่าเขากลับต้องตกที่นั่งลำบากเมื่อพบว่าตำแหน่งนั้นคือสามีบรรณาการของฉางอ้ายชุน ธิดาดอกเหมยผู้ลึกลับแห่งตำหนักนิรันดร์ แม้เธอจะเป็นสตรีที่วาจาร้ายกาจและดูไม่เป็นมิตรเอาเสียเลย แต่ภายใต้ความลับมากมายที่ถูกซ่อนไว้ ความจริงใจของเธอกลับค่อยๆ สั่นคลอนหัวใจของลั่วซิน จนเขาหลงเสน่ห์ธิดาผู้นี้อย่างถอนตัวไม่ขึ้นในที่สุด
ตอน
แชร์

ตอน 1

ดอกเหมยที่เคยถูกทับถมใต้หิมะกำลังเบ่งบาน

กลิ่นของดอกเหมยชวนให้นึกถึงใครคนหนึ่ง เป็นบุคคลที่นางได้พบเมื่อนานมาแล้ว ความทรงจำที่มีต่อบุคคลผู้นี้อาบด้วยกลิ่นของฤดูใบไม้ผลิและกลิ่นดินปืน

“ข้าอยากพบท่าน”

ทว่าหมึกยังไม่ทันแห้ง กระดาษแผ่นนั้นก็ถูกขยำ กระดาษแผ่นใหม่ถูกหยิบมาวางแทนที่ และผู้เขียนเริ่มร้อยเรียงถ้อยคำใหม่ตั้งแต่ต้น

คำพูดแสดงถึงอารมณ์ความคิดถึงถูกตัดทอน กลายเป็นข้อความแห้งๆ เหมือนกับรายงาน

นางวางพู่กันลง รอจนหมึกแห้ง จากนั้นหยิบกระดาษแผ่นนั้นขึ้นและเดินออกไปนอกห้อง พับกระดาษเป็นรูปนกตัวเล็ก และเมื่อลมหอบหนึ่งพัดมา มันกลายเป็นปักษากระดาษสีขาว บินจากมือของนาง

ปักษากระดาษตัวนั้นโบยบินไปที่ใด แม้แต่นางยังไม่รู้ เพราะหลายปีที่ผ่านมา นางไม่เคยก้าวออกจากตำหนักเหมยพันปีเลยแม้แต่ก้าวเดียว

- - -

“ที่นี่...รึขอรับ?”

เด็กหนุ่มเงยหน้ามองทางเข้าตำหนัก จากตรงนี้สามารถเห็นต้นเหมยโบราณสูงตระหง่านอยู่ด้านใน ยังมีต้นเหมยเล็กๆ รายล้อม กลิ่นหอมราวกับภพสวรรค์ ชวนลุ่มหลง

แม้ยืนอยู่ข้างนอก เด็กหนุ่มรู้แล้วว่าภายในตำหนักต้องงดงามมาก เพียงแต่...

ตอนนี้เป็นช่วงกลางฤดูร้อน ฤดูที่ดอกเหมยควรโรยราไปแล้ว

ตอนแรกเขาคิดว่ามันแปลกที่เวลากลางฤดูร้อนแต่กลับถูกสั่งให้นำเสื้อผ้าสำหรับใส่ในฤดูใบไม้ผลิและฤดูหนาวมา ตอนนี้เขาได้คำตอบแล้ว

เขามองไปยังคนนำทางซึ่งเป็นชายชราหลังงองุ้ม ริ้วรอยเหี่ยวย่นบนใบหน้ายิ่งลึกล้ำเมื่อมองทางเข้าตำหนัก ชายชราเดินนำเข้าไปเงียบๆ

แม้ประตูจะเปิดอยู่ตลอด หากแต่น้อยคนนักที่เคยผ่านเข้าออกตำหนักเหมยพันปี เด็กหนุ่มรู้สึกราวกับตนเองกำลังก้าวเข้าไปอีกโลก

“ขอย้ำอีกครั้ง” ชายชรากล่าวด้วยเสียงแหบแห้ง “เจ้าทำตามที่นางบอก เว้นเพียงอย่างเดียว ห้ามให้นางออกจากตำหนักเด็ดขาด”

เด็กหนุ่มไม่เข้าใจว่าถ้าประตูเปิดตลอด เขาจะไปห้าม ‘นาง’ เดินอาดๆ ออกจากที่แห่งนี้ได้อย่างไร และที่ผ่านมาในช่วงที่ไม่มีใครคอยดูแลตำหนัก ผู้ใดเป็นคนห้ามนาง?

แต่เด็กหนุ่มไม่ถาม

“อยู่ที่นี่ให้สนุกเล่า เจ้าลูกครึ่ง”

“...ขอรับ”

เด็กหนุ่มหน้าบึ้ง ยืนนิ่งกลางทางเดินซึ่งนำเข้าสู่ตัวตึก อากาศเย็นฉ่ำของฤดูใบไม้ผลิอาบไล้ผิวกาย

“คำก็ลูกครึ่ง สองคำก็ลูกครึ่ง เฮ้อ...” เขาส่ายหน้า

แม้ด้านนอกเป็นฤดูร้อน แต่ในตำหนักยังเป็นฤดูใบไม้ผลิ แปลกประหลาดสมคำเล่าลือ

มองไปตรงหน้าก็เห็นอาภรณ์สีขาวชมพูปรากฏขึ้นจากด้านหลังต้นเหมยทางด้านขวา แขนเสื้อและผ้าพาดไหล่กรุยกราย ไม่ใช่ชุดแบบสากลอย่างที่เขาสวมใส่อยู่ตอนนี้

ผู้สวมใส่ชุดเป็นสตรีแรกรุ่นอายุราวสิบเจ็ดสิบแปด บนนิ้วมือเรียวสวยราวกับหน่อไม้ในฤดูใบไม้ผลิมีนกสีขาวตัวหนึ่งเกาะอยู่ ต้องเป็นนางที่ชายชราและคนอื่นๆ พูดถึงไม่ผิดแน่

ใบหน้างามผุดผาดราวเทพธิดาและดวงตากระจ่างดั่งน้ำค้างกลางหาวทำเขาตะลึง พูดอะไรไม่ออกเป็นเวลานานกว่าจะกล่าวคำทักทายได้

“อรุณสวัสดิ์ขอรับ ข้าน้อยแซ่ลั่วนามซิน เป็น—”

เด็กหนุ่มพูดไม่ทันจบประโยค สตรีนางนั้นปรายตามองเขาก่อนจะหมุนกายจากไป นกที่เกาะนิ้วบินข้ามรั้วหายไปจากสายตา

ผู้มาเยือนค่อยๆ เงยหน้าขึ้น ไม่ทราบว่าควรทำอย่างไรดี จึงเดินตามนางเข้าไปด้านใน

นางรับรู้ว่าลั่วซินเดินตามมา แต่จังหวะก้าวเดินของนางไม่เปลี่ยน เดินเลี้ยวเข้าไปในตำหนักและหยุดอยู่หน้าห้องหนึ่ง เป็นห้องที่สามารถมองเห็นสวนด้านหลังและอยู่ใกล้ห้องครัว

“เข้าไป” นางหันมาพูดกับเขาเป็นคำแรก พร้อมชี้นิ้วขาวไปยังประตูห้องที่เปิดอยู่ เสียงของนางหวานใสรื่นหู เป็นเสียงที่ทำให้ผู้คนลุ่มหลงได้ง่ายๆ

“ขอรับ” เด็กหนุ่มทำตาม แต่เมื่อกำลังโค้งตัวเดินผ่านหน้านาง จู่ๆ มือบางที่มีเรี่ยวแรงมหาศาลแบบไม่น่าเป็นไปได้ก็คว้าแขนเขาไว้

ดวงตาด้านชาฉายแววประหลาดใจ นางขบฟัน จ้องหน้าเขา ก่อนจะค่อยๆ ผ่อนลง

“...ไม่มีอะไร เข้าไปเสีย”

“ขะ ขอรับ...?”

เมื่อเดินเข้าไปในห้องแล้ว สตรีปริศนาปิดประตู ปล่อยเขาไว้ในห้องนั้นเพียงลำพัง เขายังประหลาดใจไม่หาย แขนเริ่มปวดตุบๆ เมื่อเลิกแขนเสื้อขึ้น เห็นว่ามีรอยแดงเป็นรูปนิ้วห้านิ้ว

“เอาเถอะ...” เด็กหนุ่มมองห้องที่ตนโดนปล่อยทิ้งไว้ เป็นห้องนอนธรรมดา มีเตียง โต๊ะ ตู้ อ่างกระเบื้อง และโถธุระเบา ผ้าปูเตียงและฟูกนอนสะอาด ไม่มีเสื้อผ้าหรือของใช้ส่วนตัว มุมหนึ่งใกล้เพดานมีกระดิ่งสองใบ

เขาวางห่อสัมภาระลงกับพื้น สรุปว่าที่นี่คงเป็นห้องของเขา

ลั่วซินจัดของเสร็จจึงออกมาข้างนอก

ในตำหนักมีห้องหับมากมาย เขาค่อยๆ ไล่เปิดทีละห้อง เจอห้องครัว ห้องอาบน้ำ ห้องเก็บเสบียงและของใช้อื่นๆ ห้องที่มีแต่ของจิปาถะกองไว้ระเกะระกะ และห้องว่างอีกมากมาย ในที่สุด เมื่อมาถึงห้องกว้าง เขาหยุดมือเพราะมีความรู้สึกว่าในนี้ต้องมีคนอยู่

เขาคิดถูกเมื่อประตูเปิดออก และสตรีชุดขาวชมพูผู้นั้นปรากฏกายออกมา

“...” นางมองเขาขึ้นๆ ลงๆ ก่อนจะปิดประตูใส่หน้า มีเพียงเสียงพูดลอดออกมาว่า “อยากทานอะไรก็ทาน ไม่ต้องทำเผื่อ พรุ่งนี้ค่อยมาหาข้า”

“ขอรับ... ขออภัยที่เสียมารยาทขอรับ” เขาโค้งตัวลง หน้าผากโหม่งประตูเต็มๆ แต่ในห้องยังไม่มีเสียงใด

ลั่วซินหัวใจเต้นตึกๆ คิดว่าตัวเองตาฝาดไปหรือเปล่า...

เพราะเขาเห็นว่าดวงตาของนางแดงและมีน้ำตาคลอหน่วย

นางจะร้องไห้เรื่องอะไร? เสียงเมื่อครู่ของนางก็ไม่มีการสั่นเครือ สงสัยจะมองผิดไปเอง

ลั่วซินใช้เวลาที่เหลือกับการสำรวจตำหนัก หุงข้าว ทำอาหารง่ายๆ อย่างผัดผักและเต้าหู้ทานเอง เขาพบอุปกรณ์ทำความสะอาด จึงออกไปกวาดดอกเหมยที่ร่วงหล่นอยู่ในสวน ระหว่างทำงานก็เห็นผู้อาศัยอีกคนหนึ่งปรากฏตัวจากห้องส่วนตัว ขณะจะก้มศีรษะทักทาย นางก็ปิดหน้าต่างใส่

“...”

ลั่วซินยักไหล่ทำงานต่อ

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย ข้าอยากเป็นเมียพระรอง
8.4
อวี้เหมยหรู แพทย์หญิงจากยุคปัจจุบันต้องพบกับเหตุการณ์ไม่คาดฝัน เมื่อเธอหลุดเข้าไปในโลกของนิยายที่เคยอ่าน แทนที่จะสนใจในตัวองค์ชายสามจีเสวียนผู้เป็นพระเอกของเรื่อง เธอกลับมอบหัวใจให้แก่ซือเหยียน แม่ทัพหนุ่มผู้ครองตำแหน่งพระรองอย่างหมดใจ แพทย์สาวจึงตัดสินใจใช้ความรู้และทุกวิถีทางเพื่อเปลี่ยนบทบาทชีวิตใหม่ โดยตั้งเป้าหมายที่จะเคียงคู่กับบุรุษที่เธอรักท่ามกลางเรื่องราวแฟนตาซีที่เต็มไปด้วยความโรแมนติกนี้ให้ได้
หน้าปกนวนิยาย แรกพบสบรัก
8.6
ผมชื่อ ‘มาวิน’ แต่ชีวิตไม่เคยวินสมชื่อ ตอนเด็กเคยฝันว่าอยากมีพลังวิเศษเหมือนซูเปอร์ฮีโร่ แต่พอสิบขวบ ผมก็ได้พลังวิเศษนั่นมา ...พลังวิเศษที่ทำให้มองเห็นทะลุเสื้อผ้าได้ยันซอกหลืบทันทีที่สบตากับเจ้าของร่างกาย คงคิดสินะว่าผมคงจะได้เห็นร่างกายสาว ๆ จนเปรม แต่ผิด ไม่เคยได้เห็นร่างเปลือยของสาว ๆ เลย เพราะไอ้ที่ผมเห็นน่ะ...ร่างกายผู้ชายล้วน ๆ เลยเถอะ! ไอ้พลังบ้านี่ดันทำให้เห็นแต่ผู้ชายด้วยกันซะงั้น โอ้โห หันขวาก็มะเขือยาว หันซ้ายก็แตงร้าน เอ้า ไอ้หมอนี่แตงกวา หมอนั่นมาแปลก ผิวขรุขระ มะระก็แล้วกัน แม่งเอ๊ย ตาจะบอด กลายเป็นคนเก็บตัวในพริบตา จะไม่ให้เก็บตัวได้ไง สบตาใครก็เห็นกระเปี๊ยวชาวบ้านไปทั่วแบบนี้ เคราะห์ซ้ำกรรมซัดเมื่อผมจำเป็นต้องหารูมเมทเพื่อแชร์ค่าหอพักด้วยฐานะทางบ้านเริ่มมีปัญหา คิดหนักอยู่นานถ้าจะต้องเห็นผู้ชายด้วยกันเดินโทงเทงในห้องตัวเอง แต่สวรรค์ก็ไม่ได้ใจร้ายกับผมขนาดนั้น ส่ง ‘คชา’ ทูตกิจกรรมมหาวิทยาลัยเดียวกันกับผมมาให้ สะ...สบตาแล้วมองทะลุเสื้อผ้าไม่ได้ เพราะอะไรก็ไม่รู้ล่ะ แต่มาอยู่ด้วยกันเถอะ กราบแล้ว!
หน้าปกนวนิยาย ทั่วหล้าฟ้าดิน ข้าคือผู้ครอง
8.1
ซูเยว่ซีหวนคืนสู่อดีตหลังถูกอวิ๋นถังยวี่ทรมานจนสิ้นใจ ชาตินี้นางสาบานจะปกป้องครอบครัวและทำลายศัตรูที่เคยทำร้ายนางให้สิ้นซาก ไม่ว่าจะเป็นพ่อผู้ชั่วช้าหรือหญิงแพศยาที่จอมปลอม นางใช้สติปัญญาเปิดโปงความชั่วร้ายและกำจัดคนทรยศในราชสำนักเพื่อความปลอดภัยของท่านตา ท่ามกลางแผนการล้างแค้นที่สั่นคลอนเมืองจิง นางได้พบกับอวิ๋นเฮิง องค์ชายผู้ถูกตราหน้าว่าเป็นคนพิการ ทว่าเขากลับไม่ได้มาเพื่อขัดขวาง แต่พร้อมจะยืนเคียงข้างและสนับสนุนทุกการตัดสินใจของนาง
หน้าปกนวนิยาย ฮองเฮาไม่ได้ร้าย
8.0
หลิวฉูฉู่ นักแสดงสาวชื่อดังกลับต้องเผชิญกับเหตุการณ์ไม่คาดฝัน เมื่อเธอหลุดเข้าไปในโลกของซีรีส์ที่ตนเองรับบทบาท แต่ความซวยคือการต้องอยู่ในร่างของนางร้ายผู้มีจุดจบอันน่าสลดด้วยน้ำมือของพระเอก เพื่อรักษาชีวิตให้รอดพ้นจากความตายตามบทละคร เธอจึงต้องงัดทุกกลเม็ดมาใช้เพื่อเปลี่ยนโชคชะตาและพิชิตใจฮ่องเต้หนุ่มให้สำเร็จ เตรียมพบกับเรื่องราวความรักสุดละมุนสายคลั่งรักที่เน้นความฟินแบบไร้ดราม่า พร้อมสร้างรอยยิ้มและความอบอุ่นหัวใจให้ผู้อ่านตลอดทั้งเรื่อง
หน้าปกนวนิยาย มนต์ปาริชาต
8.1
มนทิพย์มักตกอยู่ในภวังค์แห่งความฝันถึงชายหญิงคู่หนึ่ง โดยเฉพาะสายตาอันเปี่ยมล้นด้วยรักของ ‘คุณนพ’ ที่ทำให้เธอหวั่นไหวอย่างประหลาด ทุกความรู้สึกและนามเรียกขานว่า ‘ปาริชาต’ กลับสั่นสะเทือนถึงตัวตนข้างในของเธออย่างน่าอัศจรรย์ เมื่อดอกปาริชาตสีแดงเพลิงจากสรวงสวรรค์คือสัญลักษณ์แห่งการระลึกชาติที่มนุษย์ทั่วไปมิอาจสัมผัสกลิ่นหอมได้ มนตราแห่งดอกไม้ชนิดนี้จะสามารถกลายเป็นสื่อกลางเชื่อมโยงอดีตชาติที่แสนตราตรึงให้หวนคืนกลับมาสู่หัวใจของเธออีกครั้งได้หรือไม่
หน้าปกนวนิยาย สนมเอกอย่างข้า สง่างามเหนือผู้ใด
9.3
ท่ามกลางวังหลังที่เต็มไปด้วยเล่ห์กล สนมเอกผู้เลอโฉมกลับครองตนอย่างเย็นชาโดยไร้ซึ่งความสิเน่หาต่อองค์จักรพรรดิ แม้ฮ่องเต้ผู้ยิ่งใหญ่จะพยายามหักห้ามใจและรักษาความเยือกเย็นเพียงใด แต่สุดท้ายพระองค์กลับเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ต่อแรงดึงดูดที่น่าค้นหา จนตกหลุมพรางแห่งความรักที่นางวางไว้อย่างไม่อาจถอนตัวได้ เรื่องราวความสัมพันธ์ที่ฝ่ายหนึ่งไร้ใจแต่ฝ่ายหนึ่งกลับคลั่งรักจึงเริ่มต้นขึ้นในฐานะสนมเอกผู้สง่างามเหนือใครในแผ่นดิน