ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย อุ่นไอรักตำหนักเหมยพันปี

อุ่นไอรักตำหนักเหมยพันปี

ลั่วซินตัดสินใจเข้าทำงานเป็นพ่อบ้านเพื่อหาเงินมาจุนเจือพี่สาวและคุณยาย ทว่าเขากลับต้องตกที่นั่งลำบากเมื่อพบว่าตำแหน่งนั้นคือสามีบรรณาการของฉางอ้ายชุน ธิดาดอกเหมยผู้ลึกลับแห่งตำหนักนิรันดร์ แม้เธอจะเป็นสตรีที่วาจาร้ายกาจและดูไม่เป็นมิตรเอาเสียเลย แต่ภายใต้ความลับมากมายที่ถูกซ่อนไว้ ความจริงใจของเธอกลับค่อยๆ สั่นคลอนหัวใจของลั่วซิน จนเขาหลงเสน่ห์ธิดาผู้นี้อย่างถอนตัวไม่ขึ้นในที่สุด
ตอน
แชร์

ตอน 2

คืนแรก เขาหลับเป็นตาย ตื่นขึ้นมาตอนเช้าก็จัดการตัวเอง สวมเสื้อผ้าแบบดั้งเดิมเพื่อให้เข้ากับบรรยากาศของตำหนัก เข้าไปทำอาหารก็เห็นกระดาษแผ่นเล็กเขียนไว้ว่าให้ไปหาตอนบ่าย กระดาษมีกลิ่นหอมจางๆ ของดอกไม้ เหมือนบัตรเชิญไปงานรื่นเริง

เมื่อเวลาบ่ายมาถึง เขาเดินไปที่ห้องกว้างใหญ่ห้องเดิม ยังไม่ทันเคาะ นางก็เปิดประตูออกราวกับรอฟังเสียงฝีเท้าเขาอยู่ก่อนแล้ว

“เจ้านามลั่วซิน ใช่หรือไม่?” นางพูด สีหน้าไม่มีแววหวั่นไหวเช่นเมื่อวานอีกต่อไป

“ขอรับ แม่นาง...”

“ฉาง”

“...ฉาง?”

“ข้าแซ่ฉาง ไม่ได้แซ่เหมยอย่างที่ใครหลายคนเข้าใจ” นางตอบ “ชงชามาสักป้านแล้วกลับมาที่ห้องนี้ เจ้ารู้ไหมอะไรอยู่ที่ใด? อุปกรณ์ที่เจ้าต้องใช้อยู่บนถาดในครัว” พูดจบ นางปิดประตูใส่หน้าอีกครั้ง

“...ขอรับ?” ลั่วซินกะพริบตาปริบๆ ก่อนหมุนตัวเดินย้อนกลับห้องครัว

หลังต้มน้ำร้อนแล้ว ลั่วซินยกถาดอุปกรณ์ชงชากลับมาที่ห้องเดิม เห็นนางนั่งอยู่ที่โต๊ะเขียนหนังสือ เบื้องหน้าไม่มีอะไร แท่นฝนหมึกแห้งสนิท สายตานางจ้องต้นเหมยสูงใหญ่ไม่วางตา

เขาวางถาดลงบนโต๊ะ เมื่อนั้นนางจึงหมุนกายมา

“ข้าน้อยไม่แน่ใจว่าแม่นางต้องการดื่มชาตัวใด จึงยกมาทั้งหมด” ลั่วซินนั่งลง

“ชามะลิแล้วกัน” นางตอบ คิ้วเลิกขึ้นเล็กน้อยขณะมองเขาปรับอุณหภูมิป้านและถ้วยชาโดยการเทราดด้วยน้ำร้อน น้ำไหลลงตะแกรงของถาดน้ำชาสองชั้นซึ่งถูกสร้างไว้เพื่อรองรับน้ำร้อนจากการชงชา “...เจ้าเคยเรียนชงชามาก่อนรึ?”

“เคยเรียนจากแม่เฒ่ามาบ้างขอรับ เรื่องหลักการต้มน้ำ การเตรียมใบชา การชงชา พอจะมีความรู้อยู่บ้าง” เขาเริ่มชงชาด้วยน้ำแร่ที่ต้มจนร้อนได้ที่

ชามะลิถูกเลื่อนไปให้เจ้าของห้อง นางรับมาสูดดมกลิ่นหอมของชาก่อนจะดื่ม

“ฝีมือการชงชาที่ดี หากต้มน้ำร้อนเกินไปก็ใช้ไม่ได้ หากต้มช้าเกินไปน้ำจะแก่ ใช้ไม่ได้เช่นกัน เจ้ากะได้พอเหมาะ” นางกล่าวเมื่อดื่มหมด วางถ้วยลงช้าๆ “เจ้าเองก็ดื่ม ข้ามีเรื่องต้องพูดด้วย ไม่สมควรพูดกันทั้งที่คอแห้ง”

“เช่นนั้นไม่เกรงใจแล้ว”

เมื่อเขาดื่มหมดแล้ว อีกฝ่ายจึงพูดต่อ

“คนเหล่านั้นเล่าอะไรให้เจ้าฟังแล้วบ้าง?”

“ทราบเพียงว่า งานของข้าน้อยคือการดูแลตำหนักนี้ และที่นี่มีท่านอาศัยอยู่เพียงผู้เดียว”

“เท่านั้นเอง...?”

“ขอรับ” ลั่วซินชักเป็นกังวลว่าตนเองควรรู้สิ่งอื่นด้วยหรือเปล่า

“เช่นนั้นเจ้ารู้จักตำหนักนี้มากน้อยเพียงใด?”

“ทราบเพียงเป็นสถานที่ซึ่งดูแลรักษาต้นเหมยพันปี ซึ่งข้าน้อยคาดว่าเป็นต้นที่มองเห็นจากหน้าต่างของห้องนี้” พูดจบ สายตาเลื่อนไปยังต้นเหมยที่ออกดอกมากมาย

เด็กหนุ่มยังพอทราบว่าต้นเหมยพันปีเป็นต้นไม้ที่คอยคุ้มครองโอรสสวรรค์ เขาจงใจละเว้นเรื่องข่าวลือแปลกประหลาดต่างๆ นานาว่าที่นี่เป็นตำหนักต้องสาปบ้าง ต้นเหมยแท้จริงเป็นต้นที่ปลูกทับสุสานของปีศาจในยุคโบราณบ้าง ในตำหนักนี้มีปีศาจอาศัยอยู่บ้าง แม้ไม่เชื่อข่าวลือเหล่านั้น แต่สถานที่นี้มีความผิดแปลกจากสถานที่อื่นจริง

คู่สนทนาถอนหายใจยาว

“มิผิด นั่นคือต้นเหมยพันปี และข้าทำหน้าที่ดูแลรักษาต้นเหมย” นางกล่าวด้วยเสียงราบเรียบ ทว่าประโยคถัดมากลับเจือความเคลือบแคลง “เจ้าถอดเสื้อให้ข้าดู”

“...ท่าน...ว่าอะไร?” ลั่วซินเบิกตาโต

“ถอดเสื้อ” นางย้ำคำเดิม “หรือเจ้าจะให้ข้าเป็นฝ่ายถอดให้?”

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย ข้าอยากเป็นเมียพระรอง
8.4
อวี้เหมยหรู แพทย์หญิงจากยุคปัจจุบันต้องพบกับเหตุการณ์ไม่คาดฝัน เมื่อเธอหลุดเข้าไปในโลกของนิยายที่เคยอ่าน แทนที่จะสนใจในตัวองค์ชายสามจีเสวียนผู้เป็นพระเอกของเรื่อง เธอกลับมอบหัวใจให้แก่ซือเหยียน แม่ทัพหนุ่มผู้ครองตำแหน่งพระรองอย่างหมดใจ แพทย์สาวจึงตัดสินใจใช้ความรู้และทุกวิถีทางเพื่อเปลี่ยนบทบาทชีวิตใหม่ โดยตั้งเป้าหมายที่จะเคียงคู่กับบุรุษที่เธอรักท่ามกลางเรื่องราวแฟนตาซีที่เต็มไปด้วยความโรแมนติกนี้ให้ได้
หน้าปกนวนิยาย แรกพบสบรัก
8.6
ผมชื่อ ‘มาวิน’ แต่ชีวิตไม่เคยวินสมชื่อ ตอนเด็กเคยฝันว่าอยากมีพลังวิเศษเหมือนซูเปอร์ฮีโร่ แต่พอสิบขวบ ผมก็ได้พลังวิเศษนั่นมา ...พลังวิเศษที่ทำให้มองเห็นทะลุเสื้อผ้าได้ยันซอกหลืบทันทีที่สบตากับเจ้าของร่างกาย คงคิดสินะว่าผมคงจะได้เห็นร่างกายสาว ๆ จนเปรม แต่ผิด ไม่เคยได้เห็นร่างเปลือยของสาว ๆ เลย เพราะไอ้ที่ผมเห็นน่ะ...ร่างกายผู้ชายล้วน ๆ เลยเถอะ! ไอ้พลังบ้านี่ดันทำให้เห็นแต่ผู้ชายด้วยกันซะงั้น โอ้โห หันขวาก็มะเขือยาว หันซ้ายก็แตงร้าน เอ้า ไอ้หมอนี่แตงกวา หมอนั่นมาแปลก ผิวขรุขระ มะระก็แล้วกัน แม่งเอ๊ย ตาจะบอด กลายเป็นคนเก็บตัวในพริบตา จะไม่ให้เก็บตัวได้ไง สบตาใครก็เห็นกระเปี๊ยวชาวบ้านไปทั่วแบบนี้ เคราะห์ซ้ำกรรมซัดเมื่อผมจำเป็นต้องหารูมเมทเพื่อแชร์ค่าหอพักด้วยฐานะทางบ้านเริ่มมีปัญหา คิดหนักอยู่นานถ้าจะต้องเห็นผู้ชายด้วยกันเดินโทงเทงในห้องตัวเอง แต่สวรรค์ก็ไม่ได้ใจร้ายกับผมขนาดนั้น ส่ง ‘คชา’ ทูตกิจกรรมมหาวิทยาลัยเดียวกันกับผมมาให้ สะ...สบตาแล้วมองทะลุเสื้อผ้าไม่ได้ เพราะอะไรก็ไม่รู้ล่ะ แต่มาอยู่ด้วยกันเถอะ กราบแล้ว!
หน้าปกนวนิยาย ทั่วหล้าฟ้าดิน ข้าคือผู้ครอง
8.1
ซูเยว่ซีหวนคืนสู่อดีตหลังถูกอวิ๋นถังยวี่ทรมานจนสิ้นใจ ชาตินี้นางสาบานจะปกป้องครอบครัวและทำลายศัตรูที่เคยทำร้ายนางให้สิ้นซาก ไม่ว่าจะเป็นพ่อผู้ชั่วช้าหรือหญิงแพศยาที่จอมปลอม นางใช้สติปัญญาเปิดโปงความชั่วร้ายและกำจัดคนทรยศในราชสำนักเพื่อความปลอดภัยของท่านตา ท่ามกลางแผนการล้างแค้นที่สั่นคลอนเมืองจิง นางได้พบกับอวิ๋นเฮิง องค์ชายผู้ถูกตราหน้าว่าเป็นคนพิการ ทว่าเขากลับไม่ได้มาเพื่อขัดขวาง แต่พร้อมจะยืนเคียงข้างและสนับสนุนทุกการตัดสินใจของนาง
หน้าปกนวนิยาย ฮองเฮาไม่ได้ร้าย
8.0
หลิวฉูฉู่ นักแสดงสาวชื่อดังกลับต้องเผชิญกับเหตุการณ์ไม่คาดฝัน เมื่อเธอหลุดเข้าไปในโลกของซีรีส์ที่ตนเองรับบทบาท แต่ความซวยคือการต้องอยู่ในร่างของนางร้ายผู้มีจุดจบอันน่าสลดด้วยน้ำมือของพระเอก เพื่อรักษาชีวิตให้รอดพ้นจากความตายตามบทละคร เธอจึงต้องงัดทุกกลเม็ดมาใช้เพื่อเปลี่ยนโชคชะตาและพิชิตใจฮ่องเต้หนุ่มให้สำเร็จ เตรียมพบกับเรื่องราวความรักสุดละมุนสายคลั่งรักที่เน้นความฟินแบบไร้ดราม่า พร้อมสร้างรอยยิ้มและความอบอุ่นหัวใจให้ผู้อ่านตลอดทั้งเรื่อง
หน้าปกนวนิยาย มนต์ปาริชาต
8.1
มนทิพย์มักตกอยู่ในภวังค์แห่งความฝันถึงชายหญิงคู่หนึ่ง โดยเฉพาะสายตาอันเปี่ยมล้นด้วยรักของ ‘คุณนพ’ ที่ทำให้เธอหวั่นไหวอย่างประหลาด ทุกความรู้สึกและนามเรียกขานว่า ‘ปาริชาต’ กลับสั่นสะเทือนถึงตัวตนข้างในของเธออย่างน่าอัศจรรย์ เมื่อดอกปาริชาตสีแดงเพลิงจากสรวงสวรรค์คือสัญลักษณ์แห่งการระลึกชาติที่มนุษย์ทั่วไปมิอาจสัมผัสกลิ่นหอมได้ มนตราแห่งดอกไม้ชนิดนี้จะสามารถกลายเป็นสื่อกลางเชื่อมโยงอดีตชาติที่แสนตราตรึงให้หวนคืนกลับมาสู่หัวใจของเธออีกครั้งได้หรือไม่
หน้าปกนวนิยาย สนมเอกอย่างข้า สง่างามเหนือผู้ใด
9.3
ท่ามกลางวังหลังที่เต็มไปด้วยเล่ห์กล สนมเอกผู้เลอโฉมกลับครองตนอย่างเย็นชาโดยไร้ซึ่งความสิเน่หาต่อองค์จักรพรรดิ แม้ฮ่องเต้ผู้ยิ่งใหญ่จะพยายามหักห้ามใจและรักษาความเยือกเย็นเพียงใด แต่สุดท้ายพระองค์กลับเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ต่อแรงดึงดูดที่น่าค้นหา จนตกหลุมพรางแห่งความรักที่นางวางไว้อย่างไม่อาจถอนตัวได้ เรื่องราวความสัมพันธ์ที่ฝ่ายหนึ่งไร้ใจแต่ฝ่ายหนึ่งกลับคลั่งรักจึงเริ่มต้นขึ้นในฐานะสนมเอกผู้สง่างามเหนือใครในแผ่นดิน