ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย โอบอุ่น

โอบอุ่น

เมื่อหญิงสาวเอ่ยถามถึงความเจ้าเล่ห์ของพี่อุ่น ชายหนุ่มกลับยอมรับด้วยรอยยิ้มอย่างไม่สะทกสะท้าน ทว่าความลับที่เขายังบอกไม่หมดคือเบื้องหลังการตื่นนอนบนเตียงเดียวกันหลายต่อหลายครั้ง แม้เธอจะคิดว่าตัวเองละเมอเดินมาผิดที่ แต่ความจริงแล้วมีเพียงไม่กี่ครั้งเท่านั้นที่เป็นเช่นนั้น ส่วนเวลาที่เหลือเป็นฝีมือของเขาที่ตั้งใจไปอุ้มเธอมาจากโซฟาเพื่อนำมานอนกอดในอ้อมแขนตนเองตลอดทั้งคืน เรื่องราวความสัมพันธ์ที่เต็มไปด้วยความอบอุ่นและแผนการอันแยบยลของชายหนุ่มจึงเริ่มต้นขึ้น
ตอน
แชร์

ตอน 2

“บัว... วันนี้วันทำงานวันสุดท้ายของเธอแล้ว พวกเราขอไปเลี้ยงส่งได้ไหม เปลี่ยนใจเถอะนะ”

คำพูดของเพื่อนโต๊ะทำงานข้างๆ ที่เลื่อนโต๊ะมานั่งบีบแขนเธอทำให้บุลลายิ้มเจื่อน... ไมตรีของผองเผื่อนในที่ร่วมงานเป็นอีกหนึ่งเหตุผลที่หล่อนอาลัยที่ทำงานแห่งแรกและแห่งเดียวมาตลอดสองปีหลังจากเรียนจบมหาวิทยาลัย ถ้าเพียงแต่ชีวิตหล่อนไม่ผกผันคว่ำหงายราวโชคชะตากลั่นแกล้ง หล่อนก็คงร่วมทีมการตลาดของบริษัทอย่างมีความสุข แต่ความแน่นอนก็คือความไม่แน่นอน วันหนึ่งมีความสุขความทุกข์ก็เข้ามาเบียดแทรกได้ง่ายๆ โดยไม่อาจก้าวหนีพ้น

“เราขอโทษนะ เราต้องรีบไปต่างจังหวัด เราขอบคุณทุกคนนะ แค่ของขวัญที่ให้มาก่อนเปลี่ยนงานและก็ที่มีงานเลี้ยงเล็กๆ ในบริษัทวันก่อนก็ไม่รู้จะขอบคุณอย่างไรแล้ว ไม่ต้องเลี้ยงหรอกช่วงนี้ใกล้ปิดไตรมาสทุกคนคงยุ่งกับการปิดยอดเราไม่กวนดีกว่า” เงยหน้ามองเพื่อนๆ รอบโต๊ะทำงานทุกคนด้วยแววตาประกายความขอบคุณ

“ทำไมบัวดูเหมือนไม่มีความสุขที่ได้งานใหม่เลย” ณพล เพื่อนคู่หูในแผนกเปรยคำพูดที่เขาพูดตลอดตั้งแต่หล่อนยื่นใบลาออก

“คนจะเปลี่ยนงานใหม่ มันก็เครียดสารพัดล่ะไอ้พล... ไม่รู้จะดีขึ้นอย่างที่คิดหรือเปล่า” ปานัทเพื่อนอีกคนเอ่ยแก้ต่างให้

“ถ้าบัวมีปัญหาอะไร ไม่สบายใจเรื่องอะไร บอกเราได้เสมอนะถึงไม่ได้ทำงานด้วยกันแล้วก็ยังเป็นเพื่อนกัน ช่วยเหลือกันได้ทุกเรื่องเหมือนเดิม”  ณพลบอก

บุษกรยังคงยิ้มเนือยๆ ให้ผองเพื่อนร่วมงานที่กำลังจะกลายเป็นอดีตทันทีหลังห้าโมงเย็นวันนี้

รู้ดีว่าทุกคนเป็นห่วง แต่ปัญหาของเธอมันเป็นปัญหาที่ใครต่อใครฟังแล้วก็คงไม่เข้าใจ และคงไม่มีใครช่วยแก้มันได้... นอกจากตัวหล่อนเอง

ตรงเวลานัดหมาย รถจี๊ปคันใหญ่ทะมึนแล่นเข้ามาจอดหน้ารั้วบ้านเกรียงไกรตระกูล 

เพียงมองผ่านลอดรั้วออกไปก้อนแข็งก็จุกอยู่ในลำคอ...

“บัว... อยู่บ้านท่านอย่านิ่งดูดายนะลูก ไม่ว่าลูกจะเข้าบ้านนั้นด้วยเหตุผลใดก็ตาม ทำตัวเป็นเด็กน่ารักว่านอนสอนง่ายอย่างที่แม่บอกนะลูก จำเอาไว้นะว่าคนดีตกน้ำไม่ไหลตกไฟไม่ไหม้” มือที่กำชับมือของหญิงสาวเอาไว้...

“แม่ดูแลตัวเองดีๆ นะคะ”

“หนูก็ดูแลตัวเองดีๆ นะ ส่งข่าวส่งคราวพ่อกับแม่บ้าง อย่าเงียบหายไปนะลูก”

คนเป็นแม่น้ำตารื้นในตา... บุษกรโผเข้าไปกอดมารดาแน่น ใช้สัมผัสแทนคำอำลาก่อนจะยกมือไหว้อ่อนช้อยแล้วย่อตัวคว้ากระเป๋าเดินออกมาหน้าบ้าน หญิงสาวขอร้องไม่ให้นางจันทร์ดาผู้เป็นมารดาเดินออกมาส่งเพราะไม่อยากร้องไห้ระงมกันทั้งคู่...

น่าแปลกใจที่คนที่เปิดประตูรถให้หล่อนไม่ใช่อยุทธ์ แต่เป็นลูกน้องของเขาที่ชื่อทรัพย์ หญิงสาวพยักหน้าขอบคุณแล้วเดินเข้าไปนั่งที่เบาะหลัง...

“นายให้ผมมารับคุณบัว... ท่านคุยกับคนบ้านคุณบัวแล้วว่าจะมีคนมารับ ไม่เข้ามากราบผู้ใหญ่”

บุษกรพยักหน้าบอกว่าหล่อนเข้าใจดีว่าเขาคงไม่สละเวลาอันมีค่ามารับหล่อนด้วยตัวเองหรอก... กอดกระเป๋าใบเล็กที่หอบหิ้วติดกายและเงียบไปตลอดทาง

ในหัวสมองนึกไปถึงเรื่องราวที่ทำให้เกิดความเปลี่ยนแปลงในชีวิต...

เดิมทีครอบครัวของบุษกรอยู่กันพร้อมหน้าพ่อแม่และลูกสาว ฐานะทางบ้านระดับปานกลาง พ่อทำงานบริษัทที่มั่นคงแม่เป็นแม่บ้านและทำงานเล็กน้อยหารายได้พิเศษเลี้ยงลูกจนเรียนจบปริญญา

พ่อกับแม่เคยเล่าว่าที่บ้านเคยลำบากมาก ตัวบ้านเกือบจะถูกยึด ข้าวสารไม่มีจะกรอกหม้อเพราะพ่อไปลงทุนเกี่ยวกับการค้าที่ดินและถูกเพื่อนร่วมหุ้นเอาเปรียบทั้งยังโกงเสียยับ

ตอนที่ลำบากไม่มีที่ซุกหัวนอนก็ยังมีคนใจดียื่นมือเข้ามาช่วย เพื่อนพ่อชื่อลุงอินทร์ที่ทำไร่กาแฟอยู่ทางใต้ก็ยื่นมือเข้ามาช่วยไถ่บ้านและให้เงินมาตั้งต้นใหม่ก้อนหนึ่งและได้พูดว่าอยากให้ลูกชายคนเดียวของท่านแต่งงานกับลูกสาวของบ้านเกรียงไกรตระกูล เพราะบุญคุณเพื่อนท่วมหัวบิดาจึงให้คำมั่นสัญญาว่าจะยกลูกสาวให้อีกฝ่ายเป็นการตอบแทน

หลังจากนั้นบิดาของบุษกรตั้งตัวได้และทำงานประจำในบริษัทผู้ผลิตคอนโดมิเนียมยักษ์ใหญ่เกี่ยวกับการจัดสรรจัดหาที่ดินซึ่งเป็นงานถนัดของท่าน ส่งลูกสาวเรียนจนจบตัวท่านเองยังไปมาหาสู่เพื่อนอยู่เสมอแต่ไม่มีใครพูดถึงเรื่องงานแต่งงานขึ้นอีก จนเดือนก่อนลุงอินทร์เข้ากรุงและมาเจรจากับพ่อเพื่อทวงคำสัญญา 

พิธีวิวาห์เล็กๆ เงียบๆ จึงถูกตระเตรียมขึ้นโดยการตกลงของผู้ใหญ่ โดยที่คนที่จะแต่งงานกันนั้นไม่เคยเห็นหน้าค่าตา ไม่เคยรู้จักกันเลยสักนิดเดียว 

วันนั้น วันที่ท้องฟ้าอาบสีอ่อนโยนในยามเช้าตรู่ บุษกรตื่นมาพร้อมกับความอ่อนเพลียเพราะเตรียมการเกี่ยวกับงานมงคลที่จะจัดขึ้นในบ้านเกรียงไกรตระกูลมาหลายวัน งบจัดงานที่ไม่ค่อยมากมายทำให้บุลลากับจันทร์ดาช่วยกันเตรียมการ์ดเชิญ จัดของชำร่วย เตรียมงาน เตรียมของทำบุญและของรับไหว้ผู้ใหญ่วันแต่งช่วยกันโดยอาศัยวันหยุดและเวลาหลังเลิกงานของหญิงสาวมาช่วยมารดาหยิบจับเพราะสงสารผู้เป็นแม่ไม่อยากให้เหนื่อยคนเดียว หล่อนไม่คัดค้านเรื่องการแต่งงานเพราะหลังจากที่ลุงอินทร์พูดเรื่องแต่งงานขึ้นมา พ่อกับแม่ก็เข้ามาคุยกับหล่อน

 “บัว ช่วยพ่อกับแม่ตอบแทนลุงอินทร์ด้วยนะลูก”

น้ำคำอ้อนวอนเจือสะอื้นของมารดาเพราะเห็นใจหล่อนที่ไม่รู้เรื่องการหมั้นหมายมาก่อนทำให้อึดอัด แต่บุษกรเป็นเด็กดีว่านอนสอนง่ายสำหรับพ่อแม่เสมอ ไม่เคยขัดข้องอะไรหากพวกท่านร้องขอ

“เราไม่มีทางออกอื่นแล้วใช่ไหมคะ”

ใบหน้าหนักใจของบิดาและน้ำตาของมารดาทำให้หล่อนได้คำตอบแม้ว่าท่านทั้งสองจะไม่ปริปากพูดอะไร

จากนั้นมาหล่อนก็ยินดีและยอมรับเรื่องแต่งงานอย่างว่าง่ายแม้ในใจจะไม่ใคร่ยินดีนักก็ตาม

.................

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย  You make my heart skip a beat. Plyfon I Phupha
8.0
เมื่อจังหวะชีวิตของนายแพทย์ภูผาและปลายฝนโคจรมาพบกันในเวลาที่ใช่ ความสัมพันธ์ครั้งใหม่จึงเริ่มต้นขึ้นอย่างมั่นคงโดยไม่มีวันหวนหลัง แม้จะมีการหยอกล้อด้วยท่าทีทีเล่นทีจริงจนน่าเขินอาย แต่ความผูกพันที่ชัดเจนก็ทำให้ทั้งคู่พร้อมก้าวไปข้างหน้าด้วยกัน ท่ามกลางบรรยากาศแสนหวานที่อบอวลไปด้วยความอบอุ่นและการดูแลเอาใจใส่ นี่คือเรื่องราวความรักที่ลงตัวที่สุดในวันที่หัวใจสองดวงพร้อมจะเปิดรับกันและกันอย่างเต็มหัวใจโดยไม่ยอมปล่อยมือ
หน้าปกนวนิยาย ทิ้งหมั้นเพื่อรักเก่า งั้นฉันแต่งงานใหม่
8.7
ซ่งชิงอวี่ยอมทุ่มเทความรักให้ลู่เหยี่ยนจือมานานถึงเจ็ดปี แม้เขาจะปันใจให้คนรักเก่าจนถึงขั้นมีลูกด้วยกัน ในวันจดทะเบียนสมรสเขากลับทอดทิ้งเธอไว้ลำพังเพื่อไปหาหญิงคนนั้น ความผิดหวังซ้ำซากทำให้เธอตัดสินใจตัดขาดและเริ่มต้นชีวิตใหม่กับชายอื่น เมื่อลู่เหยี่ยนจือเห็นเธอแต่งงานใหม่เขากลับคลุ้มคลั่งและพยายามตามง้อขอโอกาสอย่างไร้ศักดิ์ศรี แต่ซ่งชิงอวี่ที่หัวใจตายด้านไปแล้วกลับตอบโต้ด้วยความรำคาญใจว่าอย่ามาวุ่นวายกับคนมีครอบครัวแล้วอย่างเธออีกเลย
หน้าปกนวนิยาย พันธะรักโดยไม่ตั้ง [Bond Of Love - Accidence] SET : Bond Of Love
9.7
ความสัมพันธ์ที่เริ่มต้นด้วยเงินห้าล้านบาทแลกกับการตัดขาดว่าไม่เคยรู้จักกัน ทว่าเพียงหนึ่งปีให้หลังมหาเศรษฐีหนุ่มกลับมาตามง้อจนเธอใจอ่อนยอมสยบในอ้อมกอดเขาอีกครั้ง แต่แล้วโชคชะตากลับเล่นตลกเมื่อเขาเลือกที่จะจากไปเป็นครั้งที่สอง พร้อมทิ้งเงื่อนไขพันธะสุดท้ายให้เธอสัญญาว่าจะต้องใช้ชีวิตอยู่อย่างโดดเดี่ยวโดยไม่มีใครอื่นตลอดไปเพื่อแลกกับการปล่อยตัวเขาให้จากไปตามที่เธอต้องการในครั้งนี้
หน้าปกนวนิยาย ยั่วรักกับดักสวาท
9.2
เมื่อบัวหล้าสาวใช้สุดเซ็กซี่สงสัยว่าด็อกเตอร์หนุ่มเจ้านายผู้เคร่งขรึมนั้นแอบซ่อนรสนิยมทางเพศไว้หรือไม่ เธอจึงตัดสินใจใช้เสน่ห์เย้ายวนเพื่อพิสูจน์ความจริง แต่แผนการยั่วล้อกลับกลายเป็นกับดักที่ย้อนมามัดตัวเธอเอง เมื่อเขาตัดสินใจตอบรับคำท้าทายด้วยบทลงโทษอันเร่าร้อนยาวนานตลอดคืน แม้จะพยายามอ้อนวอนขอความเมตตา ทว่าชายหนุ่มกลับไม่ยอมปล่อยมือ พร้อมบีบบังคับให้เธอต้องพิสูจน์ความเป็นชายของเขาซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนกว่าเขาจะพอใจในรสสวาทนี้
หน้าปกนวนิยาย ความรักคือ กรงขังของฉัน ไม่ใช่ ความรอด
9.0
ตลอดห้าปี เกรซเชื่อว่าเธอคือทายาทมหาเศรษฐีผู้โชคดีที่มีครอบครัวและสามีอย่างคเชนทร์เคียงข้าง แต่ความจริงอันโสมมกลับถูกเปิดเผยเมื่อเธอพบว่าน้องสาวที่ควรจะตายไปแล้วยังมีชีวิตอยู่พร้อมลูกลับๆ กับสามีของเธอ โดยมีพ่อแม่บุญธรรมคอยหนุนหลังเพื่อฮุบสมบัติและเตรียมกำจัดเธอด้วยการป้ายสีว่าวิกลจริต เมื่อความรักกลายเป็นกรงขังลวงตา เกรซจึงเลือกเผชิญหน้ากับยาพิษในแก้วไวน์ด้วยรอยยิ้ม เพื่อเริ่มเกมล้างแค้นที่จะเอาคืนทุกคนให้สาสม
หน้าปกนวนิยาย ไม่มีสายติด: ทนายความหัวใจของฉัน
9.0
ตลอดเจ็ดปีที่จิลเลียนเฝ้าตามรักไบรอันอย่างสุดใจ เขากลับเย็นชาและไร้ความรู้สึกจนเธอต้องหนีไปต่างประเทศหลังเรียนจบ สามปีผ่านไปเธอกลับมาในฐานะทนายความสาวผู้เก่งกาจและจงใจปั่นประสาทเขาด้วยการใกล้ชิดกับศัตรูคู่แข่งของเขา เมื่อเห็นท่าทีท้าทายนั้นไบรอันก็หมดความอดทนและแสดงความปรารถนาที่ซ่อนไว้ออกมาอย่างเร่าร้อน ทว่าหลังค่ำคืนที่แสนเร้าใจจบลง จิลเลียนกลับบอกเขาด้วยรอยยิ้มอย่างไม่แยแสว่าเรื่องที่เกิดขึ้นเป็นเพียงแค่ความสัมพันธ์แบบชั่วคราวเท่านั้น