ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย ซ่อนรัก

ซ่อนรัก

โชคชะตาลิขิตให้ซูเปอร์สตาร์หนุ่มระดับแนวหน้าจากเกาหลีได้มาพบกับไกด์สาวชาวไทยผู้แสนธรรมดา ความประทับใจในครั้งนั้นยังคงตราตรึงอยู่ในใจของเขาอย่างไม่เสื่อมคลาย แม้เวลาจะล่วงเลยไปนานถึงสามปี แต่เมื่อพรหมลิขิตชักนำให้ทั้งคู่กลับมาพบกันอีกครั้งในโลกความจริง ความรู้สึกที่เคยเก็บซ่อนไว้ก็เริ่มปะทุขึ้นมาใหม่ เขาจะตัดสินใจอย่างไรเมื่อหัวใจดวงนี้เพรียกหาเพียงแต่เธอผู้เป็นรักแรกพบที่แสนคิดถึง
ตอน
แชร์

ตอน 2

บทที่ 2 ปากหวาน

นอกจากนั้นร้านข้าวแกงแห่งนี้จะเปลี่ยนเป็นร้านอาหารที่ยกระดับขึ้นมาอีกนิด เหมาะสำหรับพวกคอเหล้า หรือครอบครัวที่ต้องการออกมาหาของอร่อยในตอนกลางคืน ซึ่งจะเป็นหน้าที่ของบิดาที่เกษียณตัวเอง จากการเป็นลูกเรือขุดเจาะน้ำมันที่ประเทศดูไบมาสิบกว่าปีแล้ว..

“แยมเป็นอะไรมากหรือเปล่า เย็นนี้ไม่ต้องไปญี่ปุ่นดีไหม เดี๋ยวพี่โทรไปบอกพี่หนาให้หาไกด์คนอื่นไปทำแทน” พิษนุถามคนรักด้วยความห่วงใยขณะทานข้าวด้วยกัน

“ไม่ต้องค่ะ แยมไม่ได้เป็นอะไรมาก แค่รู้สึกปวดหัวนิดหน่อยเท่านั้น พอกินยาและได้นอนพักก็ดีขึ้นมากแล้ว”

“ดีขึ้นมากแล้วทำไมไม่ไปทำงานคะ หรืออยากแกล้งให้พี่เป็นห่วง”

หญิงสาวคลี่ยิ้มให้คนรัก “สงสัยจะเป็นอย่างหลังค่ะ” ความจริงที่เธอไม่เข้าบริษัทเพราะเห็นว่าไม่มีงานอะไร จึงให้นนทิยาที่เดินทางไปด้วยกัน เข้าไปจัดการเบิกเงินสำรองจ่ายและเตรียมเอกสารแทน

“แค่นี้ก็รักจะแย่แล้ว ยังอยากจะแกล้งอะไรอีกคะ” ชายหนุ่มพูดขณะตักต้มจืดเยื่อไผ่ใส่ถ้วยใบเล็ก

“ขอบคุณค่ะ” ดาวลดากล่าวขอบคุณเมื่อเขาวางถ้วยต้มจืดให้ตรงหน้า เขามักจะปากหวานและเอาใจเก่งแบบนี้เสมอจึงทำให้เธอไม่เคยเลิกรักเขา ถึงแม้จะจับได้หลายครั้งแล้วว่าเขาแอบนอกใจ แต่เขาก็มักจะมีคำพูดหวานๆ และวิธีเอาใจจนเธอโกรธไม่ลงและยอมอภัยให้เสมอ

“เดี๋ยวอิ่มข้าวแล้วพี่คงต้องขอตัวก่อน เพราะพี่ต้องไปธุระสำคัญ”

“ค่ะ” ดาวลดารับคำง่ายๆ แต่ในใจนั้นสงสัยมากเพราะเขาไม่กล้าสบตากับเธอเท่าไหร่นัก

“แยมไม่งอนพี่ใช่ไหมคะ” พิษนุส่งยิ้มให้หญิงสาวอย่างอ่อนโยน พอดีกับโทรศัพท์ส่งเสียงดังขึ้น เขาจึงหยิบขึ้นมาดู “ลูกค้าโทรมาพอดีเลย”

“ไม่หรอกค่ะ ถ้าพี่เต้มีงานก็ไปทำเถอะค่ะ”

“ถ้าอย่างนั้นพี่ไปก่อนนะคะ” เขาบอกเธอแล้วรีบลุกขึ้น เดินห่างออกไปไกลพอสมควรจึงกดรับสาย

ดาวลดาส่งสายตามองตามคนรักไปจนเขาสตาร์ทรถออกไป จึงเรียกให้คนงานในร้านมาเก็บถ้วยชามไปล้าง

“แฟนเราไปแล้วเหรอ”

“ค่ะป้าเดือน” ดาวลดาตอบป้าพร้อมรอยยิ้ม

“ทำไมรีบกลับนักล่ะ”

“พี่เต้เขามีธุระต้องไปทำค่ะ”

“แปลกคนนะแฟนเราคนนี้” ดวงเดือนบ่นขึ้นมาลอย ๆ แววตามีความลังเลปนอยู่

“แปลกยังไงหรือคะป้า พี่เต้เขามีสามหู สามตาหรือคะ” ดาวลดาล้อผู้เป็นป้าแล้วหัวเราะเบา ๆ

“เด็กคนนี้นี่ เดี๋ยวป้าตีตายเลย” ดวงเดือนเอ็ดหลานสาวไม่จริงจังนักแล้วนิ่งเงียบไปชั่วครู่ “ป้ารู้สึกว่าเขาไม่อยากอยู่กับเรานาน ๆ ทุกครั้งที่มาหาหนูเขาจะต้องมีธุระไปทำต่อตลอดเลย”

ดาวลดานิ่งไปชั่วครู่เมื่อได้ยินคำพูดของป้าดวงเดือน ไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่านางจะสังเกตถึงขนาดนี้

“ป้าเดือนคิดมากไปหรือเปล่าคะ พี่เต้เขาเป็นเจ้าของบริษัทนะ ธุระก็ต้องมากเป็นธรรมดา” เพราะความรักที่มีต่อแฟนหนุ่มทำให้เธอแก้ตัวแทนเขา ถึงแม้จะเห็นด้วยกับคำพูดของป้า.. แต่เขาอาจจะยุ่งเรื่องงานจริง ๆ

“อย่างนั้นเองเหรอ ป้าก็หลงคิดมากอยู่ตั้งนาน” ดวงเดือนรู้ว่าหลานสาวแก้ตัวให้คนรัก แต่นางไม่อยากพูดจากระทบจิตใจหลานให้มากกว่านี้ จึงทำเป็นยอมคล้อยตาม “ป้าว่าหนูเข้าบ้านไปอาบน้ำนอนสักตื่นดีกว่านะ เย็นนี้ต้องไปญี่ปุ่นอีกไม่ใช่เหรอ”

“ค่ะป้า แต่แยมอยากช่วยป้าขายของก่อนค่ะ”

“ไม่ต้องช่วยแล้วลูก เลยเที่ยงไปแล้วคนไม่ค่อยยุ่ง หนูไปนอนพักสักหน่อยดีกว่านะ” ดวงเดือนเกือบจะจับแก้มของหลานสาวอยู่แล้ว แต่เมื่อนึกได้ว่ามือของตัวเองอาจจะสกปรกและทำให้หน้าสวยใสของหลานเป็นสิว จึงเปลี่ยนเป็นลูบผมด้วยความรักใคร่แทน “เชื่อป้านะลูก ไปพักสักหน่อยเย็นนี้ได้มีแรงทำงาน”

“ก็ได้ค่ะ” ดาวลดาโอบเอวอวบๆ ของป้าอย่างรักใคร่ไม่ต่างกัน

“เข้าไปพักด้วยกันทั้งคู่นั่นแหละ ทางนี้ฉันจัดการเอง” ดวงดาวเดินออกมาจากหลังร้าน ได้ยินคำพูดของคู่แฝดกับหลานสาวจึงเอ่ยปากไล่ทั้งคู่

“ฉันว่าเธอนั่นแหละสมควรเข้าไปพักพร้อมหลาน ทำกับข้าวมาตั้งแต่เช้าแล้ว” ดวงเดือนไม่ยอม

“เธอนั่นแหละไป ทางนี้ฉันจัดการเอง ใครบอกว่าฉันเป็นคนทำฉันแค่ไปยืนคุมแล้วก็ชิมรสชาติแค่นั้นเอง ไม่เห็นจะเหนื่อยตรงไหน ไปเถอะไป ไปพักสักหน่อยเถอะ อีกเดี๋ยวก็เก็บร้านแล้ว ปล่อยให้เป็นหน้าที่ฉันเถอะ แยมเอาป้าเดือนเข้าบ้านไปด้วยลูก” ดวงดาวบอกกับหลานสาว

“แยมว่าป้าทั้งสองเข้าไปพักผ่อนดีกว่าค่ะ ปล่อยหน้าที่ทางนี้ให้แยมจัดการดีกว่า”

“ไม่ได้!” สองเสียงประสานขึ้นมาพร้อมกัน ไม่ยอมให้หลานสาวคนสวยที่เหลืออยู่เพียงคนเดียวเพราะอีกคนแต่งงานไปแล้วต้องทำงานหนักเด็ดขาด

“ห้ามพูดคำนี้กับแยมเด็ดขาดค่ะ ไปเลยค่ะ เข้าบ้านไปพักผ่อนเดี๋ยวนี้เลยค่ะ งานหมูๆ แค่นี้แยมจัดการเอง” หญิงสาวโอบบ่าของป้าฝาแฝดทั้งสองแล้วเดินไปยังทางเข้าบ้านซึ่งอยู่ทางด้านหลังของร้านเข้าไปประมาณห้าสิบเมตร..

“ป้าเดือน ป้าดาว อาบน้ำแล้วเข้าไปเปิดแอร์นอนให้สบายเลยนะคะ ถ้าแยมกลับเข้ามาเห็นป้าทั้งสองยังไม่นอนแยมงอนจริง ๆ ด้วย” ดาวลดาส่งป้าทั้งสองถึงหน้าบ้านแต่ไม่ได้เดินเข้าไปเพราะจะรีบกลับไปดูแลที่ร้าน

“แต่ป้าอยากให้หนูนอนมากกว่า” ดวงดาวดึงแขนหลานสาวไว้ ดวงเดือนพยักหน้าเห็นด้วย

“แยมยังเป็นสาวเป็นแส้ ยังแข็งแรงดีค่ะ ป้าเดือน ป้าดาวไม่ต้องห่วงแยมหรอกค่ะ” เธอตัดบทด้วยการหอมแก้มของป้าทั้งสองแล้ววิ่งเหยาะ ๆ ออกไปตามเส้นทางเดิมที่เดินเข้ามา..

“ฉันไม่อยากให้หลานแต่งงานกับผู้ชายคนนั้นเลยดาว” ดวงเดือนพูดขึ้นขณะส่งสายตามองตามหลังหลานสาวที่วิ่งไปไกลเกือบถึงร้านแล้ว

“ทำไมล่ะ เขาก็รักกันมานานหลายปีแล้วนี่”

“ก็เพราะหลายปีนะสิถึงไม่อยากให้แต่ง”

“ฉันเข้าใจความรู้สึกเธอนะ แต่มันเป็นเรื่องของเขาสองคนนะพี่เดือน” ดวงดาวเข้าใจดีว่าเพราะอะไรพี่สาวคู่แฝดถึงคิดแบบนี้ เพราะหลายปีที่หลานสาวรู้จักกับพิษนุจนกลายเป็นแฟนกัน ผู้ชายคนนั้นไปมาหาสู่ที่บ้านหลังนี้แต่ละครั้งก็เหมือนไม่ได้ตั้งใจมา ส่วนมากจะแวะมากินข้าวที่ร้านแล้วก็ซื้อกับข้าวกลับไปฝากที่บริษัทครั้งละมาก ๆ แต่ก็ไม่เคยแวะมาคุยหรือกินข้าวร่วมโต๊ะแบบเป็นทางการสักครั้ง

“ก็จริงอย่างที่เธอพูดนะ.. แต่ฉันรู้สึกว่าเขาดูแปลกๆ ยังไงไม่รู้ เวลาฉันมองหน้าเขา เขามักจะหลบสายตาฉันเสมอ แม้กระทั่งกับหลานเราเขาก็เป็นนะดาว” ดวงเดือนเล่าเรื่องเดิม ๆ ให้น้องสาวฟังอีก

“เราอาจจะคิดมากกันไปเองก็ได้นะเดือน เพราะเรารักและเป็นห่วงหลานมากเกินไป”

“ก็ขอให้เป็นแบบนั้นเถอะ”

“เข้าบ้านเถอะ เดี๋ยวหลานกลับมาเห็นเรายังไม่ขยับไปไหนจะโดนเขางอนใส่เอานะ" ดวงดาวพูดติดตลก เดินนำเข้าไปในบ้าน...

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย 1978 ฉันกลายเป็นสะใภ้ปากร้าย
8.8
เฉินซือหยู่ นักวิทยาศาสตร์สาวอัจฉริยะหลุดมาอยู่ในร่างสะใภ้สามผู้อ่อนแอแห่งบ้านสกุลจางในปี 1978 เธอถูกครอบครัวสามีรังแกสารพัดจนต้องลุกขึ้นมาเปลี่ยนตัวเองเป็นคนปากร้ายเพื่อปกป้องสิทธิ์ของตนเอง เมื่อจางซือหยวนสามีของเธอตัดสินใจพาแยกบ้านมาอยู่ในค่ายทหาร เธอจึงต้องใช้ความสามารถที่มีสร้างอาชีพและฐานะใหม่ท่ามกลางยุคสมัยที่ยากลำบาก เพื่อพิสูจน์ว่าเธอสามารถสร้างอนาคตที่รุ่งโรจน์ให้ครอบครัวได้ด้วยสองมือของตนเองแม้จะต้องเผชิญอุปสรรคมากมายเพียงใดก็ตาม
หน้าปกนวนิยาย พิชญ์รัก
9.2
พิชญ์รัก:...เหตุเพราะน้องชายตัวดี ไปมีความสัมพันธ์ต้องห้าม กับศัตรู หัวเด็ดตีนขาด “เธอ” ก็ไม่มีวันยอมให้น้องชายลงเอยกับลูกสาวของตระกูลที่เคยดูถูกเธออย่างไม่มีดี . ดูเหมือนทุกอย่างจะเป็นไปตามแผนที่เธอวางไว้ หากไม่เพราะ “เขา” ทายาทหนุ่มเสเพลของบ้านนั้น ที่ซ้อนแผนเอาคืนเธอ ทำเอางานนี้ เจ้าหล่อนจะต้องเลือกว่าจะยอมให้น้องชายได้ลงเอยในเรื่องความสัมพันธ์ หรือจะจนมุมไปกับจอมวางแผนที่ตนก็เพิ่งรู้ว่าแท้จริงแล้ว.... เขาช่างเจ้าคิดเจ้าแค้น และต้องการเอาชนะเธอมาตั้งแต่ต้น โดยมี “เรือนร่าง” เธอเป็นเดิมพัน +++++++++++++++++++++++++++++++ “ปล่อยฉันไปนะ นี่คุณเล่นบ้าอะไร?” “เล่นบ้าอะไรงั้นเหรอ... ก็เล่นผัวเมียกันยังไงล่ะ” “คนบ้า! มันใช่เวลามาล้อเล่นแบบนี้มั้ย ปล่อยฉันไปนะ!” “เล่นผัวเมียกันจริงๆ มีลูกด้วยกันจริงๆ สักคนสองคน” “คนบ้า เล่นไปคนเดียวเถอะ” “มีลูกกับผม คุณจะได้รู้... ความรู้สึกที่โดนพรากลูกพรากแม่มันเป็นยังไง” “เลว! นรกขุมไหนส่งคุณมาเกิดกัน คนบ้า!” สิ้นเสียงเล็ก จูบร้อนแรงถูกบดขยี้ลงมาอย่างร้ายกาจ เชลยในอ้อมกอดไม่อาจขัดขืนเขาได้แม้แต่น้อย หญิงสาวรู้ตัวดีว่า จุมพิตนี้หาใช่เกิดจากความรัก หากเขาต้องการแค่เพียงลงทัณฑ์เธอ... “คุณ... ไม่นะ พราวไม่อยากท้อง!” หญิงสาวบ่ายหน้าหนีจนหลุดพ้นพันธนาการจุมพิตร้าย ก่อนวอนขอ... “ไม่ทันแล้วครับ คุณต้องท้องและรับรู้ความเจ็บปวดว่าการถูกพรากลูกมันเป็นยังไง” “คนเลว... ปล่อยฉันเดี๋ยวนี้นะ!” “ถ้าปล่อย... ก็ยังไม่หายแค้นน่ะสิครับ” ถ้อยคำนั้นแสนธรรมดา หากเจือแววเยือกเย็นพร่าผลาญใจ ส่งให้เชลยสาวในอ้อมกอดรู้สึกหนาวยะเยือกกับสิ่งที่ต้องเจอนับจากนี้.... เรื่องราวเริ่มต้นจากชีวิตที่ดูเหมือนปกติ แต่แท้จริงแล้วเต็มไปด้วยรอยร้าวของความสัมพันธ์และความลับที
หน้าปกนวนิยาย พี่หมอเจ้าขาอย่าทำข้าหวั่นไหว
9.8
เมื่อโชคชะตาพาแม่หญิงช่อฟ้าแห่งอโยธยาข้ามกาลเวลามาสู่กรุงเทพฯ ยุคปัจจุบันที่เธอไม่รู้จัก การปรับตัวในโลกใหม่จึงเริ่มต้นขึ้นโดยมีพี่หมอหนุ่มผู้อ่อนโยนคอยดูแลและชี้ทางสว่างให้ ความใกล้ชิดเปลี่ยนความหวาดกลัวเป็นความหวั่นไหว จนก่อเกิดเป็นความรักที่ลึกซึ้งท่ามกลางอุปสรรคแห่งยุคสมัย จากสาวหลงยุคสู่การเป็นฟ้ารดา มหานคร ทายาทห้างทองผู้มั่งคั่ง เธอจะเลือกเดินบนเส้นทางที่พรหมลิขิตขีดเขียนไว้เพื่อครองคู่กับเขาตลอดไปได้หรือไม่
หน้าปกนวนิยาย แค้นเมียเก่า ขั้นสุด
7.9
หลังสูญเสียลูกชายและถูกสามีอย่างเจตน์ทรยศด้วยการยกสมบัติให้บิวตี้ น้องสาวบุญธรรมผู้ทำลายชีวิตเธอ เอวาจบชีวิตลงด้วยความแค้น ทว่าเธอกลับตื่นขึ้นมาในร่างวัยเยาว์ ณ สถานสงเคราะห์ในวันที่ครอบครัวมหาเศรษฐีจะมารับอุปการะ ที่นั่นเธอได้พบเจตน์ที่ย้อนเวลากลับมาเช่นกัน เขากล่าวขอโทษและสัญญาจะปกป้องเธอให้ดีกว่าเดิม แต่สำหรับเอวาที่เคยสูญเสียทุกอย่างเพราะคำลวงของเขา เธอไม่มีวันให้อภัยและพร้อมจะทวงคืนความยุติธรรมในชีวิตใหม่นี้ด้วยมือของเธอเอง
หน้าปกนวนิยาย น้องเมีย
9.3
ชติรสพยายามปกปิดร่างกายที่เปลือยเปล่าจากสายตาคมกริบของชายหนุ่มหลังบทรักจบลง เขาจำใจต้องผละจากเธอเพื่อรักษาคำมั่นสัญญาที่ให้ไว้ แม้จะเสน่หาในตัวเธอเพียงใดก็ตาม ข้อตกลงลับระหว่างกันระบุชัดเจนว่าเธอต้องเป็นตัวแทนของลิก้า พี่สาวของเธอ โดยแลกกับการที่เขาต้องเลิกยุ่งเกี่ยวกับพี่สาวอย่างเด็ดขาด ชติรสใช้ตัวเองเข้าแลกเพื่อปกป้องพี่สาว พร้อมคำข่มขู่ว่าหากเขาผิดสัญญาเธอจะไม่ยอมอยู่เฉยแน่ ท่ามกลางบรรยากาศที่เต็มไปด้วยแรงดึงดูดและความโกรธแค้นที่คละคลุ้งในใจ
หน้าปกนวนิยาย ยั่วรัก..ประธานขา
8.5
เมื่อนางเอกถูกดูหมิ่นเรื่องรูปลักษณ์จากหญิงสาวที่พึ่งพาเพียงศัลยกรรม เธอจึงตอกกลับด้วยความมั่นใจว่าความงามที่แท้จริงคืออะไร ทว่าความขัดแย้งในใจกลับทวีคูณเมื่อเธอเข้าใจผิดว่าถูกพระเอกล่วงเกินทางเพศ ความอัปยศและความเสียใจทำให้เธอตัดสินใจเด็ดขาดที่จะยุติพันธะสัญญาทั้งหมดที่มีต่อเขา เรื่องราวความรักที่เต็มไปด้วยความเข้าใจผิดและการเผชิญหน้าท่ามกลางโลกของนักธุรกิจหนุ่มผู้ทรงอิทธิพลจึงเริ่มต้นขึ้นอย่างดุเดือด