ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย ทะลุมิติซุปเปอร์พี่สาวสุดแกร่งกับระบบสินค้าสู่ความมั่งคั่ง

ทะลุมิติซุปเปอร์พี่สาวสุดแกร่งกับระบบสินค้าสู่ความมั่งคั่ง

อดีตนักล่าซอมบี้จากยุควันสิ้นโลกได้ข้ามมิติมาอยู่ในร่างของเด็กสาวชาวไร่ผู้แร้นแค้น เธอต้องแบกรับภาระในการปกป้องแม่และน้องสาวให้รอดพ้นจากการเอารัดเอาเปรียบของเหล่าญาติใจร้ายที่จ้องจะทำลายครอบครัวของเธอ ด้วยพละกำลังอันเหนือชั้นและระบบช่วยเหลือสุดพิเศษ เธอจึงเริ่มต้นสร้างอาณาจักรธุรกิจเพื่อพลิกชีวิตจากความยากจนสู่ความมั่งคั่งที่กินใช้ไปทั้งชาติก็ไม่มีวันหมด พร้อมฟันฝ่าทุกอุปสรรคด้วยความแข็งแกร่งที่ใครก็มิอาจต้านทานได้ในโลกใบใหม่นี้
ตอน
แชร์

ตอน 3

ตอนที่3 หม้อทองใบแรก (1)

                  ภายในห้องของครอบครัว หยานเจิ้นเจิ้นส่งหมั่นโถวลูกหนึ่งให้เห่อซื่อ น้ำเสียงจากที่เคยขับสู้แกร่งกร้าวเย็นชาเมื่อครู่ได้อันตรธานหมดสิ้น คงเหลือเพียงความอ่อนโยนและรักใคร่ว่า

                  “ท่านแม่ คงหิวมากเลยกระมัง รีบกินหมั่นโถวกับไก่ย่างก่อนเถิด”

                  นับตั้งแต่วันนั้นที่สามีของนางหายสาบสูญไป เห่อซื่อก็ไม่เคยได้รับประทานอาหารดีๆหรือข้าวที่หุงร้อนๆในบ้านหลังนี้อีกเลย เห็นหมั่นโถวสะอาดสีขาวลูกโตสะอาดตรงหน้า นางอดกลืนน้ำลายกระเดือกลงคอด้วยความหิวโหยมิได้ แต่สุดท้ายยังคงยืนกรานปฏิเสธ ผลักไสส่งกลับให้หยานเจิ้นเจิ้น 

                  “แม่ยังไม่หิวเท่าไหร่ ลูกนั่นแหละที่ยังไม่ได้ทานอะไรเลยตั้งแต่เช้า รีบๆกินก่อนเถอะ”

                  ในชีวิตก่อนหน้า ณ ยุควันสิ้นโลก หยานเจิ้นเจิ้นสูญเสียทั้งพ่อทั้งแม่ไปตั้งแต่ยังเล็ก ความรักใคร่ห่วงใยจากผู้เป็นมารดาเช่นนี้ นานเท่าไหร่แล้วที่มิได้สัมผัส? นางพลันรู้สึกคัดจมูกแดงระเรื่อขึ้น น้ำตาคลอเบ้าเล็กน้อยด้วยความซาบซึ้งเจียนจะร้องไห้ แต่ยังคงยิ้มสู้ขานรับกลับไป

                  “ทั้งหมั่นโถวทั้งไก่ย่างมีตั้งมากมาย งั้นเรามากินด้วยกันเถิด ถ้าไม่พอจริงๆ เดี๋ยวข้าจะไปเอาจากครัวมาเพิ่ม”

                  จังหวะเดียวกัน ดวงตาคู่สวยของหยานเจิ้นเจิ้นค่อยๆเลื่อนมองไปทางทารกตัวน้อยในอ้อมแขนของเห่อซื่อ แลเห็นดวงตากลมโตเปล่งประกายสดใสประดุจองุ่นแวววับสองลูก ไหนจะผิวพรรณขาวนวลดั่งน้ำนมอีก เสียอย่างเดียวคือร่างกายที่ซูบผอมเกินไปหน่อย เอื้อมมือออกไปสัมผัสฝ่ามืออวบๆของน้องสาวตัวน้อยด้วยความเอ็นดู ทว่าทันใดนั้นเอง นางก็บังเอิญสังเกตเห็นปานรูปพระจันทร์เสี้ยวที่หลังมือของทารกน้อย เห็นเช่นนี้หยานเจิ้นเจิ้นถึงกับชะงักอึ้งเล็กน้อย

                  ในชีวิตก่อนหน้า หยานเจิ้นเจิ้นเคยเก็บแมวสีขาวตัวหนึ่งมาเลี้ยงซึ่งมีชื่อว่า ‘เจ้าเกี๊ยวขาว’ จุดเด่นของมันก็คือรอยปานรูปพระจันทร์เสี้ยวที่อุ้งเท้าขวาเหมือนกับทารกน้อยตรงหน้าไม่มีผิด แต่น่าเสียดายที่ครึ่งปีก่อน เจ้าเกี๊ยวขาวกลับหายตัวไปอย่างไม่ทราบสาเหตุ ซึ่งพูดกันตามตรง การหายตัวไปในยุควันสิ้นโลกที่มีแต่ซอมบี้กับพวกคนโฉดชั่วเช่นนั้น จุดจบจะเป็นเยี่ยงไรก็รู้กันอยู่และไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจเท่าไหร่นัก เพราะถ้าไม่ถูกซอมบี้รุมทึ้ง ก็คงถูกพวกมนุษย์จับไปต้มกินเพื่อประทังชีวิต อย่างไรก็เถอะ แม้นางจะตระหนักดีถึงสัจธรรมนี้ แต่สัตว์เลี้ยงที่เป็นดั่งเพื่อนและสหายร่วมรบหายไปทั้งตัว ใครเล่าจะไม่รู้สึกเศร้าโศก แต่เดี๋ยวก่อนนะ ตอนนี้น้องสาวของนางอายุย่างเข้าหกเดือนพอดีเหมือนกันมิใช่รึ? นี่หรือว่า…

                  หยานเจิ้นเจิ้นอุ้มทารกน้อยชูขึ้นกลางอากาศคล้ายจะเล่นเป็นเครื่องบิน สร้างความสนุกสนานให้แก่เจ้าตัวน้อย ด้วยความอาลัยคิดถึงแมวตัวโปรดนั่นเอง ทำให้นางเผลอเรียกขานน้ำเสียงอ่อนนุ่มโดยมิตั้งใจ

                  “ถ้าเจ้าคือเจ้าเกี๊ยวขาวกลับชาติมาเกิดก็คงดี…”

                  เสมือนว่าทารกน้อยเข้าใจถึงสิ่งที่หยานเจิ้นเจิ้นกำลังพูด เนี่ยเนี่ยกระพริบดวงตาใสปริบๆพร้อมกับยิ้มร่าอย่างใสซื่อแทนคำตอบรับ หยานเจิ้นเจิ้นจุมพิตประทับกลางหน้าผากน้องสาวด้วยความอ่อนโยน ในภายภาคหน้ายังมีเวลาเหลืออีกมากมาย และนางเองก็ตระหนักดีว่า หน้าที่หลักของตน ณ ปัจจุบันคือการสั่งสอนอบรมและปกป้องน้องสาวผู้นี้ให้เติบโตขึ้นมาอย่างปลอดภัยแข็งแรง

                  “เจิ้นเจิ้น? เจิ้นเจิ้นลูก?”

                  เห่อชื่อสะกิดแขนบุตรสาวอยู่หลายต่อหลายครั้ง คิ้วขมวดถักเป็นรอยย่นเอ่ยถามอย่างเป็นห่วง

                  “ลูกเป็นอะไรไปรึ? กำลังคิดอะไรอยู่?”

                  หยานเจิ้นเจิ้นได้สติจึงแสร้งอ้าปากหาววอดแล้วตอบว่า

                  “แค่ง่วงนิดหน่อยก็เลยเหม่อๆน่ะ”

                  สำหรับลูกสาวคนนี้ ผู้เป็นแม่ไม่เคยกังขาสงสัยในคำพูดคำจา จึงลูบหัวหยานเจิ้นเจิ้นแผ่วเบาพร้อมขานตอบกลับไป

                  “ถ้าง่วงก็รีบเข้านอนเถิด”

                  เมื่อเห่อซื่อจัดแจงปูที่นอนเสร็จ หยานเจิ้นเจิ้นพยักหน้าอย่างเชื่อฟังพร้อมล้มตัวลงนอนว่องไว จนกระทั่งถึงกลางดึกสงัด เมื่อเห่อซื่อกับเนี่ยเนี่ยน้องสาวนอนหลับปุ๋ยไปแล้ว นางจึงเสาะโอกาสเข้าสู่ห้วงมิติอีกครั้ง

                  ผลไม้ในแปลงเพิ่งงอกสดๆใหม่ๆ ภายใต้ฤทธิ์ความมหัศจรรย์ของน้ำพุวิญญาณ ส่งผลให้พวกมันโตเต็มที่พร้อมเก็บเกี่ยวได้แล้ว โดยเฉพาะดอกบัวมุกที่ส่งกลิ่นหอมหวานพัดโชยไปทั่วสวนไร่ หยานเจิ้นเจิ้นครุ่นพินิจอยู่นานว่า จะนำผลผลิตชุดนี้ไปเล่นแร่แปรธาตุเยี่ยงไรดี จึงจะสามารถทำกำไรก้อนแรกได้มากๆ?

                  หากพูดถึงบัวมุกก็ต้องนึกถึงขนมหวานเป็นอย่างแรก ปิงเฟิ่น (วุ้นเย็นสไตล์เสฉวน) ดูจะเข้าท่าที่สุด! โดยเฉพาะในช่วงฤดูร้อนเยี่ยงนี้แล้ว ขนมเย็นย่อมตอบโจทย์เป็นอย่างดี

                  นึกขึ้นได้เช่นนั้น นางจึงเริ่มลงมือไม่รีรอ

                  ขั้นแรก หยานเจิ้นเจิ้นนำบัวมุกที่เก็บเกี่ยวได้มาล้างให้สะอาด พร้อมกับหยิบเส้นบุกที่เป็นเสบียงอาหารฉุกเฉินเพียงไม่กี่ชิ้นที่ปลดล็อกได้ตั้งแต่เริ่มมาแช่น้ำให้บวมนุ่ม ถัดมาจึงเลือกแตงโมลูกสวยอวบอิ่มมาผ่าแกะเมล็ดพร้อมตัดเป็นชิ้นเต๋าพอดีคำน่ารับประทาน เมื่อถึงคราวจัดเรียง จึงวางเส้นบุกนุ่มนิ่มลงในถ้วยพร้อมด้วยบัวมุกกับชิ้นแตงโม โรยหน้าด้วยถั่วลิสงบดกับผงน้ำตาลทรายแดงลงไป เท่านี้ก็สามารถเนรมิตปิงเฟิ่นที่มีรสหวานละมุนและสดชื่นขึ้นได้แล้ว หยานเจิ้นเจิ้นลองชิมคำหนึ่งแล้วจึงพยักหน้าด้วยความพึงพอใจ ตลอดค่ำคืนนั้น นางลงมือทำเพิ่มอีกหลายสิบถ้วย และเพราะมัวแต่ปรุงขนมหวานออกมาขาย รู้สึกตัวอีกทีก็รุ่งเช้าของอีกวันเสียแล้ว เมื่อออกจากห้วงมิติจึงพบว่า เห่อซื่อกับเนี่ยเนี่ยน้องสาวยังคงหลับสนิทฝันดีอยู่ เช่นนั้น นางจึงย่องออกจากบ้านพร้อมกับถาดใส่ปิงเฟิ่นอีกหลายสิบถ้วย

                  ตลาดช่วงเช้าบรรยากาศเต็มไปด้วยความคึกคักมีชีวิตชีวา ทั้งคนซื้อและพ่อค้าขายของมากหน้าหลายตาต่างเดินกันขวักไขว่ไม่ขาดสาย หยานเจิ้นเจิ้นเสาะหาทำเลที่ว่างเหมาะๆแถวนั้นตั้งถาดจัดเรียงปิงเฟิ่นอย่างว่องไว กระแอมไอปรับเขย่ากระเดือกอยู่สองสามที แล้วจึงเริ่มตะโกนเสียงหวานฉ่ำตามแบบฉบับสาวน้อยขายของในทันใด

                  “ปิงเฟิ่นจ้า ปิงเฟิ่นเย็นๆสดชื่น…”

                  เสียงตะโกนสดใสรื่นหูของนางสามารถชักนำดึงดูดความสนใจของใครหลายคนที่สัญจรบนท้องถนนได้เป็นอย่างดี แต่กลับไม่มีใครสักคนที่กล้าเข้ามาซื้อจริงๆ จะมีก็เพียงเสียงกระซิบกระซาบเบาๆว่า

                  “ปิงเฟิ่นคืออันใด? กินได้จริงๆกระมัง?”

                  “ข้าก็มิทราบ ชื่อนี้ไหนเลยไม่เคยคุ้นหูมาก่อน ดูเข้าสิ บอกว่าเย็นๆสดชื่นแต่กลับไม่มีน้ำแข็งแม้สักก้อน?”

                  “นั่นสิ มีแต่ผงถั่วกับผงน้ำตายทรายแดง ยิ่งไปกว่านั้นยังมีเส้นบะหมี่ในนั้นด้วย สิ่งนี้ยังเรียกว่าของหวานอยู่หรือไม่?”

                  ฟังจากบทสนทนาของผู้คนที่เดินขวักไขว่ผ่านไปมา หยานเจิ้นเจิ้นเริ่มตระหนักได้ทันทีว่า ผู้คนในยุคสมัยนี้กลับไม่รู้จักขนมหวานที่ชื่อปิงเฟิ่นมาก่อน

                  “แม่หนูเอ๊ย เจ้าสิ่งที่กำลังขายอยู่นั่นมันเรียกว่าอะไร? ปิงเฟิ่นรึ?”

                  ชายชราอีกคนที่ตั้งแผงขายก๋วยเตี๋ยวอยู่ข้างเคียงกันถึงกับหลุดหัวเราะ เห็นเส้นบุกหนุบหนับในชามขนมที่ดูไม่เข้ากันแม้สักนิด เจ้าตัวจึงอาสาจับตะเกียบคีบเส้นบะหมี่แป้งที่กำลังต้มอยู่ในหม้อขึ้นแสดง แล้วกล่าวกับหยานเจิ้นเจิ้นว่า

                  “แม่หนู ดูนี่ ดูนี่ เส้นบะหมี่ที่ดีจะต้องมีสีขาวและเรียวเล็ก หาใช่เส้นหมี่อย่างของเจ้าที่สีเข้มดูไม่น่ารับประทาน แล้วคิดเยี่ยงไรถึงได้นำเส้นบะหมี่ไปใส่กับแตงโมและบัวมุก? ดูยังไงก็หาเข้ากันสักนิดไม่! ไม่ไหว ไม่ไหว…”

ดูต่อเลย!
เนื้อเรื่องกำลังเข้มข้น! ไปที่แอปเพื่ออ่านต่อ
ปลดล็อกทุกตอน
เปิดเว็บไซต์ทางการ

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย หลงรักผู้ชายร้ายๆ
9.4
รอยร้าวระหว่างสองตระกูลนำมาซึ่งเกมล้างแค้นที่ไม่มีใครยอมใคร แต่อลินกลับต้องตกที่นั่งลำบากเมื่อกลายเป็นคนกลางระหว่างพ่อบังเกิดเกล้ากับชายหนุ่มผู้ขึ้นชื่อว่าเป็นสามี สถานการณ์บีบคั้นถึงขีดสุดเมื่อบิดาของเธอวางแผนกำจัดเลือดเนื้อเชื้อไขของตัวเองเพื่อทำลายล้างศัตรูให้สิ้นซาก ท่ามกลางศึกสายเลือดและแรงพยาบาทที่โหมกระหน่ำ อลินจะเลือกนิ่งเฉยยอมจำนนต่อโชคตระกูล หรือจะลุกขึ้นสู้เพื่อปกป้องลูกน้อยจากน้ำมือของพ่อตนเอง
หน้าปกนวนิยาย สมบัติแห่งขุนเขา
9.2
เนี่ยหลิงสิ้นใจลงอย่างปริศนาและตื่นขึ้นมาอีกครั้งในดินแดนแห่งผู้ฝึกตนโดยไม่ทราบสาเหตุ เขาเริ่มต้นชีวิตใหม่ท่ามกลางโลกแห่งพลังลมปราณพร้อมกับพรลึกลับสองประการที่ได้รับมาแบบไม่ทันตั้งตัว นอกเหนือจากความสามารถใหม่ เขายังมีธนูคู่ใจพร้อมลูกศรครบชุดและแหวนมิติสำหรับเก็บสิ่งของติดตัวไปด้วย แม้แต่ตัวเขาเองก็ยังหาคำตอบไม่ได้ว่าเรื่องราวทั้งหมดนี้เกิดขึ้นได้อย่างไร แต่เขาก็จำใจต้องก้าวต่อไปในเส้นทางที่ไม่คุ้นเคยนี้ด้วยความหวังว่าโชคชะตาครั้งใหม่จะนำพาชีวิตไปสู่ทิศทางที่ดีขึ้นกว่าเดิม
หน้าปกนวนิยาย เถื่อนปรารถนา
8.7
ท่ามกลางพงไพรเขียวขจีที่เป็นฉากหลังของการหลบหนีจากการไล่ล่าอันดุเดือด ความสัมพันธ์ของคนสองคนได้ถือกำเนิดขึ้นท่ามกลางอันตราย ก่อเกิดเป็นเพลิงปรารถนาที่แผดเผาอย่างเร่าร้อนและรุนแรงในป่าลึก สองร่างกายและหัวใจถูกหลอมรวมเข้าด้วยกันจนกลายเป็นความผูกพันที่ยากจะถอนตัว แม้ภารกิจหนีตายจะสิ้นสุดลงและทั้งคู่ได้ก้าวพ้นชายป่าออกมาแล้วก็ตาม แต่เปลวไฟแห่งความเสน่หาที่โชติช่วงกลับไม่มีทีท่าว่าจะมอดดับลงไปง่ายๆ ตามระยะทางที่ผ่านพ้นมา
หน้าปกนวนิยาย เอื้อมหัวใจเทพบุตรแบดบอย
9.5
เมื่อเอื้อมพัฒน์ เชฟหนุ่มสุดฮอตเจ้าของฉายาพ่อเสือร้ายผู้รักสนุกและไม่เคยคิดผูกมัดกับใคร กลับมาสะดุดตาเด็กฝึกงานสาวอย่างศุรตาจนเกิดเป็นความสนใจที่ยากจะถอนตัว ทว่าเส้นทางความรักของเพลย์บอยตัวฉกาจครั้งนี้ไม่ได้ง่ายอย่างที่คิด เพราะอดีตที่ขมขื่นและเบื้องหลังอันดำมืดของเขากำลังตามหลอกหลอน อีกทั้งปมความขัดแย้งที่แฝงไปด้วยอันตรายยังพร้อมจะปะทุขึ้นทุกเมื่อเพื่อทำลายความสัมพันธ์ที่เริ่มก่อตัวนี้ให้พังทลายลง
หน้าปกนวนิยาย ข้าอยู่บน ท่านอ๋องอยู่ล่าง
7.8
เซียวหนานคือนกกระจอกสืบข่าวระดับล่างในองค์กรลับผู้ไร้หัวนอนปลายเท้า นางถูกฝึกฝนอย่างหนักในศาสตร์การปรนนิบัติและศิลปะแห่งกามารมณ์เพื่อแทรกซึมเข้าหาเหล่าขุนนาง แม้วรยุทธ์จะต่ำต้อยแต่นางกลับเชี่ยวชาญการใช้เรือนร่างเป็นอาวุธล่อลวงบุรุษ แม้จะเคยฝึกฝนกับของเทียมและชายปริศนามาบ้าง แต่นางยังต้องรักษาพรหมจรรย์ไว้เพื่อมอบให้แก่เหยื่อสูงศักดิ์รายแรกตามคำสั่งของนายใหญ่ ท่ามกลางวังวนแห่งการชิงไหวชิงพริบที่ต้องใช้ทั้งร่างกายและหัวใจเข้าแลกเพื่อความอยู่รอด
หน้าปกนวนิยาย ชายาตัวร้ายของท่านอ๋องอำมหิต
8.9
จากอดีตฮองเฮาผู้ทะเยอทะยานที่ต้องจบชีวิตลงด้วยข้อหากบฏจากน้ำมือสวามีตนเองอย่างไม่เป็นธรรม จิตวิญญาณของนางได้รับโอกาสให้กลับมาเกิดใหม่อีกครั้งเพื่อแก้ไขโชคชะตาที่เคยพังทลาย ในชาตินี้นางขอสาบานว่าจะไม่กลับไปเดินบนเส้นทางเดิมเพื่อเป็นหงส์คู่บัลลังก์ของฮ่องเต้ใจอำมหิตผู้นั้นอีกต่อไป แต่จะขอใช้ชีวิตใหม่ที่ได้รับมาเพื่อเป็นผู้กำหนดทิศทางและลิขิตความเป็นไปในอนาคตของตนเองด้วยหัวใจที่แกร่งกว่าเดิม