หน้าปกนวนิยาย ทะลุมิติซุปเปอร์พี่สาวสุดแกร่งกับระบบสินค้าสู่ความมั่งคั่ง

ทะลุมิติซุปเปอร์พี่สาวสุดแกร่งกับระบบสินค้าสู่ความมั่งคั่ง

9.5 / 10.0
อดีตนักล่าซอมบี้จากยุควันสิ้นโลกได้ข้ามมิติมาอยู่ในร่างของเด็กสาวชาวไร่ผู้แร้นแค้น เธอต้องแบกรับภาระในการปกป้องแม่และน้องสาวให้รอดพ้นจากการเอารัดเอาเปรียบของเหล่าญาติใจร้ายที่จ้องจะทำลายครอบครัวของเธอ ด้วยพละกำลังอันเหนือชั้นและระบบช่วยเหลือสุดพิเศษ เธอจึงเริ่มต้นสร้างอาณาจักรธุรกิจเพื่อพลิกชีวิตจากความยากจนสู่ความมั่งคั่งที่กินใช้ไปทั้งชาติก็ไม่มีวันหมด พร้อมฟันฝ่าทุกอุปสรรคด้วยความแข็งแกร่งที่ใครก็มิอาจต้านทานได้ในโลกใบใหม่นี้

ทะลุมิติซุปเปอร์พี่สาวสุดแกร่งกับระบบสินค้าสู่ความมั่งคั่ง ตอนที่ 1

ตอนที่1 การเกิดใหม่

                  ท่ามกลางรัตติกาลสีเย็นแสนเงียบสงัด สายลมพัดโชยโรยราบนทุ่งหญ้าส่ายไสว สาวน้อยนางหนึ่งจากที่เคยหลับตาข่มสนิทยามนี้เบิกโตขึ้นฉับพลัน นัยน์ตาประดุจน้ำหมึกสีดำสนิทฉายประกายไอเย็นเยี่ยงนักฆ่า ท่อนมือเรียวบางคล้ายกิ่งไม้แห้งที่ดูยังไงก็ทั้งอ่อนแอและไร้พลัง มันกลับเคลื่อนไหวลงมือด้วยความเร็วอันน่าเหลือเชื่อ นางพุ่งจับศีรษะของชายเถื่อนร่างใหญ่เบื้องหน้าหวังใช้เป็นศูนย์ถ่วง ร่างอรชรเล็กจิ๋วตีลังกาหนึ่งตลบขึ้นขี่พร้อมบิดหัวทิ้งเสียงกระดูกลั่นแตกดังกร๊อบ!

                  ภายในเสี้ยวอึดใจขณะ ชายเถื่อนร่างใหญ่สิ้นใจตายทันที!

                  หยานเจิ้นเจิ้นถีบร่างไร้วิญญาณที่ล้มทับบนตัวนางออกไป ก่อนจะลุกขึ้นจัดระเบียบร่างกายและเสื้อผ้า หนึ่งปราดสายตากวาดสำรวจสภาพแวดล้อมโดยรอบที่สุดแสนจะไม่คุ้นเคยเอาเสียเลย ที่นี่ไม่มีทั้งฝูงซอมบี้นับพันหมื่น ปราศจากเสียงฉีดกระชากของเนื้อหนังและการฆ่าฟัน ไร้ซึ่งร่องรอยความโกลาหลโหดร้ายใดๆ

                  ที่นี่…ที่ไหนกันนะ?

                  หยานเจิ้นเจิ้นลูบศีรษะตัวเองเจือผสมแววความมึนงงกว่าหลายส่วน อีกทั้งร่างกายของเธอก็ยังคงอยู่ในสภาพสมบูรณ์ปลอดภัยดี สิ่งนี้ยิ่งทำให้เธอประหลาดใจหนักเข้าไปใหญ่

                  ในช่วงค.ศ.xxxx ภายหลังจากมหันตภัยการระบาดใหญ่ของเชื้อซอมบี้ครั้งที่ 108 ส่งผลให้ระบบรัฐบาลโลกล่มสลายไปอย่างสมบูรณ์ ชัยชนะตกอยู่ในกำมือของเหล่าซอมบี้และเข้าสู่โลกโลกาวินาศที่ไร้ซึ่งกฎเกณฑ์ ในวันนี้ระหว่างที่เธอเดินทางออกไปหาเสบียง แต่ดันพลาดท่าถูกฝูงซอมบี้โจมตีและโดนรุมกินโต๊ะชนิดตายทั้งเป็น แต่ประเด็นชวนคิดคือ เพราะเหตุใดเธอถึงยังไม่แปรสภาพกลายเป็นซอมบี้เหมือนคนอื่น? มิหนำซ้ำยังโผล่มาที่ไหนก็ไม่รู้ในสภาพร่างกายที่สมบูรณ์พร้อมอีกด้วย?

                  หนึ่งชั่วขณะฉุกคิด ธารน้ำแห่งความทรงจำนับไม่ถ้วนพลันไหลทะลักแล่นสู่สมองของเธอ

                  ภายหลังใช้เวลาสักครู่ใหญ่เพื่อทำความเข้าใจและปะติดปะต่อเรื่องราวความเป็นมาทั้งหมด เธอจึงรู้แจ้งในท้ายที่สุด ปรากฏว่าตนเองได้ทะลุมิติมาเกิดใหม่อีกครั้ง

                  เจ้าของร่างเดิมที่เธอใช้อาศัยอยู่ ณ ปัจจุบันเป็นสาวน้อยจากครอบครัวชาวนาตระกูลหนึ่งในจักรวรรดิลั่วอันยิ่งใหญ่  อีกทั้งชื่อของสาวน้อยนางนี้ยังเหมือนกับเธอพอดี

                  เหตุการณ์เมื่อสักครู่นี้คือช่วงที่เจ้าของร่างเดิมกำลังออกเดินทางตามหาพ่อที่หายตัวไปอย่างลึกลับกว่าครึ่งเดือนแล้ว ทว่าดันถูกโจรภูเขาพบตัวเข้า ขณะวิ่งหนีตายเพราะความตื่นตระหนกเสียขวัญนั่นเองเลยไม่ทันระวัง สะดุดพื้นล้มหัวกระแทกพื้นตายคาที่ และนั่นเป็นจังหวะที่วิญญาณของหยานเจิ้นเจิ้นคนนี้ได้เข้ามาสิงร่างใช้งานแทน

                  “จับตัวได้รึยัง? อย่าบอกนะว่าเพียงเด็กผู้หญิงตัวเล็กๆคนเดียว เจ้าจะดันโง่ปล่อยให้หลุดมือไปได้น่ะ?”

                  ชายเถื่อนร่างกำยำใหญ่อีกคนเดินถือกระบองเข้ามาพร้อมกับเสียงพูดเยาะเย้ยถากถาง แต่เมื่อเข้ามาใกล้ๆพลันค้นพบว่า เพื่อนโจรคนนั้นที่คุยด้วยเมื่อครู่ดันนอนแน่นิ่งอยู่บนพื้นไม่คิดจะขยับเขยื้อนด้วยซ้ำ เจ้าตัวถึงกับเลือดขึ้นหน้า ตะโกนด่าเสียงดังหวังปลุกให้ตื่นโดยหารู้ไม่ว่าอีกฝ่ายได้กลายเป็นศพนานแล้ว

                  “บัดซบ! ก็ว่าทำไมหายไปนาน! ที่แท้ก็มานอนอยู่ตรงนี้นี่เอง!”

                  ชายเถื่อนคนนั้นร้องสบถดุด้วยความไม่พอใจอยู่หลายถ้อยคำ ทำเอาหยานเจิ้นเจิ้นชักรำคาญหนวกหูขึ้นมา จึงสวนน้ำเสียงเย็นยะเยือกขัดจังหวะไปว่า

                  “คนมันก็ตายไปแล้ว ยังจะด่าศพอีกเพื่อ?”

                  “ตายไปแล้ว? ตาย…ตายได้ยังไง?”

                  หยานเจิ้นเจิ้นเลิกคิ้วข้างหนึ่งมองเหยียดใส่ ก่อนจะเลื่อนมองไปทางศพของเพื่อนมันที่นอนคอหักตายอยู่บนพื้น หนึ่งความคิดผุดขึ้นในหัวของนาง ก็สมแล้วที่เป็นโจรภูเขาดูโง่ดีจริงๆ 

                  “ที่นี่มีเราแค่สองคน ถ้าไม่ใช่ข้าแล้วใครฆ่าล่ะ?”

                  โจรภูเขาคนนั้นถลึงตาโตจ้องจับหยานเจิ้นเจิ้นยกใหญ่ ดวงตาของมันเปล่งประกายฉายแววโลภในทันทีทันใด แม้เสื้อผ้าและสภาพนางยามนี้จะทั้งมอมแมมผมเผ้ายุ่งเหยิงสกปรก แต่ก็ไม่สามารถปิดซ่อนเรือนร่างอันโดดเด่นของสาวน้อยได้เลย ทั้งสัดส่วนบอบบางดูน่ารับประทาน เอวคอดเพรียวกำลังโอบกอดพอดีมือ ไหนจะใบหน้าสะสวยนั่นอีก! รับทราบเช่นนั้น เขาถึงกับระเบิดหัวเราะร่าอย่างสนุกสนาน ส่ายหน้าราวกับไม่เชื่อคำพูดกันแม้แต่น้อย

                  “แม่สาวน้อย อย่าล้อเล่นไปหน่อยเลย ตัวแค่นี้จะไปฆ่าคนได้ยังไงกัน? ชีวิตนี้กล้าจับมีดหรือไม่ก็ยังไม่รู้!”

                  “ไม่เชื่อ?”

                  ในยุควันสิ้นโลก สิ่งที่เรียกว่ากฎหมายรวมไปถึงกฎระเบียบบ้านเมืองอะไรนั่นได้ล่มสลายไปพร้อมกับโลกในอดีตโดยสิ้นแล้ว เสมือนธรรมชาติจัดสรรให้โลกใบนี้กลับสู่ยุคที่ผู้แข็งแกร่งเท่านั้นจะมีชีวิตรอด ส่วนผู้อ่อนแอก็แค่เหยื่ออันไร้ค่า ตลอดชีวิตที่ผ่านมา หยานเจิ้นเจิ้นต้องเผชิญกับทั้งภัยคุกคามจากฝูงซอมบี้ พืชกลายพันธุ์ ไหนจะมนุษย์ด้วยกันที่ไล่เข่นฆ่าเพื่อแย่งชิงทรัพยากรเอาชีวิตรอด กล่าวคือ การฆ่าคนจึงกลายเป็นเรื่องปกติ

                  ทว่าอย่างไร คำถามเมื่อสักครู่ของโจรภูเขากลับทำให้เธอต้องแปลกใจ!

                  เพราะในความคิดของนาง การที่บอกว่า ตัวแค่นี้จะไปฆ่าคนได้ยังไงกัน มันควรเปลี่ยนเป็น ตัวโตเท่านี้แล้วยังฆ่าคนไม่เป็นอีกเหรอมากกว่า!

                  แลมองสีหน้าที่แสนเย็นชาและจริงจังของสาวน้อยเบื้องหน้า แววตาของโจรภูเขาดำทมิฬมืดมิด เสี้ยวขณะอึดใจมิให้ตั้งตัว มันเคลื่อนไหวฉับพลันพุ่งถลาเข้าใส่นางหวังนำตัวมาขืนใจให้สาสม ทว่ากลับโดนอีกฝ่ายสกัดขาถีบย้ำจนล้มตึง หยานเจิ้นเจิ้นไม่มีรอช้าคว้ากระบองหนักฉกชิงจากมืออีกฝ่ายอย่างว่องไว พร้อมหวดฟาดกระหน่ำศีรษะของมันนับครั้งไม่ถ้วนจนกระทั่งโจรภูเขาแน่นนิ่งไปในที่สุด

                  ปัก! ปัก! ปัก!ๆๆ...

                  ยามใดคิดจะลงมือต้องเอาให้ตาย นี่ถือเป็นหนึ่งในกฎการเอาชีวิตรอดพื้นฐานของยุควันสิ้นโลก

                  เพื่อยืนยันว่าโจรภูเขาตรงหน้าตายสนิทแล้วจริงๆ หยานเจิ้นเจิ้นซัดกระหน่ำชนิดไม่มีพักหายใจจนกระโหลกศีรษะของอีกฝ่ายถูกตีจนบิดเบี้ยวผิดรูปมนุษย์มนา น้ำเลือดสีแดงฉูดฉาดผสมผสานกับเนื้อสมองที่ไหลออกมากลายเป็นแอ่งขนาดใหญ่  เศษเลือดเศษชิ้นเนื้อบางส่วนกระเซ็นสาดเลอะใบหน้าหยานเจิ้นเจิ้นทำให้นางในตอนนี้ดูน่าสยองอย่างบอกไม่ถูก

                  นางใช้มือปาดเช็ดคราบที่ว่าออกไปเบาๆสักที ก่อนจะเริ่มเคลื่อนย้ายศพทั้งสองลากไปทิ้งลงหน้าผาตามระเบียบ

                  หลังจากนั้น หยานเจิ้นเจิ้นได้ริเริ่มสำรวจร่างกายตัวเองอีกครั้ง หลับตาลงเพื่อเพ่งจิตรวมสมาธิภายใต้ความสงบ และทันทีที่ลืมตาขึ้นอีกครั้ง นางพลันค้นพบว่า ตนเองได้เคลื่อนย้ายมาอยู่ในห้วงมิติพื้นที่ที่ทัศนียภาพเบื้องหน้าถูกปกคลุมเต็มไปด้วยม่านหมอกสีขาว ต่อหน้ามีประตูสีน้ำตาลอยู่บานหนึ่ง

                  วิเศษไปเลย! ห้วงมิติพื้นที่ส่วนตัวของข้ายังทะลุมิติมาพร้อมกัน!

                  หยานเจิ้นเจิ้นรู้สึกตื่นเต้นดีใจอย่างที่สุด ในชีวิตก่อนหน้านี้มีมนุษย์บางส่วนสามารถวิวัฒนาการตัวเองไปสู่อีกขั้นหนึ่งได้ หนึ่งในนั้นก็คือตัวนางที่สามารถปลุกพลังจิตและสร้างห้วงมิติส่วนตัวที่ใช้สำหรับหลบภัยได้ขึ้นมา อาศัยห้วงมิติแห่งนี้นี่เอง ส่งผลให้หยานเจิ้นเจิ้นสามารถเอาชีวิตรอดในยุควันสิ้นโลกได้นานถึง 7 ปีเต็มๆ!

                  หยานเจิ้นเจิ้นเปิดประตูเข้าไป ข้างในนั้นปรากฏเป็นห้องพักพิงขนาดย่อมไม่ถึงสิบตารางเมตรด้วยซ้ำ  ทุกอย่างยังคงเหมือนกับชาติที่แล้วทุกประการ ประกอบไปด้วยเตียงขนาดหนึ่งคนนอนและชั้นวางอาหารฉุกเฉินอีกมากมาย ตัวอย่างเช่น ขนมปังกรอบอัดแท่ง บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป เส้นบุก รวมไปถึงของใช้อื่นๆที่จำเป็นในชีวิตประจำวัน ตัวเธอโดยปกติมักจะชอบซ่อนตัวอยู่แต่ในห้องนี้ แต่เพราะชาติก่อนน้ำคือทรัพยากรที่สำคัญและหายากที่สุด อีกทั้งภายในนี้ก็ไม่มีน้ำให้ดื่มกินใดๆ เมื่อน้ำสำรองหมดจึงจำต้องบุกตะลุยออกไปหาด้านนอกแดนเถื่อน ส่งผลให้เธอพลาดท่าถูกฝูงซอมบี้ระบาดบุกโจมตีสายฟ้าแลบจนสิ้นใจตาย

                  หยานเจิ้นเจิ้นกวาดตามองสรรพสิ่งในห้องแห่งนี้ด้วยความอาลัยคิดถึง ทว่าทันใดนั้น บางเสียงคล้ายอิเล็กทรอนิกส์พลันดังก้องภายในหัวของนาง

                  [ยินดีต้อนรับสู่ห้วงมิติเอาชีวิตรอด กรุณารับของขวัญต้อนรับสำหรับมือใหม่]

                  ใครพูดน่ะ? หยานเจิ้นเจิ้นหันขวับตลอดซ้ายขวากวาดมองว่าเสียงใคร เพราะเท่าที่นางจำได้คือ ภายในห้วงมิติแห่งนี้ของตนปราศจากอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์แม้สักชิ้นเดียว แล้วของขวัญต้อนรับสำหรับมือใหม่ที่ว่าคืออะไรอีก?

                  ระหว่างที่หยานเจิ้นเจิ้นครุ่นพินิจไปพลาง พลันมีซองอั่งเปาสีแดงร่วงหล่นลงมาจากท้องฟ้าอย่างแช่มช้า ลอยล่องลงสู่ฝ่ามือของนาง

                  เมื่อแกะซองเปิดออก ปรากฏว่าด้านในมีบัตรลุ้นโชคแบบขูดอยู่หนึ่งใบ

                  เสียงอิเล็กทรอนิกส์ดังขึ้นอีกครั้ง [กรุณาขูดเพื่อสุ่มของขวัญต้อนรับสำหรับมือใหม่ของคุณ]

                  แม้แต่ของขวัญต้อนรับมือใหม่ยังเป็นระบบกล่องสุ่ม?

                  หยานเจิ้นเจิ้นมิได้คิดเยอะมากความ ใช้เล็บตัวเองขูดบัตรใบดังกล่าวทันที

                  เสียงอิเล็กทรอนิกส์ดังขึ้นอีกครั้ง [สุ่มสำเร็จ ของขวัญสำหรับมือใหม่ที่คุณได้รับ: ลานบ้านชาวไร่ 1 อัตรา, เมล็ดพันธุ์บัวมุก 1 อัตรา, เมล็ดพันธุ์แตงโม 1 อัตรา บ่อน้ำพุวิญญาณ 1 อัตรา]

                  ลานบ้านชาวไร่?

                  แล้ว..ลานบ้านชาวไร่ที่ว่าจะเอาไปตั้งตรงไหน?

                  ด้วยความสงสัยนั้นเอง หยานเจิ้นเจิ้นจึงลองหันย้อนกลับไปทางประตูอีกครั้งและเปิดออก พบปรากฏความเปลี่ยนแปลงอันน่าทึ่ง เมื่อห้องขนาดเล็กเท่ารูหนูที่แสนแออัดของตนได้กลายมาเป็นบ้านไม้หลังโตที่ทั้งกว้างขวางและสว่างไสว อุปกรณ์เครื่องใช้ครบครัน มีเตียง โต๊ะ เก้าอี้ ชั้นวางของใหม่เอี่ยม และตู้ไม้เก็บของอีกหลายชุดตั้งเรียงรายอย่างเป็นระเบียบ และเมื่อเดินผ่านประตูบานสีน้ำตาลออกมายิ่งต้องตกใจ พบว่าพื้นที่ด้านนอกที่เคยว่างเปล่า ในปัจจุบันมันได้แปรเปลี่ยนกลายเป็นลานบ้านพร้อมแปลงนาขนาดกำลังน่ารักไปแล้ว

                  แม้โครงสร้างการตกแต่งทั้งหมดจะดูเป็นสมัยโบราณ แต่ด้วยเนื้อที่อันกว้างขวางและข้าวของที่ใหม่แกะกล่องหาใช่แบบเมื่อก่อน ที่ต้องคอยไล่เก็บของพังๆเหลือใช้จากข้างทาง ต่อให้มันเป็นแค่ลานบ้านชาวไร่อะไรก็เถอะ แต่สำหรับหยานเจิ้นเจิ้นแล้วนี่เปรียบดั่งคฤหาสน์!

                  ทว่าอย่างไร มีอีกหนึ่งสิ่งที่ทำให้นางประหลาดใจยิ่งยวดก็คือ ข้าวของและอาหารฉุกเฉินทั้งหมดบนชั้นวางได้แปรสภาพกลายเป็นเงาสีเทาหม่นโปร่งแสง พวกมันแต่ละชิ้นล้วนมีตัวเลขคล้ายราคากำกับไว้ชัดเจน จะเท่าไหร่ก็ขึ้นอยู่กับประเภทสิ่งของ

                  นี่มันเกิดอะไรขึ้นกัน? ทำไมทรัพยากรต่างๆที่สะสมอยู่ในห้วงมิติถึงถูกจำกัดการเข้าถึงล่ะ?

                  หยานเจิ้นเจิ้นพยายามเร่งพลังจิตหวังใช้ควบคุมสิ่งของเหล่านั้นให้มาหา แต่ไม่ว่าจะพยายามเท่าไหร่กลับไม่เป็นผลใดๆ ท้ายสุดต้องตัดใจยอมแพ้ไป

                  จ้องมองพวกมันด้วยความอาลัยสุดแสน ทรัพยากรแต่ละชิ้นเธออุตส่าห์บุกตะลุยฆ่าล้างทั้งคนทั้งซอมบี้แทบตาย!

                  หยานเจิ้นเจิ้นเคลื่อนสายตาไปหยุดอยู่กับข้าวของเพียงไม่กี่ชิ้นที่ยังหลงเหลืออยู่บนชั้นวาง ใจดวงนี้ชอกช้ำระบมเหลือเกิน!

                  ต่อให้บอกว่าแลกมาด้วยบ้านหลังโตก็เถอะ แต่ต้องเสียทุกอย่างที่อุตส่าห์หามาทั้งชีวิตไปในคราเดียว ใครเล่าจะไม่เจ็บปวดใจ!

                  ที่สำคัญ สิ่งปลูกสร้างจะไปมีค่ากว่าอาหารและน้ำดื่มได้ยังไงกัน!

                  เวลาเดียวกันนั้น เสียงอิเล็กทรอนิกส์พลันดังกึกก้องขึ้นอีกหนึ่งคำรบ

                  [คุณจำเป็นจะต้องอัพเกรดพื้นที่ห้วงมิติเพื่อปลดล็อคสินค้าใหม่ๆ]

                  สีหน้าการแสดงออกของหยานเจิ้นเจิ้นเห็นก็ทราบว่ากำลังเดือดดาลโกรธแค้นปานใด เพราะสิ่งเหล่านั้นที่ถูกยึดไปล้วนต้องแลกมาด้วยหยาดเหงื่อหยาดเลือดจากการประจันบานกับทั้งซอมบี้และกลุ่มคน พยายามมาตั้งขนาดนี้แล้วยังมีหน้ามาล็อคอีก? แต่ในเมื่อทุกอย่างมันเกิดขึ้นแล้ว นางทำได้เพียงยอมรับความเป็นจริงพร้อมกับใจที่เริ่มสงบลงอย่างรวดเร็ว ถ้าไม่ใช่ทักษะการปรับตัวในทุกสถานการณ์ที่น่าทึ่งของนาง มีหรือจะสามารถเอาชีวิตรอดมาจากวันสิ้นโลกได้นานขนาดนี้? นางเอ่ยถามระบบอย่างใจเย็น

                  “อ่าห๊ะ แล้วจะอัพเกรดพื้นที่ห้วงมิติยังไง?”

                  เสียงอิเล็กทรอนิกส์ขานตอบสั้นๆ [ใช้เงิน]

                  ในยุควันสิ้นโลก เงินหรือธนบัตรมันก็แค่เศษกระดาษไร้ค่า เหตุนั้นเองจึงไม่มีเหตุผลอันใดให้หยานเจิ้นเจิ้นต้องเก็บสะสมสิ่งเหล่านี้ไว้ พูดก็พูด ร่างเดิมที่สิงอยู่ตอนนี้ว่าจนแล้ว แต่ตัวนางนั้นยาจกเสียยิ่งกว่า…

                  นางกัดฟันทำใจสงบ ยิงคำถามต่อไป

                  “ถ้าไม่มีเงินล่ะ? จะให้ทำยังไง?”

                  เสียงอิเล็กทรอนิกส์ดังขึ้นอีกคราว [ก็ไปหาเงินสิ]

                  หยานเจิ้นเจิ้นพยักหน้ารับทราบแต่โดยดี นั่นสินะ ในโลกยุคที่ทุกอย่างยังคงสงบสุขแบบนี้ การหาเงินถือเป็นเรื่องสำคัญลำดับต้นๆของการใช้ชีวิต! นี่แหละวิถีทางอย่างที่ควรจะเป็น!

                  เลยผ่านลานกว้างบ้านไร่ออกมาสักเล็กน้อย นางจึงเสาะพบเข้ากับบ่อน้ำข้างกันซึ่งอยู่ไม่ห่างเท่าไหร่ พร้อมกันนั้นยังมีถุงเมล็ดพืชพันธุ์ต่างๆวางกองไว้อีก

                  ด้วยสัญชาตญาณ หยานเจิ้นเจิ้นจึงลองนำเมล็ดพันธุ์จำนวนหนึ่งสุ่มปลูกลงในแปลงดินและตักน้ำในบ่อน้ำพุรดลงไป ไม่นานหลังซึมลงดินก็บังเกิดผลลัพธ์และงอกทันทีด้วยความเร็วที่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า

                  เป็นน้ำพุวิเศษจริงๆด้วย!!

                  หยานเจิ้นเจิ้นไม่รอช้ารีบตักอีกกระบวยขึ้นมาลองดื่มชิมดู เจ้าสิ่งนี้มีรสชาติหวานละมุนอ่อนๆชุ่มคอดี ภายหลังดื่มไปไม่กี่อึดใจ ทั้งรอยฟกช้ำตามเนื้อตัวและศีรษะที่แตกของนางพลันหายดีเป็นปลิดทิ้ง!

                  หยานเจิ้นเจิ้นถึงกับร้องอุทานในใจ ‘บ่อน้ำพุนี่มันสมบัติล้ำค่าชัดๆ! หลังจากนี้คงต้องเริ่มคิดแผนสร้างกำไรจากเจ้าสิ่งนี้แล้วล่ะ!’

                  ภายหลังหว่านเมล็ดพันธุ์เพาะปลูกเสร็จ หยานเจิ้นเจิ้นจึงออกมาจากห้วงมิติ แล้วเริ่มเดินทางกลับบ้านตามร่องรอยความทรงจำจากเจ้าของร่างเดิม

อ่านต่อ

สารบัญ ทะลุมิติซุปเปอร์พี่สาวสุดแกร่งกับระบบสินค้าสู่ความมั่งคั่ง

Ch. 1 Ch. 2 Ch. 3
Ch. 4
Ch. 5
Ch. 6
Ch. 7
Ch. 8
Ch. 9
Ch. 10
Ch. 11
all

คุณอาจจะชอบ

นิยายมาใหม่

หน้าปกนวนิยาย แซ่บสยิว
7.8
โชคชะตาของคนทั้งคู่ถูกขีดเส้นเอาไว้ล่วงหน้าด้วยพันธะแห่งการคลุมถุงชน เมื่อเขากับเธอต้องตกอยู่ในสถานะคู่หมั้นคู่หมายกันมาตั้งแต่ยังเยาว์วัยตามความต้องการของผู้ใหญ่ เรื่องราวความสัมพันธ์ที่เริ่มต้นจากข้อผูกมัดในอดีตกำลังจะถูกทดสอบในโลกปัจจุบันที่เต็มไปด้วยความรู้สึกอันร้อนแรง ท่ามกลางความใกล้ชิดที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ ทั้งสองจะจัดการกับความรู้สึกที่เกิดขึ้นและพันธนาการที่ถูกผูกไว้ตั้งแต่เด็กนี้ได้อย่างไรในเส้นทางรักสุดแซ่บ
หน้าปกนวนิยาย สามีสั่งชานมเย็นหวานน้อยไม่น้ำแข็ง ฉันเลือกยุติชีวิตคู่เจ็ดปี
8.8
เจียงเจียเหนียนตัดสินใจขอหย่ากับเสิ่นหนาน สามีศาสตราจารย์ผู้แสนเย็นชาหลังใช้ชีวิตคู่ร่วมกันมาเจ็ดปี จุดแตกหักเกิดขึ้นเพียงเพราะชานมเย็นหวานน้อยไม่ใส่น้ำแข็งที่เขาสั่งให้เธอ แม้หลินหยวนหยวนนักศึกษาสาวคนใหม่จะพยายามช่วยพูดให้เธอมองข้ามเรื่องเล็กน้อยนี้ไป แต่เสิ่นหนานกลับไม่เข้าใจและตำหนิว่าเธอใช้อารมณ์เกินเหตุ ทว่าสำหรับเจียเหนียนแล้ว ชานมแก้วนั้นคือหลักฐานความเหินห่างที่ชัดเจนจนเธอเลือกที่จะทิ้งทุกอย่างและเดินจากไปพร้อมใบหย่าในวันรุ่งขึ้น
หน้าปกนวนิยาย รัก(ใคร่)พิศวาส
8.1
เมื่อพญามารผู้กุมอำนาจล้นมือพร้อมทำลายทุกสิ่งที่ขวางหน้า กลับต้องมาเผชิญหน้ากับหญิงสาวผู้อ่อนโยนดั่งลูกกวางน้อยที่ตกอยู่ในกำมือของเขาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เธอไม่มีทางสู้และต้องยอมจำนนต่อการตัดสินใจของเขาแต่เพียงผู้เดียว ไม่ว่าเขาจะเลือกบีบคั้นให้เธอมอดไหม้หรือจะปลดปล่อยเธอให้เป็นอิสระ ทว่าทุกสัมผัสที่เขาหยิบยื่นให้นั้นกลับเต็มไปด้วยความปรารถนาที่แสนเร่าร้อนเกินกว่าที่ใจเธอจะต้านทานไหว ในเกมแห่งความรักและความใคร่นี้เธอจึงติดอยู่ท่ามกลางไฟพิศวาส
หน้าปกนวนิยาย น้องเมีย
9.3
ชติรสพยายามปกปิดร่างกายที่เปลือยเปล่าจากสายตาคมกริบของชายหนุ่มหลังบทรักจบลง เขาจำใจต้องผละจากเธอเพื่อรักษาคำมั่นสัญญาที่ให้ไว้ แม้จะเสน่หาในตัวเธอเพียงใดก็ตาม ข้อตกลงลับระหว่างกันระบุชัดเจนว่าเธอต้องเป็นตัวแทนของลิก้า พี่สาวของเธอ โดยแลกกับการที่เขาต้องเลิกยุ่งเกี่ยวกับพี่สาวอย่างเด็ดขาด ชติรสใช้ตัวเองเข้าแลกเพื่อปกป้องพี่สาว พร้อมคำข่มขู่ว่าหากเขาผิดสัญญาเธอจะไม่ยอมอยู่เฉยแน่ ท่ามกลางบรรยากาศที่เต็มไปด้วยแรงดึงดูดและความโกรธแค้นที่คละคลุ้งในใจ
หน้าปกนวนิยาย Oops sorry ผู้ชายคนนี้เป็นของหนู
8.4
เมื่อความปรารถนาในตัวชายหนุ่มผู้สมบูรณ์แบบกลายเป็นเป้าหมายหลักที่เธอต้องคว้ามาให้ได้ หญิงสาวจึงต้องเผชิญกับบททดสอบของความอดทนอย่างหนักหน่วง ท่ามกลางความสัมพันธ์ที่เต็มไปด้วยความเร่าร้อนและดุดันจากฝ่ายชาย เธอจำเป็นต้องเตรียมใจรับมือกับความเหนือชั้นทางร่างกายที่เขาพร้อมจะมอบให้ในทุกค่ำคืน หากเธอตัดสินใจแล้วว่าผู้ชายคนนี้คือคนที่ใช่ เธอก็ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องเข้มแข็งและทนทานต่อความต้องการอันมหาศาลของเขาเพื่อให้ได้ครอบครองเขาไว้อย่างสมใจ
หน้าปกนวนิยาย Stumble Love รักสะดุดใจ
9.7
โชคชะตาเล่นตลกกับความรักของสามคู่ชูชื่นที่มีทั้งสุขและเศร้า หลินสาวน้อยผู้ขยันขันแข็งต้องมาพัวพันกับพีค ซีอีโอเพลย์บอยเจ้าของโรงแรมหรูที่เปลี่ยนผู้หญิงทุกสัปดาห์ ความสัมพันธ์ชั่วข้ามคืนที่เกิดขึ้นคือความผิดพลาดหรือความตั้งใจ เมื่อหลินเผลอใจรักชายผู้เห็นเธอเป็นเพียงของเล่นชิ้นใหม่ที่น่าดึงดูดใจ นอกจากนี้ยังมีเรื่องราวของแพรวากับกฤษ ภุชงค์หนุ่มเจ้าเสน่ห์ รวมถึงคู่รักหลากหลายสไตล์ที่ต้องลุ้นว่าใครจะสมหวังในรักแท้ท่ามกลางบททดสอบที่เดิมพันด้วยหัวใจ
ตอน
อ่านเลย
แชร์