หน้าปกนวนิยาย อัศวินดำโค่นอำนาจ

อัศวินดำโค่นอำนาจ

8.5 / 10.0
ห้าสิบปีหลังวันสิ้นโลก อารยธรรมล่มสลายเหลือเพียงความป่าเถื่อน ท่ามกลางการปกครองของขุนนางผู้โฉดชั่วและเหล่าอมนุษย์ มนุษย์สายเลือดบริสุทธิ์กลับไร้พลังและถูกกดขี่จนถึงขีดสุด ทว่าเด็กหนุ่มคนหนึ่งได้ลุกขึ้นสู้พร้อมดาบยาวคู่ใจ เขาบุกตะลุยผ่านดินแดนมิคสือจากจุดเริ่มต้นที่เป็นเพียงคนนิรนาม สู่การเป็นศาลเตี้ยผู้มอบความตายให้ศัตรู จนทั่วทั้งโลกต่างต้องสั่นสะท้านและยำเกรงในนามของอัศวินดำผู้พลิกโฉมหน้าประวัติศาสตร์ในยุคที่ไร้กฎเกณฑ์

อัศวินดำโค่นอำนาจ ตอนที่ 1

ในป่ารกร้าง ท้องฟ้าหม่นหมอง ภูเขาตั้งสูงตระหง่าน เมฆสีเทาดูเหมือนจะกดทับลงมาจากฟ้า สิ่งที่ท้าทายอำนาจมันคือต้นไทรสีดำที่อยู่บนยอดเขา ทันทีที่ฝนหนักหยุดตก หยดฝนสามารถเห็นได้ทั่วบนพืชกลายพันธ์ุบนภูเขา มีเถาวัลย์งอกท่ามกลางป่าหนาทึบ

เสียงหยดน้ำทำลายความเงียบ ก่อให้เกิดเป็นแอ่งน้ำ

ฮู่ ฮู่… ในป่าทึบ มีเสียงหายใจ เสียงนั้นหนา หนัก และถี่มาก แม้พืชกลายพันธุ์จะน่ากลัว มันก็ไม่มีเสียงหายใจ

นี่คือหมีน้ำตาลที่กำลังบาดเจ็บ ร่างมันยาว3ถึง4เมตร สูง1.8เมตร หนักถึง750กิโลกรัม มันมีน้ำหนักเกินหมีน้ำตาลตัวผู้ในยุคอารยธรรม มันมีแขนขาคล้ายกับหมีสีน้ำตาล ขนหนาบนตัวที่สามารถต้านทานคมดาบทั่วไปได้ ร่วมกับผิวหนา กรงเล็บเหล็กที่สามารถทำลายหินได้ง่ายๆ และแรงกัดของฟันที่มากพอจะกัดต้นไทรดำต้นใหญ่บนยอดเขา สิ่งเหล่านี้ทำให้มันได้ชื่อว่าหมีน้ำตาลหุ้มเหล็ก แม้จะเป็นในป่ากลายพันธุ์แห่งนี้ ที่เต็มไปด้วยแบคทีเรีย แมลง สัตว์และพืชกลายพันธ์นับไม่ถ้วน มันยังเป็นเผ่ากลายพันธุ์ที่อยู่บนสุดของห่วงโซ่อาหารบนหุบเขาแห่งนี้

แต่ตอนนี้ มีรอยแผลยาวประมาณสองฟุตบนหลังมัน เนื้อของมันแหวกเปิด และก็มีแบคทีเรียกลายพันธุ์แทรกซึมเข้าไป มันพาร่างใหญ่โตเดินไปตามทาง แขนขาก้าวไปบนรากของต้นไม้ เผยให้เห็นรอยบนดิน และเสียงลมหายใจหนักหน่วงก็มาจากปากที่สามารถกัดเหล็กได้

มันมีดวงตาสีเหลืองคู่เล็ก สะท้อนทุกอย่างในป่า ทอประกายทรงอำนาจและสร้างความกลัวให้สัตว์ในป่า

"ซวบ"เงาร่างงดงามทะยานแหวกว่ายในอากาศ ร่างนั้นทะยานไปตามกิ่งไม้ ทำให้เกิดลมแรงพัดพาดอกไม้ ใบไม้ และฝุ่นในป่าให้ลอยขึ้น

เงาร่างดงามเหยียบบนกิ่งไม้กิ่งหนึ่ง สิ่งแรกที่เข้ามาในสายตาของหมีน้ำตาลหุ้มเหล็กคือดวงตาคู่งามที่เหมือนท้องทะเล แต่ดวงตาคู่นั้นก็เปรียบเสมือนหนามที่เจาะไปในตาของหมีน้ำตาลหุ้มเหล็ก

ร่างเพรียวนี้คือหญิงสาวสูง1.7เมตร เธอสวมชุดคลุมที่ทำจากเถาวัลย์ตั้งแต่หัวจรดเท้า พื้นที่ที่ไม่ปกคลุมด้วยชุดคลุมคือรองเท้าที่ทำจากเถาวัลย์เหมือนกันและแจ็คเก็ตหนังดำที่สีซีดจากอายุการใช้งาน

ใบหน้าเธออยู่ใต้ฮู้ด เผยให้เห็นเพียงดวงตาคู่หนึ่ง แขนขวาเธอยื่นออกมา และนิ้วทั้งห้าจับดาบยาวสีดำไว้ แม้ดาบจะเต็มไปด้วยคราบเลือดและโคลน มันก็ไม่ได้บดบังความคมของมัน

ขาขวาของหมีน้ำตาลหุ้มเหล็กก้าวถอยและรูม่านตาก็เต็มไปด้วยความกลัว มันคือราชาแห่งหุบเขา อยู่บนจุดสูงสุดของห่วงโซ่อาหาร แต่ก็ยังบาดเจ็บสาหัสโดยมนุษย์ที่มีกลิ่นของอาหารชั้นต่ำ

หมีน้ำตาลคำราม ทำการดิ้นรนครั้งสุดท้ายให้สมฐานะราชา แต่มนุษย์ตรงหน้ากลับยืนนิ่งบนกิ่งไม้และไม่กลัวเลย ทันใดนั้น หมีน้ำตาลก็ยกกรงเล็บเหล็กมันขึ้น ทะยานใส่ต้นนุ่นที่หญิงสาวยืนอยู่

ในฐานะราชานักล่า มันรู้ว่าความเร็วนี้ไม่อาจหลบหนีมนุษย์ตรงหน้าได้และตัดสินใจสู้จนตัวตาย

บูม!

ต้นนุ่นถูกโค่น พลังกล้ามเนื้อและกระดูกของหมีน้ำตาลนับว่าแกร่งสุดในระบบนิเวศของป่านี้ หญิงสาวเสียที่ยืนและกระโดดลงพื้น จากนั้นหมีก็ยกตัว ร่างใหญ่โตมันกระโจนไปทางหญิงสาว เหวี่ยงแขนหน้าและกรงเล็บเหล็กใส่ส่วนที่บอบบางสุดของมนุษย์ซึ่งก็คือใบหน้า

มีเสียงเท้ากระทบพื้น เสียงดาบเฉือนผ่านอากาศ เสียงของผิวถูกฟัน และเสียงของร่างกายที่ล้มกระแทกพื้น

การล่ายุติลงหลังการปะทะระหว่างเหยื่อและนักล่า

หญิงสาวนำผ้าสีเทาออกมาและปาดเลือดบนตัวดาบ เธอเก็บดาวยาวลงบนซองดาบบนหลังและเดินไปทางศพของหมีน้ำตาล เธอหยิบตะขอเหล็กออกมา เจาะผ่านขาของมัน จากนั้นก็ค่อยๆ ลากมันไปทางใต้ด้วยพลังเหนือมนุษย์

รอยเลือดลากเป็นทางยาวไป ผสมกับหินและดินชื้น

หลังเดินอยู่นาน หญิงสาวก็กลับมายังถ้ำที่ด้านนอกเปียกแต่ด้านในแห้งแปลกๆ รูใหญ่แค่พอให้คนเดินเข้า แต่กระโดดไม่ได้ หญิงสาวลากศพหมีน้ำตาลไปในถ้ำ จากนั้นก็นั่งลงข้างๆ กองไฟที่ทำจากแท่งไม้ หินและแท่งเหล็ก

ร่างตึงเครียดค่อยๆ ผ่อนคลายขณะนั่งลงบนหิน เธอถอดชุดคลุมที่กลิ่นเหมือนป่าและปล่อยผมที่มัดลงมา ร่างเพรียวบางและส่วนโค้งได้รูปเผยออกมาภายใต้แจ็คเก็ตหนัง มันยังเผยใบหน้าเกลี้ยงเกลา ใบหน้าที่งามทั้งแบบตะวันออกและตะวันตก มันคือใบหน้าที่ไม่สมควรจะมาอยู่ในสภาพป่าเถื่อนเช่นนี้

เธอนำมีดตัดแต่งขนาดเล็กออกมา เริ่มเฉือนเนื้อและขนของหมีน้ำตาล เธอจุดกองไฟเล็กๆ ที่สว่างพอจะส่องแสงให้ถ้ำเล็กๆ รวมถึงให้ความอุ่น จากนั้นเงาร่างของเด็กชายอายุ7ขวบก็ปรากฏท่ามกลางความมืด

เด็กชายมีดวงตาสีดำสนิทเหมือนหินอ็อบซิเดียนที่ระบุว่ามีเชื้อสายชาวเอเชีย ดวงตาเขาใหญ่มาก เขามีผมสั้นดำ ผิวอ่อนนุ่มและหน้าตาน่ารัก หากชายธรรมดาจากยุคสมัยนี้เห็นเขา พวกเขาจะเชื่อว่าเขาคือพวกเลือดฟ้า ซึ่งหมายถึง’ ตระกูลขุนนาง’

มันเพราะยุคสมัยนี้มนุษย์นั้นถูกปฏิบัติเหมือนขยะ

เด็กชายเงียบ ไม่ถามหญิงสาวว่าเธอไปไหนมา ทำไมเธอถึงหายไปนานและเธอนำอะไรกลับมา มันเพราะเขาชินกับการรอแล้ว

ทั้งหมดที่เขาต้องทำคืออยู่เงียบๆ และไม่ดึงดูดสิ่งมีชีวิตอันตรายทั้งหมด จับตาดูหญิงสาวทำอาหารจากเนื้ออสูรและจากนั้นก็กินดื่ม

อ่านต่อ

สารบัญ อัศวินดำโค่นอำนาจ

Ch. 1 Ch. 2 Ch. 3
Ch. 4
Ch. 5
Ch. 6
Ch. 7
Ch. 8
Ch. 9
Ch. 10
Ch. 11
all

คุณอาจจะชอบ

นิยายมาใหม่

หน้าปกนวนิยาย ทาสสวาทรักต้องห้าม
9.2
หากย้อนเวลาได้ เมษาคงเลือกแก้ไขอดีตเพื่อไม่ให้ชีวิตต้องพังทลายลงเช่นนี้ ท่ามกลางความจริงที่ไหลย้อนกลับไม่ได้ เธอต้องเผชิญกับตราบาปที่ไม่ได้ก่อ เมื่อความผิดพลาดจากการกระทำของผู้ชายสารเลวทำให้เธอตั้งท้องจนถูกตราหน้าว่าเป็นคนแย่งชิง ทั้งที่ความจริงแล้วเธอคือเหยื่อผู้เคราะห์ร้ายที่ถูกกระทำอย่างไม่ยุติธรรม เมษาจมดิ่งอยู่ในขุมนรกแห่งความเกลียดชัง พร้อมกับความเสียใจที่ในวันนั้นเธอไม่ได้ลุกขึ้นสู้ให้มากพอจนต้องมาพบกับจุดจบอันแสนทรมานใจ
หน้าปกนวนิยาย รักต้องลุ้น คุณเจ้านายสุดหล่อ
9.6
จอมขวัญตกหลุมรักมัฆวัฒน์ นักธุรกิจหนุ่มลูกครึ่งสุดเนี้ยบตั้งแต่แรกพบในงานวันเกิดเพื่อน จนเผลอประกาศตัวว่าอยากใช้นามสกุลเดียวกับเขา โชคชะตานำพาให้เธอได้เป็นเลขาของเขา แต่ความเย็นชาและท่าทีดุดันของเจ้านายกลับทำให้เธอเริ่มถอดใจและพยายามถอยห่าง ทว่ามัฆวัฒน์ที่เคยบ้างานจนไม่สนใจใคร กลับเริ่มหวั่นไหวและหลงเสน่ห์ความสดใสของจอมขวัญจนโงหัวไม่ขึ้น เมื่อสาวเจ้าเริ่มจะตัดใจ เขาจึงต้องทำทุกทางเพื่อรั้งเธอไว้และไม่ยอมให้หนีหายไปจากชีวิตเด็ดขาด
หน้าปกนวนิยาย คืนหนึ่งกับเขา
8.2
เบลซ อาร์เดน วอน ทายาทมหาเศรษฐีและนักศึกษาแพทย์ผู้เพียบพร้อม เจ้าของฉายาเจ้าชายน้ำแข็งผู้เย็นชา เขาได้เผชิญหน้ากับ เอซ แดกซ์ตัน หัวหน้าแก๊งมาเฟียสุดอันตรายที่ช่ำชองเรื่องความสัมพันธ์ชั่วข้ามคืน แม้ทั้งสองจะเรียนที่เดียวกันแต่ไม่เคยโคจรมาพบกัน จนกระทั่งเบลซตัดสินใจท้าทายอำนาจมืดด้วยสายตาและคำพูดที่เต็มไปด้วยความนัย เขาหยิบยื่นข้อเสนอสุดช็อกให้เอซลองมีสัมพันธ์กับตนเพียงหนึ่งคืน ท่ามกลางความตึงเครียดและแรงดึงดูดที่ยากจะต้านทาน คืนเดียวนี้จะเปลี่ยนความสงสัยให้กลายเป็นความปรารถนาที่ไม่อาจลืมเลือน
หน้าปกนวนิยาย  เสน่ห์ดาวมหา'ลัย (25+)
9.8
เรื่องราวความสัมพันธ์อันซับซ้อนของเดช ชายหนุ่มผู้ก้าวเข้าสู่โลกที่เต็มไปด้วยเสน่ห์และแรงดึงดูด เมื่อชีวิตของเขาต้องเข้าไปพัวพันกับกลุ่มหญิงสาวระดับดาวมหาวิทยาลัยพร้อมกันหลายคน นำไปสู่เหตุการณ์ที่เต็มไปด้วยความหลงใหลและการบริหารเสน่ห์ที่ยากจะถอนตัว ท่ามกลางความวุ่นวายในรั้วมหาวิทยาลัยที่ความรักและความปรารถนามาบรรจบกัน เขาต้องรับมือกับความสัมพันธ์ที่หลากหลายและเข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ ในแบบที่เขาไม่เคยคาดคิดมาก่อน
หน้าปกนวนิยาย เสน่หายาตรา (เมียประมูลของท่านประธาน)
8.1
ไรอันมหาเศรษฐีเจ้าของสายการบินยอมทุ่มเงินมหาศาลเพื่อครอบครองปัทมณฑ์ สาวน้อยไร้เดียงสาผู้หวาดหวั่นต่อความปรารถนาอันเร่าร้อนของเขา ชายหนุ่มจึงต้องใช้ความใจเย็นเพื่อสอนบทเรียนรักที่แสนหวานและเย้ายวนใจเพิ่มขึ้นทีละนิด จนในที่สุดความรัญจวนที่เขามอบให้ก็ทำให้หญิงสาวตกอยู่ในห้วงอารมณ์หวามที่ยากจะถอนตัว แม้จะทรมานจากความต้องการที่ถูกปลุกเร้า แต่มีเพียงสัมผัสอันหนักหน่วงของเขาเท่านั้นที่จะช่วยเติมเต็มเธอได้ ในขณะที่ไรอันเองก็ยืนยันว่าจะไม่หยุดรุกรานจนกว่าเธอจะหลอมละลายไปพร้อมกับเขา
หน้าปกนวนิยาย ปกรณัมใต้แสงดาว
8.6
จากทริปเดินทางที่แสนสงบ จางฟางซินกลับต้องเผชิญโศกนาฏกรรมเมื่อรถม้าของนางถูกลอบโจมตีจนพลิกคว่ำ ท่ามกลางความเจ็บปวดเจียนตายและสติที่เลือนลาง นางพยายามคว้ามีดสั้นเล่มเดียวที่มีเพื่อปกป้องตนเอง ทว่าเบื้องหน้ากลับปรากฏบุรุษลึกลับพร้อมกระบี่เปื้อนเลือดที่จ่อประชิดใบหน้า กลิ่นคาวโลหิตและบรรยากาศแห่งความตายทำให้พละกำลังของนางสูญสิ้นไป แต่น่าประหลาดที่ใบหน้าของมัจจุราชผู้ปลิดวิญญาณคนนี้ กลับดูคุ้นตาอย่างน่าอัศจรรย์ใจ
ตอน
อ่านเลย
แชร์