ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย รักละมุน

รักละมุน

เมื่อความสดใสไร้เดียงสาของ ขนมพาย พิมพ์ชนก กลายเป็นอาวุธลับที่สั่นคลอนหัวใจอันแข็งแกร่งดั่งหินผาของ มิ้นท์ รามิล ให้ต้องยอมสยบ แม้เขาจะตั้งแง่เพียงใด สุดท้ายก็พ่ายแพ้ให้กับเสน่ห์อันบริสุทธิ์ของหญิงสาวที่ก้าวเข้ามาในชีวิตจนถอนตัวไม่ขึ้น ฝ่ายขนมพายเองก็เผลอเดินตกหลุมพรางแห่งความอบอุ่นนี้โดยไม่รู้ตัว จนมอบความรักให้เขาไปหมดทั้งหัวใจ กลายเป็นความผูกพันที่ต่างฝ่ายต่างเรียกขานกันอย่างลึกซึ้งในฐานะคนสำคัญของกันและกันท่ามกลางความรักที่หวานละมุน
ตอน
แชร์

ตอน 2

อีกฟากหนึ่งของมหาวิทยาลัย

คณะอักษรศาสตร์

สาวน้อยรูปโฉมงดงามสะคราญตาทำให้ทุกคนที่เดินผ่านไปผ่านมาล้วนกลั้นหายใจด้วยความตกตะลึงกับเสน่ห์อันเย้ายวนที่เปล่งประกายออกมาจากตัวเธอ นิ้วมือเรียวบางกำลังพลิกเปิดหนังสือหน้าถัดไปดวงตากลมโตสดใสจดจ้องตัวหนังสือด้วยความตั้งใจรอยยิ้มน้อยๆพลันปรากฏขึ้นบนใบหน้าสวยหวานชวนให้ผู้คนที่พบเห็นสะดุดตาสะดุดใจไม่น้อย

โดยเฉพาะหนุ่ม ๆ ทั้งในและต่างคณะที่พากันเหลียวมองสาวน้อยตาหวานเชื่อมจนคอแทบเคล็ดแต่เธอก็ไม่ได้ให้ความสนใจกับใครทั้งนั้น  ดวงตาที่ทอแสงเป็นประกายสดใสอยู่เป็นนิจกลับเอาแต่จ้องมองตัวหนังสือด้วยความเพลิดเพลิน ด้วยความที่เรียนคณะอักษรศาสตร์เธอจึงชอบอ่านหนังสือโดยที่ไม่เคยรู้สึกเบื่อเลยสักนิด

 "ฮัลโหล!! ชะนีน้อยมานานหรือยังจ๊ะ โทษทีน้าที่พวกเรามาสายก็อีทิมน่ะสิมารับฝ้ายช้ามากเลยอะ ฝ้ายอุตส่าห์แต่งตัวสวยๆรอตั้งนาน พอออกมาสายรถก็ดันติดอีกมันน่าโมโหจริงๆเลย"

ปุยฝ้ายสาวสวยเซ็กซี่ที่หน้าตาน่ารักไม่แพ้ขนมพายเอ่ยทักทายเพื่อนรักที่กำลังนั่งอ่านหนังสืออยู่พร้อมกับหันไปโวยวายใส่ทิมมี่เพื่อนสาวสองคนสวยต้นเหตุที่ทำให้เธอมาถึงมหาวิทยาลัยสายด้วยความหัวเสียเล็กน้อย

"โอ๊ยนังฝ้าย ฉันบอกแกกี่ครั้งแล้วให้เรียกฉันว่า ทิมมี่ ทิมมี่ ไม่ใช่ทิม ฉันเปลี่ยนชื่อตั้งนานแล้วนะอีกอย่างฉันเป็นผู้หญิงจ้ะไม่ใช่ผู้ชาย เพราะฉะนั้นไม่ต้องมาเรียกฉันแมนๆเลยนะฉันขนลุก"

เพื่อนชายใจหญิงนามว่าทิมที่เปลี่ยนชื่อให้ตัวเองเป็นทิมมี่โวยวายดัดเสียงเล็กเสียงน้อยอย่างมีจริตเรียกรอยยิ้มสดใสจากสาวน้อยที่นั่งรอเพื่อนทั้งสองคนได้เป็นอย่างดี

"ไม่นานเลยจ้ะ พายเพิ่งมาถึงก่อนทิมมี่กับฝ้ายแค่ 20 นาทีเองก็เลยนั่งอ่านหนังสือรอไปพลางๆก่อน"

ยิ้มหวานละมุนถูกส่งไปให้เพื่อนสาวทั้งสองคนทำให้ทั้งคู่ที่กำลังไม่สบอารมณ์ใส่กันและกันอยู่ต่างรู้สึกเย็นลงทันทีก่อนที่พวกเธอจะหันมาส่งค้อนวงใหญ่ให้กันอย่างพร้อมเพรียงเป็นการตบท้ายเรียกเสียงหัวเราะน้อยๆจากขนมพายได้เป็นอย่างดี

ตั้งแต่รู้จักและคบกันมาทิมมี่และปุยฝ้ายก็คล้ายลิ้นกับฟันที่กระทบกระทั่งกันอยู่บ่อยครั้งจนพวกเธอเองก็ยังงงๆเหมือนกันว่าคบกันมาได้ยังไงตั้งแต่ชั้นมัธยมต้นจนเข้าเรียนมหาวิทยาลัยคณะเดียวกันแถมยังรักกันมากยิ่งกว่าเดิมเสียอีก

"ถ้าอย่างนั้นพวกเรารีบไปเข้าเรียนกันเถอะ วิชานี้ถ้าเข้าสายอาจารย์แม่คนดีศรีสมรองค์ลงแน่ ๆ "

ทิมมี่เอ่ยชวนเพื่อนสาวทั้งสองคนด้วยความรู้สึกขนลุกเล็กน้อยเรียนวิชานี้ทีไรกะเทยปวดหัวทุกทีค่ะทุกคนอาจารย์องค์ลงเกือบทุกครั้งไม่เคยได้ให้นักศึกษาสาวสวยตาดำๆอย่างทิมมี่กับเพื่อนๆได้พักเลยสักนิด

"แค่สายนิดสายหน่อยก็หักจิตพิสัยกันเป็นว่าเล่น นี่ยังดีนะหักจาก 10 เหลือตั้ง 9 ถ้าหมดเกลี้ยงนะทิมมี่คนนี้ไม่รอดแน่ ๆ "

จบประโยคทิมมี่ก็รีบฉุดแขนเรียวของสองสาวเพื่อนซี้ให้ลุกขึ้นจากโต๊ะม้านั่งและเดินพูดคุยกันอย่างสนุกสนานขึ้นตึกเรียนทันทีจนกระทั่งวิชาเรียนในภาคเช้าจบลงปุยฝ้ายก็รีบยื่นมือไปสะกิดแผ่นหลังของกระเทยร่างบอบบางอย่างนึกสนุกเมื่อตอนนี้ในหัวของเธอเต็มไปด้วยความคิดจินตนาการถึงหนุ่ม ๆ คณะวิศวกรรมศาสตร์คณะที่ขึ้นชื่อเรื่องผู้ชายหน้าตาดีเป็นอันดับหนึ่งของมหาวิทยาลัย

"โอ๊ย นังฝ้ายแกเป็นอะไรของแกเนี่ยสะกิดอยู่นั่นแหละคันเหรอยะชะนี หรือยังไง"

ทิมมี่หันมาถามปุยฝ้ายด้วยสีหน้ารำคาญใจเล็กน้อยเมื่อถูกรบกวนโดยไม่รู้สาเหตุแล้วเพื่อนของเธอมันเป็นอะไรละเนี่ยเดินลงอาคารเรียนมาดี ๆ อยู่ ๆ ก็มาสะกิด คันหรือยังไงไหนพูดมาสิทิมมี่คนนี้พร้อมรับฟังเพื่อนรักเสมอ

"ว้าย อีทิมมี่ อีกระเทยปากเสีย สะกิดนิดสะกิดหน่อยทำเป็นสะดีดสะดิ้ง ทีผู้ชายสะกิดนะอ่อนเป็นขี้ผึ้งลนไฟเชียว"

ปุยฝ้ายโวยวายพร้อมเบะปากใส่เพื่อนด้วยความหมั่นไส้เอาดิเหน็บมาเหน็บกลับไม่โกงเธอกับทิมมี่มันเพื่อนประเภทไก่เห็นตีนงู งูเห็นนมไก่อยู่แล้วรู้ทั้งรู้ว่าเวลาที่เธอสะกิดแบบนี้ไม่พ้นเรื่องผู้ชายยังมีหน้ามาถามให้เสียเวลาอีก

"แหม ฝ้ายจ๊ะ นั่นมันผู้ชายจ้ะผู้ชายจ้ะเพื่อน แค่กระดิกนิ้วเรียกทิมมี่คนนี้ก็พร้อมจะสยบใต้ร่างอันเซ็กซี่ของพวกพี่ๆเขาแล้ว อิอิ แล้วยังไงสะกิดทำไม มีไรว่ามาทิมมี่พร้อมรับฟัง"

เมื่อพูดถึงเรื่องผู้ชายคำพูดที่แสนหยาบกระด้างก็ปรับเปลี่ยนเป็นนุ่มนวลอ่อนหวานทันทีก่อนที่ทิมมี่จะหัวเราะคิกคักด้วยความชอบใจเธอล่ะชอบนักเชียวเวลาที่พูดถึงเรื่องผู้ชายเนี่ยมันแบบคันยิบๆที่หัวใจห้องน้อยๆยังไงไม่รู้

"ฉันจะบอกว่าเที่ยงนี้พวกเราไปกินข้าวที่คณะวิดวะกันไหม พาขนมพายไปเปิดหูเปิดตาบ้างกินแต่ที่คณะมันจืดชืดไม่สู้ไปนั่งมองความหล่อแซบของหนุ่มๆให้หัวใจกระชุ่มกระชวยเล่นดีกว่าแบบนั้นยิ่งกินยิ่งอร่อย"

สาวสวยอารมณ์ดีพูดพร้อมกับหันไปมองขนมพายและขยิบตาให้อย่างทะเล้นทำเอาขนมพายได้แต่ส่ายหน้ายิ้มๆให้กับความขี้เล่นของปุยฝ้ายที่ร่าเริงสดใสอยู่ตลอดเวลา

 "แหม แหม แหม นังฝ้าย ทำเป็นเอาขนมพายมาอ้าง ฉันว่าแกนั่นแหละที่จะไปส่องผู้คณะวิดวะอะ เรื่องผู้ชายเนี่ยขยันจริงเชียวเรื่องเรียนแกขยันได้แบบนี้ไหมไหนพูด"

ทิมมี่แอบแซะปุยฝ้ายอย่างรู้ทันสำหรับปุยฝ้ายอ้าปากมาเธอก็เห็นลิ้นไก่แล้วคบกันมาตั้งแต่มัธยมทำไมเธอจะไม่รู้ทันมันล่ะ ส่วนขนมพายที่เห็นเพื่อนแซะกันไปมาก็รีบเบรกสงครามน้ำลายของสองสาวทันทีก่อนที่มันจะยาวไปมากกว่านี้

 "ทิมมี่จ๋า ฝ้ายจ๋า ขนมพายหิวข้าวแล้วอย่ามัวแต่แซะกันไปแซะกันมาเลยเนอะ พายได้ยินมาว่าข้าวมันไก่ที่นั่นอร่อยมากเราไปลองชิมกันดูดีกว่า นะนะทิมมี่คนสวย ๆ ที่สุดตลอดกาล"

ขนมพายยิ้มหวานพร้อมทำเสียงออดอ้อนเพื่อนรักทั้งคู่ก่อนที่สองสาวจะสะบัดหน้าพรืดใส่กันส่วนขนมพายก็แอบเนียนคล้องแขนเพื่อนคนละข้างพากันเดินลัดเลาะข้างตึกเรียนไปยังโรงอาหารคณะวิศวกรรมศาสตร์

โรงอาหารคณะวิศวกรรมศาสตร์

แซด แซด แซด

เสียงพูดคุยของบรรดานักศึกษาที่มีทั้งเด็กคณะวิศวกรรมและเด็กต่างคณะที่พากันมานั่งทานมื้อเที่ยงดังขึ้นเป็นระยะ ๆ นอกจากอาหารที่ขึ้นชื่อเรื่องความอร่อยจนเพื่อนๆต่างคณะพากันติดใจและแวะเวียนมาอุดหนุนอย่างต่อเนื่องแล้ว อีกหนึ่งเรื่องที่ดึงดูดสาวๆต่างคณะให้มานั่งกินมื้อเที่ยงที่นี่ทุกวันก็คือหนุ่มๆคณะวิศวกรรมศาสตร์ที่ขึ้นชื่อว่าหน้าตาดีติดTop ของมหาวิทยาลัยนั่นเอง

เมื่อสามสาวมาถึงและจับจองที่นั่งกันเรียบร้อยแล้วตอนนี้อาหารพร้อมชานมของโปรดพร้อมสามสาวก็นั่งกินข้าวกันอย่างเอร็ดอร่อยพลางเม้าท์มอยกันอย่างออกรสชาติ เพราะเป็นวันแรกของการเปิดเทอมขึ้นปีสองอย่างเป็นทางการทำให้สามสาวที่ไม่ได้เจอกันนานต่างบอกเล่าเรื่องราวและกิจกรรมระหว่างปิดเทอมให้กันและกันฟังอย่างสนุกสนาน

"เออ พวกแก วันนี้ไปตี้กันไหมปิดเทอมตั้งนานอดอยากปากแห้งมาก เหล้าไม่ได้กระแทกปากนานแล้วกระเทยจะลงแดงตายแล้วเนี่ย ปิดเทอมก็อยู่แต่ที่บ้านป๊ากับม้าไม่ให้ออกไปไหนเลย พาเข้าแต่วัดจนกระเทยจะหนีไปบวชชีล่ะจ้า"

ทิมมี่โอดครวญด้วยความเซ็งเมื่อช่วงเวลาปิดเทอมที่เธอควรจะมีความสุขกลับกลายเป็นช่วงเวลาที่แสนน่าเบื่ออย่างที่ไม่สามารถจะหลีกเลี่ยงได้ เพราะตั้งแต่ปิดเทอมป๊ากับม้าก็พาเธอเข้าวัดไปนั่งฟังเทศน์ ฟังธรรม เดินจงกรมบ้าง ทำบุญบ้างเพื่อหวังจะเปลี่ยนสาวสวยอย่างเธอให้เป็นผู้ชายแมนๆ แต่ขอโทษทีค่ะป๊าคะม้าคะหนูเป็นกระเทยค่ากระเทยตั้งแต่จิตใจยันร่างกายเลยค่ะพระวัดไหนก็ไม่สามารถเปลี่ยนใจหนูได้

"ก็ดีเหมือนกันนะวันนี้เปิดเทอมวันแรกไปตี้กันสักหน่อยฉลองการเป็นพี่ปีสองไงหลังจากที่เป็นน้องปีหนึ่งมานาน รู้สึกตื่นเต้นยังไงไม่รู้อะ"

ปุยฝ้ายเอ่ยขึ้นพร้อมกับพยักหน้ารับอย่างเห็นด้วยกับทิมมี่ส่วนขนมพายที่นั่งฟังสองสาวพูดถึงร้านเหล้าก็เตรียมจะเอ่ยคำปฏิเสธเหมือนทุกครั้งที่ผ่านมาทันที แต่เสียงประสานที่ดังขึ้นมาพร้อมกันอย่างรู้ทันความคิดของขนมพายทำให้เธอหุบปากลงแทบไม่ทัน

"แกห้ามปฏิเสธเด็ดขาดขนมพาย"

"แกห้ามพูดคำว่าไม่ไปเด็ดขาด"

ริมฝีปากอวบอิ่มสีชมพูพีชที่ชะงักค้างกลางอากาศหุบลงทันควันเมื่อโดนเพื่อนรักดักคออย่างรู้ทันก็เธอไม่ชอบไปเที่ยวนี่นาเธอชอบอยู่ห้องอ่านหนังสือดูซีรีส์ยังสนุกกว่าการไปเต้นโยกตัวตามจังหวะเพลงเป็นไหน ๆ

"ไม่รู้แหละพายยังไงก็ห้ามปฏิเสธแกออกไปตี้กับพวกฉันบ้าง ไปสนุกไปตี้ดให้ชีวิตมีสีสัน แกจะมัวเป็นเด็กอนามัย เลิกเรียนกลับคอนโดนอนก่อน 3 ทุ่มแบบเมื่อก่อนไม่ได้แล้วนะเว้ยเพื่อนรัก"

ทิมมี่เอ่ยท้วงขนมพายเพราะว่าอยากให้เพื่อนสาวเดินออกจากกรอบชีวิตเด็กอนามัยมาเปิดหูเปิดตาบ้างขนมพายจะได้รู้เท่าทันเล่ห์เหลี่ยมของคนให้มากขึ้น เพราะในสายตาของทิมมี่กับปุยฝ้ายนั้นเพื่อนสาวของเธอไร้เดียงสาและอ่อนต่อโลกมากอีกอย่างเธออยากให้เพื่อนมีโมเมนต์แบบไปเที่ยวบ้างผ่อนคลายกับเพื่อนบ้างอะไรแบบนี้อะ เข้าใจกระเทยกันไหมคะทุกคน

"จริง  ฉันขอบวกหนึ่งกับอีทิมมันเผลอๆไปเที่ยวรอบนี้แกอาจจะได้แฟนกลับมาก็ได้ใครจะไปรู้ล่ะ หน้าตาน่ารักแบบแกสเปคผู้ชายเลยนะเว้ยขนมพาย"

ปุยฝ้ายเห็นด้วยกับทิมมี่ก่อนจะพูดหว่านล้อมเพื่อนสาวอีกคนจนขนมพายได้แต่พยักหน้ารับอย่างหมดหนทางที่จะเอ่ยคำปฏิเสธลองเที่ยวดูสักครั้งจะเป็นไรไปถึงเธอจะไม่ชอบสถานบันเทิงเริงรมย์เพราะมีแต่สิ่งยั่วยุมากมาย แต่ไปกับเพื่อนรักเธอมั่นใจว่า ปลอดภัย แน่นอน หารู้ไม่ว่าสิ่งที่เธอกำลังคิดนั้นเธอคิดผิดอย่างมหันต์

O_O

"BlackList ไหมแก ผับดังมากเลยนะเว้ยเคยไปเที่ยวบ่อยๆตอนซ้อมลีดอะ ผู้หล่อ บรรยากาศดี ไฮโซหรูหราโคตรมีระดับ แถมเจ้าของผับยังเป็นพี่ปี 4คณะวิดวะอีกด้วย เขาว่ากันว่าอย่างแซบอะแต่ไปทีไรไม่เคยได้เห็นหน้าสักที ดีไม่ดีวันนี้อาจจะได้เห็นเป็นบุญตาสักครั้งก็ได้ใครจะรู้ล่ะ"

ปุยฝ้ายเสนอชื่อผับประจำของเธอกับเพื่อนอีกกลุ่มที่มักจะไปตี้กันตอนที่ซ้อมลีดช่วงปีหนึ่งตอนแรกๆเธอก็ปฏิเสธเหมือนขนมพายไม่มีผิดแต่พอถูกลากไปเที่ยวครั้งสองครั้งเธอกลับติดใจจนไปเที่ยวแทบทุกวัน  บรรยากาศที่นั่นดีมากเป็นผับที่ตกแต่งอย่างหรูหราแต่ราคานักศึกษาแบบตะโกน  

อาหารอร่อยเครื่องดื่มน่าลิ้มลองที่สำคัญวิวดีมากเลยทุกคนเดินไปทางไหนก็มีแต่ผู้หล่อๆจนบางครั้งปุยฝ้ายยังนึกงงว่าผับนี้เขาคัดคนหน้าตาดีมาเที่ยวหรืออย่างไรนะหล่อจนอยากเสียตัวไม่เกินจริงเลยสักนิดถ้าเป็นผับ BlackList

"ฉันเห็นด้วยนะถ้าเป็นผับ Blacklist ได้ยินชื่อมานานแล้วแต่ไม่เคยไปเยือนสักที สาวสวยแบบทิมมี่ต้องไปเปิดประสบการณ์หาผู้หล่อๆสักคนสองคนกลับห้องบ้างแล้วล่ะ”

ทิมมี่เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงระริกระรี้ในหัวพลันคิดจินตนาการไปถึงผู้ชายหล่อๆที่พากันมาเที่ยวในค่ำคืนนี้อย่างอารมณ์ดี

“โอเคดีลนะทุกคน เดี๋ยวสองทุ่มฉันจะไปรับยัยฝ้ายไปแต่งตัวที่คอนโดแกนะขนมพายวันนี้เราต้องสวยต้องแซบจนผู้น้ำลายไหลไปเลย โดยเฉพาะแกขนมพายวันนี้ฉันจะเปลี่ยนสาวน้อยแสนหวานให้กลายเป็นสาวสวยเซ็กซี่จนได้ผู้ดีๆมาครองไปเลย"

ทิมมี่ยิ้มร่าบอกเพื่อนสาวด้วยความมั่นใจในขณะที่ขนมพายได้แต่รู้สึกตกใจกับคำพูดของเพื่อนสาว

สวยเซ็กซี่จนได้ผู้ดีๆมาครอง

นี่เพื่อนของเธอเมาทั้ง ๆ ที่ยังไม่ได้ไปเที่ยวหรืออย่างไรกันนะถึงได้คิดจะหาผู้ชายให้เธอเร็วขนาดนี้เธออายุยังไม่ถึงยี่สิบปีด้วยซ้ำเรื่องความรักเป็นเรื่องที่ไม่เคยอยู่ในหัวหนอนหนังสืออย่างขนมพายเลยแม้แต่น้อย

คอนโดขนมพาย

ภายในห้องชุดสุดหรูสามสาวพากันเลือกชุดอย่างสนุกสนานสำหรับชุดของขนมพายนั้นทิมมี่จัดเต็มชุดเดรสแหวกหลังสีแดงเพลิงเน้นโชว์สัดส่วน อกเป็นอก เอวเป็นเอว ก้นเป็นก้น พร้อมจับเพื่อนสาวแต่งหน้าทาปากแดงอย่างแซบในขณะที่ขนมพายนั้นรู้สึกเขินอายและไม่คุ้นชินกับชุดเดรสที่ค่อนข้างเซ็กซี่แบบชุดนี้เลยสักนิด

"ทิมมี่พายว่าชุดมันโป๊ไปนะพายไม่มั่นใจเลยมันดูโล่งๆยังไงไม่รู้พายไม่ชินเลยอะ"

เสียงหวานใสของขนมพายเอ่ยท้วงเพื่อนรักขึ้นด้วยความเขินอายเพราะข้างหลังโล่งมากจนเธอรู้สึกหวิวๆยังไงไม่รู้

"พายจ๊ะ ชุดนี้สวยและดูแพงมากค่ะเพื่อนสาวที่แกรู้สึกโล่งๆเพราะแกยังไม่ชินน่ะสิ เดี๋ยวพอไปเที่ยวกับพวกฉันบ่อยๆแกก็จะชินไปเองอีกอย่างชุดนี้อะผู้เหลียวมองทุกคนแน่นอนแกเชื่อฉัน"

ทิมมี่บอกเพื่อนรักให้มีความมั่นใจในตัวเองขนมพายเป็นผู้หญิงที่หน้าหวานมีความสวยละมุนแบบน่ารักน่าทะนุถนอมแต่ถ้าได้แต่งตัวแนวเซ็กซี่ขึ้นมาเมื่อไหร่เพื่อนเธอก็สวยฟาดมากทีเดียวหวังว่าคืนนี้เพื่อนสาวของเธอจะเตะตาต้องใจหนุ่มๆที่แสนดีบ้างสักคนสองคนนะ

"ที่นังทิมพูดถูกต้องที่สุดแกใส่ชุดนี้แล้วเปลี่ยนลุคไปเลยจะว่าเซ็กซี่ก็ไม่ใช่ น่ารักก็ไม่เชิง แต่มีเสน่ห์น่ามองที่สุดเชื่อทิมมี่มันเหอะ เซนส์อีทิมมันแม่นนะแกอย่างตอนออกแบบชุดลีดก็อีทิมนี่แหละออกแบบให้เป็นไงล่ะได้ที่หนึ่งสมใจเลย”

ปุยฝ้ายเอ่ยเชียร์ชุดที่ขนมพายใส่อีกคนทำให้ขนมพายที่ในตอนแรกรู้สึกเขินและประหม่าค่อยๆรู้สึกมั่นใจขึ้นทีละนิด

ในเมื่อเพื่อนว่าดีขนมพายก็ว่าดีลองเปลี่ยนตัวเองดูบ้างก็ไม่เสียหายนี่นา เธอก็อยากจะรู้เหมือนกันว่าพอแต่งชุดแบบนี้แล้วเธอจะสวยเซ็กซี่จนผู้เหลียวมองแบบที่ทิมมี่บอกหรือเปล่านะ

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย พิชญ์รัก
9.2
พิชญ์รัก:...เหตุเพราะน้องชายตัวดี ไปมีความสัมพันธ์ต้องห้าม กับศัตรู หัวเด็ดตีนขาด “เธอ” ก็ไม่มีวันยอมให้น้องชายลงเอยกับลูกสาวของตระกูลที่เคยดูถูกเธออย่างไม่มีดี . ดูเหมือนทุกอย่างจะเป็นไปตามแผนที่เธอวางไว้ หากไม่เพราะ “เขา” ทายาทหนุ่มเสเพลของบ้านนั้น ที่ซ้อนแผนเอาคืนเธอ ทำเอางานนี้ เจ้าหล่อนจะต้องเลือกว่าจะยอมให้น้องชายได้ลงเอยในเรื่องความสัมพันธ์ หรือจะจนมุมไปกับจอมวางแผนที่ตนก็เพิ่งรู้ว่าแท้จริงแล้ว.... เขาช่างเจ้าคิดเจ้าแค้น และต้องการเอาชนะเธอมาตั้งแต่ต้น โดยมี “เรือนร่าง” เธอเป็นเดิมพัน +++++++++++++++++++++++++++++++ “ปล่อยฉันไปนะ นี่คุณเล่นบ้าอะไร?” “เล่นบ้าอะไรงั้นเหรอ... ก็เล่นผัวเมียกันยังไงล่ะ” “คนบ้า! มันใช่เวลามาล้อเล่นแบบนี้มั้ย ปล่อยฉันไปนะ!” “เล่นผัวเมียกันจริงๆ มีลูกด้วยกันจริงๆ สักคนสองคน” “คนบ้า เล่นไปคนเดียวเถอะ” “มีลูกกับผม คุณจะได้รู้... ความรู้สึกที่โดนพรากลูกพรากแม่มันเป็นยังไง” “เลว! นรกขุมไหนส่งคุณมาเกิดกัน คนบ้า!” สิ้นเสียงเล็ก จูบร้อนแรงถูกบดขยี้ลงมาอย่างร้ายกาจ เชลยในอ้อมกอดไม่อาจขัดขืนเขาได้แม้แต่น้อย หญิงสาวรู้ตัวดีว่า จุมพิตนี้หาใช่เกิดจากความรัก หากเขาต้องการแค่เพียงลงทัณฑ์เธอ... “คุณ... ไม่นะ พราวไม่อยากท้อง!” หญิงสาวบ่ายหน้าหนีจนหลุดพ้นพันธนาการจุมพิตร้าย ก่อนวอนขอ... “ไม่ทันแล้วครับ คุณต้องท้องและรับรู้ความเจ็บปวดว่าการถูกพรากลูกมันเป็นยังไง” “คนเลว... ปล่อยฉันเดี๋ยวนี้นะ!” “ถ้าปล่อย... ก็ยังไม่หายแค้นน่ะสิครับ” ถ้อยคำนั้นแสนธรรมดา หากเจือแววเยือกเย็นพร่าผลาญใจ ส่งให้เชลยสาวในอ้อมกอดรู้สึกหนาวยะเยือกกับสิ่งที่ต้องเจอนับจากนี้.... เรื่องราวเริ่มต้นจากชีวิตที่ดูเหมือนปกติ แต่แท้จริงแล้วเต็มไปด้วยรอยร้าวของความสัมพันธ์และความลับที
หน้าปกนวนิยาย อัคคีธารา
8.8
มินรญาสาวสวยทรงเสน่ห์เอ่ยปากท้าทายภูวนนท์ด้วยความมั่นใจว่าเขากำลังหลงรักเธอ แต่ชายหนุ่มกลับตอบโต้ด้วยถ้อยคำดูถูกทว่าปฏิกิริยาทางกายกลับสวนทางกับคำพูด เมื่อความเสียใจจากการสูญเสียคนรักผสมโรงกับฤทธิ์สุรา เปลี่ยนภูวนนท์ที่เคยเย็นชาราวสายน้ำให้กลายเป็นเปลวเพลิงที่พร้อมแผดเผา มินรญาที่เล่นกับไฟจึงถูกดึงเข้าสู่อ้อมกอดแข็งแกร่ง เขาตัดสินใจระบายความแค้นและควาเจ็บปวดทั้งหมดลงที่ริมฝีปากของเธอเพื่อเป็นตัวแทนของใครอีกคนที่ไม่สามารถเรียกร้องอะไรได้อีก
หน้าปกนวนิยาย คนของข้าใครกล้ามายุ่ง
9.6
ความรู้สึกแอบรักที่ธีร์มีต่อวินเพื่อนสนิทมาอย่างยาวนานกำลังจะเปลี่ยนไป เมื่อโอกาสทองมาถึงทำให้เขาได้ครอบครองหัวใจและร่างกายของเพื่อนคนนี้ตามที่เคยปรารถนาไว้ลึกๆ ในใจ เมื่อความสัมพันธ์ข้ามเส้นความเป็นเพื่อนจนกลายเป็นคนรักอย่างเต็มตัว ธีร์จึงกลายเป็นชายหนุ่มที่เต็มไปด้วยความหวงแหนและพร้อมจะประกาศกร้าวให้ทุกคนได้รับรู้ว่า วินคือคนของเขาเพียงผู้เดียวเท่านั้น ใครหน้าไหนก็ไม่มีสิทธิ์เข้ามาแทรกกลางหรือแตะต้องคนสำคัญของเขาได้อีกต่อไป
หน้าปกนวนิยาย ประธานที่มีเสน่ห์ของฉัน
7.3
ตลอดสามปีในฐานะภรรยาตามกฎหมาย ฉู่ลั่วหานพบเพียงความหมางเมินและคำครหาเรื่องไร้ทายาท เมื่อโม่หรูเฟยที่เป็นมือที่สามกล้าบุกมาหยามถึงบ้าน เธอจึงตอกกลับอย่างเด็ดขาดเพื่อประกาศว่าใครคือตัวจริงและใครเป็นแค่ของเล่น ทว่าชัยชนะนี้กลับว่างเปล่าเมื่อสามีที่นอนเคียงข้างทำเพียงนิ่งเฉย เขาไม่เคยปกป้องหรือมอบความรักให้เธอเลย ความจริงอันโหดร้ายที่ว่าเขาไม่ได้รักเธอ กลายเป็นแผลลึกที่บีบบังคับให้ลั่วหานต้องสร้างเกราะกำบังหัวใจให้แข็งแกร่ง เพื่อหยัดยืนในวงโคจรของสถานะจอมปลอมที่ไร้ความหมายนี้ให้ได้
หน้าปกนวนิยาย เจ้าสาวเพรียบพร้อมของ CEO: ข้อตกลงกับปีศาจในคราบมนุษย์
9.1
สวี่ซู่ถูกมองว่าเป็นหญิงเจ้าเสน่ห์ผู้ไร้หัวใจและชอบแย่งชิงสามีคนอื่น ท่ามกลางคำครหาเธอกลับเข้าพิธีวิวาห์กับกู้หยู่ซู ทายาทตระกูลดังผู้ทรงอิทธิพลและรักสนุก หลายคนต่างสบประมาทว่าความสัมพันธ์นี้เป็นเพียงการตกลงเพื่อผลประโยชน์ชั่วคราว ทว่าความจริงกลับไม่เป็นเช่นนั้น เมื่อกู้หยู่ซูผู้แสนเย็นชาถึงกับหลั่งน้ำตาอ้อนวอนขอความรักจากเธอต่อหน้าผู้คนในงานเลี้ยง แผนการที่เขาซ่อนไว้พิสูจน์ให้เห็นว่าเขาถลำลึกในบ่วงรักนี้มานานเพียงใด
หน้าปกนวนิยาย ลิขิตรัก พันธนาการหัวใจ
8.8
เมื่อพระนายตกหลุมรักขวัญข้าวตั้งแต่แรกเห็น เขาจึงทุ่มเททุกวิถีทางเพื่อให้อยู่เคียงข้างเธอ ทว่าค่ำคืนหนึ่งกลับเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝัน เมื่อขวัญข้าวสูญเสียการควบคุมตัวเองจากความปรารถนาที่พลุ่งพล่านจนต้องเอ่ยปากขอร้องให้เขาช่วยปลดปล่อยความทรมานที่แสนเร่าร้อนนี้ แม้จะอับอายเพียงใดแต่เธอก็ไม่อาจต้านทานความต้องการส่วนลึกได้ พระนายจึงต้องเผชิญหน้ากับเสียงเรียกร้องจากหัวใจและร่างกายของหญิงสาวที่เป็นดั่งแก้วตาดวงใจในบรรยากาศที่เต็มไปด้วยเสน่หา