ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย จุมพิตยมทูต

จุมพิตยมทูต

หลังจุมพิตแสนหวานระหว่างอันเดรสและเมลดาเริ่มต้นความสัมพันธ์ได้ไม่นาน โชคชะตากลับเล่นตลกด้วยอุบัติเหตุที่พรากพวกเขาจากกัน เมลดาฟื้นขึ้นมาพร้อมความสามารถในการเห็นวิญญาณ และได้พบกับคนรักอีกครั้งในฐานะยมทูตผู้เย็นชาที่สูญเสียความทรงจำเกี่ยวกับเธอไปสิ้นเชิง ท่ามกลางความต่างระหว่างภพมนุษย์และดินแดนแห่งความตาย รักครั้งนี้จะลงเอยด้วยความสมหวังหรือการจากลาตลอดกาล ร่วมพิสูจน์นิยามรักเหนือปาฏิหาริย์ที่อบลามไปด้วยความซึ้งในจุมพิตยมทูต
ตอน
แชร์

ตอน 3

“อย่าพูดเรื่องตายสิ ไม่ดีนะคะ”

“งั้นเปลี่ยนมาพูดเรื่องของเราดีกว่า เมอยากแต่งงานวันไหนครับ”

“บ้า…พูดเล่นแบบนี้ เดี๋ยวเถอะ” เมลดาเงื้อมือขึ้นสูง พร้อมจะฟาดลงบนตัวคนชอบอำ อันเดรสได้แต่ยิ้ม ก่อนจะรวบมือเธอไปกุมไว้ นั่นเพราะเขาไม่ได้พูดเล่น เขาคิดเรื่องแต่งงานกับเธอแล้วจริงๆ และได้วางแผนไว้หมดแล้ว

ทั้งคู่นั่งดื่มด่ำความโรแมนติกอยู่ริมน้ำเจ้าพระยา อีกสองสามชั่วโมงก็พากันกลับ ตลอดทางที่ขับรถกลับบ้านนั้น มือหนาของ อันเดรสกุมมือบางของเมลดาไว้ตลอดเวลา บางครั้งก็ยกขึ้นไปจูบจนเธอเขินแล้วเขินอีก กระทั่งอันเดรสตัดใจไม่จูบ เพราะกลัวมือเล็กๆ ของเธอจะช้ำไปมากกว่านี้

เวลาของความสุขช่างผ่านไปเร็วนัก เพราะอีกไม่เกินห้านาที เขาก็จะถึงบ้านของเมลดาแล้ว แต่จังหวะที่กำลังขับรถอยู่นั้น อยู่ๆ กลับมีรถอีกคันวิ่งสวนเลนมาอย่างกะทันหัน

“พี่สิงห์ ระวังค่ะ”

เอี๊ยดดดด

โครมมมมม

เสียงชนประสานงาของรถทั้งสองคันดังสนั่นไปทั่วบริเวณ แรงชนทำให้รถของอันเดรสเสียหลัก เขาควบคุมพวงมาลัยไม่ได้ ซึ่งตอนนี้รถกำลังไถลไปยังเสาไฟฟ้าที่อยู่ริมถนน และเป็นฝั่งที่เมลดานั่งอยู่

อันเดรสพยายามหมุนพวงมาลัยรถด้วยแรงที่มี หวังให้เกิดปาฏิหาริย์ เพราะไม่อย่างนั้นแรงอัดกระแทกที่จะเกิดขึ้นอาจส่งผลต่อชีวิตของเมลดา เขาขอรับทุกอย่างเอง ถ้าร้ายแรงถึงขั้นเสียชีวิต ก็ขอให้เป็นเขาคนเดียวเท่านั้น แค่เขาเท่านั้น

และคำขอของอันเดรสก็สัมฤทธิ์ผล

โครมมมมมม

เสียงโครมใหญ่ดังขึ้นอีกครั้ง หลังจากรถของอันเดรสชนเข้ากับเสาไฟฟ้า แม้ด้านข้างลำตัวจะถูกอัดกระแทก แต่เขาก็ยังพอมีสติอยู่บ้าง จึงพยายามเอื้อมมือไปกุมมือของเมลดาไว้ และหลังจากนั้นทุกอย่างรอบตัวเขาดับมืดลงไปทันที

เมลดายืนอยู่ท่ามกลางหมอกสีขาวจัด ที่มองไปมุมไหน หรือเดินไปทางไหนก็เห็นแต่หมอก เธอตะโกนหาใครก็ไม่มีใครตอบรับ

“ที่นี่มันที่ไหนกัน หรือเราตะ…ตายแล้วเหรอ” เธอเอ่ยถามตัวเองเสียงสั่น ชีวิตดูหมดหวัง เพราะเดินไปทางไหนก็พบเจอแต่ความว่างเปล่า นั่นทำให้เมลดาร้องไห้ออกมา

หากเธอหมดลมหายใจจริงๆ ก็ขอกลับไปเจอคนที่เธอรักเป็นครั้งสุดท้าย พ่อแม่ ชมพู่และอันเดรส ป่านนี้เขาจะเป็นยังไงบ้าง เพราะสติครั้งสุดท้ายที่จำได้คือเธอกับเขาประสบอุบัติเหตุ

“พ่อจ๋า แม่จ๋า เมกลัว” น้ำเสียงสั่นๆ พร่ำเอ่ยกับตัวเอง กระทั่งเสียงเสียงหนึ่งดังก้องขึ้น

“เจ้าจงกลับไป จงกลับไปยังกายเนื้อของเจ้า”

“เมอยากกลับ แต่จะให้กลับยังไง ทางไหน” เมลดาเอ่ยถามทั้งน้ำตา เธอยังไม่พร้อมที่จะจากทุกคนมาในตอนนี้จริงๆ

“ตอนนี้ยังไม่ถึงเวลาที่เจ้าจะมาหาข้า กลับไป!” อยู่ๆ ก็มีแสงสว่างพุ่งใส่ตาทั้งสองข้างของเมลดา เธอหลับตาไว้แน่นแต่ยังคงรู้สึกถึงแสงสะท้อนนั้นได้อยู่

วิญญาณที่ควรจะหมดอายุไขแค่นี้ แต่เพราะมีการแลกเปลี่ยน นั่นทำให้ลมหายใจของเมลดาถูกต่อออกไปอีก และผู้ที่ล่วงรู้ว่าเวลาของเธอจะหมดลงไปเมื่อไหร่ คงมีเพียงเจ้าแห่งนรกเท่านั้น

ร่างบอบบางของเมลดา ค่อยๆ ขยับ พร้อมกับลืมตาที่พร่ามัวขึ้นมองเพดานสีขาว เธอพยายามคิดทบทวนเรื่องราวที่เกิดขึ้น จำได้เพียงแค่ว่ารถที่เธอนั่งมากับอันเดรสเกิดอุบัติเหตุ และหลังจากนั้นก็จำอะไรไม่ได้อีกเลย แม้แต่เรื่องที่เธอได้พบกับใครท่ามกลางหมอกสีขาวนั่น รู้สึกคลับคล้ายคลับคลา แต่ก็ปะติดปะต่ออะไรไม่ได้

เธอยังคงบอบช้ำเพราะแรงชนของรถ แถมยังรู้สึกหิวน้ำมาก แต่กลับไม่มีแรงที่จะเปล่งเสียงออกไปด้วยซ้ำ สายน้ำเกลือหรือสายอะไรก็ไม่รู้ระโยงระยางเต็มตัวเธอไปหมด กระทั่งสายตาหันไปเห็นชมพู่ที่นอนอยู่บนโซฟาตัวยาวข้างเตียง

“พู่ พู่” เมลดาพยายามเปล่งเสียงแหบๆ เอ่ยเรียกชมพู่

“อะไรแก” เจ้าของชื่อที่ยังคงนอนอยู่บนเตียงขานรับ คล้ายๆ จะหูแว่วเสียด้วยซ้ำ กระทั่งตั้งสติแล้วหันมายังเตียงคนไข้ จึงเห็น เมลดาสบสายตาปิ๊งๆ ชมพู่ถึงกับดีดตัวเองจากโซฟาแล้วปรี่เข้าหามาเพื่อนทันที

“เม รู้สึกตัวแล้วเหรอแก”

“อื้อ…ขอน้ำกินหน่อยสิ ฉันคอแห้งมาก”

“ได้ๆ” ชมพู่รีบรินน้ำใส่แก้ว หยิบหลอดมาด้วย แล้วค่อยๆ พยุงเมลดาขึ้นมาดื่ม จังหวะนั้นก็หันไปมองนาฬิกาที่บอกเวลาว่าตอนนี้เลยเที่ยงคืนมาได้สิบนาทีแล้ว

“ค่อยๆ ดูดแก ค่อยๆ”

“ขอบใจแก” หลังจากดื่มน้ำหมดไปครึ่งแก้ว เมลดาก็ค่อยรู้สึกดีขึ้นมาหน่อย

“เป็นไงบ้างแก เจ็บตรงไหนไหม” น้ำเสียงห่วงใยของชมพู่เอ่ยถาม เธออาสาขออยู่เฝ้าเพื่อนรักแทนพ่อและแม่ของเมลดา โดยให้ท่านทั้งสองไปพักที่บ้าน เช้าค่อยมาเยี่ยม

“ทั้งตัวเลย โดยเฉพาะหัว เจ็บเหมือนจะระเบิด” เมลดานิ่วหน้า นั่นเพราะตอนนี้ความเจ็บวิ่งชน จนเธอชาไปทั้งตัว โดยเฉพาะบริเวณหัว

“งั้นรอก่อน ฉันเรียกหมอมาตรวจแกแป๊บ”

“พู่…พี่สิงห์เป็นไงบ้าง” คำถามของเมลดา ทำให้ชมพู่ดูจะหยุดการเคลื่อนไหวไปเล็กน้อย ก่อนจะปรับสีหน้า ท่าทางให้เป็นปรกติ

“เออเดี๋ยวบอก ตอนนี้ขอฉันไปตามหมอมาดูอาการของแกก่อนนะ” เอ่ยจบก็รีบออกไปตามหมอ กระทั่งชมพู่กลับมาพร้อมหมอและพยาบาลอีกสามสี่คน

เมลดาถูกส่งตัวไปตรวจร่างกายอย่างละเอียดอีกครั้ง โดยเฉพาะบริเวณศีรษะเพราะเธอบอกตลอดว่าปวดมาก แต่กลับไม่พบสิ่งผิดปรกติที่จะส่งผลต่อชีวิตในตอนนี้ แม้ก่อนหน้านี้สิ่งที่หมอเจ้าของไข้ห่วงมากที่สุดคือเธอสลบไปนานกว่าที่คิด นั่นเพราะกลัวว่าเมลดาจะกลายเป็นเจ้าหญิงนิทรา

ดูต่อเลย!
เนื้อเรื่องกำลังเข้มข้น! ไปที่แอปเพื่ออ่านต่อ
ปลดล็อกทุกตอน
เปิดเว็บไซต์ทางการ

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย อะไรนะ! เจ้าอยากเป็นเซียนอย่างงั้นเหรอ!?
9.6
เสียงตะโกนที่เต็มไปด้วยความโกรธแค้นดังกึกก้องไปทั่วสวรรค์ เมื่อชายหนุ่มผู้หนึ่งตั้งคำถามกับโชคชะตาว่าเหตุใดความปรารถนาที่จะเป็นเซียนของเขาถึงถูกกีดกันอย่างโหดร้าย ท่ามกลางบรรยากาศที่อบอวลไปด้วยจิตสังหารอันรุนแรง เขายืนหยัดอย่างไม่เกรงกลัวขณะแหงนหน้าเผชิญหน้ากับเงาลึกลับทั้งเก้าที่คอยขัดขวางเส้นทางสู่ความเป็นอมตะ การต่อสู้เพื่อพิสูจน์เจตนารมณ์ท่ามกลางอุปสรรคจากเบื้องบนจึงเริ่มต้นขึ้นในมหากาพย์แห่งการล้างแค้นและการฝึกตน
หน้าปกนวนิยาย รักแรกชั่วนิรันดร์
8.2
เตชินท์ต้องเผชิญกับความสูญเสียครั้งใหญ่เมื่อพิมพ์ชนกคนรักจากไปอย่างกะทันหันเพราะอุบัติเหตุ ความโกรธแค้นทำให้เขามุ่งทำลายชีวิตฟ้าลดาผู้ที่เป็นต้นเหตุของโศกนาฏกรรมครั้งนี้ ทว่าปาฏิหาริย์กลับนำดวงวิญญาณของพิมพ์ชนกมาเข้าร่างศัตรูที่เขาเกลียดชังที่สุด เธอต้องพยายามพิสูจน์ตัวตนภายใต้รูปลักษณ์ของหญิงสาวที่เขาปรารถนาจะล้างแค้น ท่ามกลางความเกลียดชังที่แผดเผา พิมพ์ชนกจะสามารถทำให้เตชินท์กลับมารักเธอได้อีกครั้งหรือไม่ในร่างของคนที่เขาจองเวร
หน้าปกนวนิยาย 100วันวางแผนลับจับประธานเย็นชา
9.4
เซียนสาวเจ้าอี้เฟยยอมสละตบะที่สั่งสมมาทั้งชีวิตเพื่อโอกาสเคียงคู่ชายคนรักในโลกมนุษย์ โดยมีเงื่อนไขว่าต้องทำให้เขาหลั่งน้ำตาจากรักแท้ให้ได้ภายใน 100 วัน มิเช่นนั้นวิญญาณของนางจะดับสูญตลอดกาล เธอจึงเข้าสวมร่างหญิงสาวที่เพิ่งถูกถอนหมั้นและอยู่ในความดูแลของนายแพทย์โจวเจี๋ยหลุน ชายหนุ่มผู้มักฝันเห็นเธออยู่บ่อยครั้ง ทว่าพฤติกรรมที่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิงและการตามจีบเขาอย่างเปิดเผยของเธอกลับทำให้คุณหมอหนุ่มเริ่มสงสัยว่าแท้จริงแล้วเธอเป็นใครกันแน่
หน้าปกนวนิยาย จางม่านอวี้ นางสนมล่มเมือง
9.0
จางม่านอวี้จำใจรับตำแหน่งพระสนมทั้งที่รู้ว่าตนเองไร้ความงามโดดเด่นและไม่คู่ควรกับฮ่องเต้จูหมิงผู้สูงวัย ทว่านางกลับกลายเป็นสตรีที่กุมหัวใจทั้งจักรพรรดิ องค์ชาย และแม่ทัพเฉินต้าเหว่ยเพื่อนสนิทผู้ภักดี แม้ฐานะที่เปลี่ยนไปจะกลายเป็นกำแพงกั้นความรักระหว่างนางกับต้าเหว่ย แต่คำยืนยันในรักแท้ที่หนักแน่นดั่งหินผาของเขาก็ช่วยชุบชูหัวใจที่เหี่ยวเฉาของนางให้กลับมามีความหวังอีกครั้ง ท่ามกลางวังหลวงที่เต็มไปด้วยอุปสรรคและโชคชะตาที่สวรรค์เป็นผู้ลิขิต
หน้าปกนวนิยาย ลู่เมิ่งหลิง เทพธิดาแห่งฝัน
8.7
ลู่เมิ่งหลิงไม่เคยคาดคิดว่าการเฝ้ามองดวงดาวจะนำพาสิ่งมหัศจรรย์มาสู่ชีวิต จนกระทั่งโชคชะตาชักนำให้เธอได้พบกับเขาผู้อยู่เหนือขอบเขตของกาลเวลาและสถานที่ การพบกันครั้งนี้เต็มไปด้วยปริศนาว่าแท้จริงแล้วเป็นเพียงความบังเอิญหรือเป็นพรหมลิขิตที่สวรรค์ขีดเส้นไว้ ท่ามกลางห้วงมิติที่แตกต่าง ความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งได้ก่อตัวขึ้นพร้อมกับคำถามที่ว่า พลังแห่งดวงดาวหรือโชคชะตากันแน่ที่เป็นผู้ลิขิตการพบเจอที่แสนพิเศษครั้งนี้ให้เกิดขึ้นกับเธอ
หน้าปกนวนิยาย ย้อนเวลากลับมาเป็นท่านแม่
9.7
เฉียวลู่ดาราสาวชื่อดังต้องพักงานเพราะข่าวฉาวจึงเลือกกลับบ้านเกิดจนพบเหตุการณ์เปลี่ยนชีวิต ด้านฉีหมิงเยี่ยนอนุชาฮ่องเต้แคว้นฉีได้รับบาดเจ็บสาหัสจนความจำเสื่อมขณะปฏิบัติภารกิจลับและได้รับความช่วยเหลือจากตระกูลเฉียว ส่วนเซียวยิ่นฮ่องเต้แคว้นเซียวผู้ไร้ทายาทได้สั่งทหารออกตามหาอดีตฮองเฮาและโอรสตามคำทำนายอย่างลับๆ ขณะที่ฉินอี้เหยาต้องแสร้งลืมอดีตหลังพาลูกน้อยหนีตายจากเหตุการณ์ร้ายแรงเพื่อรักษาชีวิตรอดในดินแดนแห่งนี้