หน้าปกนวนิยาย จุมพิตยมทูต

จุมพิตยมทูต

9.6 / 10.0
หลังอุบัติเหตุที่พรากชีวิตคนรัก เมลดาต้องเผชิญโชคชะตาที่ทำให้เธอมองเห็นวิญญาณและได้พบกับอันเดรสอีกครั้งในฐานะยมทูตผู้ไร้ความทรงจำ ในนิยาย fantasy romance เรื่อง จุมพิตยมทูต นี้ เธอต้องหาทางรื้อฟื้นความผูกพันท่ามกลางความต่างของภพภูมิ อ่านนิยายออนไลน์สนุกๆ ได้ใน web novel เรื่องนี้
เรื่องย่อ จุมพิตยมทูต
หลังจุมพิตแสนหวานระหว่างอันเดรสและเมลดาเริ่มต้นความสัมพันธ์ได้ไม่นาน โชคชะตากลับเล่นตลกด้วยอุบัติเหตุที่พรากพวกเขาจากกัน เมลดาฟื้นขึ้นมาพร้อมความสามารถในการเห็นวิญญาณ และได้พบกับคนรักอีกครั้งในฐานะยมทูตผู้เย็นชาที่สูญเสียความทรงจำเกี่ยวกับเธอไปสิ้นเชิง ท่ามกลางความต่างระหว่างภพมนุษย์และดินแดนแห่งความตาย รักครั้งนี้จะลงเอยด้วยความสมหวังหรือการจากลาตลอดกาล ร่วมพิสูจน์นิยามรักเหนือปาฏิหาริย์ที่อบลามไปด้วยความซึ้งในจุมพิตยมทูต
อ่านเพิ่มเติม

จุมพิตยมทูต ตอนที่ 1

วันศุกร์แห่งชาติ คือการเรียกวันศุกร์สิ้นเดือน ที่วันนี้เบี้ยยังชีพของเหล่าพนักงานออฟฟิศจะถูกโอนเข้าบัญชี และบวกกับเป็นวันสุดท้ายของการทำงาน ส่งผลให้การจราจรนั้นยิ่งติดขัดยกกำลังสอง

แม้ตอนนี้จะสองทุ่มแล้วแต่ ‘เมลดา’ หนึ่งในพนักงานผู้รับเบี้ยยังชีพก็ยังไม่กลับบ้าน หลังเลิกงานจึงตรงดิ่งมาร้านกาแฟของเพื่อนสนิท ซึ่งอยู่ใกล้กับออฟฟิศของเธอ ช่วยทำนั่นทำนี่ฆ่าเวลา เพราะยังไม่อยากฝ่าการจราจรกลับบ้านเอาเวลานี้สักเท่าไหร่

เธอเป็นพนักงานออฟฟิศธรรมดาๆ งานว่าธรรมดาแล้ว รูปร่างหน้าตาก็ยังธรรมดาอีกต่างหาก ผิวสีแทนตามแบบฉบับสาวใต้ จมูกก็โด่งมากกว่าคนอื่นเขาหน่อย ตาคมๆ ที่หลายคนชอบบอกว่าเธอตาดุ และเธอก็ดื่มนมมาตั้งแต่เด็กๆ จนจะฉี่ออกมาเป็นกลิ่นนม แต่ส่วนสูงกลับหยุดอยู่แค่ร้อยหกสิบ ผิดกับน้ำหนักที่เพิ่มเอ้าเพิ่มเอาจนเธอกลุ้ม

เมื่อน้ำหนักมันไม่สัมพันธ์กับส่วนสูง เธอจึงต้องหาวิธีรีดไขมัน ทั้งเข้าฟิตเนส อดอาหาร แต่สุดท้ายกลับไปไม่รอดสักอย่าง ตบะแตกจนกินบุฟเฟ่ต์ชดเชย จนกระทั่งมีเหตุให้ต้องไปวิ่งมินิมาราธอน เพราะบริษัทที่เธอทำงานอยู่เป็นเจ้าของโปรเจกต์ระดับชาตินี้ และการวิ่งก็ทำให้เธอได้พบกับใครคนหนึ่งเข้า เธอรู้แค่ว่าเขาหล่อและดูดีมาก แถมชื่อเล่นก็ออกจะแมน

‘พี่สิงห์’ คือชื่อเล่นของเขา คิดเรื่องนี้แล้วเมลดาก็นั่งคิดถึงความหลังเสียหน่อย จำได้ว่าเธอลงทุนสืบประวัติของ ‘พี่สิงห์’ อย่างจริงๆ จังๆ สืบไปสืบมาถึงรู้ว่าเขาทำงานตึกเดียวกับเธอ แต่คนละบริษัทเท่านั้นเอง และยิ่งสืบก็ยิ่งรู้ว่า ‘พี่สิงห์ หรืออันเดรส สิงห์ ปัณฑวิรุจ’ ของเธอนั้นฮอตมากถึงมากที่สุด จากที่คิดว่าเขาเป็นพนักงานบริษัทกลับกลายมาเป็นว่าเขาคือเจ้าของบริษัทส่งออก

ความโสดของเขาเหมือนแม่เหล็ก ที่ดูดสาวๆ เข้าหาไม่ได้ขาด สาวน้อยสาวเหลือน้อยแอบปลื้มไปทั้งตึกก็ว่าได้ และเธอก็คือหนึ่งในนั้น เมื่อชอบทางเดียวที่ทำได้คือการหมั่นออกไปวิ่งเพื่อจะได้เจอเขาและจะได้ผอมไปในตัว นั่นเพราะรู้ว่าอันเดรสชอบวิ่ง และการวิ่งก็ทำให้เธอได้เจอกับเขาบ่อยๆ อย่างที่คิดไว้จริงๆ

และวันหนึ่งก็มีเหตุให้ได้คุยกับเขาอย่างเป็นทางการ เพราะขณะที่กำลังขับรถกลับบ้าน เธอก็เห็นอันเดรสยืนเท้าสะเอวมองรถที่ตอนนี้เปิดฝากระโปรงไว้ เธอรีบจอดรถ จากนั้นก็รีบก้าวเข้าไปหาเขา พร้อมกับเอ่ยขึ้น

“มีอะไรให้เมช่วยไหมคะ”

“รถผมน่าจะมีปัญหานิดหน่อยน่ะครับ มันสตาร์ทไม่ติด”

“น้ำมันหมดหรือเปล่าคะ”

“เปล่าครับ เพราะผมเพิ่งเติมเต็มถังไปเมื่อเช้า” เสียงทุ้มเอ่ยตอบ ขณะนั้นก็หันมามองผู้หญิงตัวเล็กๆ ที่ตอนนี้ยืนทำหน้าครุ่นคิดอยู่ข้างๆ

“หรือไม่ก็แบตเตอรี่รถยนต์น่าจะหมด”

“อันนี้ผมก็ไม่แน่ใจ” อันเดรสยิ้มออกมา

“งั้นคุณลองสตาร์ทรถให้ฉันฟังหน่อยสิ”

“ได้ครับ” รับปากเสร็จเขาก็กลับเข้าไปนั่งในรถ จากนั้นอันเดรสก็ทำตามที่เมลดาบอก แค่ฟังเสียงเครื่องยนต์ คนตัวเล็กก็รู้ถึงสาเหตุ

“เสียงแบบนี้ แบตเตอรี่น่าจะหมด งั้นรอตรงนี้ก่อนนะคะ” เธอยิ้มให้แล้วเดินกลับไปขับรถของตัวเองมาจอดข้างๆ รถของอันเดรส เปิดฝากระโปรงรถขึ้น เดินไปหยิบสายพ่วงแบตเตอรี่จากท้ายรถออกมา จากนั้นก็ทำการพ่วงแบตเตอรี่จากรถของเธอไปยังรถของ อันเดรสด้วยท่าทางคล่องแคล่ว คล่องเสียจนผู้ชายอกสามศอกยืนอึ้ง

“คราวนี้ลองเข้าไปสตาร์ทรถดูอีกทีนะคะ ว่าติดไหม”

“อ้อครับ” อันเดรสเอ่ยรับ เพราะกำลังตกตะลึงกับสิ่งที่เห็น ไม่คิดว่าผู้หญิงตัวเล็กๆ จะสามารถทำอะไรพวกนี้ได้จริงๆ พอย้อนคิดถึงตัวเองก็อายอยู่เหมือนกัน

เสียงเครื่องยนต์ดังขึ้น บ่งบอกว่ารถของอันเดรสนั้นสตาร์ทติดแล้ว ชายหนุ่มส่ายหน้าให้ตัวเอง เพราะเขาแทบไม่มีความรู้เรื่องเครื่องยนต์อะไรพวกนี้เลย ก่อนจะก้าวออกจากรถแล้วเดินตรงไปหาผู้หญิงตัวเล็กๆ ที่อาสาเข้ามาพ่วงแบตเตอรี่ให้

“ขอบคุณมากครับคุณเมที่เข้ามาช่วยผมไว้” อันเดรสจำชื่อเธอได้ เพราะเธอเอ่ยตอนถามเขาว่ามีอะไรให้ช่วยไหม

แต่แค่อันเดรสเรียกชื่อ กลับทำให้เธอตกอยู่ในภวังค์ ทำไมเสียงห้าวทุ้มของเขาถึงได้ฟังดูเพราะขนาดนี้ก็ไม่รู้ ยิ่งอยู่ใกล้รัศมีความหล่อก็ยิ่งมีมากจนทำให้เธอเพ้อ นั่นทำเอาเธอต้องรีบยกมือขึ้นปิดหน้าปิดตา ก่อนจะตั้งสติแล้วเอามือลง

“ไม่เป็นไรค่ะ” น้ำเสียงสดใสของเมลดาเอ่ยตอบ แต่ท่าทางของเธอกลับทำให้อันเดรสยิ้มกว้างออกมา เพราะตอนนี้หน้าเธอเลอะเทอะด้วยคราบดำๆ เต็มไปหมด

“ยืนนิ่งๆ ก่อนนะครับ” เอ่ยจบ อันเดรสก็ขยับเข้ามาใกล้ จากนั้นเขาก็ใช้ผ้าสะอาดเช็ดคราบบนหน้าออกให้เธออย่างอ่อนโยน หน้ามอมแมมอย่างกับลูกแมวจึงค่อยๆ สะอาดขึ้น

ตอนนี้คนตัวเล็กยืนแข็งทื่อ เงยหน้ามองเขาจนคอแทบจะเคล็ด ดวงตากลมโตกะพริบเข้าหากันหลายต่อหลายครั้ง ใจดวงน้อยบนอกซ้ายนั้นเต้นโครมครามจนกลัวอันเดรสจะได้ยิน

กลิ่นเหงื่อผสมกับกลิ่นโคโลญจน์ที่ลอยออกมาจากตัวเขา ทำไมถึงได้หอมอย่างนี้ก็ไม่รู้ หอมจนเธออยากซุกหน้าไปเข้าดมให้เต็มปอด กล้ามแขนที่โผล่พ้นขอบเสื้อกล้ามก็เป็นมัดๆ ดูไกลๆ ว่าหล่อแล้ว แต่ตอนนี้ใกล้จนเห็นไรหนวดเขียวๆ อันเดรสก็ยิ่งหล่อ คิ้วหนา จมูกโด่ง ปากหยักสีแดง ถ้าได้จูบจะรู้สึกฟินแค่ไหนน้อ

“เสร็จแล้วครับ หน้าคุณสะอาดแล้ว”

“อ้อค่ะ ขอบคุณมาก” เสียงของอันเดรสทำให้เธอหลุดออกจากภวังค์ ที่กำลังมโนเป็นตุเป็นตะไปไกลแสนไกลอยู่คนเดียว

“ผมสิงห์ ยินดีที่ได้รู้จักอีกครั้งครับคุณเม”

อ่านต่อ

สารบัญ จุมพิตยมทูต

Ch. 1 Ch. 2 Ch. 3
Ch. 4
Ch. 5
Ch. 6
Ch. 7
Ch. 8
Ch. 9
Ch. 10
Ch. 11
all

คุณอาจจะชอบ

นิยายมาใหม่

หน้าปกนวนิยาย การเรียกคืนที่ร้ายแรง
9.1
ความตายกะทันหันไม่ได้เป็นจุดจบของสุดยอดมือสังหาร ทว่ากลับเป็นจุดเริ่มต้นใหม่เมื่อดวงวิญญาณถูกดึงข้ามมิติมายังอีกโลกหนึ่ง จอมเวทผู้โฉดชั่วหวังใช้ร่างเด็กน้อยที่เขาสิงสู่อยู่เป็นเครื่องมือทดลองสุดอันตราย แต่ผู้ที่ถูกเรียกมาไม่ใช่เหยื่อที่ยอมจำนน ด้วยสัญชาตญาณและประสบการณ์ลอบสังหารที่หล่อหลอมมาทั้งชีวิต เขาจึงซ้อนแผนปลิดชีพจอมเวทผู้นั้นอย่างเลือดเย็น เมื่ออุปสรรคแรกถูกกวาดล้าง อดีตนักฆ่าจึงตัดสินใจครอบครองทั้งสถานที่และขุมกำลังของศัตรู เพื่อใช้เป็นรากฐานในการสร้างอาณาจักรแห่งความมืดของตนเองในดินแดนที่ไม่คุ้นเคย ท่ามกลางการชิงไหวชิงพริบและการนองเลือดที่รอคอยอยู่เบื้องหน้า
หน้าปกนวนิยาย ดีไซเนอร์สาวทะลุมิติมาเปิดร้านเสื้อผ้าในปี1980
8.1
ลิลลี่ ดีไซเนอร์สาวผู้มั่งคั่งแต่โดดเดี่ยว ต้องจบชีวิตลงด้วยความเครียดในวัยเพียง 30 ปี ทว่าเธอกลับได้รับโอกาสครั้งที่สองด้วยการตื่นขึ้นในร่างของ ฉินเสี่ยวหราน เด็กสาวมัธยมปลายในปี 1980 เธอเป็นลูกสาวคนโตของบ้านฉินที่มีพ่อเป็นพันตรีและแม่เป็นหญิงชนบท แม้ต้องเผชิญกับความแตกต่างของยุคสมัยและความกดดันในฐานะพี่สาวของฉินเสี่ยวหลิง แต่ด้วยทักษะแฟชั่นระดับโลกที่ติดตัวมา ลิลลี่จึงต้องเริ่มต้นชีวิตใหม่ในครอบครัวที่อบอุ่นและสร้างอนาคตที่ไม่เคยสัมผัสมาก่อน
หน้าปกนวนิยาย ท่านแม่ทัพข้าคือศรีภรรยา NC25+
7.8
องค์หญิงหลินฮุ่ยหมินผู้โฉมงามต้องอยู่อย่างโดดเดี่ยวหลังเสียพระมารดา ทั้งยังต้องคำสาปให้กลายร่างในคืนจันทร์เต็มดวง ชะตาพลิกผันเมื่อเหตุบังเอิญทำให้ต้องเข้าพิธีสมรสพระราชทานกับแม่ทัพหยางเอ้อหลางแทนองค์หญิงใหญ่ผู้เป็นพี่สาว ท่ามกลางความระแวงของฮ่องเต้ต่ออำนาจตระกูลหยางและความลับเรื่องร่างอสูรที่ต้องปกปิด ฮุ่ยหมินต้องเผชิญกับความร้าวฉานระหว่างพี่น้องที่เคยรักกันเพียงเพราะบุรุษคนเดียว นางจะจัดการกับความวุ่นวายและรักษาชีวิตรอดในวังวนแห่งอำนาจนี้ได้อย่างไร
หน้าปกนวนิยาย XXX III เรื่องมันเกิด...เพราะกลิ่นหอมของเธอ
9.5
เมื่อกลิ่นกายหอมละมุนของเอวา ลูกสาวเจ้าพ่อผู้ทรงอิทธิพล กลับกลายเป็นสิ่งกระตุ้นตัวตนอีกด้านของแซ้งค์ให้ตื่นขึ้น เขาจึงต้องพยายามแสดงท่าทีรังเกียจและถอยห่างจากเธอเพื่อความปลอดภัยของตัวหญิงสาวเอง ทว่าท่าทางห่างเหินที่ไร้เหตุผลนั้นกลับทำให้เอวายิ่งสงสัยและพยายามค้นหาคำตอบว่าทำไมเขาถึงไม่ชอบขี้หน้าเธอ จนกระทั่งเหตุการณ์ไม่คาดฝันในคืนหนึ่งได้เปิดเผยความลับและเปลี่ยนแปลงความสัมพันธ์ของทั้งคู่ไปตลอดกาลในโลกมาเฟียที่เต็มไปด้วยอันตราย
หน้าปกนวนิยาย เจ้าสาวที่เจ็ดของประธาน
7.7
วิกฤตธุรกิจครอบครัวบีบบังคับให้เธอต้องแต่งงานแลกเงินเพื่อช่วยบิดา สามีของเธอคือประธานหนุ่มผู้มีข่าวลือเรื่องอาการป่วยทางจิตและเคยหย่าร้างมาแล้วถึงหกครั้ง การเป็นภรรยาคนที่เจ็ดเต็มไปด้วยความกดดัน แต่เธอเลือกใช้สติปัญญาและความสง่างามรับมือกับทุกปัญหา เธอระมัดระวังทุกย่างก้าวเพื่อหนีจุดจบซ้ำรอยอดีตภรรยาคนก่อน หญิงสาวมุ่งมั่นฝ่าฟันอุปสรรคด้วยความเชื่อมั่นว่า พลังแห่งรักแท้คือสิ่งเดียวที่จะลบเลือนความเกลียดชังและเยียวยาบาดแผลลึกในใจของเขาได้
หน้าปกนวนิยาย รักต้องห้าม…ที่ไร้เดียงสา
7.9
ถังจือเปิดใจถึงความสับสนของตนให้สวีเชิงฟัง ย้ำชัดว่าเขาไม่ได้ชอบผู้หญิงและไร้ความสนใจเรื่องบนเตียง สิ่งที่เกิดที่เมืองตุนเป็นเพียงเพราะความเมาจนขาดสติ เขาเผยด้วยน้ำตาว่าความสัมพันธ์ครั้งแรกทิ้งบาดแผลเจ็บปวดสาหัสยิ่งกว่าถูกมีดบาด เมื่อเห็นความเปราะบางนั้น สวีเชิงจึงกระชับอ้อมกอดและลูบแก้มปลอบประโลมอย่างอ่อนโยน แม้ในใจจะปะปนด้วยความสับสนและความปรารถนาที่ยากอธิบาย แต่เขายังคงนิ่งฟังคำสารภาพอันซื่อตรง พร้อมตระหนักว่าตนได้ถลำลึกจนไม่อาจหันหลังกลับได้อีกแล้ว
ตอน
อ่านเลย
แชร์