
บอกใบ้ให้รัก
ตอน 2
“ถ้ารู้อย่างนี้ ฉันจะไม่ดื้อ ฉันจะจ้างบอดี้การ์ดมาด้วยอย่างที่คุณรำไพบอก” สำเนียงภาษาอังกฤษน้ำเสียงหวานใสดังขึ้นเบาๆคล้ายบ่นอุบอิบเมื่ออยู่เพียงลำพัง
ขณะที่ออเรีย หรือออเรียน่า ลูเอก้า กำลังเดินสอดส่ายสายตาหาจุดเช่ารถที่สนามบิน อยู่ๆก็มีผู้ชายกลุ่มหนึ่งเดินตรงเข้ามาหา ยอมรับว่าตั้งตัวไม่ทัน! ถึงแม้จะเคยเรียนวิชาศิลปะการต่อสู้มาบ้างก็เถอะ แต่ไม่ได้ตั้งใจเรียนเท่าไหร่เพราะปกติจะมีบอดี้การ์ดคอยดูแลตลอด หนึ่งในผู้ชายกลุ่มนั้นเข้าประชิดตัวเธอใช้ปืนจ่อที่ด้านหลัง พลางกระซิบด้วยน้ำเสียงเยือกเย็น
“ถ้าไม่อยากให้กระสุนทะลุผิวสวยๆ กรุณาอย่าส่งเสียงขอความช่วยเหลือ หรือพยายามขัดขืนนะครับ คุณหนูใบ้!”
ถึงจะเกิดและโตที่ฝรั่งเศสแต่ออเรียมีพี่เลี้ยงเป็นคนไทย คุณรำไพสอนให้อ่าน เขียนและพูดภาษาไทยตั้งแต่เด็ก เธอเข้าใจที่ผู้ชายคนนั้นพูด แน่ล่ะมีคนเอาปืนจ่อขนาดนั้นใครมันจะไปกล้าส่งเสียง
แต่!สรรพนามที่ชายผู้นั้นใช้เรียกเธอ “คุณหนูใบ้!” คงหมายถึงปิติยาพี่สาวฝาแฝดของเธอแน่นอน จำได้ว่าตั้งแต่จ้องตากันผ่านตู้อบในโรงพยาบาลตอนคลอด หลังจากนั้นก็ไม่เคยได้เจอกันอีกเลย ปริญบิดาของเธอแยกทางกับมาดามอมาเรียและพาปิติยามาเลี้ยงที่เมืองไทย
พี่สาวของเธอตอนแรกเกิดสมบูรณ์พร้อมแข็งแรงเหมือนกับเธอทุกประการ และแม้จะมีข้อตกลงว่าแบ่งลูกกันแล้วก็ไม่ควรยุ่งเกี่ยวกันอีก แต่คนเป็นแม่อย่างไรก็ตัดลูกไม่ขาด มาดามอมาเรียจึงยังให้คนติดตามดูการเติบโตของปิติยามาโดยตลอด
จนรู้ว่าตอนปิติยาอายุ5ขวบ ได้ประสบกับเหตุการณ์สะเทือนขวัญ ปาลิตาพี่สาวต่างมารดาซึ่งเกิดกับภรรยาคนแรกของปริญจมน้ำตายต่อหน้าปิติยา เหตุการณ์นั้นทำให้ปิติยากลัวจนช็อกหมดสติ หลังจากตื่นขึ้นมาปิติยาก็กลายเป็นคนใบ้พูดไม่ได้หรือบางทีเธออาจจะไม่ยอมพูด
กระทั่งเมื่อสามเดือนก่อนมาดามอมาเรียเสียชีวิตลงอย่างสงบด้วยโรคประจำตัว ก่อนไปพบพระเจ้าท่านสั่งเสียว่าขอให้ออเรียไปหาปิติยาและพาปิติยามาไหว้หลุมศพแม่สักครั้ง นี่จึงเป็นสาเหตุที่ออเรียเดินทางข้ามน้ำข้ามทะเลมาที่นี่ "ภูป่าเสือ"
คุณเคยได้ยินทฤษฎีสัมพันธภาพของแฝดไหม? แม้จะอยู่ไกลกันคนล่ะทวีปแต่ออเรียรู้สึกถึงปิติยาตลอดเวลา ไม่ว่าปิติยาจะสุขหรือทุกข์ คล้ายความรู้สึกของทั้งคู่สะท้อนถึงกันได้ และตอนนี้ออเรียก็รู้สึกว่าพี่สาวฝาแฝดกำลังตกอยู่ในอันตราย! ไอ้ล่ำหน้าดุท่าทางขี้งกคนนั้นพูดถึงเรื่องเงินและพูดถึงวีรกรรมของพี่ชายต่างมารดา มันเกิดเรื่องอะไรขึ้นกันแน่ ทำไมคนพวกนั้นถึงคิดว่าเธอคือปิติยา แล้วปิติยาตอนนี้อยู่ที่ไหน?
ปิติยศนั่งคิดทบทวนอยู่หลายชั่วโมงจึงตัดสินใจมาหากรีชาที่ไร่พญาป่าเสือ มันอาจเป็นไปได้ว่าไอ้กรีชาเกิดอุตริอยากลองล้อเล่นบ้างสักครั้งในชีวิต หรือไม่ก็อาจเป็นไปได้ว่าอีใบ้ยังไม่ตายแล้วไอ้กรีชาเสือกช่วยมันเอาไว้ เพราะน้ำตกท้ายไร่แม่กรองทองไหลผ่านไร่พญาป่าเสือลงไปทางชายแดน
การมาเยือนไร่พญาป่าเสือในครั้งนี้ปิติยศพาดนัยสมุนมือขวามาด้วยเพียงคนเดียว เพราะถึงมาเป็นกองทัพก็ไม่มีประโยชน์ อย่างที่บอกถ้าไอ้เจ้าพ่อกรีชามันอยากจะเอาชีวิตเขาก็ไม่ใช่เรื่องยากอะไรเลย
“ได้ยินว่ายัยปูเป้อยู่ที่นี่”
ปิติยศโยนหินถามทาง เมื่อเห็นกรีชาเดินทอดน่องเอื่อยๆออกมาจากเรือนน้ำชา ท่าทางมันไม่ได้รีบร้อน สวนทางกับเขาที่ร้อนจนเหงื่อโชกแล้วในตอนนี้ สาเหตุไม่ได้เป็นเพราะอากาศที่ค่อนไปทางเย็นสบายตัว
“แกมาช้าไปหน่อยนะ ฉันคิดว่าแกจะห่วงน้องสาวแกมากกว่านี้ซะอีก แต่ก็เอาเถอะ ยังไงแกก็มาแล้ว ยืนรอตรงนี้แหละ ฉันจะไปตามน้องแกมาเอง แล้วกล่อมกันดีดี เพราะถ้าคุณหนูปิติยาไม่ยอมใช้หนี้แทนแก สิทธิ์ในการดูแลเธอจะเป็นของกู! จนกว่ามึงจะหาเงินทั้งหมดมาคืนไร่พญาป่าเสือได้”
ไอ้ห่ากรีชามันต้องดูถูกกูขนาดไหนถึงขั้นว่าให้ยืนขาแข็งรอที่ลานหน้าเรือนน้ำชา ก้นของพ่อเลี้ยงปิติยศไม่มีเกียรติที่จะได้นั่งโซฟาบ้านมันอีกแล้วสินะ ไอ้เวรเอ๊ย ฝากไว้ก่อนเถอะ! แต่ที่น่ากังวลตอนนี้ไม่ใช่เรื่องไม่มีที่นั่ง เพราะจากสีหน้า แววตา รวมไปถึงคำพูดของมัน ยืนยันว่ามันได้ตัวปิติยาไว้จริงๆ
ยิ่งไปกว่านั้นคือไอ้ลูกสมุนคนสนิทที่รู้เห็นเป็นใจด้วยทุกเรื่องดันสาระแนกระซิบข้างหู
“หรือคุณหนูปูเป้จะยังไม่ตายครับนาย!”
แววตาเกรี้ยวกราดฉายวาบตรงหน้าดนัย ก่อนแปะคำว่า "เสือก" ไว้บนหน้าผาก และไม่นานสิ่งที่ปิติยศกังวลก็ปรากฏ อาชาลูกน้องคนสนิทของกรีชากำลังพาปิติยาเดินตรงมาหา
ทันทีที่ได้เผชิญหน้ากับพี่ชายต่างมารดาออเรียเห็นความวิตกกังวลในแววตาตื่นตระหนก คล้ายนักโทษที่พึ่งกระทำความผิดมาหมาดๆบางช่วงแสดงถึงความรู้สึกผิดปลอมๆ
สองพี่น้องจ้องหน้ากันอยู่สักพัก อาชาจึงหลบไปยืนห่างๆเพื่อให้พื้นที่ส่วนตัว
อีนังน้องใบ้มองหน้าด้วยความสงสัย ไม่ได้เสียใจตัดพ้ออย่างที่ควรจะเป็น ยิ่งทำให้ฉงนใจ หรือว่ามันเกลียดพี่มันจนไม่รู้สึกเสียใจน้อยใจที่โดนกระทำ แต่ไม่น่าจะเป็นไปได้เพราะปูเป้เป็นคนอ่อนแอ แต่บางครั้งมันก็ดื้อเงียบเหมือนกัน
บ่อยครั้งที่โดนรังแกสิ่งที่ปิติยาทำคือร้องไห้ เสียใจ น้อยอก น้อยใจ เหมือนคนโง่ และครั้งนี้มันควรจะเป็นอย่างงั้น นังใบ้ควรจะร้องไห้โยเยเพราะพี่ชายไม่รักและทำร้าย แต่นี่มันกลับมองเขาอย่างประหลาด หรือว่าสมองมันกระทบกระเทือน
แล้วไหนจะท่ายืนหลังตรงคอตั้งมันควรจะแสดงออกถึงความเจ็บปวดสักนิด เพราะกูแทงท้องมันจนได้แผลฉกรรจ์ รู้อย่างงี้แทงสักสิบแผลให้แน่ใจว่ามันตายแล้วค่อยโยนทิ้งซะก็ดี ไม่น่ากลัวเรื่องศพมีพิรุธเลย แทนที่จะแก้ปัญหาทั้งหมดได้ กลับยิ่งสร้างปัญหาใหญ่กว่าเดิม
“ปะ ปู ปูเป้ พี่ พี่ขอโทษนะ พี่ผิดไปแล้ว พี่ไม่มีทางเลือกจริงๆ พี่เป็นหนี้มัน ไอ้กรีชามันจะฆ่าพี่ ฮื้อ......”
ทันทีที่ปิติยศโผเข้ามาจับมือเรียวเพื่อขอร้อง ออเรียก็รู้สึกเจ็บแปลบที่ช่องท้องและมีอาการคล้ายหายใจไม่สะดวก เธอสะบัดมือกลับมากุมบริเวณช่องท้องเอาไว้ ทำท่าเหมือนจะเป็นลม อาชาจึงให้ป้าแจ่มแม่บ้านที่ยืนรออยู่ใกล้ๆเข้าไปช่วยพยุง เพราะออเรียไม่ยอมให้ปิติยศแตะตัว
อาการนั้นทำให้ปิติยศไม่คิดเป็นอื่น แผลที่เขาแทงคงแผลงฤทธิ์ทำให้นังน้องใบ้เจ็บปวดจนเก็บทรงไม่อยู่
ตอนนี้ออเรียค่อนข้างแน่ใจว่าปิติยากำลังตกอยู่ในอันตรายอย่างที่เธอคาดเดา ความรู้สึกบอกว่าพี่ชายต่างมารดาคนนี้ไม่ใช่คนดี ยิ่งเมื่อเห็นเขาเชื่อว่าเธอคือปิติยาด้วยแล้ว ออเรียยิ่งแน่ใจว่าตอนนี้ปิติยาไม่ได้อยู่ที่ไร่แม่กรองทองและกำลังเจ็บปวด
“ปูเป้ พี่ขอโทษปูเป้ ใช้หนี้มันให้พี่แล้วกลับบ้านเรากันเถอะนะ พี่สัญญาพี่จะกลับเนื้อกลับตัว พี่จะเลิกเล่นการพนัน พี่จะตั้งใจทำงานหาเงินมาคืนเธอ ให้โอกาสพี่อีกสักครั้งเถอะปูเป้” ปิติยศลงทุนนั่งลงกับพื้นแทบจะหมอบกราบขอร้องให้น้องสาวอภัยและช่วยเหลือ
คุณอาจจะชอบ



![หน้าปกนวนิยาย คุณแม่ที่รัก [Dear Mother]](https://v.melolo.com/b1265344voduse1318177724/4a6776845001834806831275729/OH5XPzRN5YUA.webp!15491.webp)

