ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย ทรายพราวแสง

ทรายพราวแสง

โยษิตา บัณฑิตสาวสู้ชีวิตที่กำลังมองหางานทำจนกระทั่งได้พบกับ ฟีรูซ เรกิวลุส นายแบบหนุ่มสุดฮอตผู้เอาแต่ใจโดยบังเอิญ ความเข้าใจผิดในวันแรกที่เจอกันทำให้ทั้งคู่กลายเป็นคู่กัด แต่ภายใต้ท่าทีเย่อหยิ่ง ฟีรูซกลับซ่อนความบอบช้ำจากปัญหาครอบครัวและการถูกเปรียบเทียบกับพี่ชายเอาไว้ เมื่อความใกล้ชิดเริ่มก่อตัวเป็นความผูกพัน ทิฐิที่มีกลับกลายเป็นอุปสรรคชิ้นใหญ่ที่ทำให้หัวใจสองดวงต้องสวนทางกัน พวกเขาต้องเรียนรู้ที่จะลดกำแพงในใจลงก่อนที่ความรักครั้งสำคัญนี้จะหลุดลอยไปอย่างไม่อาจหวนคืน
ตอน
แชร์

ตอน 3

หญิงสาวยิ้มบางๆ ให้คุณยายที่หลานตัวเล็กจูงแขนให้เข้าห้องนอนเตรียมฟังนิทานเรื่องโปรด นึกๆ ไปเธอเองอาจะโชคดีกว่าข้าวซอยด้วยซ้ำไป เพราะข้าวซอยเป็นลูกติดจากสามีเก่าส่วนสามีคนใหม่ที่ทำให้คุณป้าอำภาต้องย้ายไปลงหลักปักฐานใหม่ถึงลำปาง ดูท่าไม่ค่อยปลอดภัยสำหรับเด็กผู้หญิงที่กำลังโตวันโตคืนแบบนี้ เธอเองถึงจะสูญเสียพ่อและแม่ไปแต่ตลอดเวลาท่านทั้งสองก็ให้คำว่า ‘อบอุ่น’ กับชีวิตของเธออย่างเต็มที่ ผิดกับข้าวซอยที่มักจะถูกดุด่าเฆี่ยนตีเป็นประจำ เป็นเหตุให้หนีออกจากบ้านมาหาเธอนับครั้งไม่ถ้วน

แต่ฟังน้ำเสียงของป้าอำภาแล้วยิ่งไม่สบายใจ เหมือนกับไม่ต้องการตัวลูกสาวคนนี้แล้วจริงๆ หรือเบื่อหน่ายพฤติกรรมหนีออกจากบ้านของข้าวซอยที่รู้ว่าอย่างไรก็ปลอดภัยดีทุกครั้ง

เฮ้อ! ยิ่งคิดก็ยิ่งปวดหัว …โยษิตาสะบัดหน้าไปมาจนผมยาวที่ขมวดไว้เหนือท้ายทอยรุ่ยร่ายลงมาเคลียแก้ม ดูหน้าเธอในกระจกซิ! อย่างกับยัยป้าอายุห้าสิบได้แล้วมั้ง! ทั้งๆ ที่ปีนี้เพิ่งจะยี่สิบสองเท่านั้นเอง แถมยังไม่ได้รับปริญญาอีกต่างหาก

“เหมี๊ยว…”

“เจ้าเหมียว”

หญิงสาวก้มมองดูที่ใต้โต๊ะทำงานมุมห้องนั่งเล่น แมวจรที่เคยให้อาหารเป็นประจำเดินเข้ามานอนในบ้านตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้

เธอจำได้ว่าก่อนหน้านี้มันโดนหมาเกเรที่ไหนไม่รู้รุมทำร้ายจนขนบริเวณหลังคอหายไปเป็นแถบๆ แต่หลังจากดูแลรักษาอย่างดีโดยคุณยายละเอียดตอนนี้มันกลับมาน่ารักน่าอุ้ม เธออุ้มเจ้าแมวน้อยขี้ประจบขึ้นมานั่งบนตักแล้วลูบหลังมันเบาๆ ก่อนระบายยิ้มออกมาบนใบหน้ากลมมนได้สัดส่วน

“อะไรๆ มันคงไม่เลวร้ายนักหรอกนะ!ใช่ไหมเจ้าเหมียว”

เจ้าแมวร้องเหมียวๆ อย่างเอาใจ โยษิตากอดมันแรงๆ ทีหนึ่งก่อนปล่อยมันเป็นอิสระ เธอลุกขึ้นบิดตัวไปมาไล่ความเมื่อยขบที่เกาะร่างกายเธออยู่ก่อนเดินไปปิดประตูลงกลอนให้เรียบร้อยรวมทั้งหน้าต่างบ้านด้วย

ใช่! อะไรๆ มันไม่เลวร้ายนักหรอกนะ! ยัยโยษิตา!.

โยษิตาเดินลากเท้าเอื่อยๆ เข้าในในออฟฟิศ รุ่นพี่ในที่ทำงานต่างก็ยุ่งกับหน้าที่ของตนเอง แค่รู้ว่าผู้ที่ผลักบานประตูเข้ามาคือเธอ ทุกคนก็หันมามองหญิงสาวด้วยแววตาประหลาดใจ

วันนี้เธอสวมเสื้อเชิ้ตแขนยาวสีขาวกับกระโปรงสีดำรองเท้าหุ้มส้นเข้าชุดกัน ผมเผ้าที่มักเป็นกระเซิงก็ถูกรวบดึงและขมวดเป็นมวยอย่างเรียบร้อยผิดกับทุกครั้งที่เข้ามาบรีฟงาน

“ไปสมัครงานมาอีกแล้วเหรอหนูตา” เสียงห้าวๆ ของซุปเปอร์ไวเซอร์สาวหล่อถามขึ้นเรียกสติที่อ่อนล้าของเธอกลับมาก่อนเงยหน้าสบตากับเจ้าของเสียงที่ทักทาย

“ค่ะพี่แน๊ต” เธอยิ้มบ้างๆ ให้รุ่นพี่ซึ่งเป็นสาวห้าวเต็มขั้นซอยผมสั้นรองทรงเหมือนผู้ชายรวมทั้งการแต่งตัวที่ดูยังไงก็แมนสุดๆ

“พี่เข้าใจนะ…งานที่นี่มันก็แค่ทางผ่านของพวกเธอแต่ท่าจะเอาจริงเอาจังมันก็ได้นะ…ทำแบบนี้สักปีแล้วค่อยสมัครเป็น QC ก็ได้นิ”

พี่แน๊ตหอบเอากองเอกสารที่ซีร๊อกส์เรียบร้อยแล้วมาวางตรงโต๊ะทำงาน โยษิตาเข้าไปช่วยจัดเรียงให้เหมือนทุกครั้ง เธอได้แต่ก้มหน้าหลบสายตาของรุ่นพี่สาวมาดแมน เธอไม่ได้รังเกียจงาน ‘กรอกแบบสอบถาม’ หรือที่เรียกแบบสวยหรูว่า ‘วิจัยตลาด’ พวกนี้หรอกนะ แต่ถ้าเป็นไปได้เธอก็อยากทำงานตามสาขาวิชาที่อุตส่าห์ร่ำเรียนมาจนจบ

แต่ก็เถียงพี่แน๊ตอีกไม่ได้เต็มปากเต็มคำอีกนั้นแหละว่างานแบบนี้เป็นเหมือน ‘ทางผ่าน’ ของเหล่านักศึกษาหารายได้พิเศษหรือแม้แต่บัณฑิตจบใหม่หมาดๆ ใบปริญญาก็ยังไม่ได้รับอย่างเธอ ถึงคราวเข้าตาจนถ้ามัวแต่เลือกงานอยู่แล้วพรุ่งนี้จะเอาอะไรกินเข้าไป ยิ่งตัวเธอเองก็เปรียบเสมือนเสาหลักของครอบครัวนอกจากจะมีคุณยายอายุหกสิบเจ็ดแล้วตอนนี้ยังมีน้องสาววัยสิบขวบเพิ่มขึ้นมาให้เป็นภาระของเธออีก

ถ้าพ่อกับแม่ยังอยู่...บางที…เธออาจจะไม่ต้องลำบากขนาดนี้

หรือ…ความลำบากมันรอให้เราเผชิญหน้ากับมัน...ไม่วันใดวันหนึ่งอยู่แล้ว

หนูตาของพี่แน๊ตระบายลมหายใจเบาๆ อีกครั้งก่อนฝืนทำร่าเริง พลิกดูเอกสารที่เย็บเข้าชุดเสร็จแล้วซึ่งมีความหนาประมาณยี่สิบกว่าหน้ากระดาษเอสี่

“คราวนี้วิจัยอะไรคะ”

“น้ำมัน” พี่แน๊ตหันมายิ้มให้ดวงตาเป็นประกาย เฮ้อ…นี้ก็เป็นอีกเหตุผลหนึ่งที่โยษิตาอยากหางานทำที่อื่นเหมือนกัน

“น้ำมันพืชหรือน้ำมันใส่ผมคะพี่แน๊ตคิก...คิก”

หญิงสาวตัวเล็กเหมือนเสียงเอ่ยถาม มินต์เป็นเพื่อนที่เข้าทำงานเดียวกับโยษิตา ถ้านับอายุก็รุ่นราวคราวเดียวกันแต่ถ้าดูเรื่องการศึกษา เพื่อนสาวคนนี้เรียนที่มหาวิทยาลัยเปิดแห่งหนึ่งซึ่งเป็นที่เดียวกับโยษิตา แต่ป่านนี้แล้วมินต์ยังเก็บหน่วยกิตได้เพียงครึ่งเดียวเอง แต่ดูเหมือนเพื่อนสาวอารมณ์ดีที่มักจะมีเสียงหัวเราะอยู่ตลอดเวลาไม่ค่อยใส่ใจเท่าไหร่นัก มินต์ก็เป็นคนหนึ่งทีต้องทำงานไปเรียนไปด้วยคล้ายๆ กับเธอ

“น้ำมันรถจ๊ะหนูมินต์” ไม่ว่ากับรุ่นน้องหญิงคนไหนพี่แน๊ต จะเรียกนำหน้าว่า ‘หนู’ เสมอ

“สำรวจความพอใจของผู้ใช้รถยนต์ โดยที่เราจะเข้าไปสอบถามผู้ที่เป็นผู้ขับขี่รถโดยไม่จำเป็นต้องเป็นเจ้าของรถยนต์คันนั้นๆ ก็ได้ แต่ต้องเน้นที่ยี่ห้อของรถยนต์ต้องเป็นรถใหม่อายุไม่ถึงปีหนึ่งพอจะเข้าใจไหม”

“ค่ะพี่แน๊ต” โยษิตาตอบพลางพลิกเอกสารในมือ เมื่อสองเดือนก่อนก็ทำเรื่องรถยนต์แต่เป็นความพึ่งพอใจของการใช้รถและแนวโน้มที่จะเปลี่ยนรถใหม่

ดูต่อเลย!
เนื้อเรื่องกำลังเข้มข้น! ไปที่แอปเพื่ออ่านต่อ
ปลดล็อกทุกตอน
เปิดเว็บไซต์ทางการ

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย อัศวินดำโค่นอำนาจ
8.5
ห้าสิบปีหลังวันสิ้นโลก อารยธรรมล่มสลายเหลือเพียงความป่าเถื่อน ท่ามกลางการปกครองของขุนนางผู้โฉดชั่วและเหล่าอมนุษย์ มนุษย์สายเลือดบริสุทธิ์กลับไร้พลังและถูกกดขี่จนถึงขีดสุด ทว่าเด็กหนุ่มคนหนึ่งได้ลุกขึ้นสู้พร้อมดาบยาวคู่ใจ เขาบุกตะลุยผ่านดินแดนมิคสือจากจุดเริ่มต้นที่เป็นเพียงคนนิรนาม สู่การเป็นศาลเตี้ยผู้มอบความตายให้ศัตรู จนทั่วทั้งโลกต่างต้องสั่นสะท้านและยำเกรงในนามของอัศวินดำผู้พลิกโฉมหน้าประวัติศาสตร์ในยุคที่ไร้กฎเกณฑ์
หน้าปกนวนิยาย ตัวอย่าง1
9.0
เมื่อโลกแฟนตาซีถูกคุกคามด้วยภัยร้ายที่ไม่เคยพบเจอมาก่อน การเดินทางครั้งสำคัญเพื่อกอบกู้ความสงบสุขจึงเริ่มต้นขึ้น ตัวเอกผู้ออกผจญภัยต้องเผชิญหน้ากับอุปสรรคอันตรายและการต่อสู้ที่ดุเดือดในดินแดนที่เต็มไปด้วยเวทมนตร์และปริศนา ท่ามกลางความขัดแย้งที่ทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ เขาต้องรวบรวมความกล้าและทักษะทั้งหมดที่มีเพื่อเอาชนะศัตรูและปกป้องสิ่งที่สำคัญที่สุดเอาไว้ให้ได้ก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินไปในมหากาพย์การผจญภัยครั้งนี้
หน้าปกนวนิยาย กลายเป็นท่านเทพ
7.8
หลัวเจิงอดีตนายน้อยผู้ตกอับสู่จุดต่ำสุดในฐานะทาสได้ค้นพบความลับในการขัดเกลาร่างกายตนเองให้กลายเป็นสุดยอดอาวุธโดยบังเอิญ ท่ามกลางไฟสงครามและการแย่งชิงความเป็นใหญ่ของเหล่านักรบหลากหลายเผ่าพันธุ์ เขาได้ใช้ความมุ่งมั่นอันแรงกล้าเข้าห้ำหั่นกับศัตรูทั่วสารทิศเพื่อชำระแค้นและทะยานสู่ความฝันอันยิ่งใหญ่ ด้วยร่างกายที่แข็งแกร่งดุจสมบัติวิเศษ เขาจะสามารถฝ่าฟันอุปสรรคบนเส้นทางแห่งเทพเพื่อครอบครองความเป็นอมตะได้สำเร็จหรือไม่
หน้าปกนวนิยาย เรือนนี้ผีไม่หลอก
8.4
อู่หลิงเยว่เสียชีวิตจากเหตุแผ่นดินไหวและมาเกิดใหม่ในร่างหญิงสาวที่แคว้นเหยียนซึ่งกำลังล่มสลายท่ามกลางไฟสงคราม เธอต้องเอาตัวรอดด้วยระบบห้างสรรพสินค้าลึกลับที่ต้องสะสมแต้มบุญจากการทำความดีเพื่อแลกสิ่งของ เธอจึงแอบซ่อนตัวในเรือนร้างตระกูลเกาและแสร้งทำตัวเป็นผีเพื่อแจกจ่ายอาหารและยารักษาโรคให้ชาวบ้านที่หิวโหย จนกระทั่งแม่ทัพเซี่ยโม่เหวินปรากฏตัวขึ้นเพื่อรวมกำลังกอบกู้ชาติ แต่ชาวบ้านกลับศรัทธาในผีเรือนร้างมากกว่ากองทัพ ทำให้เขาต้องตัดสินใจเผชิญหน้ากับผีตนนี้เพื่อขอให้ร่วมทางไปด้วยกัน
หน้าปกนวนิยาย ชะตารักลิขิตด้ายแดง
9.2
ใบฟางเติบโตมาในโลกมืดหลังถูกสองสามีภรรยานักโจรกรรมรับไปเลี้ยงดู เธอถูกฝึกฝนให้เป็นหัวขโมยอัจฉริยะตั้งแต่วัยเยาว์และยอมทำทุกภารกิจอันตรายเพียงเพื่อหวังเศษเสี้ยวความรักจากครอบครัวบุญธรรม ทว่าเมื่อความผิดพลาดเกิดขึ้นเธอกลับถูกทิ้งอย่างไม่ใยดี ในภารกิจสุดท้ายเพื่อแลกอิสรภาพกับการขโมยหยกโบราณสามพันปี ใบฟางกลับถูกพ่อแม่บุญธรรมทรยศด้วยการขายข้อมูลให้องค์กรใต้ดินเพื่อฆ่าปิดบัญชีชิงค่าหัว ท่ามกลางวงล้อมปลิดชีพ เธอจึงตระหนักได้ว่าความกตัญญูที่เธอมีให้มาตลอดนั้นช่างไร้ค่าและน่าสมเพชเพียงใด
หน้าปกนวนิยาย จันทราพร่างพราว เหมันต์หวนคืน
9.3
เพราะการหายไปของ 'ไข่มุกน้ำตาจันทรา' ทำให้ กัวจื่อหรานได้พบกับหลินอวี้เจิน เขาต้องตามหาไข่มุกล้ำค่ากลับคืนสู่ตระกูล ทว่าเขากลับพบว่าสิ่งที่ล้ำค่ายิ่งกว่าคือนางที่มีเพียงหนึ่งเดียวเท่านั้น ...................... หลินอวี้เจิน ในวัยสิบเจ็ดปี นางเป็นบุตรสาวของหลินยี่ห้าน เจ้าของสำนักศึกษาเล็กๆ แห่งหนึ่ง มารดาของนางตายจากไปตั้งแต่นางอายุไม่ถึงสิบขวบ แต่กระนั้นบิดาก็มิได้แต่งภรรยาใหม่ บิดาทุ่มเทให้กับสำนักศึกษาของตนและเลี้ยงดูนางตามลำพัง “หลินอวี้เจิน” หมั้นหมายกับ“ติงกว่างอาน” เขาเป็นศิษย์เอกของบิดา ทว่าเรื่องพลิกผลัน ติงกว่างอาน กลับไปแต่งงานกับ “หลินชูซิน” ญาติผู้น้องของนางเอง ด้วยเหตุนี้นางจึงเดินทางมาตันหยางเพื่อพบท่านลุงใหญ่-หลินเหิงอี้ เพียงเพื่อรักษาบาดแผลในใจ ‘ไข่มุกน้ำตาจันทรา’ สมบัติล้ำค่าประจำตระกูลกัว แต่กลับหายไป ร่องรอยสุดท้ายหยุดอยู่ที่หลินเหิงอี้ กัวจื่อหรานประมุขสกุลกัวและยังเป็นเจ้าเมืองตันหยาง เขาจำเป็นต้องใช้ทุกวิธีทางเพื่อให้ได้ไข่มุกประจำตระกูลกลับมา แม้ต้องบุกค้นเข้าห้องนอนของหญิงสาวก็ตามที หลับ? นางหลับในอ่างอาบน้ำ! มีผู้ใดหลับในอ่างอาบน้ำเช่นนี้เล่า! กัวจื่อหรานยืบเสื้อคลุมของหญิงสาวสะบัดไปมาแล้วโยนขึ้นเหนืออ่างอาบน้ำ เพียงพริบตาเขาก้มตัวช้อนร่างของหญิงสาวขึ้นจากน้ำ ยื่นมือไปรับเสื้อคลุมที่ค่อยๆ ล่วงหล่นลงมา ตวัดข้อมือเพียงไม่กี่ครั้งก็สามารถใช้เสื้อคลุมของนางห่อหุ้มร่างเปลือยเปล่าได้มิดชิด เขาอุ้มนางที่ยังถลึงตามองเขาแต่ใบหน้าหวานนั้นแดงจัดราวคนป่วยไข้ “จุ๊ๆ อย่าจ้องหน้าหน้าผู้มีพระคุณเช่นนี้” เขาเอ่ยกลั้วเสียงหัวเราะในลำคอ อุ้มร่างนุ่มนิ่มไปวางไว้บนเตียง มารดาเถอะ! ผู้มีพระคุณอะไรกัน! เจ้าโจรลามก! แล้วสายลมแห่งฤดูกาลก็นำโชคชะตาของคนแปลกหน้ามาผูกพัน