หน้าปกนวนิยาย เรือนนี้ผีไม่หลอก

เรือนนี้ผีไม่หลอก

8.4 / 10.0
อู่หลิงเยว่เสียชีวิตจากเหตุแผ่นดินไหวและมาเกิดใหม่ในร่างหญิงสาวที่แคว้นเหยียนซึ่งกำลังล่มสลายท่ามกลางไฟสงคราม เธอต้องเอาตัวรอดด้วยระบบห้างสรรพสินค้าลึกลับที่ต้องสะสมแต้มบุญจากการทำความดีเพื่อแลกสิ่งของ เธอจึงแอบซ่อนตัวในเรือนร้างตระกูลเกาและแสร้งทำตัวเป็นผีเพื่อแจกจ่ายอาหารและยารักษาโรคให้ชาวบ้านที่หิวโหย จนกระทั่งแม่ทัพเซี่ยโม่เหวินปรากฏตัวขึ้นเพื่อรวมกำลังกอบกู้ชาติ แต่ชาวบ้านกลับศรัทธาในผีเรือนร้างมากกว่ากองทัพ ทำให้เขาต้องตัดสินใจเผชิญหน้ากับผีตนนี้เพื่อขอให้ร่วมทางไปด้วยกัน

เรือนนี้ผีไม่หลอก ตอนที่ 1

“วิ่ง! อย่าหยุด!”

เสียงตะโกนจากใครสักคนดังลั่นอยู่ข้างหูราวกับฟ้าผ่า ทำให้อู่หลิงเยว่สะดุ้งเฮือกตื่นขึ้นจากการหลับใหล 

กลิ่นหญ้าชื้นและดินเปียกลอยขึ้นมาแตะจมูก แฝงด้วยกลิ่นเลือดเจือจาง ความเย็นเยียบกัดกินผิวหนังของหญิงสาว มือของนางแตะลงไปบนพื้นอย่างไร้เรี่ยวแรง สัมผัสได้ถึงเศษไม้ เศษหญ้า และก้อนหินแหลมบาดเนื้อ 

"หนี..หนีเร็วเข้า!" เสียงผู้หญิงปริศนาอีกคนแว่วมาจากทิศทางหนึ่งเรียกสตินางให้กลับมาอีกครั้ง 

เสียงกรีดร้อง เสียงฝีเท้าวิ่งกระทบพื้นดินดังระงม เสียงร้องไห้ สบถ คำสั่งที่ฟังไม่รู้เรื่องประปรายอยู่รอบตัว ร่างของนางยังคงนอนแน่นิ่ง ค่อย ๆ กะพริบตา ฝืนเผยอเปลือกตาที่หนักอึ้งขึ้นช้า ๆ

เงามืดของต้นไม้สูงใหญ่ก่อตัวขึ้นเป็นกำแพงทึบเหนือศีรษะ ลำแสงจาง ๆ ส่องลอดกิ่งใบลงมากระทบใบหน้า ราวกับฝันร้ายที่ยังไม่ยอมจบสิ้น

"แผ่นดินไหว..ห้างถล่ม..ใช่ไหม?" เสียงของนางแหบพร่า ริมฝีปากและลำคอแห้งผาก 

ทันใดนั้น เสียงตะโกนอย่างตื่นตระหนกก็ดังขึ้นอีกครั้ง

"พวกมันมาแล้ว! วิ่ง! วิ่งเร็ว!"

หัวใจของอู่หลิงเยว่กระตุกวาบ แม้ว่าภาพต้นไม้และป่าทึบจะขัดกับความทรงจำว่านางกำลังหนีตายอยู่ในอาคารสูงที่กำลังถล่มลงมาจากเหตุการณ์แผ่นดินไหว แต่สมองส่วนลึกบอกให้นางลุกขึ้นแล้วออกแรงวิ่ง วิ่งหนีสุดชีวิต!!

ยามนี้หัวใจของนางเต้นแรงรัวเหมือนกลองศึก มือเย็นเฉียบราวกับเลือดไหลย้อนกลับ เสียงหอบหายใจของตัวเองดังอยู่ข้างหู ขณะที่ฝ่าเท้ากระแทกพื้นจนรู้สึกแสบแปลบ บริเวณสะโพกก็ปวดตุบ ๆ เหมือนเพิ่งกระแทกอะไรบางอย่างมา

“เร็วเข้า! เร่งอีก!” เสียงบุรุษผู้หนึ่งดังไล่หลังนางมาอีกครั้ง รอบตัวเต็มไปด้วยผู้คนที่วิ่งสวนกันไปมา บางคนกรีดร้อง บางคนร้องไห้ บ้างก็อุ้มเด็ก บ้างลากผู้เฒ่า ทุกคนดูสับสนปนตื่นกลัว เสียงฝีเท้าวิ่งอึกทึกไปหมด

“นี่มันเรื่องบ้าอะไรเนี่ย!!”

นางหันมองซ้ายทีขวาที แต่ไม่มีใครมองกลับมาสักคน คนเหล่านั้นสวมเสื้อผ้าแปลกตา เก่า ยับ และเปื้อนดิน เหมือนหลุดมาจากหนังจีนย้อนยุค!!

“ฉันอยู่ที่ไหนกันแน่…” นางตะโกนออกมาด้วยความสับสน

ฟิ้ววว! เสียงธนูแหวกอากาศพุ่งผ่านหูอู่หลิงเยว่ไปอย่างฉิวเฉียดจนร่างเล็กชะงักกึก

ฉึก!

ลูกธนูเมื่อครู่แทงทะลุเนื้อคนข้างหน้า ตามด้วยเสียงกรีดร้องสั้น ๆ ร่างหนึ่งล้มลงห่างจากนางเพียงไม่กี่ก้าว เลือดเปรอะพื้นดินแดงฉาน แต่ผู้คนยังคงวิ่งต่อไป ไม่มีใครหยุด ไม่มีใครแม้แต่จะเหลียวมอง

เกิดอะไรขึ้น!! นางยืนแข็งค้างนิ่งอยู่ตรงนั้น แต่ก็ยังไม่มีใครสนใจ

มีคนตายอยู่ตรงหน้าแท้ๆ แต่ไม่มีใครหยุดวิ่งเลยสักคน!!

อู่หลิงเยว่ยังจับต้นชนปลายไม่ถูก แม้ว่าภาพคนตายตรงหน้าเมื่อครู่จะทำให้นางขาสั่นจนแทบก้าวต่อไปไม่ออก แต่ถ้าคนที่โชคร้ายเมื่อครู่เป็นตัวนางเองเล่า? 

หญิงสาวจำเป็นต้องวิ่งต่อไปทั้งๆ ที่สมองเต็มไปด้วยคำถาม

ฉันยังไม่ตายใช่ไหม?

แล้วฉันออกมาจากซากตึกถล่มใต้ห้างได้อย่างไร?

ความทรงจำสุดท้ายที่นางจำได้คือ ภาพเพดานห้างที่ถล่มลงมา ฝุ่นควัน เศษเหล็ก เสียงกรีดร้อง และกลิ่นเลือด นางจำได้แม่นว่ามีแผ่นดินไหว นางติดอยู่ใต้อาคารห้างสรรพสินค้าที่นางมาฝึกงานอยู่ และกำลังจะหมดลมหายใจในไม่ช้า

แล้วตอนนี้ ทำไมนางยังหายใจอยู่? นางเหนื่อย นางไม่ได้ฝัน!

แผ่นดินไหวซ้ำอีกครั้งแล้วตัวนางหลุดออกมาจากกองปูนที่ทับร่างเอาไว้เช่นนั้นหรือ?

ลมหายใจของหญิงสาวเริ่มขาดช่วงจากการวิ่งที่ยาวนานโดยไม่มีการหยุดพัก เสียงฝีเท้าดังกลบหูจนเหมือนโลกทั้งใบกำลังไล่ล่าตัวนาง รอบด้านเป็นต้นไม้ใหญ่ ลมเย็นพัดปะทะหน้า ใบไม้ปลิวว่อน

“ไปต่อเร็วเข้า! อย่าหยุดกลางทาง!” เสียงตะโกนดังมาจากทิศทางด้านหน้า

อู่หลิงเยว่หันกลับไปมองด้านหลังก็เห็นเปลวไฟลุกไหม้อยู่ไกล ๆ มีควันดำลอยคลุ้งไปทั่วปลายฟ้า ในหมู่ควันนั้น... เหมือนมีเงาคนจำนวนมากไล่ตามหลังมา

เสียงร้องด้วยความเจ็บปวดเริ่มดังขึ้น บางคนล้ม บางคนถูกเหยียบย่ำ แต่ยังไม่มีใครหยุดแม้กระทั่งตัวนางเอง!

อู่หลิงเยว่พยายามหายใจลึก แต่มันกลับเหมือนกลืนเอาทรายเข้าไปในหลอดลม นางเหนื่อยจนลมหายใจติดขัด ในหูอื้อไปหมด

“ฉันอยู่ที่ไหนกันแน่!!” หญิงสาวเริ่มเสียสติ นางไม่ได้กำลังวิ่งหนีจากเหตุการณ์ตึกถล่ม และไม่ได้วิ่งออกมาที่สวนสาธารณะนอกอาคารแต่อย่างใด 

ด้านหลังมีเพียงเสียงฝีเท้าหนัก ๆ และเสียงโลหะกระทบกันเบา ๆ คล้ายกับฉากหนังต่อสู้ในละครจีนไม่มีผิด

“นี่มันป่าชัดๆ!!” นางเห็นใบไม้หนาทึบ เห็นเห็ดป่า เถาวัลย์...เมื่อมองไปยังแขนของตนเองก็เพิ่งจะรู้ว่าเสื้อยืดและกางเกงยีนส์ที่เคยใส่ได้หายไป เหลือเพียงเสื้อผ้าสีหม่นสกปรกคล้ายชุดชาวบ้านจีนโบราณอยู่บนร่าง

นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน! ฉันกำลังฝันอยู่ใช่ไหม?

ขาของนางเริ่มอ่อนแรง หัวใจเต้นกระหน่ำเหมือนกำลังจะระเบิด 

"อ๊ะ!!"

หญิงสาวสะดุดรากไม้แล้วล้มลงกับพื้นอย่างจัง ร่างไถลไปบนทางลาดชันที่เต็มไปด้วยหินแหลม นางร้องออกมาเบา ๆ ขณะที่ฝ่ามือถลอกเลือดซิบ ไม่มีใครหยุดช่วย ไม่มีแม้แต่สายตาเห็นใจ

หญิงคนหนึ่งวิ่งผ่านร่างนางไปพร้อมกับเด็กทารกในอ้อมแขน  มีเพียงชายชราคนหนึ่งที่ร้องเตือนว่า “ลุกขึ้นเร็วเข้า! ข้างหลังพวกมันมาแล้ว!”

พวกมัน?

อู่หลิงเยว่หันกลับไปตามสัญชาตญาณ ทว่านางก็ไม่ทันได้เห็นว่าพวกมันคือใคร แต่มันต้องเป็นคนที่ส่งธนูดอกนั้นมาสังหารผู้คนเป็นแน่!

นางกัดฟันแน่น กระเสือกกระสนลุกขึ้นยืนแล้วออกแรงวิ่งอีกครั้งแม้ขาจะยังเจ็บ น้ำหนักตัวที่โถมไปข้างหน้าเหมือนจะไม่ใช่การวิ่งด้วยสองขา แต่เป็นการพุ่งไปด้วยแรงเฮือกสุดท้าย

แครก! เสียงใต้ฝ่าเท้าทำให้ร่างเล็กชะงักงัน มันไม่ใช่เสียงกิ่งไม้ แต่มันคือเสียงของพื้นดินที่ทรุดตัวลง

"อ๊ะ!"

ทันใดนั้น พื้นดินเบื้องล่างก็ยุบตัวลง ร่างทั้งร่างร่วงตกลงไปในหลุมลึกซึ่งถูกปกคลุมด้วยใบไม้แห้งอย่างแนบเนียน เสียงของโลกเบื้องบนเงียบลงทันที เหลือเพียงเสียงหายใจของตนเองและความมืดที่โอบล้อมอยู่ทุกทิศ

อู่หลิงเยว่พยายามจะลืมตาอีกครั้ง แต่ความเหนื่อยล้า ความตกใจ และความกลัวกลับพานางดิ่งเข้าสู่ห้วงความมืดอีกครั้งก่อนที่ทุกอย่างจะเงียบงัน

……….

กลิ่นดินชื้นกับไอเย็นเฉียบแทรกเข้ามาในจมูกทันทีที่อู่หลิงเยว่รู้สึกตัวขึ้นมาอีกครั้งภายใต้หลุมดินลึกท่วมหัว

ร่างกายของนางเจ็บปวดจนขยับแทบไม่ไหว แต่ถึงอย่างนั้นนางก็ดีใจที่ตนเองยังมีความรู้สึก นั่นหมายความว่านางยังมีชีวิตอยู่!

‘ฉันยังไม่ตาย?’

อู่หลิงเยว่ขยับนิ้วมือทีละข้างอย่างระมัดระวัง ราวกับต้องการยืนยันกับตัวเองว่าไม่ใช่แค่จิตวิญญาณที่ล่องลอย เมื่อแน่ใจว่าอวัยวะยังตอบสนองดีอยู่นางจึงค่อย ๆ ลืมตาสำรวจรอบกาย

ตอนนี้ท้องฟ้ามืดลงแล้ว แต่แสงจันทร์ยามค่ำคืนก็ส่องสว่างเพียงพอให้นางมองเห็นสภาพของหลุมดินที่นางตกลงมา

ผนังรอบตัวของนางเป็นดินแข็งที่ถูกขุดขึ้นโดยฝีมือคน พื้นที่ในหลุมก็ไม่ได้กว้างนัก ลักษณะคดเคี้ยวของโพรงนี้ทำให้คิดถึงอุโมงค์ในหนังสงคราม หรือที่หลบภัยชั่วคราวในสนามรบ

“คราวแรกร่างก็ติดอยู่ใต้คานปูนในตึก อีกเดี๋ยวก็ไปวิ่งอยู่ในป่า แล้วตอนนี้ก็มาติดอยู่ใต้ดิน? ตกลงมันเกิดอะไรขึ้นกับชีวิตฉันกันแน่!!!”

นางรำพันพลางค่อย ๆ ยันตัวขึ้นไปพิงผนังดิน ความเจ็บระบมแล่นพล่านจนต้องกัดฟันเงียบ ๆ หัวเข่าซ้ายเจ็บจี๊ดทุกครั้งที่ขยับ ข้อมือขวาเต็มไปด้วยรอยถลอกจนเป็นแผลเปิด แต่ดูแล้วไม่น่าใช่กระดูกหัก

นางใช้สองมือลูบตัวเองอย่างเบา ๆ ตรวจหาบาดแผลที่มองไม่เห็น อกยังขยับขึ้นลงตามแรงหายใจ หัวใจยังเต้น ไม่เร็วเกิน ไม่ช้าเกิน และไม่ใช่ฝัน

‘โพรงดิน..หรือว่าจะเป็นทางหนีไฟเก่าแก่ใต้ตึก?’

หญิงสาวกวาดตามองแนวอุโมงค์ที่ทอดยาวออกไป มันทั้งแคบ ทั้งลึก และทั้งมืดมองแทบไม่เห็นปลายทาง มีเพียงรอยเลื่อนบนพื้นเป็นแนวยาวคล้ายทางที่เคยมีคนคืบคลานผ่าน

"นี่มัน...เหมือนสนามเพลาะในสงครามเลย..." อู่หลิงเยว่พึมพำ ขนลุกซู่ขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้

อ่านต่อ

สารบัญ เรือนนี้ผีไม่หลอก

Ch. 1 Ch. 2 Ch. 3
Ch. 4
Ch. 5
Ch. 6
Ch. 7
Ch. 8
Ch. 9
Ch. 10
Ch. 11
all

คุณอาจจะชอบ

นิยายมาใหม่

หน้าปกนวนิยาย แค้นรักทาสสวาท
9.7
สไนเปอร์ ผู้กำกับมาเฟียสุดเย็นชาต้องเผชิญกับมรสุมชีวิตเมื่อบิดาพา นับดาว สาวน้อยจอมทะเยอทะยานเข้ามาในบ้านจนแม่ของเขาต้องคิดสั้น ความแค้นปะทุขึ้นเมื่อเขามองว่าเธอเป็นเพียงผู้หญิงไร้ยางอายที่หวังเกาะคนรวยเพื่อยกระดับฐานะ แม้เธอจะใช้เสน่ห์ยั่วยวนเพียงใดเขาก็มีเพียงความเกลียดชังมอบให้ ทว่าโชคชะตากลับพลิกผันให้เธอต้องมาตกอยู่ภายใต้อาณัติของเขา ชายหนุ่มจึงเริ่มบทลงโทษอันเร่าร้อนเพื่อสั่งสอนให้เธอรู้ซึ้งถึงความเจ็บปวดที่ครอบครัวเขาได้รับ
หน้าปกนวนิยาย ฉากรักในคืนฝนโปรย
8.2
เธอ…คือแม่หม้ายป้ายแดง ส่วนเขา…คือหนุ่มหล่อผู้หลงรักแม่หม้าย เธอใจแข็งเป็นหิน ส่วนเขาก็ตื้อเท่านั้นที่จะครองโลก -------------------------------------- ณาณีมเปิดและส่งรูปของราฮีมที่เธอแอบถ่ายชายหนุ่มไว้ไปให้ทั้งสองได้ดูผ่านไลน์ ณิการ์และธัญมณกรี๊ดกร๊าดเป็นการใหญ่ เพราะราฮีมหล่อและดูดีกว่าที่คิดไว้มาก “แกจะปิดกั้นตัวเองทำไมยะ ในเมื่อมีผู้ชายดีๆ เดินเข้ามา แกก็รับเขาไว้พิจารณาสิ” ณิการ์ที่ได้ฟังเรื่องราวทุกอย่างเอ่ยขึ้น “แต่ฉันไม่อยากวนกลับไปใช้ชีวิตแต่งงานอีกนี่แก” แม้จะอยากเปิดใจให้ราฮีม แต่สิ่งที่ณาณีมกลัวคือการแต่งงาน การต้องใช้ชีวิตด้วยกันทั้งวันทั้งคืน “ก็อยู่กันไปแบบนี้ ไม่ต้องแต่ง” “ก็คิดว่าจะไม่แต่ง แต่ฉันกับเขาก็ต้องมีเซ็กซ์กัน ฉันจะทำได้เหรอ ในเมื่อสิบสามปีที่ผ่านมาของฉัน มีแค่พี่แดนคนเดียว” นี่คืออีกเรื่องที่ณาณีมกังวล “ของใหม่ๆ คนใหม่ มันอาจทำให้อารมณ์แกซู่ซ่าก็ได้ ชีวิตเป็นของแก แล้วตอนนี้แกก็โสดแล้ว” ธัญมณเอ่ยขึ้นบ้าง นั่นทำเอาณิการ์ที่ปกติลุคจะแรงที่สุดของกลุ่มถึงกับอุทานออกมา “หืม…” “แกเป็นเจ้าของจิ๊มิแต่เพียงผู้เดียวยัยณา แกจะใช้กับใครมันก็สิทธิ์อันชอบธรรมของแก เพราะแกโตแล้ว...เข้าใจ๋” ประโยคนี้ยังเป็นของธัญมณ แต่ดูเหมือนณาณีมจะเข้าใจอะไรยาก “ไม่เข้าใจ” “โอ๊ย! ยัยณา ชีวิตนี้แกจะเจอดุ้นแค่อันเดียวเหรอยะ เลิกกับพี่แดนแล้วแกจะเอาปูนมาโบกจิ๊มิ ไม่ยอมให้ดุ้นอันอื่นผ่านเลยก็ใช่เรื่อง แก่จนอายุจะสามสิบห้า แถมยังมาเป็นหม้ายเอาตอนนี้อีก มดลูกก็ฝ่อลงไปทุกวัน มีของดีติดอยู่กับตัวเอง ทำไมไม่ใช้ กลัวอะไร” ณิการ์เริ่มตามธัญมณทัน และยุณาณีมมันเสียเลย “กลัวสารพัดสิ่งอ่ะ กลัวจนไม่กล้าไปหมด” “งั้นวันไหนที่คุณราฮีมกลับมาเมืองไทย ให้ฉันไปทดสอบความฟิตและความอึดให้เอาไหม งานนี้ฟรี ไม่คิดค่าเสียหาย” “ยัยปุ้ยบ้า เดี๋ยวผัวแกก็เอาปืนมายิงแสกหน้าคุณราฮีมกันพอดี” ณาณีมแหวใส่ความคิดบ้าๆ ของเพื่อน “เท่าที่แกเล่ามา ดูเหมือนยัยพราวก็ทำท่าจะชอบคุณราฮีมอยู่ไม่น้อย วันดีคืนดีพราวคาบไปกิน จะมานั่งเสียใจไม่ได้แล้วนะยะ” “โอ๊ย!...นั่นยิ่งไม่ได้ใหญ่” คนมาปรึกษาเริ่มหัวเสีย ส่วนคนให้คำปรึกษาก็ชักจะสนุก ที่สามารถแหย่จนณาณีมเผยความรู้สึกของตัวเองออกมาแบบนี้ “นั่นก็ไม่ได้ นี่ก็ไม่ได้ ยอมรับมาเถอะ ว่าแกเองก็ชอบคุณราฮีมอยู่” “แกว่าถ้าฉันจะรักใครใหม่ มันไม่เร็วไปเหรอ ทั้งๆ ที่ฉันเพิ่งหย่า” นี่คือสิ่งที่ณาณีมกังวลอยู่เหมือนกัน เธออยากเป็นโสดให้นานกว่านี้ สองสามปี หรือมากกว่านี้ก็ได้ “ไม่เร็ว ช้าไปด้วยซ้ำ เพราะชีวิตมันต้องเดินไปข้างหน้า ไม่ใช่จมปลัก เอาอดีตมาเป็นกำแพง” ----------------------------------------- “ผมรู้สึกแปลกๆ อยากให้คุณช่วย” เสียงอู้อี้ของราฮีมเอ่ยตอบ เพราะยังคงเอามือปิดปากไว้อยู่ “ช่วยอะไรคะ?” สีหน้าของณาณีมเต็มไปด้วยเครื่องหมายคำถาม นั่นเพราะยังไม่เข้าใจว่าราฮีมเป็นอะไร และเขาอยากให้เธอช่วยอะไร “ช่วยถอนพิษให้ผมหน่อย” “ถอนพิษ พิษอะไร” ตอนนี้สีหน้าของณาณีมยิ่งงงเข้าไปใหญ่ “ก็พิษจากลิปสติกสีแดงๆ ของคุณพราวที่มันติดอยู่บนปากของผมตอนนี้ไง” “คุณราฮีม…อื้อ…” พอฟังจบณาณีมก็ทำท่าจะขยับหนี แต่ราฮีมกลับไวกว่ามาก ชายหนุ่มใช้มือที่ปิดปากตัวเองไว้เมื่อครู่ เอื้อมมารวบตัวณาณีมเข้าไปกอด จากนั้นก็โน้มใบหน้าลงมาจูบเธออย่างรวดเร็ว และนี่คือวิธีถอนพิษที่เขาเอ่ย ณาณีมอึ้ง ทำตัวไม่ถูก สมองสั่งงานให้ผลักราฮีมออกห่าง แต่ร่างกายกลับตรงกันข้าม เพราะมันไม่ทำตามที่เธอสั่งเลย ตั้งแต่เกิดมาเธอเคยจูบกับผู้ชายแค่คนเดียวนั่นคือดาวิน เธอจำไม่ได้ว่าจูบครั้งล่าสุดกับดาวินเมื่อไหร่ และเพราะจำไม่ได้ จึงลืมเลือนรสจูบของอดีตสามีไปจากความรู้สึกเช่นกัน เวลานี้หัวใจของณาณีมเต้นแรงมาก รู้สึกวาบหวามกับจูบที่ราฮีมมอบให้จนควบคุมตัวเองไม่ได้ จูบที่ทำให้เธอขนลุกซู่ ร่างกายไหวระริกเหมือนเด็กสาว และนั่นก็ทำให้ณาณีมเผลอจูบชายหนุ่มกลับไปเช่นกัน ถ้าไม่ติดว่านี่มันริมถนน ราฮีมคงอุ้มณาณีมไปบนเตียงแล้วก็ทำตามที่ใจเขาเรียกร้องแล้ว “คุณจูบเก่งกว่าที่ผมคิดไว้เสียอีก” เขาจำเป็นต้องถอนจูบออก และรู้สึกว่าตอนนี้ ฝนกำลังโปรยปรายลงมาจากท้องฟ้า “ก็ฉันผ่านเรื่องพวกนี้มาแล้วนิ” “แล้วทำไมใจต้องเต้นแรงแบบนี้ด้วย ลมหายใจคุณก็ร้อน” เพราะความใกล้ชิด ทำให้ราฮีมได้ยินเสียงเต้นของหัวใจณาณีมชัดมาก มิหนำซ้ำเวลานี้ตัวเธอก็ร้อนผ่าวเหมือนคนมีไข้
หน้าปกนวนิยาย หวามรักเจ้าพ่อคาสิโน
8.5
ชีวิตของนิลยาพังทลายเพราะหนี้สินที่เธอไม่ได้ก่อ เมื่อพี่ชายต่างบิดามอมยาแล้วนำเธอมาขายประมูลให้ราเชน เจ้าพ่อคาสิโนผู้ทรงอิทธิพล แม้เขาจะช่วยเธอให้รอดพ้นจากเงื้อมมือคนชั่ว แต่ราเชนกลับเลือกบททดสอบที่โหดร้ายเพื่อสอนให้เธอรู้จักโลกความเป็นจริง เขาเสนอเงินแลกกับการให้เธอเปลื้องผ้าทีละชิ้น นิลยาจำใจทำตามด้วยความขมขื่นและผิดหวัง ท่ามกลางความกดดันและความกลัวที่สั่นสะท้านไปทั้งตัว ท้ายที่สุดราเชนกลับทนดูไม่ได้และตัดสินใจยุติเกมนี้ด้วยการบดจูบที่เต็มไปด้วยอารมณ์ดิบเถื่อน
หน้าปกนวนิยาย ข้ามมิติมาสอนอัลฟ่าร้องเพลง (Knotted Omega) (Omegaverse) (Mpreg)
8.7
เมื่อฮันเตอร์ ทายาทราชาหมาป่าหิมะแห่งเผ่าอาร์กติกมีเวลาเหลือเพียงห้าปีในการสร้างทายาทเพื่อรักษาอำนาจในเมืองไลแคนโทรป เขาจึงจ้างปริ๊น มนุษย์โลกข้ามมิติมาสอนร้องเพลงเพราะความหลงใหลในเสียงดนตรี ทว่าความสัมพันธ์นี้กลับสั่นคลอนตำแหน่งผู้นำ เมื่อปริ๊นไม่สามารถให้กำเนิดบุตรตามกฎเกณฑ์ได้ ขณะที่ศัตรูต่างเผ่ากำลังจ้องทำลาย ท่ามกลางความรักที่ก่อตัวขึ้นท่ามกลางสัญชาตญาณดิบและการต่อสู้เพื่อความอยู่รอดของเผ่าพันธุ์ที่กำลังจะสิ้นสุดลง
หน้าปกนวนิยาย จอมใจอสูร
8.5
อัคราแสดงความโหดร้ายด้วยถ้อยคำดูแคลนเมื่อเขามีผู้หญิงคนใหม่ที่ดีกว่า รวิษาพยายามหลบหนีจากความเจ็บปวดด้วยความเงียบ แต่กลับถูกเขาใช้กำลังรั้งตัวไว้พร้อมเยาะเย้ยถึงความสัมพันธ์ในอดีต แม้เธอจะอ้างถึงคนรักใหม่ของเขาเพื่อขอให้ปล่อยตัว แต่อัครากลับไม่สนและอาศัยจังหวะที่คนอื่นไม่อยู่ฉุดกระชากเธอไปที่เตียงเพื่อระบายอารมณ์ดิบเถื่อน เขาบังคับจูบอย่างรุนแรงและเอาแต่ใจโดยไม่สนแรงขัดขืนของหญิงสาวที่พยายามดิ้นรนหนีจากอ้อมกอดที่รัดแน่นดุจงูร้ายในห้องที่ไร้ทางออก
หน้าปกนวนิยาย ซาตานจอมบงการรัก
9.7
เบลคตั้งแง่รังเกียจอาลียา หญิงสาวผู้อยู่ใต้การดูแลของปู่มาโดยตลอด แต่เมื่อเขาทราบว่าปู่มีแผนจะจับคู่เธอกับเอ็ดเวิร์ดซึ่งเป็นน้องชาย ความหึงหวงที่ซ่อนไว้ก็ปะทุขึ้นจนเขาไม่อาจยอมรับได้ เบลคจึงใช้ความลับเรื่องความสัมพันธ์ลึกซึ้งมาข่มขู่เพื่อบีบบังคับให้อาลียาออกห่างจากน้องชายของตน เขาพร้อมจะทำทุกวิถีทางเพื่อขัดขวางงานแต่งงานที่กำลังจะเกิดขึ้น และแสดงให้เธอรู้ว่าเขาคือเจ้าของตัวจริงที่เธอไม่มีวันหนีพ้น แม้ต้องใช้วิธีการบงการที่ร้ายกาจเพียงใดก็ตาม
ตอน
อ่านเลย
แชร์