หน้าปกนวนิยาย ให้รักโอบกอด Let love embrace

ให้รักโอบกอด Let love embrace

8.1 / 10.0
มัทนาตัดสินใจถอนหมั้นกะทันหันหลังพบความลับของแอนดี้ในคืนก่อนแต่งงาน เธอหนีไปพักใจบนเกาะอันห่างไกลจนได้พบกับกรรฐา นายหัวหนุ่มปากร้ายที่มีบาดแผลในใจคล้ายกัน ความใกล้ชิดทำให้ทั้งคู่เริ่มหวั่นไหวและพัฒนาความสัมพันธ์อย่างรวดเร็ว แต่ความสงบก็พังทลายเมื่อแอนดี้จ้างเอศรานักสืบเอกชนตามหาเธอจนพบที่เกาะอัณยา ท่ามกลางถ่านไฟเก่าที่ตามมาราวีและความลับในอดีตที่ย้อนกลับมาทดสอบความรักครั้งใหม่ มัทนาต้องรับมือกับความวุ่นวายที่ถาโถมเข้ามาพร้อมกัน

ให้รักโอบกอด Let love embrace ตอนที่ 1

“Do you marry me ?” 1

“ค่ะ มัทถูกใจชุดมากค่ะ ตรงกับใจของมัทที่ออกแบบไว้ทุกตารางนิ้วเลย ไม่มีอะไรต้องแก้แล้วล่ะค่ะ สวยถูกใจเหมือนได้ตัดเองกับมือขอบคุณมากนะคะ” 

มัทนาว่าที่เจ้าสาวป้ายแดงใช้สายตามองเกลี่ยลงบนชุดสีขาวซึ่งใส่สวมทับอยู่บนหุ่นโชว์ตรงหน้าของเธอ น้ำเสียงเอ่ยกับปลายสายอย่างพึงพอใจในรายละเอียดทุกกระเบียดนิ้วอย่างอิ่มเอมใจ เธอค่อย ๆ ไล้เรียวนิ้วมือของตนเองลงสัมผัสกับแพรพรรณสีขาวไข่มุกซึ่งถูกตัดเย็บด้วยความปราณีตจนออกมาเป็นชุดแต่งงานที่เธอเป็นผู้ออกแบบและเลือกเนื้อผ้าด้วยตนเองทุกขั้นตอน

เสียอย่างเดียวที่เธอไม่ได้ลงมือตัดเย็บมันด้วยตัวเอง เพราะเธอต้องใช้เวลาไปตระเตรียมงานในส่วนต่าง ๆ ไม่เช่นนั้นชุดแต่งงานเพียงเท่านี้ก็ไม่คณามือของดีไซเนอร์ดีกรีห้องเสื้อรันเวย์มิลานอย่างมัทนาไปได้ 

“คุณมัทจะไม่ลองสวมหน่อยเหรอคะ ถ้าหากว่ามีสัดส่วนตรงไหนต้องแก้ หนูจะได้เอากลับไปให้ช่างปรับปรุงให้ค่ะ” ธิดาเกริ่นกับหญิงสาวเจ้าของชุดที่ยืนอยู่ตรงหน้าของเธอ

“ไม่เป็นไรจ้ะ ฉันโอเคแล้ว ทุกอย่างเพอร์เฟคดีแล้ว”  มัทนาตอบพลางก็พยักหน้าเบาๆ เป็นคำตอบให้แก่ธิดา พนักงานสาวผู้ซึ่งเป็นธุระนำชุดมาส่งให้เธอถึงที่โดยที่เธอไม่ต้องเสียเวลาเดินทางไปยังสตูดิโอ

“ดีใจที่คุณมัทชอบนะคะ...คุณมัทต้องเป็นเจ้าสาวที่สวยมากแน่ๆ เลยล่ะค่ะ” ธิดาเอ่ยพูดไปตามจริงอย่างที่เธอคิด

เพราะจากสายตาของธิดาแล้วมัทนาเป็นผู้หญิงที่เปี่ยมไปด้วยเสน่ห์ทั้งที่มองดูเพียงผิวเผินจากทางด้านหลัง เรือนร่างเพรียวบางของเธอที่ได้สัดส่วนสวยดูมีสุขภาพดี ทั้งผิวสีน้ำผึ้งของเธอก็ขับให้ผ้าเนื้อสีขาวมุกที่ใช้ตัดเย็บชุดดูสุกใสเป็นประกายสวยงาม

“ขอบใจมากจ้ะ” 

มัทนาละสายตาที่มองชุดหันมายิ้มให้ธิดา ใบหน้าที่ถูกแต่งแต้มด้วยสีสันที่เป็นธรรมชาติรับกับสีของลูกเชอรี่ที่ถูกฉาบไว้อยู่บนริมฝีปากทำให้มัทนาดูมีเสน่ห์อย่างล้ำลึกยิ่งขึ้น ทั้งที่ธิดาที่เป็นผู้หญิงด้วยกันยังไม่อาจละสายตาจากมัทนาได้โดยง่าย

“ให้หนูช่วยยกเข้าที่ให้มั้ยคะ? ” ธิดาไม่ลืมที่จะถามซ้ำเพราะเธอถูกกำชับมาให้ดูแลลูกค้าให้พอใจที่สุดในทุกครั้งที่ให้บริการ ถึงแม้ว่าในครั้งนี้ธิดาจะเกือบลืมเพราะเผลอมองมัทนาผู้เป็นลูกค้าของเธอจนเพลินจนเกือบลืมทำสิ่งสำคัญไป

“ไม่แล้วจริง ๆ จ้ะ ฉันโอเคแล้ว ทุกอย่างดีแล้ว” มัทนาเอ่ยตอบอย่างรวดเร็วให้คนรอฟังคำตอบได้รู้ว่าเธอได้รับสิ่งที่พึงใจอย่างเพียงพอแล้ว...

“โอเคค่ะ หากคุณมัทไม่มีอะไรเพิ่มเติมแล้วหนูก็โล่งใจค่ะ” มัทนาพยักหน้าเบา ๆ หนึ่งครั้งระหว่างที่เธอหันหน้ามายิ้มให้กับธิดา

“หนูกลับก่อนนะคะ” มัทนาพยักหน้ารับอีกครั้ง ก่อนที่จะยกมือรับไหว้ธิดา

“กลับดี ๆ นะ” รอยยิ้มที่มองเพียงปราดเดียวก็ติดตาของมัทนาทำเอาหลายคนที่เคยเจอเธอพลอยยิ้มได้ตามไปด้วย

ด้วยรอยยิ้มอันแสนสดใสราวกับดอกกุหลาบแรกแย้มในยามต้องแสงอรุณของมัทนาเมื่อสามปีก่อนที่อิตาลี ในคราวที่เธอเฉิดฉายบนเวทีรันเวย์มิลาน ในฐานะดีไซเนอร์หน้าใหม่ผู้ซึ่งได้รับการตอบรับอย่างล้นหลามด้วยยอดขายหลายล้านยูโร เธองามสง่า ฉลาด และมีความมั่นใจตรงตามผู้หญิงในทัศนะคติของนักธุรกิจหนุ่มไฟแรงเช่นแอนดี้ อดิรัตน์ผู้ถือหุ้นใหญ่ของสโมสรฟุตบอลระดับโลก เขาผู้ซึ่งเป็นสปอนเซอร์รายใหญ่ในครั้งนั้น ถึงกับลงมือเขียนจดหมายน้อยเหน็บไปในช่อดอกกุหลาบช่อโตเพื่อขอดินเนอร์เดตกับมัทนาในคืนวันเดียวกันนั้น

มัทนายิ้มกว้างให้กับความทรงจำที่พรั่งพรูมาจากความทรงจำอดีต ในระหว่างที่เธอทอดสายตามองชุดเจ้าสาวที่พราวพร่างอยู่เบื้องหน้า โทรศัพท์ที่กำไว้ในมือราวกับเป็นส่วนหนึ่งของอวัยวะเกิดสั่นขึ้น...

ครืด ครืด ….ที่รัก

“ไฮ...ดาร์ลิง” หลังจากปราดมองหน้าจอเพียงผ่านตา

มัทนาก็ไม่รอช้าที่จะรับสายนั้นอย่างเต็มใจด้วยน้ำเสียงที่สดใสและอ่อนหวาน

“ผมกำลังลองชุด...” เสียงชายหนุ่มที่คุ้นเคยดังตอบกลับมา

“คุณ...ว่ามันโอเคมั้ยคะ? ” มัทนาเอ่ยถามอย่างกริ่งเกรงในคำตอบที่เธอกำลังจะได้รับ

“ผมว่า...มันออกจะไม่พอดีไปนิด...หรือผมน้ำหนักขึ้น...ก็ไม่รู้สินะ!” คำตอบของปลายสายทำเอามัทนาทำหน้ายุ่ง เธอครุ่นคิดทบทวนถึงความผิดพลาดในทันทีว่าตนเองปล่อยผ่านส่วนสำคัญตรงไหนให้หลุดรอดไป หรือหลงลืมที่จะกำกับตรงส่วนใดไป จึงได้ทำให้เกิดรายละเอียดผิดพลาดขึ้นมาได้

“มัท...กำชับแล้วนะคะเนี่ย อุตส่าห์วางใจให้ร้านตัดเย็บเก่าแก่ทำงานให้เลยนะ ทำไมไม่เป็นมืออาชีพเลย? ” หญิงสาวละสายตาออกจากชุดสีขาวของเธอในทันที

มัทนารู้สึกเป็นกังวลในสิ่งที่ผิดพลาด เธอจึงหุนหันคว้าเอากุญแจรถที่วางอยู่บนเคาน์เตอร์มาไว้ในมือก่อนที่จะผลักประตูออกไปอย่างรวดเร็ว จนไม่ทันได้สังเกตสิ่งผิดปกติรอบข้างกายเป็นผลให้แผนของใครบางคนสำเร็จ

“...แอนดี้!!” มัทนาพึมพำถึงใครคนหนึ่งซึ่งเธอจำได้แม้กระทั่งกลิ่นน้ำหอมของเขาขณะที่เธอถูกโอบกอดเรือนเอวเอาไว้จากทางด้านหลัง

“เป็นแผนของคุณใช่มั้ยคะ? ” หญิงสาวออกปากถามเพื่อความแน่ใจอีกครั้ง ทั้งที่เธอรู้อยู่แก่ใจอยู่แล้วว่าเขาจะต้องเป็น อดิรัตน์ว่าที่เจ้าบ่าวของเธออย่างแน่นอน

อ่านต่อ

สารบัญ ให้รักโอบกอด Let love embrace

Ch. 1 Ch. 2 Ch. 3
Ch. 4
Ch. 5
Ch. 6
Ch. 7
Ch. 8
Ch. 9
Ch. 10
Ch. 11
all

คุณอาจจะชอบ

นิยายมาใหม่

หน้าปกนวนิยาย อาญารัก ข้ามขอบฟ้า
8.2
คัทซึฮิโกะ ฮิโรยูกิ นักธุรกิจอัญมณีหนุ่มลูกครึ่งผู้มั่งคั่ง เดินทางมาเมืองไทยเพื่อตามหาแหวนเพชรล้ำค่าที่เป็นมรดกทางใจของปู่ จนได้พบว่ามันอยู่กับน้ำริน พยาบาลสาวชาวไทยอย่างน่าสงสัย เขาปักใจเชื่อว่าเธอคือหัวขโมย จึงตัดสินใจลักพาตัวเธอไปยังญี่ปุ่นเพื่อเค้นความจริง น้ำรินที่ถูกตราหน้าว่าเป็นอาชญากรพยายามยืนยันความบริสุทธิ์ว่ามีคนมอบของสำคัญนี้ให้เธอมาเอง ท่ามกลางความขัดแย้งและปริศนาที่รอการพิสูจน์ความจริงระหว่างเขากับเธอ
หน้าปกนวนิยาย ฉากรักในคืนฝนโปรย
8.2
เธอ…คือแม่หม้ายป้ายแดง ส่วนเขา…คือหนุ่มหล่อผู้หลงรักแม่หม้าย เธอใจแข็งเป็นหิน ส่วนเขาก็ตื้อเท่านั้นที่จะครองโลก -------------------------------------- ณาณีมเปิดและส่งรูปของราฮีมที่เธอแอบถ่ายชายหนุ่มไว้ไปให้ทั้งสองได้ดูผ่านไลน์ ณิการ์และธัญมณกรี๊ดกร๊าดเป็นการใหญ่ เพราะราฮีมหล่อและดูดีกว่าที่คิดไว้มาก “แกจะปิดกั้นตัวเองทำไมยะ ในเมื่อมีผู้ชายดีๆ เดินเข้ามา แกก็รับเขาไว้พิจารณาสิ” ณิการ์ที่ได้ฟังเรื่องราวทุกอย่างเอ่ยขึ้น “แต่ฉันไม่อยากวนกลับไปใช้ชีวิตแต่งงานอีกนี่แก” แม้จะอยากเปิดใจให้ราฮีม แต่สิ่งที่ณาณีมกลัวคือการแต่งงาน การต้องใช้ชีวิตด้วยกันทั้งวันทั้งคืน “ก็อยู่กันไปแบบนี้ ไม่ต้องแต่ง” “ก็คิดว่าจะไม่แต่ง แต่ฉันกับเขาก็ต้องมีเซ็กซ์กัน ฉันจะทำได้เหรอ ในเมื่อสิบสามปีที่ผ่านมาของฉัน มีแค่พี่แดนคนเดียว” นี่คืออีกเรื่องที่ณาณีมกังวล “ของใหม่ๆ คนใหม่ มันอาจทำให้อารมณ์แกซู่ซ่าก็ได้ ชีวิตเป็นของแก แล้วตอนนี้แกก็โสดแล้ว” ธัญมณเอ่ยขึ้นบ้าง นั่นทำเอาณิการ์ที่ปกติลุคจะแรงที่สุดของกลุ่มถึงกับอุทานออกมา “หืม…” “แกเป็นเจ้าของจิ๊มิแต่เพียงผู้เดียวยัยณา แกจะใช้กับใครมันก็สิทธิ์อันชอบธรรมของแก เพราะแกโตแล้ว...เข้าใจ๋” ประโยคนี้ยังเป็นของธัญมณ แต่ดูเหมือนณาณีมจะเข้าใจอะไรยาก “ไม่เข้าใจ” “โอ๊ย! ยัยณา ชีวิตนี้แกจะเจอดุ้นแค่อันเดียวเหรอยะ เลิกกับพี่แดนแล้วแกจะเอาปูนมาโบกจิ๊มิ ไม่ยอมให้ดุ้นอันอื่นผ่านเลยก็ใช่เรื่อง แก่จนอายุจะสามสิบห้า แถมยังมาเป็นหม้ายเอาตอนนี้อีก มดลูกก็ฝ่อลงไปทุกวัน มีของดีติดอยู่กับตัวเอง ทำไมไม่ใช้ กลัวอะไร” ณิการ์เริ่มตามธัญมณทัน และยุณาณีมมันเสียเลย “กลัวสารพัดสิ่งอ่ะ กลัวจนไม่กล้าไปหมด” “งั้นวันไหนที่คุณราฮีมกลับมาเมืองไทย ให้ฉันไปทดสอบความฟิตและความอึดให้เอาไหม งานนี้ฟรี ไม่คิดค่าเสียหาย” “ยัยปุ้ยบ้า เดี๋ยวผัวแกก็เอาปืนมายิงแสกหน้าคุณราฮีมกันพอดี” ณาณีมแหวใส่ความคิดบ้าๆ ของเพื่อน “เท่าที่แกเล่ามา ดูเหมือนยัยพราวก็ทำท่าจะชอบคุณราฮีมอยู่ไม่น้อย วันดีคืนดีพราวคาบไปกิน จะมานั่งเสียใจไม่ได้แล้วนะยะ” “โอ๊ย!...นั่นยิ่งไม่ได้ใหญ่” คนมาปรึกษาเริ่มหัวเสีย ส่วนคนให้คำปรึกษาก็ชักจะสนุก ที่สามารถแหย่จนณาณีมเผยความรู้สึกของตัวเองออกมาแบบนี้ “นั่นก็ไม่ได้ นี่ก็ไม่ได้ ยอมรับมาเถอะ ว่าแกเองก็ชอบคุณราฮีมอยู่” “แกว่าถ้าฉันจะรักใครใหม่ มันไม่เร็วไปเหรอ ทั้งๆ ที่ฉันเพิ่งหย่า” นี่คือสิ่งที่ณาณีมกังวลอยู่เหมือนกัน เธออยากเป็นโสดให้นานกว่านี้ สองสามปี หรือมากกว่านี้ก็ได้ “ไม่เร็ว ช้าไปด้วยซ้ำ เพราะชีวิตมันต้องเดินไปข้างหน้า ไม่ใช่จมปลัก เอาอดีตมาเป็นกำแพง” ----------------------------------------- “ผมรู้สึกแปลกๆ อยากให้คุณช่วย” เสียงอู้อี้ของราฮีมเอ่ยตอบ เพราะยังคงเอามือปิดปากไว้อยู่ “ช่วยอะไรคะ?” สีหน้าของณาณีมเต็มไปด้วยเครื่องหมายคำถาม นั่นเพราะยังไม่เข้าใจว่าราฮีมเป็นอะไร และเขาอยากให้เธอช่วยอะไร “ช่วยถอนพิษให้ผมหน่อย” “ถอนพิษ พิษอะไร” ตอนนี้สีหน้าของณาณีมยิ่งงงเข้าไปใหญ่ “ก็พิษจากลิปสติกสีแดงๆ ของคุณพราวที่มันติดอยู่บนปากของผมตอนนี้ไง” “คุณราฮีม…อื้อ…” พอฟังจบณาณีมก็ทำท่าจะขยับหนี แต่ราฮีมกลับไวกว่ามาก ชายหนุ่มใช้มือที่ปิดปากตัวเองไว้เมื่อครู่ เอื้อมมารวบตัวณาณีมเข้าไปกอด จากนั้นก็โน้มใบหน้าลงมาจูบเธออย่างรวดเร็ว และนี่คือวิธีถอนพิษที่เขาเอ่ย ณาณีมอึ้ง ทำตัวไม่ถูก สมองสั่งงานให้ผลักราฮีมออกห่าง แต่ร่างกายกลับตรงกันข้าม เพราะมันไม่ทำตามที่เธอสั่งเลย ตั้งแต่เกิดมาเธอเคยจูบกับผู้ชายแค่คนเดียวนั่นคือดาวิน เธอจำไม่ได้ว่าจูบครั้งล่าสุดกับดาวินเมื่อไหร่ และเพราะจำไม่ได้ จึงลืมเลือนรสจูบของอดีตสามีไปจากความรู้สึกเช่นกัน เวลานี้หัวใจของณาณีมเต้นแรงมาก รู้สึกวาบหวามกับจูบที่ราฮีมมอบให้จนควบคุมตัวเองไม่ได้ จูบที่ทำให้เธอขนลุกซู่ ร่างกายไหวระริกเหมือนเด็กสาว และนั่นก็ทำให้ณาณีมเผลอจูบชายหนุ่มกลับไปเช่นกัน ถ้าไม่ติดว่านี่มันริมถนน ราฮีมคงอุ้มณาณีมไปบนเตียงแล้วก็ทำตามที่ใจเขาเรียกร้องแล้ว “คุณจูบเก่งกว่าที่ผมคิดไว้เสียอีก” เขาจำเป็นต้องถอนจูบออก และรู้สึกว่าตอนนี้ ฝนกำลังโปรยปรายลงมาจากท้องฟ้า “ก็ฉันผ่านเรื่องพวกนี้มาแล้วนิ” “แล้วทำไมใจต้องเต้นแรงแบบนี้ด้วย ลมหายใจคุณก็ร้อน” เพราะความใกล้ชิด ทำให้ราฮีมได้ยินเสียงเต้นของหัวใจณาณีมชัดมาก มิหนำซ้ำเวลานี้ตัวเธอก็ร้อนผ่าวเหมือนคนมีไข้
หน้าปกนวนิยาย น้องเมีย
9.3
ชติรสพยายามปกปิดร่างกายที่เปลือยเปล่าจากสายตาคมกริบของชายหนุ่มหลังบทรักจบลง เขาจำใจต้องผละจากเธอเพื่อรักษาคำมั่นสัญญาที่ให้ไว้ แม้จะเสน่หาในตัวเธอเพียงใดก็ตาม ข้อตกลงลับระหว่างกันระบุชัดเจนว่าเธอต้องเป็นตัวแทนของลิก้า พี่สาวของเธอ โดยแลกกับการที่เขาต้องเลิกยุ่งเกี่ยวกับพี่สาวอย่างเด็ดขาด ชติรสใช้ตัวเองเข้าแลกเพื่อปกป้องพี่สาว พร้อมคำข่มขู่ว่าหากเขาผิดสัญญาเธอจะไม่ยอมอยู่เฉยแน่ ท่ามกลางบรรยากาศที่เต็มไปด้วยแรงดึงดูดและความโกรธแค้นที่คละคลุ้งในใจ
หน้าปกนวนิยาย หวามรักเจ้าพ่อคาสิโน
8.5
ชีวิตของนิลยาพังทลายเพราะหนี้สินที่เธอไม่ได้ก่อ เมื่อพี่ชายต่างบิดามอมยาแล้วนำเธอมาขายประมูลให้ราเชน เจ้าพ่อคาสิโนผู้ทรงอิทธิพล แม้เขาจะช่วยเธอให้รอดพ้นจากเงื้อมมือคนชั่ว แต่ราเชนกลับเลือกบททดสอบที่โหดร้ายเพื่อสอนให้เธอรู้จักโลกความเป็นจริง เขาเสนอเงินแลกกับการให้เธอเปลื้องผ้าทีละชิ้น นิลยาจำใจทำตามด้วยความขมขื่นและผิดหวัง ท่ามกลางความกดดันและความกลัวที่สั่นสะท้านไปทั้งตัว ท้ายที่สุดราเชนกลับทนดูไม่ได้และตัดสินใจยุติเกมนี้ด้วยการบดจูบที่เต็มไปด้วยอารมณ์ดิบเถื่อน
หน้าปกนวนิยาย นางบำเรอขัดดอก
9.1
เมื่ออลินชาต้องกลายมาเป็นนางบำเรอเพื่อขัดดอกหนี้สินให้กับพ่อเลี้ยงพิพัฒน์ ชายหนุ่มผู้ทรงอิทธิพลที่จ้องมองเธอด้วยสายตาที่เปี่ยมไปด้วยความปรารถนาอย่างเปิดเผย ท่ามกลางบรรยากาศที่เต็มไปด้วยความกดดันและความต้องการที่พลุ่งพล่าน พ่อเลี้ยงพิพัฒน์กลับรู้สึกพึงพอใจและตื่นตัวอย่างยิ่งเมื่อรู้ว่าเขากำลังจะได้ครอบครองเธอในไม่ช้า แม้หญิงสาวจะพยายามขัดขืนด้วยความประหม่า แต่เขาก็ยังคงเย้าแหย่และรุกรานหัวใจเธออย่างต่อเนื่องในพันธสัญญาเสน่หาที่ยากจะปฏิเสธ
หน้าปกนวนิยาย เมียถูกทิ้ง กลับมาเป็นเศรษฐินีใหญ่
8.5
ในวันครบรอบแต่งงานสามปี พรกมลต้องเผชิญกับความเจ็บปวดเมื่ออภิเดชสามีของเธอแสดงออกอย่างชัดเจนว่ารักเพียงศศิกานต์เท่านั้น แม้เธอจะตั้งครรภ์แต่เขากลับบีบบังคับให้หย่าและสั่งให้ไปทำแท้งอย่างไร้เยื่อใย อภิเดชยังหูเบาเชื่อคำโกหกของศศิกานต์ที่กลั่นแกล้งเธอในที่ทำงานจนพรกมลตัดสินใจเซ็นใบหย่าและลาออกเพื่อเริ่มต้นชีวิตใหม่เพียงลำพัง เธอเลือกเดินจากไปพร้อมกับลูกในท้องโดยไม่หันหลังกลับไปมองอดีตที่แสนโหดร้ายอีกเลย
ตอน
อ่านเลย
แชร์