หน้าปกนวนิยาย กุมหัวใจคามินทร์

กุมหัวใจคามินทร์

9.1 / 10.0
โชคชะตาเล่นตลกเมื่อชายแปลกหน้าที่เคยวิ่งหนีสาวๆ มาหลบหลังเธอ กลับกลายมาเป็นประธานจอมเผด็จการและเจ้านายคนใหม่ แม้เขาจะปากร้ายและใช้เงินฟาดหัวเพื่อเสนอให้เธอมาเป็นผู้หญิงในอาณัติ แต่หญิงสาวผู้รักศักดิ์ศรีกลับเลือกทำงานหนักจนตายดีกว่ายอมสยบให้คนเจ้าชู้ เธอประกาศกร้าวให้เขาไปหาความอ่อนโยนจากบรรดาสาวในสต็อก และเลิกยุ่งกับชีวิตเธอเสียที ทว่ายิ่งเธอผลักไสและคิดจะลอกคราบเสือหนุ่มให้สิ้นลาย เขากลับยิ่งสนใจในความแข็งกร้าวที่แตกต่างจากผู้หญิงทุกคนที่เขาเคยเจอ

กุมหัวใจคามินทร์ ตอนที่ 1

บริษัท เรดดราก้อน สปอร์ตคอร์เปอร์เรชั่น จำกัด

“บอส กาแฟหน่อยไหมคะ มัวทำหน้าเครียดแบบนั้นดูแก่ลงไปอีกสิบปีเลยค่ะ” เสียงของรุจี เลขาสาวคนเก่งเรียกให้ คามินทร์ หลุดจากภวังค์ ชายหนุ่มจึงรู้ตัวว่าตนเองเหม่อลอยมาพักใหญ่แล้ว ปากกาในมือถูกหมุนไปมาครั้งแล้วครั้งเล่าจากด้ามสีดำเงาๆ ดูสวยแพงแทบจะกลายเป็นดำด้าน

“คุณรุจี วันนี้ผมดื่มกาแฟไปสามแก้วแล้วนะ”

“แหม ลองดื่มแก้วที่สี่ดูเผื่อจะหายเครียดไงคะ”

คามินทร์หัวเราะออกมาได้นิดหน่อยกับคำพูดของเลขาส่วนตัว แต่ก็เป็นแค่การหัวเราะแห้งๆ ราวกับว่าประชดชีวิตมากกว่าจะรู้สึกขำจริงๆ ไม่ว่าใครก็ตามถ้ามาตกอยู่ในสถานการณ์เดียวกับเขาตอนนี้ก็คงจะรู้สึกยิ้มไม่ออกเหมือนกันหมด

“ต่อให้ดื่มกาแฟเป็นสิบแก้วก็คงไม่ช่วยให้ผมหายเครียดหรอก คุณดูสิ่งที่พ่อโยนมาให้ผมทำสิ แม่งเอ๊ย ขอลาออกเลยได้ไหมวะเนี่ย” นักธุรกิจหนุ่มอยากจะลาออกจากการเป็นตนเอง ลาออกจากการเป็นลูกของพ่อให้มันจบๆ ไป แต่คิดว่าต่อให้เขาตาย พ่อก็คงจะตามไปปลุกเขาขึ้นมาด่าอีกอยู่ดี

พ่อเป็นคนแก้ปัญหาไม่สำเร็จเลยทิ้งดิ่งโยนมาให้ลูกจัดการต่อเสียอย่างนั้น แต่ละเรื่องไม่ใช่ง่ายๆ เลย โดยเฉพาะการคุยกับพวกคนแก่หัวโบราณเอาแต่ความคิดตนเองเป็นใหญ่ทั้งหลาย คามินทร์ต้องใช้น้ำอดน้ำทนมากในการไม่โพล่งด่าออกไปทุกครั้งที่คุยกับคนพวกนี้

“ผ่านวันนี้ไปก็ไม่ต้องเครียดแล้วล่ะค่ะ การที่พวกเขายอมตกลงมาคุยนั่นแปลว่ายอมรับข้อเสนอของบอสไปครึ่งหนึ่งแล้ว ทำหน้าตาให้หล่อๆ เตรียมเข้าประชุมเถอะค่ะ” รุจีฉีกยิ้มหวาน พูดให้กำลังใจเจ้านายของเธอเท่าที่จะทำได้ นั่นทำให้คามินทร์พอจะสบายใจขึ้นมาได้บ้างถึงจะแค่เล็กน้อย

ระหว่างรอให้ถึงเวลานัดประชุมคามินทร์ก็จิบกาแฟแก้วที่สี่ของวันไปเรื่อย ๆ คงจะดีถ้าทุกอย่างผ่านไปได้ด้วยดีอย่างที่รุจีบอก เขาเหนื่อยที่ต้องมาเครียดกับเรื่องนี้แล้ว หลังจากที่พ่อโยนมันมาใส่หัวมาหลายเดือนแล้ว คามินทร์ก็นอนหลับไม่เคยสนิทเลยสักคืน อยากทำอะไรก็ไม่ได้ทำเพราะต้องมานั่งคิดหาทางแก้ปัญหาเรื่องนี้จนหัวแทบแตก

เบื้องหน้าของคามินทร์คือนักธุรกิจหนุ่มที่ประสบความสำเร็จที่สุดในตอนนี้ เจ้าของบริษัทจัดจำหน่ายรถยนต์นำเข้า และสปอร์ตคาร์ระดับโลก ส่วนเบื้องหลังของเขาคือทายาทมาเฟียอันดับหนึ่งของเอเชีย ตำแหน่งนี้คามินทร์ไม่ได้ต้องการแต่มันติดตัวเขามาตั้งแต่ที่เกิดมาเป็นลูกชายของ อคิน หัวหน้าแก๊งคนก่อนแล้ว

เมื่อพ่อวางมือความรับผิดชอบ อำนาจทุกอย่างก็ต้องตกมาอยู่ที่คามินทร์อย่างไม่มีทางหลีกเลี่ยง เขาไม่ได้มีปัญหาอะไรกับตำแหน่งหัวหน้าแก๊งมังกรแดง แต่ปัญหาตอนนี้คือพ่อของเขาดันอยากกลับดำเป็นขาว ปรับเปลี่ยนระบบภายในของการทำมาหากินในแก๊งเสียใหม่ อยากให้ลูกน้องหลายพันชีวิตที่แฝงตัวอยู่ในหลายๆ องค์กร หลากหลายอาชีพทั่วเอเชีย เปลี่ยนมาทำงานสุจริตกัน เพราะก่อนหน้านี้ตั้งแต่ก่อตั้งแก๊งมาเป็นร้อยปีตั้งแต่สมัยปู่ของเขา คนของแก๊งมังกรแดงก็ทำอาชีพเทาๆ กันมาตลอด ถึงจะไม่มีเรื่องของยาเสพติด อาวุธสงคราม ค้ามนุษย์ แต่การส่งออกของหลีกเลี่ยงภาษีก็ไม่ใช่สิ่งถูกกฎหมาย

แน่นอนว่ามันได้เงินดี พอมาถึงยุคของพ่อของคามินทร์อยากจะปรับเปลี่ยนระบบภายในเสียใหม่แต่ก็ทำไม่สำเร็จเพราะไม่มีใครยอม สุดท้ายพอทำไม่ไหวพ่อเลยโยนภาระนี้มาให้เขา คามินทร์เคยเสนอพ่อไปว่าก็ให้ต่างคนต่างแยกย้ายไปทำมาหากินเองเสียก็จบ แต่ก็เป็นพ่อเองนั่นแหละที่ไม่เห็นด้วยเพราะอยากจะรักษาแก๊งมังกรแดงไว้ ชายหนุ่มอยากจะกลั้นใจตายให้รู้แล้วรู้รอด

จนท้ายที่สุดเขาก็หาทางออกที่คิดว่ามันคงจะดีที่สุดได้ หลังจากปรึกษากับเพื่อนก็ตัดสินใจเกริ่นเรื่องนี้ให้คนระดับหัวหน้าในหลายๆ สายของแก๊งมังกรแดงได้รู้ พวกนั้นยังไม่มีใครตอบตกลงเสียทีเดียวแต่ก็รับปากว่าจะมาตามนัดในการประชุมวันนี้

เอาเถอะ คามินทร์หวังว่ามันจะไปได้สวย เขาอยากจบเรื่องนี้เต็มแก่แล้ว

***

ภายในห้องประชุมคามินทร์นั่งอยู่ที่หัวโต๊ะ ส่วนคนที่ยืนอยู่ซ้ายมือของเขาคือ บอส เลขาชาย มือขวา คนขับรถ บอดี้การ์ด สารพัดอย่างที่อีกฝ่ายจะเป็นได้ บอสก็เป็นอีกหนึ่งคนที่คามินทร์ปรึกษาเรื่องนี้ด้วย และก็เห็นตรงกันว่าวิธีนี้แหละดีที่สุดแล้ว

“อย่างที่ทราบกันว่าพ่อกับผมพยายามหาทางแก้ปัญหาเรื่องนี้มาตลอด หาตรงกลางเพื่อให้ความสัมพันธ์ของแก๊งมังกรแดงยังคงอยู่ ผมเคารพลุงๆ อาๆ ทุกคนนะ ไม่อยากผิดใจกับใคร” คามินทร์เกริ่น มองหน้าผู้ร่วมประชุมแต่ละคนที่รุ่นพ่อเขาทั้งนั้น ถึงได้บอกไงล่ะว่าลุงพวกนี้แหละที่เข้าใจอะไรยากที่สุด

อะไรที่เคยทำมาและได้ผลตอบแทนที่ดีอยู่แล้วก็ไม่มีใครอยากจะเปลี่ยน สิ่งที่ทำได้ก็คงมีแค่ยื่นข้อเสนอที่ดีกว่าให้

“ในเมื่อเราเปลี่ยนระบบการทำงานใหม่ ผมต้องบอกตรงๆ ว่าเม็ดเงินมันคงจะไม่เท่าเดิม” พอคามินทร์พูดมาถึงตรงนี้ สีหน้าของแต่ละคนออกชัดว่าเริ่มไม่พอใจ ชายหนุ่มเลยต้องรีบยกมือขึ้นมาและพูดต่อ

“แต่ผมมีเงื่อนไขมาเสนอ ผมจะให้อาทั้งสองคนดูแลการขนส่งทางอากาศแถบภาคเหนือทั้งหมด ส่วนลุงอีกสองคนก็ดูแลการขนส่งทางเรือ ครอบคลุมภาคใต้เลยไปจนถึงมาเลเซีย เงินทั้งหมดที่ได้จะเข้ากระเป๋าลุงๆ อาๆ ทุกคนโดยไม่ต้องผ่านผม นอกเหนือจากนั้นก็จัดสรรกันเองว่าจะแบ่งให้ลูกน้องยังไงบ้าง”

ถึงแม้ว่าจะเสียรายได้จากระบบขนส่งทั้งสองทางนี้ไป แต่คามินทร์ประเมินแล้วว่ามันน่าจะคุ้มค่า อย่างน้อยก็แลกมากับการเป็นระเบียบและความเชื่อฟังของคนในแก๊ง ดูเหมือนว่าข้อเสนอนี้ของเขาจะถูกใจทุกคนไม่น้อย พวกเขามองหน้ากันอย่างใช้ความคิด ก่อนจะพยักหน้าในที่สุด

“ตกลง ถ้าพ่อของหลานยื่นข้อเสนอน่าสนใจแบบนี้มาตั้งแต่แรกก็คงจะคุยกันจบไปนานแล้ว”

“ฮ่าๆ นั่นสิครับ เอาเป็นว่าตกลงตามนี้แล้วกัน ผมจะ…” คามินทร์หัวเราะ พูดต่อไปถึงรายละเอียดอื่นๆ โล่งใจอย่างกับยกภูเขาออกจากอกได้ที่ข้อเสนอของเขามันยั่วยวนมากพอ อย่างน้อยคลังสินค้าที่นั่นก็มีคนของเขาคอยเป็นหูเป็นตาอยู่ จะได้ไม่ต้องมานั่งกังวลเรื่องปัญหาการโกงหรือยักยอกภายใน

หลังจบการประชุมที่เครียดที่สุดในชีวิต คามินทร์ก็ถอนหายใจยาวออกมาอย่างโล่งอก หลังจากอมทุกข์มาหลายเดือนในที่สุดก็จัดการปัญหานี้ได้สักที พ่อคงจะภูมิใจในตัวเขาจนน้ำตาไหลเลยมั้ง

“ผมว่าคุณมินทร์ต้องเลี้ยงเหล้าขอบคุณให้คุณเอกกับคุณคิมหน่อยแล้ว” บอสพูดขึ้นเมื่อในห้องประชุมไม่มีใครแล้ว เจ้านายถึงกับปลดเนกไทและพับแขนเสื้อ ท่าทางโล่งใจอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อนตลอดหลายเดือน

“เอาไว้ค่อยเลี้ยงพวกมันสองคนวันหลัง ผมยังคบกับสองคนนั้นไปอีกนาน วันนี้ผมจะเลี้ยงตัวเองก่อน” คามินทร์พูดติดตลก ตอนนี้ในหัวของเขาคิดแต่ว่าจะต้องไปคลายเครียด ระบายความรู้สึกหนักอึ้งพวกนี้ออกไปจากหัวให้หมด ชายหนุ่มคิดเอาไว้แล้วว่าคืนนี้เขาคงจะไม่กลับบ้าน สถานที่แรกคือผับสุดหรูใจกลางย่านธุกิจที่มักจะไปผ่อนคลายเป็นประจำ ส่วนคืนนี้จะไปจบที่ไหนก็ปล่อยให้มันเป็นเรื่องของคืนนี้

ช่วงค่ำคามินทร์ออกจากบริษัทตรงดิ่งมาที่ผับโดยไม่แวะกลับบ้านก่อนด้วยซ้ำไป ร่างกายของเขามันต้องการแสงสี เหล้าดีๆ บรรยากาศผ่อนคลายและสาวสวยอีกสักคน แค่นั้นก็คงจะทำให้ความเหนื่อยและความเครียดที่สะสมมาหลายเดือนของเขาหายไปเป็นปลิดทิ้ง

อ่านต่อ

สารบัญ กุมหัวใจคามินทร์

Ch. 1 Ch. 2 Ch. 3
Ch. 4
Ch. 5
Ch. 6
Ch. 7
Ch. 8
Ch. 9
Ch. 10
Ch. 11
all

คุณอาจจะชอบ

นิยายมาใหม่

หน้าปกนวนิยาย เมียเด็กของคุณป๋า
9.1
To save her family from bankruptcy and debt, young Pichaya is forced into a humiliating contract as a plaything for Poramet, a billionaire diamond tycoon. Though he views her as a mere commodity with no right to be the mother of his children, Pichaya must endure his cold cruelty and savage desires. Trapped in a cycle of submission until she graduates, she realizes that the man the world admires is a heartless predator who will never grant her freedom as long as he remains unsatisfied.
หน้าปกนวนิยาย โซ่รัก ใยพิศวาส
8.6
เพชรหอมยอมมอบทุกอย่างให้ราซิเอลโล่ด้วยความรัก แต่เมื่อเธอแจ้งข่าวเรื่องตั้งครรภ์ เขากลับปฏิเสธอย่างไร้เยื่อใย ชายหนุ่มมั่นใจว่าตนเองป้องกันอย่างดีทุกครั้งแม้ในคืนที่มึนเมา จึงตราหน้าว่าเด็กในท้องไม่ใช่ลูกของเขา คำสบประมาทนั้นสร้างความเจ็บปวดให้หญิงสาวอย่างแสนสาหัส เธอตัดสินใจหอบหัวใจที่แตกสลายพร้อมลูกในท้องกลับเมืองไทย โดยที่เขาไม่รู้เลยว่าความผิดพลาดเกิดขึ้นได้เสมอ และความมั่นใจนั้นกำลังจะเปลี่ยนชีวิตของทั้งคู่ไปตลอดกาล
หน้าปกนวนิยาย ฉากรักในคืนฝนโปรย
8.2
เธอ…คือแม่หม้ายป้ายแดง ส่วนเขา…คือหนุ่มหล่อผู้หลงรักแม่หม้าย เธอใจแข็งเป็นหิน ส่วนเขาก็ตื้อเท่านั้นที่จะครองโลก -------------------------------------- ณาณีมเปิดและส่งรูปของราฮีมที่เธอแอบถ่ายชายหนุ่มไว้ไปให้ทั้งสองได้ดูผ่านไลน์ ณิการ์และธัญมณกรี๊ดกร๊าดเป็นการใหญ่ เพราะราฮีมหล่อและดูดีกว่าที่คิดไว้มาก “แกจะปิดกั้นตัวเองทำไมยะ ในเมื่อมีผู้ชายดีๆ เดินเข้ามา แกก็รับเขาไว้พิจารณาสิ” ณิการ์ที่ได้ฟังเรื่องราวทุกอย่างเอ่ยขึ้น “แต่ฉันไม่อยากวนกลับไปใช้ชีวิตแต่งงานอีกนี่แก” แม้จะอยากเปิดใจให้ราฮีม แต่สิ่งที่ณาณีมกลัวคือการแต่งงาน การต้องใช้ชีวิตด้วยกันทั้งวันทั้งคืน “ก็อยู่กันไปแบบนี้ ไม่ต้องแต่ง” “ก็คิดว่าจะไม่แต่ง แต่ฉันกับเขาก็ต้องมีเซ็กซ์กัน ฉันจะทำได้เหรอ ในเมื่อสิบสามปีที่ผ่านมาของฉัน มีแค่พี่แดนคนเดียว” นี่คืออีกเรื่องที่ณาณีมกังวล “ของใหม่ๆ คนใหม่ มันอาจทำให้อารมณ์แกซู่ซ่าก็ได้ ชีวิตเป็นของแก แล้วตอนนี้แกก็โสดแล้ว” ธัญมณเอ่ยขึ้นบ้าง นั่นทำเอาณิการ์ที่ปกติลุคจะแรงที่สุดของกลุ่มถึงกับอุทานออกมา “หืม…” “แกเป็นเจ้าของจิ๊มิแต่เพียงผู้เดียวยัยณา แกจะใช้กับใครมันก็สิทธิ์อันชอบธรรมของแก เพราะแกโตแล้ว...เข้าใจ๋” ประโยคนี้ยังเป็นของธัญมณ แต่ดูเหมือนณาณีมจะเข้าใจอะไรยาก “ไม่เข้าใจ” “โอ๊ย! ยัยณา ชีวิตนี้แกจะเจอดุ้นแค่อันเดียวเหรอยะ เลิกกับพี่แดนแล้วแกจะเอาปูนมาโบกจิ๊มิ ไม่ยอมให้ดุ้นอันอื่นผ่านเลยก็ใช่เรื่อง แก่จนอายุจะสามสิบห้า แถมยังมาเป็นหม้ายเอาตอนนี้อีก มดลูกก็ฝ่อลงไปทุกวัน มีของดีติดอยู่กับตัวเอง ทำไมไม่ใช้ กลัวอะไร” ณิการ์เริ่มตามธัญมณทัน และยุณาณีมมันเสียเลย “กลัวสารพัดสิ่งอ่ะ กลัวจนไม่กล้าไปหมด” “งั้นวันไหนที่คุณราฮีมกลับมาเมืองไทย ให้ฉันไปทดสอบความฟิตและความอึดให้เอาไหม งานนี้ฟรี ไม่คิดค่าเสียหาย” “ยัยปุ้ยบ้า เดี๋ยวผัวแกก็เอาปืนมายิงแสกหน้าคุณราฮีมกันพอดี” ณาณีมแหวใส่ความคิดบ้าๆ ของเพื่อน “เท่าที่แกเล่ามา ดูเหมือนยัยพราวก็ทำท่าจะชอบคุณราฮีมอยู่ไม่น้อย วันดีคืนดีพราวคาบไปกิน จะมานั่งเสียใจไม่ได้แล้วนะยะ” “โอ๊ย!...นั่นยิ่งไม่ได้ใหญ่” คนมาปรึกษาเริ่มหัวเสีย ส่วนคนให้คำปรึกษาก็ชักจะสนุก ที่สามารถแหย่จนณาณีมเผยความรู้สึกของตัวเองออกมาแบบนี้ “นั่นก็ไม่ได้ นี่ก็ไม่ได้ ยอมรับมาเถอะ ว่าแกเองก็ชอบคุณราฮีมอยู่” “แกว่าถ้าฉันจะรักใครใหม่ มันไม่เร็วไปเหรอ ทั้งๆ ที่ฉันเพิ่งหย่า” นี่คือสิ่งที่ณาณีมกังวลอยู่เหมือนกัน เธออยากเป็นโสดให้นานกว่านี้ สองสามปี หรือมากกว่านี้ก็ได้ “ไม่เร็ว ช้าไปด้วยซ้ำ เพราะชีวิตมันต้องเดินไปข้างหน้า ไม่ใช่จมปลัก เอาอดีตมาเป็นกำแพง” ----------------------------------------- “ผมรู้สึกแปลกๆ อยากให้คุณช่วย” เสียงอู้อี้ของราฮีมเอ่ยตอบ เพราะยังคงเอามือปิดปากไว้อยู่ “ช่วยอะไรคะ?” สีหน้าของณาณีมเต็มไปด้วยเครื่องหมายคำถาม นั่นเพราะยังไม่เข้าใจว่าราฮีมเป็นอะไร และเขาอยากให้เธอช่วยอะไร “ช่วยถอนพิษให้ผมหน่อย” “ถอนพิษ พิษอะไร” ตอนนี้สีหน้าของณาณีมยิ่งงงเข้าไปใหญ่ “ก็พิษจากลิปสติกสีแดงๆ ของคุณพราวที่มันติดอยู่บนปากของผมตอนนี้ไง” “คุณราฮีม…อื้อ…” พอฟังจบณาณีมก็ทำท่าจะขยับหนี แต่ราฮีมกลับไวกว่ามาก ชายหนุ่มใช้มือที่ปิดปากตัวเองไว้เมื่อครู่ เอื้อมมารวบตัวณาณีมเข้าไปกอด จากนั้นก็โน้มใบหน้าลงมาจูบเธออย่างรวดเร็ว และนี่คือวิธีถอนพิษที่เขาเอ่ย ณาณีมอึ้ง ทำตัวไม่ถูก สมองสั่งงานให้ผลักราฮีมออกห่าง แต่ร่างกายกลับตรงกันข้าม เพราะมันไม่ทำตามที่เธอสั่งเลย ตั้งแต่เกิดมาเธอเคยจูบกับผู้ชายแค่คนเดียวนั่นคือดาวิน เธอจำไม่ได้ว่าจูบครั้งล่าสุดกับดาวินเมื่อไหร่ และเพราะจำไม่ได้ จึงลืมเลือนรสจูบของอดีตสามีไปจากความรู้สึกเช่นกัน เวลานี้หัวใจของณาณีมเต้นแรงมาก รู้สึกวาบหวามกับจูบที่ราฮีมมอบให้จนควบคุมตัวเองไม่ได้ จูบที่ทำให้เธอขนลุกซู่ ร่างกายไหวระริกเหมือนเด็กสาว และนั่นก็ทำให้ณาณีมเผลอจูบชายหนุ่มกลับไปเช่นกัน ถ้าไม่ติดว่านี่มันริมถนน ราฮีมคงอุ้มณาณีมไปบนเตียงแล้วก็ทำตามที่ใจเขาเรียกร้องแล้ว “คุณจูบเก่งกว่าที่ผมคิดไว้เสียอีก” เขาจำเป็นต้องถอนจูบออก และรู้สึกว่าตอนนี้ ฝนกำลังโปรยปรายลงมาจากท้องฟ้า “ก็ฉันผ่านเรื่องพวกนี้มาแล้วนิ” “แล้วทำไมใจต้องเต้นแรงแบบนี้ด้วย ลมหายใจคุณก็ร้อน” เพราะความใกล้ชิด ทำให้ราฮีมได้ยินเสียงเต้นของหัวใจณาณีมชัดมาก มิหนำซ้ำเวลานี้ตัวเธอก็ร้อนผ่าวเหมือนคนมีไข้
หน้าปกนวนิยาย ไฟล้อมน้ำ [Alternative Bride]
8.1
พลาธิปเผชิญความเจ็บปวดจากการถูกปิยธิดาทิ้งไปแต่งงานกับเพื่อนรักเพียงเพราะอคติต่อตระกูลของเขา เพื่อแก้แค้นและเย้ยหยันอดีตคนรัก เขาจึงตัดสินใจแต่งงานกับปราณปริยาวดี น้องสาวต่างแม่ที่ปิยธิดาเกลียดชังที่สุด แม้เบื้องต้นจะมองเธอเป็นเพียงเครื่องมือทำลายความรู้สึกของแฟนเก่า แต่ความใกล้ชิดกลับทำให้เขาเริ่มหวั่นไหวกับลูกเมียน้อยที่เขาเคยรังเกียจ ท่ามกลางทิฐิที่ปิดกั้นหัวใจ เขาต้องเลือกระหว่างความแค้นหรือจะยอมรับความรักที่เกิดขึ้นจริง
หน้าปกนวนิยาย คืนหนึ่งกับเขา
8.2
เบลซ อาร์เดน วอน ทายาทมหาเศรษฐีและนักศึกษาแพทย์ผู้เพียบพร้อม เจ้าของฉายาเจ้าชายน้ำแข็งผู้เย็นชา เขาได้เผชิญหน้ากับ เอซ แดกซ์ตัน หัวหน้าแก๊งมาเฟียสุดอันตรายที่ช่ำชองเรื่องความสัมพันธ์ชั่วข้ามคืน แม้ทั้งสองจะเรียนที่เดียวกันแต่ไม่เคยโคจรมาพบกัน จนกระทั่งเบลซตัดสินใจท้าทายอำนาจมืดด้วยสายตาและคำพูดที่เต็มไปด้วยความนัย เขาหยิบยื่นข้อเสนอสุดช็อกให้เอซลองมีสัมพันธ์กับตนเพียงหนึ่งคืน ท่ามกลางความตึงเครียดและแรงดึงดูดที่ยากจะต้านทาน คืนเดียวนี้จะเปลี่ยนความสงสัยให้กลายเป็นความปรารถนาที่ไม่อาจลืมเลือน
หน้าปกนวนิยาย เมีย..ซาตานไร้หัวใจ
9.0
ณ ไร่สิงขร มีคุณสิงขร หรือ ดำ (40 ปี) เป็นเจ้าของ มีทั้งสวนลำไย ลิ้นจี่ บ่อเลี้ยงปลา ไร่ นา อีกเป็นพันๆ ไร่ เขาแต่งงานกับคุณเด่นนภา หรือ ไก่ มีลูกสาวคนโตชื่อ ข้าวผัด หรือ นางสาวดรุณี (18 ปี) ลูกชายคนเล็ก (15 ปี) ชื่อว่า สีหราชย์ หรือ ข้าวโพด ครอบครัวสิงขรรับเอา ไผท หรือ ไผ่ (36 ปี) เป็นเพื่อนรุ่นน้องที่เรียนรวมสถาบันเดียวกันที่มาขออาศัยพึ่งใบบุญ เพราะไผทรักกันกับดาริน (30 ปี) หรือ เหมย ลูกสาวคนจีนในตลาดเมืองกำแพงเพชร และเขาได้พาเธอออกจากบ้าน เป็นวิวาห์เหาะมาเมื่อ 5 ปี ก่อน เพราะครอบครัวของดารินจะจับเธอคลุมถุงชนกับลูกเจ๊กในตลาดเช่นเดียวกัน แต่เพราะดารินตั้งท้องลูกของไผท ก่อนสิ้นปีนั้นดารินก็ได้คลอดน้อง ผิงผิง หรือเด็กหญิงดาริกา ซึ่งกำลังน่ารักน่าชัง พูดจ้อๆ ร้องเพลงทั้งวัน สวรรค์กลั่นแกล้งคุณพ่อของดารินตามมาเจอ แล้วก็ฉุดเอาลูกสาวของพวกเขากลับไป โดยไม่ฟังเสียงร้องของไผทและเด็กสาวตัวน้อยๆ ดารินร้องไห้น้ำตาแทบเป็นสายเลือด เธอถูกบังคับให้แต่งงานกับคนที่พ่อแม่หาให้ และพาเธอไปอยู่ด้วยที่อเมริกาทันทีหลังเสร็จพิธีแต่ง ทำให้ไผทที่เคยเป็นผู้ชายที่รักลูกรักเมียทำแต่งาน เสียใจเอามากๆ เขากลายเป็นนักดื่มที่สามารถดื่มได้ทุกเวลา ภาระในการเลี้ยงดูเด็กหญิงดาริกา จึงตกเป็นของข้าวผัดไปโดยปริยาย ข้าวผัดพยายามทำดีกับน้าไผทและตั้งใจว่าจะให้เขากลับมาเป็นคนเดิมให้ได้ น้าไผทคือผู้ชายที่ดรุณีรักและประทับใจ แต่สิ่งที่เธอเดิมพันเอาไว้ คือหัวใจของเธอ และชีวิตที่เหลืออยู่ แต่อุปสรรคไม่ได้มีแค่เรื่องอายุ แต่มีทั้งคุณสิงขรและคุณเด่นนภาที่ไม่อยากเห็นลูกสาวของพวกเขาต้องได้สามีเป็นพ่อหม้ายลูกติด เรื่องราวจะเป็นยังไงต่อไป มาติดตามกันค่ะ
ตอน
อ่านเลย
แชร์