ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย เพลิงแค้นบัญชารัก

เพลิงแค้นบัญชารัก

ชีค มาริส กอบู๊ซ อัลบา ถูกแผดเผาด้วยไฟแค้นจากเหตุการณ์ที่ภาณุทำร้ายน้องสาวของเขาจนเกือบจบชีวิตลง เขาจึงใช้ความอบอุ่นจอมปลอมลวงล่อ ปาณิศา หญิงสาวผู้อ่อนโยนซึ่งเป็นน้องสาวของศัตรูให้มาติดกับเพื่อหวังทำลายหัวใจอีกฝ่ายเป็นการล้างแค้น ทว่าความบริสุทธิ์ของปาณิศากลับสั่นคลอนความเย็นชาและเปลี่ยนความเกลียดชังให้กลายเป็นความสิเน่หา มาริสต้องเลือกระหว่างการแก้แค้นที่รอคอยหรือการยอมแพ้ต่อหัวใจเพื่อรักษาดอกไม้แสนเปราะบางนี้ไว้ในอ้อมกอดตลอดไป
ตอน
แชร์

ตอน 2

“งานนี้เราลงทุนไปเยอะ ยังไงจะมาล้มเลิกกลางทางแบบนี้ไม่ได้ หรอกค่ะ” เธอหมายถึงงานออกบูธแสดงต้นไม้ในวันพรุ่งนี้ เมื่อวานกับวันนี้ คนงานในสวนไปจัดการตบแต่งบูธเรียบร้อย งานนี้จะเท่ากับเป็นการเป็นตัวสวน ‘สายพิรุณ’ ของภากรอย่างเป็นทางการเสียที สวนสายพิรุณเน้นไม้ประดับอย่างลีลาวดีเป็นหลักแต่ละต้นแต่ละสายพันธุ์มีความงามอย่าน่าตื่นตาตื่นใจ

“ไหวแน่เหรอ...พรุ่งนี้ให้ไอ้บ๊วยไปช่วยด้วยซิ”

“พี่บ๊วยต้องไปช่วยฝนอยู่แล้วค่ะ” ปาณิศายิ้มกว้าง พอคิดว่าพรุ่งนี้จะได้เดินทางเข้ากรุงเทพ เธอก็อดคิดถึงพี่ชายอีกคนไม่ได้ “ฝนว่าจะโทรหาพี่ณุด้วย”

ภากรนิ่งไปครู่หนึ่งเมื่อนึกถึงภาณุ ลูกชายคนเดียวที่เวลานี้ไปทำงานในกรุงเทพฯ ถ้าภาณุอยู่ที่นี่เป็นหัวเรี่ยวหัวแรงของสวนสายพิรุณก็คงดีไม่น้อยไม่รู้มันจะดื้อดึงอยู่กรุงเทพฯ ไปทำไมกัน หรือมันเกลียดกลิ่นดินกลิ่นโคลนบ้านนอกอย่างนี้ก็ไม่รู้ คิดแล้วก็ได้แต่น้อยใจ ดูซิ...ดูคนที่ไม่ใช่ลูกแถมเกิดมาในตระกูลผู้ดีเก่าแต่กลับร่าเริงอยู่ในสวนในไร่กับเขาได้มากว่าสิบปี จะว่าไป...ถึงแม้ร่างกายของฝนพรำจะอ่อนแอแต่จิตใจเธอเข้มแข็งกว่าที่ใครจะคาดคิด เด็กหญิงตัวน้อยกลับกล้าเผชิญหน้ากับความยากลำบาก ครั้งแรกที่เขาพา ‘คุณหนู’ กลับมาบ้านสวนนั้น เขายอมรับว่ามืดแปดด้านไม่รู้จะหยิบจับทำอะไรดี แถมยังมีภาระที่ต้องเลี้ยงดูทั้งลูกตัวเองและลูกเจ้านายเก่าที่เปรียบเสมือนผู้มีพระคุณสำหรับเขาอย่างยิ่ง แต่เขาก็พยายามที่จะประกอบอาชีพที่ตนเองถนัด กลับไปรับจ้างตบแต่งสวนตามบ้านคนรวยมีสตางค์ แต่คนที่ทำให้เขาคิดเพาะต้นลีลาวดีขายก็เป็นความคิดของเดกหญิงอายุสิบกว่าขวบคนนี้แหละ

“พ่อภากรชอบต้นไม้หรือจ๊ะ”

“จ๊ะ...ลุง เอ๊ย! พ่อชอบต้นไม้”

“แล้วทำไมพ่อไม่ปลูกต้นไม้ที่บ้านละจ๊ะ พ่อปลูกต้นไม้เก่งนี่จ๊ะ พอเราปลูกเยอะๆ ฝนก็จะเอาดอกไม้สวยๆ ของพ่อไปขายที่ตลาดไงจ๊ะ”

ตอนนั้นปาณิศาเพิ่งอายุสิบสองขวบเท่านั้นแต่มันก็ทำให้เขาได้ฉุกคิด เขายังโชคดีเพราะมีที่มีทางของตัวเองอยู่หลายไร่ที่ไม่ได้ทำประโยชน์อย่างจริงจัง เขาปรึกษาเกษตรประจำจังหวัดและลองผิดลองถูกอยู่หลายปีกว่าจะเข้าที่เข้าทางจนกลายเป็นสวนดอกลีลาวดีที่ขึ้นชื่อแห่งหนึ่งในจังหวัดนครปฐม แถวนี้แทบไม่มีมีใครไม่รู้จัก ‘สวนสายพิรุณ’ ของคุณ ‘ภากร นาดี’

“แต่พรุ่งนี้ฝนไม่อยู่พ่อไม่ลำบากแน่นะค่ะ”

ภากรตื่นจากภวังค์ “พ่อดูแลตัวเองได้ แค่ขาเจ็บนิดหน่อยเอง”

“ก็ดีค่ะ...ฮืม งั้นข้าวปุ้นอยู่บ้านดูแลคุณพ่อแทนฝนนะ...ถ้าข้าวปุ้นเป็นเด็กดีจะซื้อขนมอร่อยๆ จากกรุงเทพฯ มาฝาก”

เจ้าหมาน้อยทำตาละห้อยเสยดายที่ไม่ได้ไปเที่ยวในเมืองเลยอดได้หลีน้องหมาสาวๆ แต่พอคิดว่าจะได้กินขนมอร่อยก็เข้ามาประจบประแจงจนปาณิศาอดเอานี้ชี้จิ้มหน้าผากของมันไม่ได้

“เรื่องกินนี่เรื่องใหญ่จริงๆ เลยนะเจ้าข้าวปุ้น”.

รถกระบะสีน้ำเงินเข้มมีสติ๊กเกอร์รูปดอกลีลาวดีและตัวหนังสือบอกชื่อ ‘สวนสายพิรุณ’ เข้ามาจอดที่บริเวณศูนย์แสดงสินค้าไบเทคบางนาซึ่งเป็นที่จัดงานพืชสวนแฟร์ในครั้งนี้ ปาณิศากระโดดลงมาจากรถด้วยท่าทางทะมัดทะแมงด้วยเสื้อเชิ้ตแขนยาวสีขาวที่ลายดอกไม้เล็กๆ ตรงอกเสื้อ กับกางเกงยีนพอดีตัว ผมยาวสลวยถูกรวบขึ้นเป็นหางม้าเหนือท้ายทอยเผยลำคองามระหง

“อย่ากระโดดซิครับคุณฝน”

“ใครกระโดดจ๊ะพี่บ๊วย!” ปาณิศาทำหน้าเฉไฉไม่รู้ไม่ชี้

“คุณฝนนี่ดื้อจริงๆ เลย...ดื้อพอๆ กับเจ้าข้าวปุ้นเลย”

“เอ๊ะ! พี่บ๊วย ทำไมเอาฝนไปเปรียบเทียบกับเจ้าข้าวปุ้นละคะ”

“ก็มันจริงนี่ครับ”

ชายหนุ่มร่างใหญ่ผิวเข้มเกรียมแดดหัวเราะเสียงดังจนคนบริเวณนั้นหันมามองที่หญิงสาวร่างเล็กเป็นตาเดียว ปาณิศาอายจนต้องเดินจ้ำเข้าที่บูธของตนเองแต่แอบฝากสายตาอาฆาตเอาไว้ ซึ่งชายหนุ่มรู้ดีว่าเธอไม่เคยโกรธใครจริงจังนักหรอก เพราะตั้งแต่เขารู้จักเด็กหญิงตัวน้อยที่โตเป็นสาวในวันนี้ก็ไม่เคยเห็นเธอแก้แค้นเขาเลยสักครั้ง

เป็นเขาต่างหากเล่า...ที่แอบเฝ้ามองเธอเสมอมา

ใครๆ ก็เรียกเขาว่า ‘ไอ้บ๊วย’ แม้แต่หลวงตาที่เลี้ยงเขามาก็ยังเรียกเขาอย่างนั้น เขาไม่รู้ว่าพ่อแม่ตัวเองเป็นใคร เขาถูกทิ้งไว้ที่หน้าวัด หลวงตาเลี้ยงเขามาเท่าที่วัดจนๆ วัดหนึ่งจะเลี้ยงเด็กคนหนึ่งได้ แต่เขามีรูปร่างใหญ่โตกว่าเด็กรุ่นราวคราวเดียวกัน ใครต่อใครคิดว่าเขาจะเป็นพวกนักเลงหัวไม้แต่จริงๆแล้วเขาเป็นคนไม่สู้คนด้วยซ้ำ คนที่มาช่วยเขาในวันที่โดนพวกจิ๊กโก๋ปากซอยที่เมาทะเลาะวิวาทในงานวัดคืนคือ ‘ภาณุ’ เด็กหนุ่มร่างผอมบางที่เหมือนคนอมโรคแต่กลับต่อยตีได้เด็ดขาด ส่วนคนที่ช่วยทำแผลให้เขาก็คือมือเล็กๆ ของ ฝนพรำ นั่นเป็นครั้งแรกที่เขาได้รู้จักคำว่า ‘เพื่อน’

เพราะความเรียนไม่เก่ง ใครต่อใครถึงเรียกเขาว่า ‘ไอ้บ๊วย’ ได้เต็มปากเต็มคำ กว่าจะจบป.6 ได้ก็ช้ากว่าคนอื่นถึง 2 ปี ไม่มีใครเชื่อด้วยซ้ำไปว่า เขากับฝนพรำอายุเท่ากัน อาจเพราะรูปร่างใหญ่ยักษ์ กับท่าทางซื่อๆ บื้อ ๆ ของเขาก็เป็นได้ แต่ถึงจะเรียนไม่เก่งแต่เรื่องพละกำลังของเขาไม่น้อยกว่าใครในหมู่บ้านเลย เพราะอย่างนี้เองเขาถึงได้มาทำงานที่สวนสายพิรุณ แต่ไม่ใช่แค่นั้น เพราะเขาต้องรักษาสัญญาลูกผู้ชายกับภาณุก่อนที่ภาณุจะเดินทางเข้ากรุงเทพว่าจะดูแลปาณิศาให้ดีดุจเจ้าหญิง

นาฬิกาบอกเวลาแปดโมงกว่าแล้ว ปาณิศาเดินเข้ามาในบูธที่จัดตบแต่งอย่างน่ารัก ซุ้มศาลาหกเสาล้อมรอบด้วยต้นลีลาวดีหลากสีโปรยกลิ่นหอมกรุ่นให้ความรู้สึกสดชื่น แถมใกล้กันมีน้ำตกจำลองขนาดเล็กเพิ่มความร่มรื่นคนงานที่เข้ามาช่วยเดินทางมาก่อนถึงแล้วหลายคนทักทายอย่างเป็นกันเอง ปาณิศาเดินไปชงโกโก้ร้อนๆ มานั่งในซุ้มศาลาหกเสา ความจริงจากนครปฐมเข้ากรุงเทพก็ไม่ได้ไกลสักเท่าไหร่ เพราะใครต่อใครที่พูดถึง ‘รถติด’ ที่ทำให้เธอเองก็ขยาด ทำให้เธอและทีมงานต้องมาแต่เช้าตรูแม้ว่างานจะเริ่มจริงสิบโมงเช้าก็ตาม

ปาณิศาเคยมาเปิดบูธแสดงพันธุ์ไม้กับภากรแต่เป็นจัดในจังหวัดของตนเอง นี่เป็นครั้งแรกที่ได้มีโอกาสเปิดบูธอย่างเป็นทางการในกรุงเทพฯ ตามคำแนะนำและชักชวนของบรรดานักตบแต่งสวนที่มาซื้อลีลาวดี แม้ว่าภากรจะไม่ค่อยเห็นด้วยนัก เพราะเขาไม่ชอบเข้าสังคม วันๆ คลุกอยู่กับการดูแลเพาะพันธุ์ หรือไปสืบเสาะหาสายพันธุ์ดีๆ มาเพาะปลูก แต่เธอกลับเห็นว่านี่เป็นโอกาสที่ดีที่จะทำให้กิจการของสวนสายพิรุณก้าวหน้าขึ้น ถ้าคิดแค่เธอกับพ่อรายได้ของที่บ้านตอนนี้ก็ทำให้อย่าอย่างไม่ขัดสน แต่ถ้านึกถึงอีกหลายชีวิตที่ยังต้องพึ่งพาสวนสายพิรุณ เธอไม่เคยมองว่าพวกเขาเป็นคนงาน แต่เธอมองว่าเป็นคนในครอบครัว ถ้าเธออยู่ได้ พวกเขาก็ต้องอยู่ได้เหมือนกัน

“คุณฝนหิวข้าวหรือยังครับ”

“ยังเลยคะ ฝนดื่มโกโก้แล้ว พี่บ๊วยเอาสักถ้วยไหม ฝนจัดการให้”

“โกโก้มันไม่อยู่ท้องนะครับ” หนุ่มร่างใหญ่ยิ้มกว้างพร้อมชูถุงข้าวเหนียวหมูปิ้ง “กว่าข้าวกล่องจะมากินไอ้นี่รองท้องดีกว่า”

“ตามสบายเลยค่ะพี่บ๊วย งั้นขอฝนเดินเล่นแถวๆ นี้หน่อยนะค่ะ เดี๋ยวมา”

“อย่าไปไกลนักนะครับ”

“พี่บ๊วย! ฝนไม่ใช่เด็กเล็กๆนะค่ะ”

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย ทัณฑ์แค้นบ่วงพิศวาส
8.7
เฮเดน นักธุรกิจหนุ่มผู้เต็มไปด้วยไฟแค้นจากการถูกเพื่อนรักทรยศ เขาจึงมุ่งเป้าทำลายมนัสวี น้องสาวของคนทรยศที่เคยมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกันในอดีต มนัสวีต้องยอมรับข้อเสนออันแสนเจ็บปวดด้วยการเป็นเมียเก็บเพื่อชดใช้ความผิดแทนพี่ชาย เธอถูกกักขังในพันธะสัญญาที่บีบคั้นทั้งกายและใจ โดยมีความลับสำคัญคือหนูไอซ์ ลูกสาวตัวน้อยที่เป็นดั่งแก้วตาดวงใจและเป็นสายเลือดที่เกิดจากเขา ซึ่งเธอต้องปกปิดไว้ไม่ให้เขาได้รับรู้ท่ามกลางพายุแห่งการล้างแค้นนี้
หน้าปกนวนิยาย ทาสรักเจ้าหัวใจ
9.5
รามสูรผู้ทรงอิทธิพลไม่เคยถูกสตรีใดปฏิเสธ จนกระทั่งได้พบกับเมขลา หญิงสาวคนแรกที่กล้าหันหลังให้เขา แม้ค่ำคืนอันเร่าร้อนจะทำให้เขาลุ่มหลงในตัวเธอมากเพียงใด แต่เธอกลับพยายามหนีไปให้ไกลที่สุด เขาจึงตัดสินใจวางแผนการร้ายเพื่อกักขังเธอไว้ในฐานะทาสรักส่วนตัว ทว่าในระหว่างที่เขากำลังควบคุมทุกอย่างตามใจปรารถนา รามสูรกลับไม่รู้ตัวเลยว่าหัวใจที่เคยแข็งกระด้างของเขากำลังถูกเธอครอบครองไปทีละน้อยจนกลายเป็นเจ้าของมันอย่างสมบูรณ์
หน้าปกนวนิยาย พ่ายเกมสวาท
8.7
เมื่อความเจ็บปวดจากการถูกคนรักทรยศทำให้เอลิซตัดสินใจประชดชีวิตด้วยความบ้าระห่ำ เธอจึงเอ่ยปากชวนคนแปลกหน้าเข้าสู่เกมเดิมพันสุดอันตรายโดยไม่คาดคิดว่าเขาคือเซฟ มาเฟียผู้ทรงอิทธิพลที่มีธุรกิจมืดในมือ เมื่อคำท้าทายเพียงประโยคเดียวกลายเป็นจุดเริ่มต้นของพันธนาการที่ไม่อาจถอนตัว เธอต้องติดอยู่ในเกมสวาทที่เดิมพันด้วยชีวิตและจิตใจ ท่ามกลางความรุนแรงและตัณหาที่เปลี่ยนแปลงโชคชะตาของเธอไปตลอดกาล ซึ่งเธออาจต้องเลือกระหว่างการอยู่รอดหรือชดใช้ด้วยชีวิต
หน้าปกนวนิยาย ลมหายใจสุดท้ายยังรักเธอ
9.2
เขาคือชายที่เป็นดังโลกทั้งใบ ทว่าความรักที่เธอมอบให้กลับถูกตอบแทนด้วยความเจ็บปวด เมื่อเขาสั่งให้เธอกำจัดสายเลือดในครรภ์ทิ้งอย่างเลือดเย็น แม้ความตายกำลังก้าวเข้ามาใกล้และพร้อมพรากลมหายใจ จิตใจของเธอกลับไม่สั่นคลอนต่อจุดจบเลย ความหวาดผวาเพียงอย่างเดียวที่กัดกินหัวใจในยามต้องทิ้งโลกนี้ไป คือการรับรู้ว่าจะไม่มีโอกาสได้ตระกองกอดเขาอีกชั่วนิรันดร์ แม้เขาจะใจร้ายกับเธอมากเพียงใด แต่จนถึงวินาทีที่ชีพจรค่อยๆ แผ่วลง ความรักอันลึกซึ้งที่สลักแน่นในจิตวิญญาณก็ยังคงมั่นคงไม่เสื่อมคลาย
หน้าปกนวนิยาย รักร้ายนายเพื่อนสนิท
8.4
ความสัมพันธ์ลับระหว่างเพื่อนสนิทที่เปี่ยมไปด้วยความเร่าร้อนปะทุขึ้นอีกครั้ง เมื่อมาร์คแสดงความโหยหาในตัวหญิงสาวอย่างหนักหน่วงจนเธอแทบจะต้านทานไม่ไหว แม้จะพยายามทัดทานเพราะมีภาระหน้าที่ต้องไปทำงาน แต่เขากลับไม่ยอมปล่อยมือ มุ่งมั่นที่จะเติมเต็มความใคร่ให้หายคิดถึงหลังจากที่หายหน้าไปหนึ่งสัปดาห์เต็มเพื่อพาคู่ควงคนใหม่ไปเที่ยวต่างประเทศ การกลับมาครั้งนี้จึงเต็มไปด้วยสัมผัสที่จาบจ้วงและรุนแรงเพื่อชดเชยเวลาที่เสียไปโดยไม่สนว่าเธอจะอ่อนระโหยโรยแรงเพียงใด
หน้าปกนวนิยาย สามีที่ (ไม่) รัก
9.4
เมื่อคู่แค้นที่ชิงชังกันสุดขีดต้องเข้าพิธีวิวาห์อย่างไร้ความเต็มใจ บ้านที่เคยเป็นที่พักพิงจึงกลายเป็นสมรภูมิเดือด ทว่าจุดเปลี่ยนกลับเกิดขึ้นในสถานที่อโคจร เมื่ออุบัติเหตุทำให้น่านได้เห็นจิดาภาในสภาพไร้อาภรณ์ปกปิด จากที่เคยพ่นคำดูถูกเขากลับเงียบงันและส่งเสียงครางประหลาดด้วยสายตาหิวกระหาย แทนที่จะรังเกียจเหมือนเก่า เขากลับจู่โจมเข้าหาอย่างคุกคามจนเธอตั้งตัวไม่ติด สัญชาตญาณดิบที่ถูกปลุกขึ้นทำให้สามีจอมร้ายกาจเปลี่ยนไปเป็นคนละคนในค่ำคืนที่ความลับใต้ร่มผ้าถูกเปิดเผย