ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย เพลิงแค้นบัญชารัก

เพลิงแค้นบัญชารัก

ชีค มาริส กอบู๊ซ อัลบา ถูกแผดเผาด้วยไฟแค้นจากเหตุการณ์ที่ภาณุทำร้ายน้องสาวของเขาจนเกือบจบชีวิตลง เขาจึงใช้ความอบอุ่นจอมปลอมลวงล่อ ปาณิศา หญิงสาวผู้อ่อนโยนซึ่งเป็นน้องสาวของศัตรูให้มาติดกับเพื่อหวังทำลายหัวใจอีกฝ่ายเป็นการล้างแค้น ทว่าความบริสุทธิ์ของปาณิศากลับสั่นคลอนความเย็นชาและเปลี่ยนความเกลียดชังให้กลายเป็นความสิเน่หา มาริสต้องเลือกระหว่างการแก้แค้นที่รอคอยหรือการยอมแพ้ต่อหัวใจเพื่อรักษาดอกไม้แสนเปราะบางนี้ไว้ในอ้อมกอดตลอดไป
ตอน
แชร์

ตอน 3

หญิงสาวสะบัดหน้าหนีก่อนเดินจ้ำพรวดออกมาจากบูธ ท่ามกลางเสียงหัวเราะของคนงานในบูธ มีแต่บ๊วยเท่านั้นที่เกาหัวแกรกๆ ด้วยความงุนงงไม่รู้ว่าตนทำอะไรผิดไป

ปาณิศาเดินทักทายผู้คนที่ออกมารวมบูธ นอกจากจะเป็นแสดงต้นไม้ทั้งไม้ดอกไม้ประดับแล้วยังเป็นงานแสดงการจัดสวนในรูปแบบต่างๆ ที่น่าสนใจไม่น้อย แม้ว่าจะมีพื้นที่เล็กน้อยอย่างในคอนโดก็สามารถใช้ต้นไม้ตบแต่งในห้องน้ำเนรมิตให้ร่มรื่นได้

“ขอโทษนะคะ บูธเรายังไม่เปิดให้ชมค่ะ”

“เอ่อ...เปล่าค่ะ หนูมาเดินดูเฉยๆ”

‘วัลยา’ เดินออกมาแซวหญิงสาวรูปร่างบอกบางเหมือนก้านดอกไม้ ความจริงหล่อนรู้อยู่แล้วว่าหญิงสาวไม่ใช่ลูกค้าเพราะมีป้ายสตาฟ์ห้อยคออยู่ แต่ก็ไม่รู้ทำไมถึงถูกชะตากับเธอคนนี้จนต้องเดินออกมาทัก ปาณิศารีบโบกไม้โบกมือปฏิเสธว่าเธอไม่ใช่ลูกค้า แต่ก็ไม่ได้ตั้งใจมาก่อกวนเวลาทำงานของใคร หญิงวัยกลางคนอายุอานามคงประมาณพ่อภากรแต่แต่งตัวเหมือนพวกยิปซี ใบหน้านั่นมียิ้มกว้างไม่ได้ทีท่าทีจะโกรธเคืองอะไร

“ฉันแหย่เล่นนะจ๊ะ” วัลยาหัวเราะเสียงดังแล้วควักมือเรียกให้เข้ามาใกล้ๆ ไม่รู้เพราะการแต่งตัวแปลกประหลาดของวัลยาหรือว่าเธอมีเวทมนต์อะไรทำให้ปาณิศาเดินตามเข้าไปในบูธของเธอ

“ฉันชื่อวัลยา เป็นนักจัดสวนจ๊ะ นี่นามบัตรฉัน” สาวใหญ่ยืนนามบัตรให้

“หนูชื่อปาณิศาคะ เรียกฝนก็ได้ค่ะบ้านหนูเพาะต้นลีลาวดี”

“ว้าว!ชื่อเพราะจัง แถมเลี้ยงลั่นทมอีก อ้อ! ฉันชอบชื่อเก่ามากกว่าลีลาวดีนะจ๊ะ”

“พ่อหนูก็เคยพูดแบบคุณน้านี่แหละคะ”

“คุณน้า! ตายแล้วยัยหนู!!! เรียกพี่ก็พอมั้งจ๊ะ”

“เอ่อ...” ปาณิศาหน้าเหวอขึ้นมาทันที

“เด็กมันเรียกน้าก็ถูกแล้วนี่...จะให้เรียกป้าหรือไง”

“ยัยนี พี่บอกหลายครั้งแล้วใช่ไหม ถ้าจะอ้าพูดอะไรก็ให้มันน่าฟังหน่อย” วัลยาแสร้งทำเป็นงอนเดินเข้าไปในบูธของตัวเองท่ามกลางเสียงหัวเราะคิกคักของ ‘จงกลนี’ น้องสาวของตนเอง

“อย่าคิดมากเลยจ๊ะ พี่สาวฉันก็เป็นแบบนี้แหละ อ้อ! พี่ชื่อจงกลนี เป็นหุ้นส่วนของร้าน ‘ประดับใจ’ ปาณิศาแทบไม่อยากเชื่อว่าพี่น้องสองสาวที่ดูอายุจะห่างกันหลายปีจะนิสัยต่างขั้วขนาดนี้ เพราะจงกลนีดูเหมือนอายุประมาณ สามสิบต้นๆ แถมแต่งตัวเหมือนสาวออฟฟิศ

“เพิ่งมาออกบูธครั้งแรกหรือคะ”

“เอ่อ...ค่ะ ความจริงคุณพ่อต้องมาด้วย แต่ท่านขาเจ็บเดินไม่สะดวก”

“แหม...น่าอิจฉาคุณพ่อที่มีลูกสาวสวยแถมยังทำงานแทนได้อีกน่ะค่ะ” จงกลนียิ้มอ่อนโยน “ได้ยินว่าเพาะต้นลีลาวดีหรือคะ”

“ใช่ค่ะ บูธหนูอยู่ตรงโน้น ...” นิ้วเรียวชี้ไปตรงทางที่เดินจากมา “ของเราเป็นสายพันธุ์ไทยค่ะ มีทั้งพันธุ์แคระที่ปลูกในกระถาง หรือจะต้นใหญ่ที่ปลูกกลางแจ้งในบริเวณกว้างด้วย”

“ดีจัง ถ้าว่างจะเดินไปขอชมที่บูธนะคะ”

“ด้วยความยินดีค่ะ” ปาณิศายิ้มรับก่อนยกข้อมือดูนาฬิกา “ใกล้จะได้เวลาเปิดงานแล้ว หนูขอตัวก่อนนะคะ”

“ตามสบายค่ะ ยังไงสามวันนี้เราต้องได้คุยกันอีกแน่ๆ”

“ค่ะ”

หญิงสาวพาร่างบอบบางเดินกลับมาทางเดิม ยังไม่ทันถึงบูธก็เห็นคนตัวใหญ่ยักษ์หมุนซ้ายแลขวาเหมือนมองหาใครอยู่ ซึ่งเธอก็รู้ดีว่าคนที่มองหาคือตัวเธอเองนั้นแหละ เพราะความรีบที่จะเดินไปให้ถึงที่หมายโดยเร็วจนลืมดูคนที่เดินสวนมาข้างหน้า ทั้งที่คิดว่าเบี่ยงตัวหลบแล้วแต่ไหล่ของเธอก็ยังชนกับร่างสูงโปร่งจนเซถลา โชคดีที่ว่ามือใหญ่เอื้อมมาคว้าเธอไว้แนบอกกว้างของเขา

ตั้งแต่เกิดมาจนตัวโตขนาดนี้ ปาณิศาไม่เคยอยู่ในอ้อมกอดชายอื่นใกล้ชิดขนาดนี้ กลิ่นโคโลญจ์ผู้ชายปนกับกลิ่นเหงื่อจางๆ กลับทำให้รู้สึกหอมอ่อนเหมือนเป็นกลิ่นกายเฉพาะตัวเป็นกลิ่นที่เธอไม่เคยสัมผัส

“เป็นอะไรหรือเปล่าครับ”

“เอ่อ...มะ...ไม่ ไม่เป็นไรคะ” ด้วยความเขินอาย ปาณิศารีบดันตัวเองออกจากอกอุ่นแต่ผมยาวของตัวเองกลับไปพันกับกระดุมเสื้อเชิ้ตของเขา

“แย่แล้ว!”

“อย่าดึงครับ...เดี๋ยวผมขาด”

เสียงทุ้มลอยอยู่ริมหูของหญิงสาวที่อายจนหน้าแดงกล่ำ ไม่กล้าแม้แต่จะเงยหน้าขึ้นสบตาเขา มือเล็กของเธอพยามยามแกะผมออกจากกระดุมเสื้อ แต่มือใหญ่ของเขาก็สัมผัสมือเธอเบาๆ ต้องการจะช่วยเธอ

“ขอโทษนะค่ะ ขอโทษ”

ปาณิศาพร่ำขอโทษจนนับครั้งไม่ถ้วนจนชายหนุ่มหัวเราะออกมาเบาๆ เขาไม่ได้หงุดหงิดใจอะไรกับเรื่องที่เกิดขึ้น แต่เธอกลับคิดว่าเขารำคาญจึงกระชากผมออกจากกระดุมเสื้อของเขา

“คุณ!”

“ขอโทษจริงๆ ค่ะ”

‘มาริส กอบู๊ซ อัลบา’ ได้แต่มองร่างบางรีบหมุนตัวเดินหายไปกับผู้คนที่เริ่มทยอยเข้ามาในบริเวณงานมากขึ้นเรื่อยๆ เขาก้มมองดูเส้นผมยาวสลวยที่ติดอยู่ที่กระดุมเสื้อก่อนจะแกออกกลิ่นหอมจางๆ ทำให้เขาเผลออดสูดดมกลิ่นหอมนั่นไม่ได้

“มาริสทางนี้”

จงกลนีตะโกนเรียกเพื่อนหนุ่มที่เดินเหม่อๆ อยู่หน้าบูธ เขายิ้มรับบางๆ ก่อนเดินเข้าไปหอมแก้มหญิงสาวเบาๆ แต่เธอกลับตีแขนเขาดังเผี้ยะ! ก่อนหัวเราะคิกคักออกมา

“นี่เมืองไทยนะคะ ไม่ใช่เมืองนอก จะทำแบบนี้ไม่ได้นะ”

“ซอรี่ๆ ผมขอโทษ” เขาทำท่าสำนึกผิด แต่เอียงหน้าไปกระซิบที่ริมหูของเพื่อนสาว “แต่นีก็ชอบใช่ไหม”

“นี่ๆ มาคิสแก้มพี่บ้างก็ได้นะมาริส” วัลยายืนเท้าแขนสองข้างทำท่าแสนงอน

“สำหรับพี่ยามากกว่าหอมแก้มก็ได้ครับ” ชายหนุ่มตรงเข้าไปกอดแน่นๆ ด้วยความคิดถึง

“งั้นไปขัดรองเท้าให้พี่ก็ได้งั้นซิ!”

“โห...พี่ยาเล่นแรงจริงๆ เลย” เขาหัวเราะเสียงดัง นานแล้วที่ไม่ได้หัวเราะแบบนี้

“คิดว่าไม่ได้เจอกันสองปีนี่พี่จะเปลี่ยนไปหรือไงยะ” วัลยายิ้มกว้าง “มานั่งคุยให้หายคิดถึงหน่อยเถอะ”

วัลยาฉุดแขนมาริสให้เข้าไปนั่งคุยด้านใน จงกลนีได้แต่หัวเราะเบาๆ ก่อนจะเดินตามมาสบทบ เธอไม่รู้ว่าที่ชายหนุ่มเหลียวหลังมองนั่นไม่ใช่มองเธอแต่มองเจ้าของเส้นผมหอมกรุ่น

แค่ผมยังหอมขนาดนี้แล้วทั้งตัวจะหอมขนาดไหนน่ะ!

ดูต่อเลย!
เนื้อเรื่องกำลังเข้มข้น! ไปที่แอปเพื่ออ่านต่อ
ปลดล็อกทุกตอน
เปิดเว็บไซต์ทางการ

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย  ปรารถนารักครั้งใหม่
9.7
หญิงสาวผู้ยึดมั่นในศรัทธาว่าการปิดฉากความสัมพันธ์ที่ขมขื่นคือโอกาสที่จะได้เริ่มต้นใหม่กับสิ่งที่ดีกว่า เธอจึงเริ่มออกตามหาผู้มีพระคุณที่เคยมอบชีวิตใหม่ให้ในอดีต ทว่าเส้นทางนี้กลับเต็มไปด้วยอุปสรรคเมื่อต้องเผชิญหน้ากับชายหนุ่มผู้โอหังและไร้สำนึกผิด แม้แต่ความน่ากลัวของนรกเขาก็ยังมองเป็นเพียงเรื่องตลกขบขัน การปะทะกันระหว่างความหวังครั้งใหม่กับคนใจร้ายจึงเริ่มต้นขึ้นท่ามกลางบททดสอบที่ไม่ง่ายดายเลย
หน้าปกนวนิยาย เล่ห์ลวงบ่วงพันธนาการ
8.0
เมื่อนิโคลัสเอ่ยปากขอจูบด้วยน้ำเสียงอ้อนวอน พุดแก้วจึงยอมมอบสัมผัสแสนหวานให้ด้วยความประหม่า ทว่าอ้อมกอดที่รัดแน่นกลับแสดงถึงความต้องการที่มากกว่านั้น แม้เธอจะพยายามเว้นระยะห่างเพราะรู้ทันว่าเขาคงไม่หยุดเพียงแค่นี้แน่ พร้อมเตือนสติฝ่ายชายว่าเขากำลังบาดเจ็บจนขาหักอยู่ แต่นักธุรกิจหนุ่มเจ้าเล่ห์กลับไม่ยอมแพ้ เขาโต้ตอบอย่างมีเลศนัยว่าถึงแม้ขาจะขยับไม่ได้ แต่ร่างกายส่วนอื่นของเขายังคงแข็งแรงและพร้อมจะเดินหน้าต่ออย่างเต็มที่
หน้าปกนวนิยาย Uncle on my moon คุณอากับหนูขา
9.6
จากความทรงจำวัยเด็กที่เคยวิ่งเล่นกับ ‘คุณอา’ ในวันวาน ‘จันทร์เจ้าขา’ กลับเติบโตขึ้นพร้อมหัวใจที่หวั่นไหวให้กับ ‘อินทัช’ อย่างถอนตัวไม่ขึ้น ความรู้สึกที่มีให้ชายหนุ่มไม่ใช่เพียงแค่ความผูกพันแบบอาหลานอีกต่อไป แต่คือความรักที่เต็มไปด้วยความปรารถนาจะพิชิตใจเขา หญิงสาวพยายามค้นหาทุกวิถีทางเพื่อเปลี่ยนสายตาที่เขามองมาให้กลายเป็นความเสน่หา ไม่ว่าจะต้องพิสูจน์ความเป็นผู้หญิงหรือใช้เสน่ห์ยั่วยวนเพียงใด เพื่อให้อินทัชเลิกเห็นเธอเป็นเพียงเด็กน้อยและหันมารักเธอในฐานะผู้หญิงคนหนึ่ง
หน้าปกนวนิยาย กุหลาบร้ายพ่ายรัก
9.5
เมื่อสาวสวยวัย 30 สุดมั่นต้องมาปะทะกับ CEO หนุ่มรุ่นน้องวัย 27 ที่เธอสุดแสนจะเกลียดขี้หน้า เพราะเขามักจะคอยจับผิดและสั่งงานนอกเหนือหน้าที่อยู่เสมอ ความขัดแย้งพุ่งพล่านถึงขีดสุดเมื่อยัสซันถูกเธอถีบหน้าจนแทบล้มคว่ำ ความโกรธแค้นทำให้เขาตัดสินใจรวบตัวเธอที่กำลังดิ้นรนขัดขืนกลับไปยังเตียงกว้างเพื่อชำระความผิดที่เธอได้ก่อไว้ด้วยบทลงโทษอันเร่าร้อนตามแบบฉบับของเขาเอง งานนี้สาวปากร้ายที่เคยถือดีจะรอดพ้นเงื้อมมือของท่านประธานหนุ่มขี้แกล้งไปได้อย่างไร
หน้าปกนวนิยาย อัญมณีอสูร [ My treasure ]
9.1
ชอว์ มาเฟียวัย 32 ปี ลักพาตัวอัญญ่าเด็กสาววัย 19 ปีมาเป็นตัวประกันเพื่อทวงของสำคัญคืน ทว่าเธอกลับใช้ชีวิตอย่างสุขสบายจนน่าหงุดหงิด เดิมทีอัญญ่าหนีจากเมืองไทยหลังเห็นเหตุฆาตกรรม แต่กลับต้องมาเผชิญหน้ากับเสือร้ายที่อันตรายยิ่งกว่าเดิม เขาจงใจให้เธอซึมซับบทเรียนสวาทที่เขาบรรเลงกับหญิงอื่น พร้อมท้าทายให้เธอเตรียมตัวรับศึกหนักเมื่อถึงเวลาของตน ท่ามกลางความเกลียดชังและอันตรายที่บีบคั้น อัญญ่าต้องรับมือกับความดิบเถื่อนของชายที่พร้อมจะลากเธอลงนรกไปด้วยกัน
หน้าปกนวนิยาย เมียบำเรอในหัวใจ
9.5
ตะวันฉายแบกความแค้นที่ฝังรากลึกมานานถึงสี่ปี หลังถูกว่าจันทร์หญิงสาวที่เขาเคยรักสุดหัวใจทรยศไปมีชีวิตใหม่กับชายอื่นพร้อมลูกสาวตัวน้อย เขาจึงกลับมาเพื่อชำระแค้นให้สาสมกับความทุกข์ที่ตนได้รับ แต่เมื่อได้เผชิญหน้ากันจริงๆ หัวใจที่เคยแข็งกร้าวกลับสั่นคลอนด้วยความพ่ายแพ้ต่อเสน่ห์ของเธอและเด็กหญิงผู้น่ารัก เส้นกั้นบางๆ ระหว่างความเกลียดชังกับความรักเริ่มเลือนหาย จนเขาลืมสิ้นซึ่งแผนการล้างแค้นและตระหนักว่าตนเองยังคงรักเธออย่างหมดหัวใจไม่เคยเปลี่ยนแปลง