ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย บอสเจ้าแผนการ

บอสเจ้าแผนการ

ความรักครั้งแรกคือความทรงจำที่ลบเลือนได้ยากยิ่ง แต่สิ่งที่สร้างความทรมานใจมากกว่าคือการต้องยอมรับความเจ็บปวดที่ฝังรากลึก ทว่าโชคชะตากลับนำพาเหตุการณ์ไม่คาดฝันให้เกิดขึ้น เมื่อเขาต้องหวนคืนสู่ตำแหน่งเด็กในปกครองของแด๊ดดี้ผู้ทรงอิทธิพลอีกครั้งอย่างเลี่ยงไม่ได้ ท่ามกลางความสัมพันธ์ที่เต็มไปด้วยความเสน่หาและความลับที่รอการเปิดเผยในโลกของมหาเศรษฐีที่เต็มไปด้วยเล่ห์เหลี่ยมและแผนการที่ถูกวางเอาไว้
ตอน
แชร์

ตอน 1

บทที่ 1

เรื่องบังเอิญหรือโชคชะตา

Readtober Theme (2018) : บังเอิญ

ก๊อกๆ

“เชิญครับ”

เรนัล แลนด์คอป เงยหน้าจากแฟ้มเอกสารแล้วเอ่ยตอบรับเสียงเรียบ ดวงตาคมเหลือบมองนาฬิกาข้อมือเล็กน้อยก่อนจะยกยิ้มพอใจเมื่อเห็นว่าเข็มนาฬิกาชี้บอกเวลาตรงกับที่เขานัดอีกฝ่ายให้เข้ามาพบในวันนี้

ถือว่ารู้จักมารยาทต่างจากนักวิจัยคนอื่นที่เคยมา

ร่างสูงโปร่งในชุดสูทสีกรมท่าขยับตัวลุกขึ้นยืนต้อนรับแขกอย่างให้เกียรติ ใบหน้าคมติดเย็นชาแต่ยังคงความสุภาพไว้หลายส่วนถูกเปลี่ยนเป็นอาการประหลาดใจยามเห็นผู้มาเยือนเต็มสองตา

“คุณ...” นะโมเองก็ตกใจจนดวงตาคู่สวยเบิกกว้างราวกับเห็นผีใบหน้าหวานที่คุ้นเคยทำให้คนมองเผลอยกยิ้มมุมปากคล้ายเจออะไรถูกใจ

ไม่คิดเลยว่าการปฏิเสธไม่ยอมคุยกับตาแก่เสียงยานที่รู้สึกเกลียดขี้หน้าอย่างบอกไม่ถูก มันจะทำให้เขาได้เจอกับ ‘ของเล่น’ ชิ้นโปรดซึ่งเคยหลุดมือไปเมื่อหลายปีก่อน

ความรู้สึกที่เก็บซ่อนในหัวใจตลอดมาได้แทรกซึมก่อเกิดเป็นอารมณ์หลากหลาย

ทว่าชั่วพริบตาบอสหนุ่มผู้กำอำนาจมหาศาลก็กลับมามีท่าทีปกติราวกับเมื่อสักครู่ไม่มีสิ่งใดผิดแผกไป

“...!”

นักวิจัยตัวเล็กแอบสะดุ้งเฮือกเมื่อประตูห้องทำงานถูกเลื่อนปิดอัตโนมัติ แม้จะพยายามควบคุมสีหน้าให้เป็นปกติที่สุด แต่มันกลับทำได้ไม่ง่ายเลย

มันยากเหลือเกินที่จะมองข้ามอดีตและห้ามไม่ให้รู้สึกอะไรเมื่อต้องอยู่ตามลำพังกับผู้ชายคนนี้…

“นั่งก่อนสิ”

“...ขอบคุณครับ” เจ้าตัวตอบรับเสียงเบา เขาพยายามตั้งสติแล้วเดินมานั่งที่เก้าอี้หน้าโต๊ะทำงาน

ดวงตาคมวาววับจับจ้องไปยังร่างผอมบางในชุดสูทสีครีมไม่วางตา ใบหน้าเนียนใสดูซูบผอมกว่าอดีตแต่ยังคงดึงดูดสายตาเหมือนเดิมไม่เปลี่ยน จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่หลายปีก่อนอีกฝ่ายจะเป็นเด็กใต้อาณัติซึ่งเขายอมตามใจมากที่สุด

“ผมชื่อณัฐวุฒิ เป็นหนึ่งในคณะวิจัยโครงการพิเศษนี้ ยินดีที่ได้รู้จักครับ” รอยยิ้มเจื่อนๆ ฉายทาบขณะแนะนำตัวด้วยความสุภาพ ฝ่ามือยื่นแฟ้มที่กอดไว้แนบอกลงวางบนโต๊ะ

ทว่านั่นทำให้คนฟังเริ่มมีสีหน้ามึนตึงกรุ่นโกรธ เรนัลตวัดสายตาดุเป็นการตักเตือนแทนคำพูด

แม้นะโมจะเป็นเพียงของเล่นชิ้นเก่า แต่ก็นับว่าถูกใจตนมากที่สุด การที่อีกฝ่ายแสร้งไม่เคยรู้จักกันมาก่อนทำให้เขารู้สึกราวกับโดนลูบคมอยู่กลายๆ

“กะ ก็คุณเรนัลเป็นคนบอกเองว่าต้องการคุยกับนักวิจัย ผมเลยแนะนำตัวเผื่อคุณจะไม่รู้... แค่นั้นเอง” นะโมรีบแก้ตัวเสียงอ่อย

คำตอบนั้นทำให้บอสหนุ่มพลันนิ่งงัน ก่อนนึกได้ว่าตนใช้ข้ออ้างขอคุยกับนักวิจัยคนอื่นเพื่อสอบถามข้อมูลไว้ตัดสินใจว่าจะเป็นผู้สนับสนุนเงินทุนหลักดีหรือไม่ ทั้งๆ ที่ใจจริงเขาคิดจะตอบตกลงไปตั้งแต่แรกแล้ว แต่ด้วยความที่ไม่ชอบหน้าเหี่ยวๆ ของตาแก่เจ้าของแลบ จึงเลือกยืดเวลาออกไปเพื่อทรมานคนรอฟังคำตอบเล่นๆ

“ฉันพึ่งรู้ว่าเธอเป็นนักวิจัยโครงการนี้ด้วย”

ช่างเป็นความบังเอิญที่เหมาะเจาะเสียจริง…

“ผมทำงานกับที่นี่มาตั้งแต่เรียนจบแล้วครับ ถ้ายังไง… เรามาคุยเรื่องโครงการวิจัยกันเลยดีไหมครับ ตรงจุดไหนที่คุณเรนัลสงสัยผมจะได้อธิบายให้ฟัง”

นักวิจัยหนุ่มพยายามหลีกเลี่ยงการพูดคุยเรื่องส่วนตัวเพราะไม่อยากนึกถึงอดีตที่สร้างบาดแผลไว้ในใจให้เขาจนถึงทุกวันนี้ โดยการดึงประเด็นเข้าเรื่องงานโดยไม่อ้อมค้อมใดๆ ทั้งสิ้นให้เสียเวลา

แต่ดูเหมือนเจ้าของห้องจะไม่ยินยอมให้เขาทำแบบนั้น

“หลังจากที่เราเลิกกัน มีใครเลี้ยงเธอต่อบ้าง”

คำถามที่ยิงออกมาทำให้คนฟังชะงักไปชั่วครู่ ภาพเหตุการณ์ที่เป็นต้นเหตุของการเลิกราปรากฏชัดในใจ มันบีบคั้นความรู้สึกเสียจนนะโมเผลอกัดริมฝีปากเข้าหากันอย่างลืมตัว

กาลเวลาไม่เคยนำพาให้ความรู้สึกแย่จากเรื่องราวในวันนั้นหายไปไหน และไม่ว่าจะนานแค่ไหนก็ไม่อาจรักษาให้หายได้

แม้ว่าครั้งหนึ่งเขาเคยแอบคิดว่าคนตรงหน้าจะสามารถเยียวยาบาดแผลเหล่านั้นได้ ทว่าสิ่งที่อีกฝ่ายกระทำกลับตรงกันข้าม

ไม่มีการปลอบใจใดๆ กระทั่งคำขอโทษจากคนผิด… เขาก็ไม่เคยได้รับมัน

“ไม่มีครับ” นะโมสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ขณะฝืนตอบเสียงเรียบ ความเศร้าที่หน่วงหนักในใจนั้นเต็มไปด้วยความรักมากมายที่เขามอบให้แก่คนซึ่งไม่เคยเห็นค่า

หัวใจพลันปวดร้าวเมื่อคิดเช่นนั้น เปลือกตาปิดลงเพื่อบดบังความเศร้าและหยาดน้ำตาที่เริ่มเอ่อคลอ สองมือบีบเข้าหากันจนแน่นอยู่บนตัก นะโมใช้เล็บจิกลงกลางฝ่ามือเรียกสติให้กลับมาอยู่กับปัจจุบัน ก่อนจะกะพริบดวงตาถี่ๆ แล้วพยายามแสดงท่าทางให้ปกติที่สุดเท่าที่จะทำได้

“...แล้วตอนนี้เธออยู่กับใคร” เส้นเสียงทุ้มราวกับขาดหายไปชั่วขณะเพียงแค่เห็นแววตาหม่นหมอง ทว่าหน้ากากเรียบเฉยก็ถูกสวมใส่ปิดบังความรู้สึกอย่างรวดเร็ว

“ผมกลับไปอยู่กับลูกพี่ลูกน้องเหมือนเดิมครับ” ดวงตาสองคู่สบประสานกันชั่วขณะก่อนผู้มาเยือนจะก้มหน้าลงต่ำด้วยอารมณ์ที่หลากหลาย

คนตัวเล็กยอมรับว่านัยน์ตาสีฟ้าคู่นี้มีเสน่ห์ดึงดูดชวนให้หัวใจเต้นรัวแรงไม่ต่างจากวันแรกที่พบเจอ แม้ความหวาดกลัวจากเหตุการณ์ครั้งนั้นยังตามหลอกหลอนอยู่เกือบทุกค่ำคืนจนต้องพึ่งยานอนหลับก็ตาม

มันเป็นความรู้สึกที่ทั้งรักทั้งเจ็บปวดในเวลาเดียวกัน

สองหนุ่มต่างวัยจมอยู่กับความคิดของตัวเองจนรอบข้างพลันไร้ซึ่งเสียง มีเพียงบรรยากาศแปลกๆ ที่ลอยอบอวลเท่านั้น มันไม่ถึงกับชวนให้อึดอัด ทั้งยังพาพวกเขาย้อนกลับไปยังอดีตที่เคยเต็มไปด้วยความสุข ก่อนใบหน้าเรียบเฉยจะปรากฏร่องรอยครุ่นคิดอะไรบางอย่าง

สายตาเลื่อนสำรวจตามเรือนร่างผอมแห้งราวกับคนไม่มีข้าวกิน หัวคิ้วก็พลันขมวดมุ่น ถึงเขาจะพอรู้อยู่บ้างว่าแลบของเดนิชขาดทุนหนักจนต้องเร่ขายอุปกรณ์วิจัยบางส่วน แต่ก็ไม่คิดว่าตาแก่นั่นจะถึงขั้นไม่จ่ายเงินเดือนพนักงานจนอีกฝ่ายแทบจะเป็นกระดูกเดินได้แบบนี้

“เดนิชได้จ่ายเงินเดือนบ้างหรือเปล่า” บอสหนุ่มเผลอเอ่ยถามตามที่คิด

“เอ่อ…”

สีหน้าลำบากใจนั้นเป็นคำตอบได้อย่างดี ผู้นำตระกูลเก่าแก่ถอนหายใจออกมาเบาๆ แม้เขาจะห้ามตัวเองไม่ให้สืบเรื่องราวของนะโมหลังจากแยกทางกันได้ ทว่าพอเห็นเจ้าของรอยยิ้มสดใสมีชีวิตราวกับสวรรค์กลั่นแกล้งเช่นนี้ ความรู้สึกผิดที่เคยมีก็ยิ่งกัดกินใจจนอยากจะทำอะไรเพื่อชดเชยสักอย่าง…

ชดใช้ให้กับความผิดพลาดที่เขาได้ก่อมันขึ้นมาเมื่อห้าปีก่อน

ทั้งยังยึดติดในศักดิ์ศรีเสียจนไม่กล้าเอ่ยปากขอโทษคนที่มีสถานะเป็นเพียงแค่เด็กบำเรอบนเตียง และนั่น… ก็ทำให้เขาต้องเสียนะโมไป

สายตาคมไล่สำรวจอีกฝ่ายจนพอใจจึงวกกลับมาที่ใบหน้าหวานซึ่งตราตรึงในความทรงจำไม่เคยเลือนหาย แม้มันจะดูเศร้าและไร้รอยยิ้มแบบที่เขาชอบก็ตามที

“เธอคิดว่างานวิจัยนี้จะมีโอกาสสำเร็จสักกี่เปอร์เซ็นต์”

จู่ๆ เรนัลก็เปลี่ยนหัวข้อสนทนามาเป็นเรื่องงาน ท่าทางจริงจังของเขาทำให้นะโมรีบฝังกลบความรู้สึกแย่ๆ จากการคิดถึงอดีต แล้วฟังคำถามอย่างตั้งใจ

แต่น้ำเสียงเย็นชาไร้อารมณ์ราวกับเรื่องที่กำลังพูดถึงเป็นสิ่งที่เขาไม่ให้ความสนใจ หนุ่มนักวิจัยจึงลอบกลืนน้ำลายลงคอแล้วเอ่ยตอบอย่างไม่เต็มเสียงนัก

“...การวิจัย ‘ยา Preg-able (ผู้หญิงสามารถมีอสุจิหรือผู้ชายมีรังไข่) ’ โอกาสสำเร็จอยู่ที่ 30-50 เปอร์เซ็นต์ครับ...”

พูดจบดวงตาสีน้ำตาลก็แอบมองสีหน้าของคนฟังด้วยใจลุ้นระทึก แม้เขาจะรู้จักเรนัลเพียงแค่ครึ่งปี แต่การได้อยู่ด้วยกันทุกวันทำให้เข้าใจนิสัยอีกฝ่ายพอสมควรโดยเฉพาะเรื่องการใช้เงิน ถ้าหากเป็นสิ่งที่เจ้าตัวถูกใจ ต่อให้ต้องเสียเงินเป็นล้านก็ให้ได้ แต่ถ้าไม่...

ก็อย่าหวังว่าจะได้อะไรจากเขาเลย!

จากท่าทางและน้ำเสียงคนตรงหน้าทำให้นะโมรู้สึกใจเสีย คาดเดาไปแล้วว่างานวิจัยชิ้นนี้คงจะอยู่ในฝั่งของสิ่งที่ไม่สนใจแน่ๆ

“แต่ตอนนี้งานวิจัยมันเริ่มเป็นรูปเป็นร่างขึ้นพอสมควรแล้วนะครับ ถ้าหากทางเราได้รับเงินสนับสนุนจากคุณ มันจะต้องออกมาสำเร็จและสร้างกำไรให้อย่างมหาศาลแน่นอน” แม้ว่าดวงหน้าหวานจะเริ่มแสดงออกถึงความกังวล แต่ตราบใดที่ยังไม่ได้ยินคำปฏิเสธชัดเจนจากปากคนตรงหน้า เขาก็ยังไม่ยอมตัดใจ

ถ้าหากเรนัลไม่ยอมเป็นสปอนเซอร์สนับสนุนเงินทุน มีหวังงานวิจัยที่เขากับคนอื่นๆ ปลุกปล้ำกันมาเกือบปีต้องสูญเปล่าเพราะไม่สามารถดำเนินต่อไปได้แน่ๆ

หรือถ้าพูดให้ถูกคือแลบคงจะต้องปิดตัวลงหลังเกิดสภาวะขาดทุนนานเกือบปี

“นักธุรกิจอย่างฉันไม่ลงทุนกับงานวิจัยไร้สาระที่มีโอกาสทำเงินไม่ถึงครึ่งแบบนี้หรอกนะ” น้ำเสียงเย็นชาตอบกลับอย่างไร้ความรู้สึก

ทว่าปากหยักกลับเม้มเข้าหากันจนแทบเป็นเส้นตรงเมื่อเห็นนัยน์ตาเศร้ามีน้ำตาเอ่อคลอพลางหลุบลงต่ำไม่กล้าสบตา แต่แผนที่วางไว้จะคลาดเคลื่อนไม่ได้เด็ดขาด

เขาต้องการให้นะโมกลับมาอยู่ข้างกายอีกครั้ง อยากเสพสมกับเรือนร่างหอมกรุ่นที่เคยหลงใหลเมื่อครั้นอดีตให้เต็มที่ แต่จะให้เอ่ยปากขอคืนดีก็ดูเสียศักดิ์ศรีไปหน่อย การตัดรอนและบีบบังคับให้เจ้าตัวยอมเป็นฝ่ายเข้าหาเองจึงถือเป็นทางเลือกสุดท้าย

“...เข้าใจแล้วครับ” นะโมฝืนยิ้มตอบรับคำปฏิเสธหลังพยายามกะพริบตาถี่ๆ ไล่หยาดน้ำตาให้หายไปอยู่นาน

ขณะที่มือสั่นเทาเอื้อมมาหยิบแฟ้มรายละเอียดกลับไป เสียงเอ่ยถามก็ดังขึ้นจุดไฟแห่งความหวัง ทว่ากองไฟนั้นกลับลุกโชนลามเลียใจเขาจนเจ็บปวดอยู่ไม่น้อย

“ถ้าเธอยอมเอาตัวเข้าแลก ฉันจะลองคิดดูอีกที… ดีไหม?”

รอยแผลตกสะเก็ดในหัวใจคล้ายถูกมีดปลายแหลมตวัดสร้างรอยปริให้เลือดไหลซึม นัยน์ตาหวานซึ่งช้อนมองสบคนตรงหน้าจึงเต็มไปด้วยความน้อยใจปนตัดพ้อต่อว่า

ที่ผ่านมาเขาพยายามดิ้นรนเพื่อให้มีสถานะทางสังคมที่ดีขึ้น แต่สุดท้ายตัวเขาก็มีค่าแค่นี้เองสินะ…

...เป็นได้แค่ของเล่นไว้ใช้บำเรอความใคร่

แล้วแด๊ดดี้ก็จะเบื่อเขาและทำแบบวันนั้น...

ทุกถ้อยคำผุดขึ้นมาในสมองไม่หยุดราวกับมีดล่องหนที่พุ่งตรงทำร้ายตัวเขาซ้ำไปซ้ำมา นะโมกลืนความขมขื่นลงคอแล้วก้มลงมองแฟ้มในมือที่ไร้ซึ่งความสนใจจากผู้กุมอำนาจ สีหน้าและแววตาหมองเศร้าเสียจนเรนัลไม่อาจทนนิ่งเฉยได้อีกต่อไป

“จะไม่มีแบบวันนั้นอีกแล้วนะโม” เสียงทุ้มเอ่ยหนักแน่นราวกับให้คำมั่นสัญญา

ใบหน้าหวานเงยขึ้นมามองสบตาด้วยท่าทางสับสน นัยน์ตาสีน้ำตาลดูเหม่อลอยคล้ายเจ้าตัวกำลังจมดิ่งสู่ห้วงแห่งภวังค์ไม่ต่างจากวันนั้น บอสหนุ่มขยับตัวเล็กน้อยด้วยความรู้สึกกระสับกระส่าย ใจอยากเข้าไปโอบกอดเพื่อปลอบประโลม ทว่าอีกใจกลับเอ่ยแย้งว่านะโมไม่ได้มีความสำคัญไปมากกว่าเด็กบำเรอกามคนหนึ่ง

เขาก็แค่อยากเชยชิมรสสวาทที่ติดใจเหมือนคนเคยกินอาหารอร่อยๆ แล้วอยากกินอีกเท่านั้นแหละ

ผู้นำตระกูลแลนด์คอปเอ่ยย้ำกับตัวเองหลังเกิดความลังเลขึ้นในใจแบบที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

“...ถ้าผมทำให้คุณพอใจได้ คุณจะเป็นสปอนเซอร์ให้กับงานวิจัยโครงการนี้ใช่ไหมครับ” นักวิจัยหนุ่มกลั้นใจเอ่ยถามเพื่อขอคำยืนยัน เล็บมือจิกแน่นหวังตั้งสติให้อยู่กับปัจจุบันมากที่สุด

ตอนนี้เขาคือหนึ่งในคณะวิจัย...

เขาคือตัวแทนของทุกคน…

เขาจะเอาเรื่องในอดีตมาทำให้เสียโอกาสดีๆ แบบนี้ไม่ได้

“ตราบใดที่นายทำให้ฉันพอใจ จะโครงการไหนๆ เอาเงินเท่าไหร่… ฉันให้หมด”

คำตอบรับง่ายๆ ที่ดังกระทบหูอาจจะทำให้คนอื่นดีใจจนน้ำตาไหล แต่มันกลับสร้างความขื่นขมให้คนฟังจนเจ้าตัวต้องกัดปากแรงๆ เพื่อหยุดยั้งก้อนสะอึก

แพขนตาหนาหลุบลงเพื่อปิดบังความเสียใจที่ฉายชัดในดวงตา นะโมกลืนทุกความรู้สึกไม่ว่าจะเป็นความรักที่เคยมีหรืออารมณ์โศกเศร้าใดๆ ลงในใจแล้วยอมรับกับสิ่งที่ตนเองตัดสินใจเลือก

“ตกลงครับ”

ในเมื่อสถานการณ์บีบบังคับให้กลับมาอยู่ที่จุดเดิม เขาก็ขอเลือกเส้นทางนี้ดูอีกสักครั้ง

งานวิจัยที่ทุกคนทุ่มเทแรงกายแรงใจมาตลอดจะต้องสำเร็จ…

...ต่อให้ต้องใช้ร่างกายนี้แลกเงินก็ตาม!

----บอสเจ้าแผนการ----

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย คู่หมั้นเลือกรักเก่า ฉันวิวาห์ฟ้าแลบ
8.9
สามวันก่อนวิวาห์ ซวี่โม่พบความจริงที่เจ็บปวดว่าแฟนหนุ่มที่รักกันมาสามปีแอบจัดงานแต่งกับเพื่อนสนิท โดยอ้างเหตุผลว่าฝ่ายหญิงป่วยเป็นอัลไซเมอร์และต้องการทำตามความหวังสุดท้ายของเธอ เขาขอเลื่อนงานแต่งกับซวี่โม่ไปอย่างไร้กำหนดจนกว่าคนรักเก่าจะลืมเขาได้สนิท เธอตัดสินใจจบความสัมพันธ์นี้อย่างเยือกเย็นและโทรหาครอบครัวเพื่อรับข้อเสนอวิวาห์ทางการเมืองกับทายาทผู้เย็นชาแห่งตระกูลฟู่แทน โดยสั่งให้เตรียมตัวมารับเธอเป็นเจ้าสาวในอีกสามวันข้างหน้าทันที
หน้าปกนวนิยาย เหตุวุ่นลุ้นรักท่านประธานNC18+
9.5
เมื่อพนักงานสาวพยายามปฏิเสธความสัมพันธ์แบบชั่วข้ามคืนที่ไร้ความผูกพันในย่านทองหล่อ แต่ท่านประธานหนุ่มกลับยื่นข้อเสนอที่แสนตรงไปตรงมาว่าเขาไม่ต้องการความรักที่ลึกซึ้งนอกจากความสนุกทางกายเพียงอย่างเดียวเท่านั้น ท่ามกลางความตึงเครียดและแรงดึงดูดที่ยากจะต้านทาน เธอต้องตัดสินใจว่าจะยอมรับเงื่อนไขสุดเร่าร้อนที่เน้นความพึงพอใจโดยไม่มีข้อผูกมัดหัวใจนี้ได้หรือไม่ ในเกมรักที่เดิมพันด้วยความปรารถนาอันเร่าร้อนของเขา
หน้าปกนวนิยาย อุ้มรักทายาทCEO
9.8
ชีวิตของวิรัลพัชรต้องพลิกผันอย่างคาดไม่ถึง หลังจากค่ำคืนที่ผิดพลาดนำไปสู่การตั้งครรภ์โดยที่เธอจำตัวตนของพ่อเด็กไม่ได้เลย ทว่าฝ่ายชายกลับจดจำทุกอย่างได้แม่นยำ เมื่อเขาทราบข่าวเรื่องลูก ทายาทมหาเศรษฐีหนุ่มจึงปรากฏตัวขึ้นและแทรกซึมเข้ามาในชีวิตของเธออย่างมีแผนการ โดยมีเป้าหมายสูงสุดเพียงอย่างเดียวคือการช่วงชิงสิทธิ์ในตัวลูกที่กำลังจะเกิดมาเท่านั้น ท่ามกลางความขัดแย้งและพันธะที่ผูกพันพวกเขาไว้ด้วยกัน
หน้าปกนวนิยาย หลังหย่าร้าง อดีตสามีคุกเข่าขอร้องคืนดี
8.3
ตลอดสามปีที่สวีเหยียนทุ่มเทเป็นภรรยาที่ดี เธอกลับได้รับเพียงการดูถูกจากตู้หางจือว่าไม่คู่ควรกับเขา เมื่อความอดทนสิ้นสุดลงเธอจึงเลือกหย่าขาด ท่ามกลางคำเยาะเย้ยของคนรอบข้าง ทว่าเธอกลับผงาดขึ้นเป็นนักออกแบบระดับโลกและนักธุรกิจผู้ทรงอิทธิพล พร้อมการสนับสนุนจากพี่ชายและหนุ่มหล่อมากมายที่รุมล้อม จนอดีตสามีที่เคยเย็นชาต้องกลับมาคุกเข่าอ้อนวอนขอโอกาสแก้ตัว แต่เธอยืนหยัดอย่างสง่างามว่าไม่เคยเสียใจที่ทิ้งเขาไปเพื่อสร้างชีวิตใหม่ที่รุ่งโรจน์กว่าเดิม
หน้าปกนวนิยาย รักร้ายสามีอสูร (ซีรีส อสูรซ่อนรัก เล่ม4)
8.5
“ไอ้คนเลว! ปล่อยฉันออกไปเดี๋ยวนี้นะ!!” ด้านนุดีเมื่อเห็นหน้าวัลลภ เธอก็พ่นวาจาด่าหยาบคายใส่ทันที “จะลงนรกอยู่แล้วยังจะมาทำปากดีอีกนะ” วัลลภดันร่างบางให้หันหลังแล้วแก้เชือกที่มัดมือของเธอออก บังคับด้วยดวงตาถมึงทึงให้นุดีลุกขึ้น แต่กลับเป็นเขาเองที่อุ้มเธอออกจากรถ “โอ๊ยย!! ไอ้บ้า!! ฉันเจ็บนะ!!” เมื่อถูกปล่อยให้ยืน นุดีที่ไม่ทันได้ทรงตัวดีก็เซถลาชนข้างรถล้มลงไปกองบนพื้นดินแข็งๆ “อย่ามาทำสำออย ลุกขึ้น!!” วัลลภไม่ได้สนใจว่าหญิงสาวจะเจ็บไหม เขาจับแขนเล็กกระชากอย่างแรงให้เธอยืนขึ้น “นายพาฉันมาทำอะไรในกลางป่าน่ากลัวแบบนี้” ดงป่าเขียวจนครึ้ม ต้นไม้สูงใหญ่ดำทมิฬหนาทึบ กิ่งก้านใบไหวไปตามลมผสมเสียงแปลกประหลาดร้องและวิ่งไล่กัดกันอยู่ในป่าหญ้าคาข้างทางทำให้นุดีกลัวจนหน้าซีด “นรกอเวจีไง อยากลงไปเล่นน้ำในกระทะทองแดงไหม” วัลลภก้มๆ เงยๆ อยู่หลังรถจึงไม่ได้ทันระวังภัยที่กำลังจะเกิดขึ้นกับตัวเอง นุดีเป็นอิสระจากสายตาของชายหนุ่ม เธอยิ้มหยันเมื่อเห็นไม้กำลังเหมาะมือ แล้วจับท่อนไม้ขึ้นมาฟาดใส่กลางหลังและหัวของชายหนุ่มอย่างเอาเป็นเอาตาย “แกไปคนเดียวเถอะ ไอ้คนถ่อย!! นี่แน่ะ!!” “โอ๊ยย!! ยัยบ้าเอ๊ย!! นี่เธอกล้าตีหัวฉันเหรอฮะ!!” วัลลภยกมือกุมหัว เขาเดือดเป็นน้ำร้อนเมื่อเห็นเลือดเปรอะมือทั้งสองข้าง “ฉันฆ่าแกแน่ ถ้าเข้ามาหาฉันแม้แต่ก้าวเดียว” นุดีกลัวเมื่อเห็นเลือดแดงฉานซึมออกมาจากศีรษะเขา ไหลเป็นทางผ่านหัวคิ้วเป็นปื้นหยดลงใส่เสื้อยืด เธอเสียงดัง ใช้ไม้ชี้หน้าขู่ชายหนุ่ม “เธอหรือฉันจะถูกฆ่ากันแน่!!” เลือดจากหัวไหลเป็นทางผ่านหน้าผากเข้าตา วัลลภจึงใช้หลังมือเช็ดออก เขาแสยะยิ้มร้ายกาจเมื่อเห็นชัดเจนว่า ตอนนี้หญิงสาววิ่งหัวซุกหัวซุนหนีเข้าป่า “กรี๊ดดด!!” นุดีวิ่งผ่านต้นไม้ใบหญ้าโดยที่ไม่ได้ดูหน้าดูหลังทำให้สะดุดขาตัวเองล้มกลิ้งไปกองบนพื้นดิน “ฉันว่าจะไม่รุนแรงกับเธอแล้วนะ!! นุดี แต่เธอรนหาเรื่องเอง” วัลลภกระโจนเข้าไปยืนดักหน้าหญิงสาวที่กำลังคลานหนี เขาคว้าแขนเล็กแล้วกระชากให้เธอลุกยืนเผชิญหน้ากัน “ถุย!! ไอ้ขยะ กะ...แกจะทำอะไรฉัน!!” นุดีก็ใช่จะยอม เมื่อได้ยืนอยู่ในอ้อมแขนกำยำ ใบหน้าของเธออยู่แค่ระดับราวนมของชายหนุ่ม หญิงสาวขัดขืน หยิกข่วนตามตัววัลลภ เขย่งปลายเท้าให้สูงจนดวงหน้าของเขาและเธออยู่ในระดับเดียวกันแล้วก็พ่นน้ำลายใส่หน้าหล่อ วัลลภกลายเป็นคนดุร้าย มือหนาหยาบกร้านเช็ดของเหลวออกจากแก้ม แล้วกางมือออกเหวี่ยงใส่ใบหน้างามซ้อนกันขวาซ้ายสุดแรงเกิด เผียะ!! เผียะ!! “กรี๊ดดด!!” ด้านนุดีไม่ทันตั้งตัว ถูกตบจนล้มกลิ้งไปนอนกองบนพื้นดินอีกครั้ง เธอเจ็บจนน้ำตาไหลจึงยกมือกุมแก้มที่แดงเป็นรอยนิ้วมือทั้งห้าแล้วค่อยๆ หันมองหน้าผู้ชายใจชั่ว ทำร้ายผู้หญิงไม่มีทางสู้ “ไอ้หน้าตัวเมีย!! แกตบฉันทำไม!!” “วันนี้แหละ ฉันจะทำให้เธอไม่มีศักดิ์ศรีของความเป็นคน” เสียงของปีศาจคำรามดังก้องป่า มือเพชฌฆาตคว้าข้อมือน้อยกระชากลากถูไปตามทางเล็กๆ ที่ข้างทางมีแต่ต้นหนามกับใบหญ้า “กรี๊ดดด!! ไอ้ผู้ชายป่าเถื่อน!! ทำไมแกต้องทำกับฉันแบบนี้!! ปล่อยฉันนะ!! ไอ้ชั่ว!! ฮืออ” นุดีถูกฉุดลากทั้งที่กึ่งนั่งกึ่งนอนไปตามทางเดินที่เต็มไปด้วยดินแข็งและหินก้อนเล็กๆ เสียงร้องโหยหวนของหญิงสาวดังก้องทั่วป่าทำให้คนงานชายสี่คนที่ได้รับคำสั่งจากเจ้านายให้มารอที่กลางป่าแห่งนี้มองหน้ากัน แล้วหันไปมองเงาดำทมิฬสูงใหญ่เดินลากอะไรบางอย่างตรงมาหาพวกมัน “นะ นาย!!” พวกมันทั้งสี่ยืนตาค้างเมื่อสิ่งที่ฟุบอยู่ตรงหน้ามันนั้นเป็นหญิงสาว ขนาดถูกวัลลภทำร้ายเช่นนี้ก็ยังดูออกว่าเธอสวยและเซ็กซี่มาก “พวกมึงมีโทรศัพท์ไหม?” วัลลภยืนมือเท้าสะเอวมองนุดีกำลังช่วยตัวเองดึงชายกระโปรงผ้าลูกไม้ที่ถลกขึ้นจนเห็นต้นขาขาวผ่องสองข้างลงปิดเนื้อเปลือยของตัวเอง “มะ มีครับ” ไอ้ลูกน้องสี่คนไม่ได้มองหน้าวัลลภเวลาพูด เพราะจุดสนใจของพวกมันคือผู้หญิงของเจ้านาย ซึ่งเวลานี้ เธอคลานหนีไปนั่งชันเข่าอยู่ข้างต้นไม้ใหญ่ “พวกมึงถ่ายคลิปผู้หญิงคนนี้ไว้ ทำแบบนี้สิวะ ไอ้ห่า” วัลลภแยกเขี้ยวใส่นุดี เขาแย่งโทรศัพท์ของลูกน้องมาถือไว้ด้วยมือเดียวแล้วย่อตัวนั่งคุกเข่าตรงหน้าเธอ มือข้างที่ว่างยื่นเข้าไปจับคางน้อยบีบจนปากของหญิงสาวห่อแล้วดันให้หันมาสู้กล้อง “คะ ครับ” พวกลูกน้องพากันทำหน้าหื่นเหมือนเจ้านายแล้วจ่อกล้องโทรศัพท์ทำตามคำสั่งของนาย “ไอ้ลภ!! แกบอกให้พวกสวะนี้หยุดถ่ายฉันเดี๋ยวนี้นะ!!” นุดีแย่งโทรศัพท์จากมือของวัลลภได้ก็เหวี่ยงเครื่องสื่อสารเฉียดหน้าของชายหนุ่มไปกระทบต้นไม้เสียงดัง เพล้งง!! “พวกมึงเตรียมเก็บภาพทุกช็อตไว้เลยนะ กูจะเล่นเป็นพระเอกคาวบอยควบม้าให้พวกมึงดู” แววตาดุจเสือร้ายหันขวับมองไอโฟนรุ่นใหม่กองเป็นเศษขยะอยู่ข้างต้นไม้ วัลลภกระตุกยิ้ม หันกลับมามองมือสองข้างที่กำกระชับคอเสื้อเปิดไหล่ของนุดี แล้วกระชากจนขาดเป็นสองส่วนเผยให้เห็นอกอิ่มขาวผ่องล้นออกมาจากบราไร้สาย “ว้ายย!! อย่าทำฉัน ฮืออ” นุดีรีบยกแขนข้างเดียวกอดตัวเองไว้ ส่วนอีกข้างทุบตี หยิกข่วนไปตามตัวของเขาอย่างบ้าคลั่ง “พวกมึงอย่าลืมถ่ายวิดีโอนะโว้ย!! กูจะแสดงหนังสดกับยัยนี่ในกระท่อม” สายตาของลูกน้องมองนุดีอย่างหื่นกระหายทำให้วัลลภรีบฉุดให้เธอเข้ามาซบหน้าอก แล้วอุ้มคนตัวน้อยขึ้นพาดบ่า “ไอ้คนเลว!! ฉันเกลียดแก!! ปล่อยฉันลงเดี๋ยวนี้นะ!!” นุดีอับอายจนอยากจะทำให้ชายหนุ่มเจ็บปวดมากที่สุด จึงทำร้ายเขาโดยการทุบๆ ที่หัวไหล่และจะกัดหลังเขาอีกครั้ง “ถ้าเธอกัดฉันอีก เธอได้มีผัวเป็นกรรมกรแบกหามหลายคนแน่!!” โครมม!! ก่อนที่วัลลภจะถีบประตูกระท่อมให้เปิดกว้างนั่นเขาได้คำรามเสียงเหี้ยมขู่เธอ
หน้าปกนวนิยาย ละทิ้งทรยศมรณะ  โอบรับชีวิตใหม่
7.9
หลังครองรักมาสิบปี ฉันกลับถูกคู่หมั้นทิ้งกลางงานแต่งเพื่อไปหาหญิงอื่นที่อ้างว่าป่วยหนัก เขาบีบคั้นให้ฉันบริจาคเลือด สั่งฆ่าแมวฉัน และปล่อยให้ฉันจมน้ำตายอย่างเลือดเย็น ท้ายที่สุดเขายังทิ้งฉันที่กำลังจะขาดใจตายเพราะอาการแพ้ถั่วเพื่อพาเธอไปโรงพยาบาล ความเจ็บปวดนี้ทำให้ฉันตาสว่างว่าเขาพร้อมฆ่าฉันได้ทุกเมื่อ เมื่อพ่อเสนอให้ฉันแต่งงานใหม่กับอคิน CEO ผู้ทรงอิทธิพลเพื่อแก้ปัญหา ฉันจึงตอบตกลงทันทีโดยไม่ลังเล เพราะหัวใจที่แตกสลายนี้ไม่เหลือที่ว่างให้ความรักลวงโลกอีกต่อไป