หน้าปกนวนิยาย บอสเจ้าแผนการ

บอสเจ้าแผนการ

8.6 / 10.0
ความรักครั้งแรกคือความทรงจำที่ลบเลือนได้ยากยิ่ง แต่สิ่งที่สร้างความทรมานใจมากกว่าคือการต้องยอมรับความเจ็บปวดที่ฝังรากลึก ทว่าโชคชะตากลับนำพาเหตุการณ์ไม่คาดฝันให้เกิดขึ้น เมื่อเขาต้องหวนคืนสู่ตำแหน่งเด็กในปกครองของแด๊ดดี้ผู้ทรงอิทธิพลอีกครั้งอย่างเลี่ยงไม่ได้ ท่ามกลางความสัมพันธ์ที่เต็มไปด้วยความเสน่หาและความลับที่รอการเปิดเผยในโลกของมหาเศรษฐีที่เต็มไปด้วยเล่ห์เหลี่ยมและแผนการที่ถูกวางเอาไว้

บอสเจ้าแผนการ ตอนที่ 1

บทที่ 1

เรื่องบังเอิญหรือโชคชะตา

Readtober Theme (2018) : บังเอิญ

ก๊อกๆ

“เชิญครับ”

เรนัล แลนด์คอป เงยหน้าจากแฟ้มเอกสารแล้วเอ่ยตอบรับเสียงเรียบ ดวงตาคมเหลือบมองนาฬิกาข้อมือเล็กน้อยก่อนจะยกยิ้มพอใจเมื่อเห็นว่าเข็มนาฬิกาชี้บอกเวลาตรงกับที่เขานัดอีกฝ่ายให้เข้ามาพบในวันนี้

ถือว่ารู้จักมารยาทต่างจากนักวิจัยคนอื่นที่เคยมา

ร่างสูงโปร่งในชุดสูทสีกรมท่าขยับตัวลุกขึ้นยืนต้อนรับแขกอย่างให้เกียรติ ใบหน้าคมติดเย็นชาแต่ยังคงความสุภาพไว้หลายส่วนถูกเปลี่ยนเป็นอาการประหลาดใจยามเห็นผู้มาเยือนเต็มสองตา

“คุณ...” นะโมเองก็ตกใจจนดวงตาคู่สวยเบิกกว้างราวกับเห็นผีใบหน้าหวานที่คุ้นเคยทำให้คนมองเผลอยกยิ้มมุมปากคล้ายเจออะไรถูกใจ

ไม่คิดเลยว่าการปฏิเสธไม่ยอมคุยกับตาแก่เสียงยานที่รู้สึกเกลียดขี้หน้าอย่างบอกไม่ถูก มันจะทำให้เขาได้เจอกับ ‘ของเล่น’ ชิ้นโปรดซึ่งเคยหลุดมือไปเมื่อหลายปีก่อน

ความรู้สึกที่เก็บซ่อนในหัวใจตลอดมาได้แทรกซึมก่อเกิดเป็นอารมณ์หลากหลาย

ทว่าชั่วพริบตาบอสหนุ่มผู้กำอำนาจมหาศาลก็กลับมามีท่าทีปกติราวกับเมื่อสักครู่ไม่มีสิ่งใดผิดแผกไป

“...!”

นักวิจัยตัวเล็กแอบสะดุ้งเฮือกเมื่อประตูห้องทำงานถูกเลื่อนปิดอัตโนมัติ แม้จะพยายามควบคุมสีหน้าให้เป็นปกติที่สุด แต่มันกลับทำได้ไม่ง่ายเลย

มันยากเหลือเกินที่จะมองข้ามอดีตและห้ามไม่ให้รู้สึกอะไรเมื่อต้องอยู่ตามลำพังกับผู้ชายคนนี้…

“นั่งก่อนสิ”

“...ขอบคุณครับ” เจ้าตัวตอบรับเสียงเบา เขาพยายามตั้งสติแล้วเดินมานั่งที่เก้าอี้หน้าโต๊ะทำงาน

ดวงตาคมวาววับจับจ้องไปยังร่างผอมบางในชุดสูทสีครีมไม่วางตา ใบหน้าเนียนใสดูซูบผอมกว่าอดีตแต่ยังคงดึงดูดสายตาเหมือนเดิมไม่เปลี่ยน จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่หลายปีก่อนอีกฝ่ายจะเป็นเด็กใต้อาณัติซึ่งเขายอมตามใจมากที่สุด

“ผมชื่อณัฐวุฒิ เป็นหนึ่งในคณะวิจัยโครงการพิเศษนี้ ยินดีที่ได้รู้จักครับ” รอยยิ้มเจื่อนๆ ฉายทาบขณะแนะนำตัวด้วยความสุภาพ ฝ่ามือยื่นแฟ้มที่กอดไว้แนบอกลงวางบนโต๊ะ

ทว่านั่นทำให้คนฟังเริ่มมีสีหน้ามึนตึงกรุ่นโกรธ เรนัลตวัดสายตาดุเป็นการตักเตือนแทนคำพูด

แม้นะโมจะเป็นเพียงของเล่นชิ้นเก่า แต่ก็นับว่าถูกใจตนมากที่สุด การที่อีกฝ่ายแสร้งไม่เคยรู้จักกันมาก่อนทำให้เขารู้สึกราวกับโดนลูบคมอยู่กลายๆ

“กะ ก็คุณเรนัลเป็นคนบอกเองว่าต้องการคุยกับนักวิจัย ผมเลยแนะนำตัวเผื่อคุณจะไม่รู้... แค่นั้นเอง” นะโมรีบแก้ตัวเสียงอ่อย

คำตอบนั้นทำให้บอสหนุ่มพลันนิ่งงัน ก่อนนึกได้ว่าตนใช้ข้ออ้างขอคุยกับนักวิจัยคนอื่นเพื่อสอบถามข้อมูลไว้ตัดสินใจว่าจะเป็นผู้สนับสนุนเงินทุนหลักดีหรือไม่ ทั้งๆ ที่ใจจริงเขาคิดจะตอบตกลงไปตั้งแต่แรกแล้ว แต่ด้วยความที่ไม่ชอบหน้าเหี่ยวๆ ของตาแก่เจ้าของแลบ จึงเลือกยืดเวลาออกไปเพื่อทรมานคนรอฟังคำตอบเล่นๆ

“ฉันพึ่งรู้ว่าเธอเป็นนักวิจัยโครงการนี้ด้วย”

ช่างเป็นความบังเอิญที่เหมาะเจาะเสียจริง…

“ผมทำงานกับที่นี่มาตั้งแต่เรียนจบแล้วครับ ถ้ายังไง… เรามาคุยเรื่องโครงการวิจัยกันเลยดีไหมครับ ตรงจุดไหนที่คุณเรนัลสงสัยผมจะได้อธิบายให้ฟัง”

นักวิจัยหนุ่มพยายามหลีกเลี่ยงการพูดคุยเรื่องส่วนตัวเพราะไม่อยากนึกถึงอดีตที่สร้างบาดแผลไว้ในใจให้เขาจนถึงทุกวันนี้ โดยการดึงประเด็นเข้าเรื่องงานโดยไม่อ้อมค้อมใดๆ ทั้งสิ้นให้เสียเวลา

แต่ดูเหมือนเจ้าของห้องจะไม่ยินยอมให้เขาทำแบบนั้น

“หลังจากที่เราเลิกกัน มีใครเลี้ยงเธอต่อบ้าง”

คำถามที่ยิงออกมาทำให้คนฟังชะงักไปชั่วครู่ ภาพเหตุการณ์ที่เป็นต้นเหตุของการเลิกราปรากฏชัดในใจ มันบีบคั้นความรู้สึกเสียจนนะโมเผลอกัดริมฝีปากเข้าหากันอย่างลืมตัว

กาลเวลาไม่เคยนำพาให้ความรู้สึกแย่จากเรื่องราวในวันนั้นหายไปไหน และไม่ว่าจะนานแค่ไหนก็ไม่อาจรักษาให้หายได้

แม้ว่าครั้งหนึ่งเขาเคยแอบคิดว่าคนตรงหน้าจะสามารถเยียวยาบาดแผลเหล่านั้นได้ ทว่าสิ่งที่อีกฝ่ายกระทำกลับตรงกันข้าม

ไม่มีการปลอบใจใดๆ กระทั่งคำขอโทษจากคนผิด… เขาก็ไม่เคยได้รับมัน

“ไม่มีครับ” นะโมสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ขณะฝืนตอบเสียงเรียบ ความเศร้าที่หน่วงหนักในใจนั้นเต็มไปด้วยความรักมากมายที่เขามอบให้แก่คนซึ่งไม่เคยเห็นค่า

หัวใจพลันปวดร้าวเมื่อคิดเช่นนั้น เปลือกตาปิดลงเพื่อบดบังความเศร้าและหยาดน้ำตาที่เริ่มเอ่อคลอ สองมือบีบเข้าหากันจนแน่นอยู่บนตัก นะโมใช้เล็บจิกลงกลางฝ่ามือเรียกสติให้กลับมาอยู่กับปัจจุบัน ก่อนจะกะพริบดวงตาถี่ๆ แล้วพยายามแสดงท่าทางให้ปกติที่สุดเท่าที่จะทำได้

“...แล้วตอนนี้เธออยู่กับใคร” เส้นเสียงทุ้มราวกับขาดหายไปชั่วขณะเพียงแค่เห็นแววตาหม่นหมอง ทว่าหน้ากากเรียบเฉยก็ถูกสวมใส่ปิดบังความรู้สึกอย่างรวดเร็ว

“ผมกลับไปอยู่กับลูกพี่ลูกน้องเหมือนเดิมครับ” ดวงตาสองคู่สบประสานกันชั่วขณะก่อนผู้มาเยือนจะก้มหน้าลงต่ำด้วยอารมณ์ที่หลากหลาย

คนตัวเล็กยอมรับว่านัยน์ตาสีฟ้าคู่นี้มีเสน่ห์ดึงดูดชวนให้หัวใจเต้นรัวแรงไม่ต่างจากวันแรกที่พบเจอ แม้ความหวาดกลัวจากเหตุการณ์ครั้งนั้นยังตามหลอกหลอนอยู่เกือบทุกค่ำคืนจนต้องพึ่งยานอนหลับก็ตาม

มันเป็นความรู้สึกที่ทั้งรักทั้งเจ็บปวดในเวลาเดียวกัน

สองหนุ่มต่างวัยจมอยู่กับความคิดของตัวเองจนรอบข้างพลันไร้ซึ่งเสียง มีเพียงบรรยากาศแปลกๆ ที่ลอยอบอวลเท่านั้น มันไม่ถึงกับชวนให้อึดอัด ทั้งยังพาพวกเขาย้อนกลับไปยังอดีตที่เคยเต็มไปด้วยความสุข ก่อนใบหน้าเรียบเฉยจะปรากฏร่องรอยครุ่นคิดอะไรบางอย่าง

สายตาเลื่อนสำรวจตามเรือนร่างผอมแห้งราวกับคนไม่มีข้าวกิน หัวคิ้วก็พลันขมวดมุ่น ถึงเขาจะพอรู้อยู่บ้างว่าแลบของเดนิชขาดทุนหนักจนต้องเร่ขายอุปกรณ์วิจัยบางส่วน แต่ก็ไม่คิดว่าตาแก่นั่นจะถึงขั้นไม่จ่ายเงินเดือนพนักงานจนอีกฝ่ายแทบจะเป็นกระดูกเดินได้แบบนี้

“เดนิชได้จ่ายเงินเดือนบ้างหรือเปล่า” บอสหนุ่มเผลอเอ่ยถามตามที่คิด

“เอ่อ…”

สีหน้าลำบากใจนั้นเป็นคำตอบได้อย่างดี ผู้นำตระกูลเก่าแก่ถอนหายใจออกมาเบาๆ แม้เขาจะห้ามตัวเองไม่ให้สืบเรื่องราวของนะโมหลังจากแยกทางกันได้ ทว่าพอเห็นเจ้าของรอยยิ้มสดใสมีชีวิตราวกับสวรรค์กลั่นแกล้งเช่นนี้ ความรู้สึกผิดที่เคยมีก็ยิ่งกัดกินใจจนอยากจะทำอะไรเพื่อชดเชยสักอย่าง…

ชดใช้ให้กับความผิดพลาดที่เขาได้ก่อมันขึ้นมาเมื่อห้าปีก่อน

ทั้งยังยึดติดในศักดิ์ศรีเสียจนไม่กล้าเอ่ยปากขอโทษคนที่มีสถานะเป็นเพียงแค่เด็กบำเรอบนเตียง และนั่น… ก็ทำให้เขาต้องเสียนะโมไป

สายตาคมไล่สำรวจอีกฝ่ายจนพอใจจึงวกกลับมาที่ใบหน้าหวานซึ่งตราตรึงในความทรงจำไม่เคยเลือนหาย แม้มันจะดูเศร้าและไร้รอยยิ้มแบบที่เขาชอบก็ตามที

“เธอคิดว่างานวิจัยนี้จะมีโอกาสสำเร็จสักกี่เปอร์เซ็นต์”

จู่ๆ เรนัลก็เปลี่ยนหัวข้อสนทนามาเป็นเรื่องงาน ท่าทางจริงจังของเขาทำให้นะโมรีบฝังกลบความรู้สึกแย่ๆ จากการคิดถึงอดีต แล้วฟังคำถามอย่างตั้งใจ

แต่น้ำเสียงเย็นชาไร้อารมณ์ราวกับเรื่องที่กำลังพูดถึงเป็นสิ่งที่เขาไม่ให้ความสนใจ หนุ่มนักวิจัยจึงลอบกลืนน้ำลายลงคอแล้วเอ่ยตอบอย่างไม่เต็มเสียงนัก

“...การวิจัย ‘ยา Preg-able (ผู้หญิงสามารถมีอสุจิหรือผู้ชายมีรังไข่) ’ โอกาสสำเร็จอยู่ที่ 30-50 เปอร์เซ็นต์ครับ...”

พูดจบดวงตาสีน้ำตาลก็แอบมองสีหน้าของคนฟังด้วยใจลุ้นระทึก แม้เขาจะรู้จักเรนัลเพียงแค่ครึ่งปี แต่การได้อยู่ด้วยกันทุกวันทำให้เข้าใจนิสัยอีกฝ่ายพอสมควรโดยเฉพาะเรื่องการใช้เงิน ถ้าหากเป็นสิ่งที่เจ้าตัวถูกใจ ต่อให้ต้องเสียเงินเป็นล้านก็ให้ได้ แต่ถ้าไม่...

ก็อย่าหวังว่าจะได้อะไรจากเขาเลย!

จากท่าทางและน้ำเสียงคนตรงหน้าทำให้นะโมรู้สึกใจเสีย คาดเดาไปแล้วว่างานวิจัยชิ้นนี้คงจะอยู่ในฝั่งของสิ่งที่ไม่สนใจแน่ๆ

“แต่ตอนนี้งานวิจัยมันเริ่มเป็นรูปเป็นร่างขึ้นพอสมควรแล้วนะครับ ถ้าหากทางเราได้รับเงินสนับสนุนจากคุณ มันจะต้องออกมาสำเร็จและสร้างกำไรให้อย่างมหาศาลแน่นอน” แม้ว่าดวงหน้าหวานจะเริ่มแสดงออกถึงความกังวล แต่ตราบใดที่ยังไม่ได้ยินคำปฏิเสธชัดเจนจากปากคนตรงหน้า เขาก็ยังไม่ยอมตัดใจ

ถ้าหากเรนัลไม่ยอมเป็นสปอนเซอร์สนับสนุนเงินทุน มีหวังงานวิจัยที่เขากับคนอื่นๆ ปลุกปล้ำกันมาเกือบปีต้องสูญเปล่าเพราะไม่สามารถดำเนินต่อไปได้แน่ๆ

หรือถ้าพูดให้ถูกคือแลบคงจะต้องปิดตัวลงหลังเกิดสภาวะขาดทุนนานเกือบปี

“นักธุรกิจอย่างฉันไม่ลงทุนกับงานวิจัยไร้สาระที่มีโอกาสทำเงินไม่ถึงครึ่งแบบนี้หรอกนะ” น้ำเสียงเย็นชาตอบกลับอย่างไร้ความรู้สึก

ทว่าปากหยักกลับเม้มเข้าหากันจนแทบเป็นเส้นตรงเมื่อเห็นนัยน์ตาเศร้ามีน้ำตาเอ่อคลอพลางหลุบลงต่ำไม่กล้าสบตา แต่แผนที่วางไว้จะคลาดเคลื่อนไม่ได้เด็ดขาด

เขาต้องการให้นะโมกลับมาอยู่ข้างกายอีกครั้ง อยากเสพสมกับเรือนร่างหอมกรุ่นที่เคยหลงใหลเมื่อครั้นอดีตให้เต็มที่ แต่จะให้เอ่ยปากขอคืนดีก็ดูเสียศักดิ์ศรีไปหน่อย การตัดรอนและบีบบังคับให้เจ้าตัวยอมเป็นฝ่ายเข้าหาเองจึงถือเป็นทางเลือกสุดท้าย

“...เข้าใจแล้วครับ” นะโมฝืนยิ้มตอบรับคำปฏิเสธหลังพยายามกะพริบตาถี่ๆ ไล่หยาดน้ำตาให้หายไปอยู่นาน

ขณะที่มือสั่นเทาเอื้อมมาหยิบแฟ้มรายละเอียดกลับไป เสียงเอ่ยถามก็ดังขึ้นจุดไฟแห่งความหวัง ทว่ากองไฟนั้นกลับลุกโชนลามเลียใจเขาจนเจ็บปวดอยู่ไม่น้อย

“ถ้าเธอยอมเอาตัวเข้าแลก ฉันจะลองคิดดูอีกที… ดีไหม?”

รอยแผลตกสะเก็ดในหัวใจคล้ายถูกมีดปลายแหลมตวัดสร้างรอยปริให้เลือดไหลซึม นัยน์ตาหวานซึ่งช้อนมองสบคนตรงหน้าจึงเต็มไปด้วยความน้อยใจปนตัดพ้อต่อว่า

ที่ผ่านมาเขาพยายามดิ้นรนเพื่อให้มีสถานะทางสังคมที่ดีขึ้น แต่สุดท้ายตัวเขาก็มีค่าแค่นี้เองสินะ…

...เป็นได้แค่ของเล่นไว้ใช้บำเรอความใคร่

แล้วแด๊ดดี้ก็จะเบื่อเขาและทำแบบวันนั้น...

ทุกถ้อยคำผุดขึ้นมาในสมองไม่หยุดราวกับมีดล่องหนที่พุ่งตรงทำร้ายตัวเขาซ้ำไปซ้ำมา นะโมกลืนความขมขื่นลงคอแล้วก้มลงมองแฟ้มในมือที่ไร้ซึ่งความสนใจจากผู้กุมอำนาจ สีหน้าและแววตาหมองเศร้าเสียจนเรนัลไม่อาจทนนิ่งเฉยได้อีกต่อไป

“จะไม่มีแบบวันนั้นอีกแล้วนะโม” เสียงทุ้มเอ่ยหนักแน่นราวกับให้คำมั่นสัญญา

ใบหน้าหวานเงยขึ้นมามองสบตาด้วยท่าทางสับสน นัยน์ตาสีน้ำตาลดูเหม่อลอยคล้ายเจ้าตัวกำลังจมดิ่งสู่ห้วงแห่งภวังค์ไม่ต่างจากวันนั้น บอสหนุ่มขยับตัวเล็กน้อยด้วยความรู้สึกกระสับกระส่าย ใจอยากเข้าไปโอบกอดเพื่อปลอบประโลม ทว่าอีกใจกลับเอ่ยแย้งว่านะโมไม่ได้มีความสำคัญไปมากกว่าเด็กบำเรอกามคนหนึ่ง

เขาก็แค่อยากเชยชิมรสสวาทที่ติดใจเหมือนคนเคยกินอาหารอร่อยๆ แล้วอยากกินอีกเท่านั้นแหละ

ผู้นำตระกูลแลนด์คอปเอ่ยย้ำกับตัวเองหลังเกิดความลังเลขึ้นในใจแบบที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

“...ถ้าผมทำให้คุณพอใจได้ คุณจะเป็นสปอนเซอร์ให้กับงานวิจัยโครงการนี้ใช่ไหมครับ” นักวิจัยหนุ่มกลั้นใจเอ่ยถามเพื่อขอคำยืนยัน เล็บมือจิกแน่นหวังตั้งสติให้อยู่กับปัจจุบันมากที่สุด

ตอนนี้เขาคือหนึ่งในคณะวิจัย...

เขาคือตัวแทนของทุกคน…

เขาจะเอาเรื่องในอดีตมาทำให้เสียโอกาสดีๆ แบบนี้ไม่ได้

“ตราบใดที่นายทำให้ฉันพอใจ จะโครงการไหนๆ เอาเงินเท่าไหร่… ฉันให้หมด”

คำตอบรับง่ายๆ ที่ดังกระทบหูอาจจะทำให้คนอื่นดีใจจนน้ำตาไหล แต่มันกลับสร้างความขื่นขมให้คนฟังจนเจ้าตัวต้องกัดปากแรงๆ เพื่อหยุดยั้งก้อนสะอึก

แพขนตาหนาหลุบลงเพื่อปิดบังความเสียใจที่ฉายชัดในดวงตา นะโมกลืนทุกความรู้สึกไม่ว่าจะเป็นความรักที่เคยมีหรืออารมณ์โศกเศร้าใดๆ ลงในใจแล้วยอมรับกับสิ่งที่ตนเองตัดสินใจเลือก

“ตกลงครับ”

ในเมื่อสถานการณ์บีบบังคับให้กลับมาอยู่ที่จุดเดิม เขาก็ขอเลือกเส้นทางนี้ดูอีกสักครั้ง

งานวิจัยที่ทุกคนทุ่มเทแรงกายแรงใจมาตลอดจะต้องสำเร็จ…

...ต่อให้ต้องใช้ร่างกายนี้แลกเงินก็ตาม!

----บอสเจ้าแผนการ----

อ่านต่อ

สารบัญ บอสเจ้าแผนการ

Ch. 1 Ch. 2 Ch. 3
Ch. 4
Ch. 5
Ch. 6
Ch. 7
Ch. 8
Ch. 9
Ch. 10
Ch. 11
all

คุณอาจจะชอบ

นิยายมาใหม่

หน้าปกนวนิยาย สามีสุดที่ร้าย ภรรยาสุดที่รัก
9.3
หญิงสาวผู้หนึ่งจำต้องรับอุ้มบุญให้ชายปริศนาตามข้อผูกพันบางอย่าง ทว่าโชคชะตากลับชักนำให้เธอต้องเข้าพิธีวิวาห์กับคู่หมั้นหนุ่มในวัยเยาว์เพื่อผลประโยชน์ทางธุรกิจ แม้เริ่มต้นด้วยความเย็นชา แต่ความใกล้ชิดกลับเปลี่ยนเป็นความรักที่ลึกซึ้งโดยไม่ทันตั้งตัว ทว่าก่อนกำหนดคลอดเพียงไม่นาน เขากลับยื่นใบหย่าให้จนเธอใจสลาย แต่สุดท้ายเขากลับสารภาพความจริงที่ซ่อนไว้ว่าเธอคือผู้เดียวที่เขาเฝ้ารักมาโดยตลอดและไม่เคยเปลี่ยนใจเลย
หน้าปกนวนิยาย กาศเวลาที่สวยงาม
7.3
ภรรยาของซิงต้องเผชิญวิกฤตครั้งใหญ่เมื่อตกเป็นจำเลยในข้อหาคบชู้ เธอพยายามอธิบายความจริงให้จือผู้เป็นอาของสามีฟัง ว่าเหตุการณ์ทั้งหมดเป็นเพียงความเข้าใจผิด เธอไม่เคยคิดยั่วยวนเขาเลยแม้แต่น้อย ทว่าคำแก้ตัวกลับไร้ผล จือมองเธอด้วยสายตาเย็นชาและรังเกียจ เขาปักใจเชื่อว่าเธอคือหญิงแพศยาที่คิดทรยศหลานชายของตนเอง ด้วยโทสะและความขยะแขยง จือจึงตัดสินใจใช้มาตรการเด็ดขาด เขาข่มขู่ว่าจะตามตัวซิงให้มาเห็นความเน่าเฟะนี้ด้วยตาตัวเอง เพื่อกระชากหน้ากากและแฉให้ทุกคนได้เห็นตัวตนที่แท้จริงของสะใภ้คนนี้
หน้าปกนวนิยาย สามีพิการกลับกลายเป็นเจ้าพ่อที่ซ่อนตัวอยู่
8.9
เจน ไอไอ สาววัยยี่สิบที่เพิ่งพบว่าตนคือทายาทมหาเศรษฐี กลับถูกครอบครัวบีบให้แต่งงานแทนลูกสาวตัวปลอมเพื่อดูแลคุณยายที่ป่วย เจ้าบ่าวคือซือเชียนฮาน ชายพิการอารมณ์ร้ายที่บ้านกำลังจะล้มละลาย ทว่าหลังแต่งงานเธอกลับพบว่าเขาคือเจ้าพ่อผู้ทรงอิทธิพลที่คลั่งรักเธออย่างที่สุด เมื่อถึงกำหนดหย่าตามสัญญาที่ตกลงกันไว้ สองปีผ่านไปเขากลับไม่ยอมปล่อยมือ จนเธอต้องยอมใจอ่อนให้กับความรักอันแสนอ่อนโยนของสามีที่ซ่อนเขี้ยวเล็บคนนี้และเลือกที่จะอยู่เคียงข้างเขาตลอดไป
หน้าปกนวนิยาย ร้ายรัก กลซาตาน
9.3
อคิน นฤปนาถ เจ้าของอาณาจักรการเงินระดับประเทศ ใช้เวลากว่าทศวรรษเพื่อตามหาฝาแฝด ดาหลาและกาสะลอง โดยหวังจะชดใช้ความผิดในอดีตที่เขาเคยทำลายครอบครัวของพวกเธอ ทว่าโศกนาฏกรรมในคืนนั้นที่ทำให้ทั้งคู่ต้องกลายเป็นกำพร้า กลับกลายเป็นรอยแผลลึกที่ไม่อาจเยียวยา แม้เวลาจะผ่านไปนานเพียงใด แต่ความแค้นของสองพี่น้องยังคงฝังรากลึก เปลี่ยนดอกไม้ที่เคยอ่อนโยนให้กลายเป็นอาวุธเคลือบยาพิษที่พร้อมจะทำลายล้างชายที่พรากทุกอย่างไปจากชีวิตของพวกเธอ
หน้าปกนวนิยาย ปกรณัมใต้แสงดาว
8.6
จากทริปเดินทางที่แสนสงบ จางฟางซินกลับต้องเผชิญโศกนาฏกรรมเมื่อรถม้าของนางถูกลอบโจมตีจนพลิกคว่ำ ท่ามกลางความเจ็บปวดเจียนตายและสติที่เลือนลาง นางพยายามคว้ามีดสั้นเล่มเดียวที่มีเพื่อปกป้องตนเอง ทว่าเบื้องหน้ากลับปรากฏบุรุษลึกลับพร้อมกระบี่เปื้อนเลือดที่จ่อประชิดใบหน้า กลิ่นคาวโลหิตและบรรยากาศแห่งความตายทำให้พละกำลังของนางสูญสิ้นไป แต่น่าประหลาดที่ใบหน้าของมัจจุราชผู้ปลิดวิญญาณคนนี้ กลับดูคุ้นตาอย่างน่าอัศจรรย์ใจ
หน้าปกนวนิยาย คุณหนูปั่นป่วนตระกูลใหญ่
8.2
《คุณหนูปั่นป่วนตระกูลใหญ่》ถ่ายทอดเรื่องราวการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของหญิงสาวผู้เคยเป็นความภาคภูมิใจของตระกูล เธอเกิดมาในฐานะทายาทที่ถูกคาดหวังสูงสุด ทั้งความสามารถและพรสวรรค์ทำให้เธอถูกวางตัวให้เป็นศูนย์กลางของอนาคตครอบครัว แต่ชีวิตของเธอกลับเปลี่ยนไปเพราะความรักที่ยาวนานถึงเจ็ดปี เธอยอมสละทุกอย่าง ทั้งชื่อเสียง อนาคต และศักดิ์ศรี เพื่อช่วยชายที่เธอรักอย่างมู่จื่อเจว๋ ทั้งยังใช้ความสามารถของตนสร้างธุรกิจ สนับสนุนเขาจนตระกูลของเขาก้าวสู่ความรุ่งเรือง แต่ความทุ่มเททั้งหมดกลับถูกตอบแทนด้วยการหักหลัง เขาและเพื่อนสนิทที่เธอเคยไว้ใจร่วมกันวางแผน夺走ทุกอย่าง ทั้งบริษัท อำนาจ และชีวิตของเธอ เธอถูกทำให้หมดสติยาวนานถึงสามปี และในช่วงเวลานั้น เธอกลายเป็นเพียง “เงา” ที่ถูกกดทับอยู่บนเตียงโรงพยาบาล ขณะที่คนที่ทรยศเธอกลับใช้ชีวิตหรูหราและเย้ยหยันศักดิ์ศรีของเธออย่างไม่เกรงกลัว เมื่อเธอฟื้นขึ้นมา ทุกอย่างได้เปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง หญิงสาวที่เคยอ่อนโยนได้หายไป เหลือเพียงตัวตนที่เยือกเย็น เด็ดขาด และเต็มไปด้วยพลังในการเอาคืน เธอเริ่มต้นการชำระบัญชีอย่างไม่ลังเล เปิดโปงความจริงทั้งหมด ล้มล้างแผนการของคนทรยศ และทวงคืนทุกสิ่งที่เคยเป็นของเธอ ความสัมพันธ์ที่เคยพังทลายถูกฉีกออกทีละชั้น พร้อมเผยให้เห็นโครงสร้างอำนาจที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังโลกชนชั้นสูง ยิ่งเรื่องราวดำเนินไป ตัวตนที่แท้จริงของเธอก็ยิ่งถูกเปิดเผย เธอไม่ใช่เพียงหญิงสาวธรรมดา แต่คือทายาทตัวจริงของตระกูลใหญ่ระดับประเทศ อีกทั้งยังเป็นผู้ครอบครองความสามารถระดับนานาชาติ ทั้งด้านการต่อสู้และเครือข่ายอำนาจลับในโลกธุรกิจใต้ดิน การกลับมาของเธอทำให้วงการชนชั้นสูงสั่นสะเทือน ทุกตระกูลใหญ่ต้องหันมาจับตามอง ชายที่เคยทำร้ายเธอได้แต่คุกเข่าอ้อนวอนขอการให้อภัย แต่เธอไม่เหลือความรู้สึกเดิมอีกต่อไป ขณะที่อีกด้านหนึ่ง ชายผู้ทรงอิทธิพลระดับโลกที่รอคอยเธอมานานกว่าทศวรรษ ยังคงยืนอยู่เคียงข้างเธออย่างมั่นคง และในที่สุด เธอก็เลือกก้าวไปสู่เส้นทางใหม่ของตนเอง—เส้นทางของผู้หญิงที่ไม่ได้เป็นเหยื่ออีกต่อไป แต่เป็นผู้ควบคุมโชคชะตาของโลกทั้งใบอย่างแท้จริง
ตอน
อ่านเลย
แชร์