ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย ยอดดวงใจคนเถื่อน

ยอดดวงใจคนเถื่อน

ภวัต ชายหนุ่มผู้มีบุคลิกโผงผางพูดจาขวานผ่าซากแต่กลับมีจิตใจที่อ่อนโยนและรักครอบครัวเหนือสิ่งอื่นใด เขามั่นคงในความรักและเฝ้ารอคอยเพียงหญิงเดียวในดวงใจโดยไม่เคยปันใจให้ใคร อรนภัส เด็กสาวที่เขาเคยล้อเลียนในอดีตได้เติบโตเป็นหญิงสาวผู้งดงามซึ่งเขาจับจองและเฝ้ามองมาตั้งแต่เยาว์วัย ท่ามกลางความดิบเถื่อนภายนอกมีความรักอันแสนบริสุทธิ์ที่เขามอบให้เธอเพียงผู้เดียว ร่วมสัมผัสเส้นทางรักแท้ที่เปี่ยมไปด้วยความผูกพันของคนเถื่อนและยอดดวงใจของเขาได้ในนิยายเรื่องนี้
ตอน
แชร์

ตอน 1

สามปีก่อน...

“ดีใจที่ได้เจอนายอีกครั้ง”

กฤษณะตบไหล่เพื่อนเบาๆ ขณะพาเข้าบ้านหลังใหญ่

“ฉันก็ดีใจเช่นกัน บ้านนายร่มรื่นดีนะ”

ภวัตเอ่ยชมเมื่อมองไปรอบบ้าน

“นายเข้าไปพบพ่อแม่ฉันก่อน ท่านคงดีใจที่เจอนายอีกครั้ง”

กฤษณะเดินนำเพื่อนไปทางหลังบ้าน ซึ่งเป็นสวนดอกไม้ที่บิดามารดานั่งพักผ่อนอยู่ ภวัตเดินผ่านห้องโถงของตัวบ้าน เขาสะดุดตากับกรอบรูปถ่ายของหญิงสาวที่กำลังฉีกยิ้มกว้างขณะนั่งอยู่บนชิงช้า กฤษณะชะงักเมื่อเห็นเพื่อนหยุดเดิน ก่อนจะมองตามสายตาของภวัต

“น้องฉันเอง นายจำได้ไหม ยัยอรไง”

กฤษณะยิ้มแย้มเมื่อเอ่ยถึงน้องสาวคนรอง

“ส่วนโน่นนายกร นายจำได้หรือเปล่าไม่รู้”

กฤษณะชี้ไปยังกรอบรูปใกล้ๆ กันซึ่งเป็นรูปของปกรณ์น้องชายคนเล็ก

ภวัตเดินไปยังกรอบรูปของอรนภัสคล้ายคนละเมอ เขาหยิบขึ้นมาอย่างเผลอไผล ลูบไล้ไปตามโครงหน้าของสาวน้อยหน้าหวาน

“ทำไมจะจำไม่ได้”

ภวัตพูดกับเพื่อนแต่สายตาไม่ละจากรูปถ่ายของหญิงสาวนามว่าอรนภัส

“นี่! แก อย่าบอกนะว่า...” กฤษณะมองอาการของเพื่อนตาโต

“ฉันชอบน้องนายว่ะกฤษ ขอจองได้ไหมวะ”

“จอง!!” กฤษณะทวนคำของเพื่อน

“จองไปเป็นเมีย!!!”

คำตอบของเพื่อนทำให้กฤษณะตกใจ เงยหน้าสบตาเพื่อนนิ่ง สัมผัสได้ถึงความจริงใจและจริงจังในแววตาคู่นั้น

“เฮ้ย! แกพูดจริงเหรอ น้องฉันยังเรียนไม่จบนะ”

คนหวงน้องสาวรีบพูดกันท่าตามระเบียบ

“จริง ว่าแต่ยัยแก้มป่องยังก้นลายอยู่อีกไหม”

ภวัตตอบจริงจัง แล้วเอ่ยคำถามที่ทำให้เพื่อนหลุดหัวเราะขบขัน

“จะบ้าเหรอแก น้องฉันอายุสิบแปดแล้วนะ เริ่มเป็นสาวเต็มตัว หนุ่มๆ พากันติดตรึม และก้นก็ไม่ลายแล้วด้วย”

“หนุ่มๆ ติดตรึม” ภวัตทวนคำอย่างหวงๆ

“สีหน้าแก น้ำเสียงแก อย่าบอกนะว่าหวง”

“หวง”

ภวัตพูดเสียงขรึม ก่อนจะสะดุ้งนึกขึ้นได้แล้วเอ่ยถามออกไป “แกแอบดูก้นน้องแกเหรอไง”

“เฮ้ย!!! ไอ้บ้า ใครจะแอบดูก้นยัยอร ฉันเดาเอา พวกที่ตอนเด็กๆ มีรอยแผลเป็นตอนโตมักจะจางหายไปเองตามกาลเวลา... แกนี่ก็แปลก หวงทั้งๆ ที่ไม่เคยเห็นหน้า”

“ใครบอกว่าไม่เคยเห็น ตอนเด็กฉันเคยเห็นยัยแก้มป่อง ตอนไปหานายที่บ้านไง แถมโตขึ้นยังได้เห็นอีก”

ภวัตตอบ พร้อมกับเอามือลูบบนรูปถ่ายที่ถืออยู่เบาๆ

“เออ ลืมไปว่าบ้านเราติดกัน” กฤษณะเกาหัวไปมา

“ดูท่าทางแกจะเป็นเอามาก”

กฤษณะส่ายหน้าไปมาไม่จริงจังนักเมื่อเห็นเพื่อนจ้องรูปถ่ายของน้องสาวตาลอย

“บอกแล้วไงว่าขอจองก่อน แกช่วยดูด้วยแล้วกัน ห้ามหนุ่มๆ คนไหนเข้าใกล้ ไม่งั้นพ่อฉุด”

“เฮ้ย! ไอ้นี่” กฤษณะส่ายหน้ากับคำพูดของเพื่อนรัก

“ฉันสัญญาว่าจะให้น้องนายเรียนจบก่อน แล้วถึงจะเข้าไปทำความรู้จัก รับรองว่าตอนนี้ฉันไม่ไปกวนน้องนายให้เสียการเรียนแน่นอน” ภวัตยืนยันหนักแน่น

“ก็ได้ ถ้านายสัญญาว่าจะไม่ไปกวนใจยัยอร รอให้ยัยอรเรียนจบก่อน ฉันจะไม่ขัดขวางนายแน่นอน ถึงตอนนั้นหากนายยังไม่เปลี่ยนใจ”

ภวัตก้มมองรูปถ่ายที่อยู่ในมืออีกครั้งหนึ่ง แม้จะรู้สึกว่าสามปีมันช่างยาวนานนัก แต่เขาก็เต็มใจที่จะรอ

สามปีต่อมา...

อรนภัสชำระเงินค่าหนังสือก่อนจะรีบเดินออกจากร้าน

“อุ๊ย! ขอโทษค่ะ”

หญิงสาวรีบขอโทษเมื่อเดินชนกับร่างสูงของใครคนหนึ่ง

ภวัต สุทธนนท์ นายหัวหนุ่มวัยสามสิบหกก้มลงหยิบถุงหนังสือที่ร่วงหล่นลงพื้นส่งให้หญิงสาวตรงหน้า สายตาคมกริบกวาดตามองร่างโปร่งบางที่สวมเสื้อสีฟ้าแขนตุ๊กตากับกระโปรงสั้นแค่เข่าสีชมพูลายลูกไม้

เธอดูอ่อนหวานน่ากลืนกินไปทั้งตัว...

“ขอบคุณค่ะ”

อรนภัสกล่าวขอบคุณด้วยน้ำเสียงอ่อนหวาน ช้อนสายตามองใบหน้าคมสันที่จ้องเธอนิ่ง หัวใจสาวสั่นไหวรุนแรงเมื่อได้สบสายตาคมกริบสีสนิมคู่นั้น

ภวัตเองแทบหยุดหายใจ เมื่อได้มองหญิงสาวตรงหน้าเต็มๆ ตาแบบนี้ ใบหน้าหวานรูปหัวใจ ดวงตากลมโตสุกใสดั่งดวงดาวบนฟากฟ้า แพขนตางอนงามเป็นธรรมชาติ เวลากะพริบตาช่างดูงดงาม คิ้วเรียวโก่งเข้ารูป จมูกเล็กโด่งงาม ริมฝีปากเต็มอิ่มสีชมพูระเรื่อ เขาเลื่อนสายตาอ้อยอิ่งมายังเนินอกอวบ ก่อนจะก้มต่ำลงยังเอวคอดและสะโพกผาย ผิวเจ้าหล่อนขาวผุดผ่องดั่งหยวกกล้วย

ตัวจริงของเธอสวยกว่าในรูปหลายเท่านัก เขารอเวลานี้มานานกี่ปีแล้วนะ ล่าสุดคงจะเป็นตอนที่เธอแตกเนื้อสาว และเมื่อได้เห็นรูปถ่ายที่บ้านของเธออีกครั้ง ทำให้หลังจากนั้นเขาก็เฝ้าติดตามมองเธออยู่ห่างๆ หากย้อนเวลากลับไปเมื่อสิบกว่าปีก่อน เธอยังเป็นเด็กตัวเล็กที่เขาไม่คิดจะใส่ใจเช่น ณ ตอนนี้

“เอ่อ... ดิฉันต้องขอตัวก่อนนะคะ”

เมื่อถูกมองมากๆ เข้า เธอก็เริ่มรู้สึกประหม่า ปกติเจอสายตาของผู้ชายที่มองเธอแบบนี้ออกบ่อยๆ แต่ชายหนุ่มนิรนามตรงหน้าทำให้เธอเขินอายอย่างบอกไม่ถูก

สายตาของเขาเหมือนใครบางคนที่เธอเคยรู้จักเมื่อนานมาแล้ว...

“เดี๋ยวสิ”

มือหนารั้งเรียวแขนบอบบางเอาไว้ ดวงตาคมมองสบกับดวงตากลมโตสวยใสของสาวน้อยวัยยี่สิบเอ็ดที่มองมาอย่างตกใจ รีบสะบัดมือออกจากชายหนุ่ม

“คุณมีอะไรหรือคะ”

อรนภัสรีบเอ่ยถาม ค่อยๆ ก้าวถอยไปด้านหลัง ทิ้งระยะห่างพอสมควร

น้ำเสียงระแวดระวังนั้นทำให้ภวัตรู้สึกเสียหน้าเล็กน้อย...

“ฉันอยากรู้จักกับเธอน่ะ”

ภวัตบอกตามตรง อรนภัสถึงกับอ้าปากค้างทำหน้าเหลอหลา ถอยห่างยิ่งขึ้น แก้มแดงปลั่งด้วยความอายในท่าทีห่ามๆ ของเขา ที่จู่ๆ มาพูดว่าอยากรู้จักเธอแบบนี้ แถมมาทำสายตาเหมือนจะกลืนกินเธอซะขนาดนั้น ใครจะอยากรู้จักเขากันล่ะ

“อ้าวทำไมล่ะ ฉันแค่อยากรู้จัก ทำไมต้องกลัวขนาดนั้นด้วย”

เขาเลิกคิ้วคมเข้มขึ้นขณะเอ่ยถาม หญิงสาวทำให้เขารู้สึกเสียความมั่นใจพอสมควร มือหนาลูบหนวดเคราของตัวเอง หรือเธอจะคิดว่าเขาหน้าเหมือนมหาโจร ภวัตควบคุมอารมณ์เต็มที่ มือข้างหนึ่งซุกในกระเป๋ากางเกงยีนส์สีซีดด้วยท่าทีสบายๆ สายตาคมมองเธอไม่วาง ใบหน้าเรียบเฉยเคร่งขรึม อีกทั้งดวงตาร้อนแรงคู่นั้นทำให้อรนภัสได้แต่หลบสายตาด้วยหัวใจสั่นสะท้าน

“เอ่อ...ขอตัวก่อนนะคะ”

อรนภัสรีบบอกแล้วหันหลังวิ่งหนีเมื่อสามารถสลัดมือชายหนุ่มออกได้สำเร็จ

“เดี๋ยว”

ภวัตทำท่าจะเรียกแต่ก็ชะงัก มือหนาก้มลงเก็บกระดาษแผ่นเล็กที่ปลิวตกออกมาจากหนังสือของเธอขึ้นมาดู

‘ร้านอรเบเกอรี่’

ภวัตอ่านชื่อร้านและสถานที่ตั้ง รวมถึงเบอร์โทรศัพท์ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองร่างโปร่งบางที่วิ่งหนีไปด้วยสายตาคมกริบ

‘ถึงไม่แกล้งทำตกเอาไว้ให้ดูต่างหน้า พี่ก็หาน้องอรเจออยู่แล้ว’

ภวัตยัดกระดาษแผ่นนั้นลงในกระเป๋ากางเกงยีนส์ตัวเก่ง ก่อนจะเดินออกจากห้างสรรพสินค้าอย่างมั่นใจ

‘ติ๊งต๊อง’

เสียงกริ่งดังหน้าร้านทำให้อรนภัสรู้ว่ามีลูกค้าเดินเข้ามา หญิงสาวยิ้มบางๆ ขณะที่มือกำลังสาละวนอยู่กับงานตรงหน้า ก่อนจะเอ่ยเสียงหวาน โดยไม่ได้เงยหน้ามอง

“สวัสดีค่ะ ยินดีต้อนรับค่ะ เชิญนั่งก่อนนะคะ คะ...คุณ”

อรนภัสถึงกับชะงักเมื่อเห็นใบหน้าหล่อเหลาคมเข้มกำลังมองเธอไม่วาง ร่างสูงใหญ่บึกบึนยืนเท่อยู่ห่างจากเธอไม่ไกลมากนัก

เอ๊ะ! เขาเป็นคนที่เดินชนเธอเมื่อครึ่งชั่วโมงที่แล้วนี่นา!!!

ภวัตใช้สายตาคมกริบกวาดมองไปรอบๆ ร้านที่เปิดขายขนมและเครื่องดื่ม ก่อนจะหันกลับมามองใบหน้าสวยหวานที่อยู่ตรงหน้า การมองของชายหนุ่มเล่นเอาอรนภัสหายใจเข้าไม่ทั่วท้อง เมื่อเธอสานสบดวงตาคู่นั้น ทำให้เธอลนลานจนทำอะไรไม่ถูก แต่ในที่สุดหญิงสาวก็พยายามรวบรวมสมาธิสูดลมหายใจเข้าปอดแรงๆ จากนั้นก็ส่งรอยยิ้มหวานๆ ไปให้ลูกค้าหนุ่มตามมารยาท

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย มาเฟียร้ายพ่ายรัก
8.6
ภายใต้หน้ากากของชายหนุ่มผู้อ่อนโยนที่มีรอยยิ้มอันแสนอบอุ่นและเป็นมิตรประดับอยู่บนใบหน้าเสมอ กลับซ่อนเร้นตัวตนที่แท้จริงอันดำมืดและน่าเกรงขามเอาไว้อย่างมิดชิดเพื่อไม่ให้ใครล่วงรู้ ความลับของมาเฟียร้ายที่ใช้ความใจดีเป็นฉากบังหน้ากำลังรอวันที่จะถูกเปิดเผยออกมาในโลกที่เต็มไปด้วยอันตรายและเล่ห์เหลี่ยมของวงการสีเทา ซึ่งไม่มีใครคาดคิดเลยว่าความจริงที่ซ่อนอยู่ภายใต้ออร่าที่ดูแสนดีนั้นจะสามารถสั่นคลอนทุกความเชื่อใจที่มีได้
หน้าปกนวนิยาย โซ่คล้องใจ
8.9
ความรักของญี่ปุ่น ดีไซเนอร์สาวผู้มาดมั่น กลับเหมือนนาฬิกาทรายที่ว่างเปล่า เมื่อเธอต้องเผชิญกับความเกลียดชังจากแบงค์ วิศวกรหนุ่มที่ดูถูกว่าเธอไร้ค่า แม้จะเจ็บปวดที่ต้องรักคนไม่มีใจ แต่เธอก็เลือกโต้ตอบด้วยท่าทีประชดประชัน จนนำไปสู่ความขัดแย้งที่ทวีความรุนแรงขึ้น แบงค์คุกคามเธอด้วยอารมณ์เกรี้ยวกราดและแรงหึงหวงที่บ้าคลั่ง ท่ามกลางรอยร้าวและความทรงจำที่ร่วงหล่น ทั้งคู่ต้องติดอยู่ในวังวนของความสัมพันธ์ที่เต็มไปด้วยความรุนแรงและหยดน้ำตาที่ยากจะจางหาย
หน้าปกนวนิยาย หลังเลิกแฟนหนุ่มสารเลว ฉันแต่งงานสายฟ้ากับมหาเศรษฐี
9.6
หลังถูกแฟนเก่าทรยศ ซูจื่อยินตัดสินใจจดทะเบียนสมรสกับชายแปลกหน้าอย่างกะทันหัน เธอคิดว่าชีวิตคู่กับกู้หนานเฟิงจะเป็นเพียงความสัมพันธ์ที่เรียบง่าย แต่สามีสุดหล่อกลับคอยดูแลและปกป้องเธอในทุกวิกฤตจนทุกอย่างผ่านพ้นไปได้อย่างง่ายดาย แม้เขาจะเคยอ้างว่ากำลังจะล้มละลายจนเธอต้องขยันทำงานเลี้ยงครอบครัว แต่ความจริงกลับเปิดเผยว่าเขาคือมหาเศรษฐีอันดับหนึ่งของโลก การแต่งงานสายฟ้าแลบครั้งนี้จึงเปลี่ยนชีวิตของเธอให้กลายเป็นคุณนายเศรษฐีพันล้านโดยไม่คาดฝัน
หน้าปกนวนิยาย ความรักที่ไร้ค่า
9.1
เมื่อความเข้าใจผิดกลายเป็นชนวนเหตุแห่งความเกลียดชัง ท่ามกลางรอยร้าวกลับมีอีกหนึ่งชีวิตถือกำเนิดขึ้น กลายเป็นความสัมพันธ์ที่บิดเบี้ยวระหว่างคนที่รักหมดใจกับคนที่จงเกลียดจงชัง ในเกมที่คนโง่ตกเป็นเหยื่อของความฉลาด ความโกรธแค้นที่ขาดสติเกือบพรากชีวิตบริสุทธิ์ไปอย่างน่าเศร้า ตลอด 4 ปีที่ผ่านมา คำว่าครอบครัวจึงเต็มไปด้วยความเจ็บปวดแสนสาหัส มีเพียงสายใยเล็กๆ ที่เชื่อมโยงสองดวงใจเข้าไว้ด้วยกันในวันที่ความรักดูไร้ค่าและเต็มไปด้วยหยาดน้ำตา
หน้าปกนวนิยาย ไฟซ่อนเชื้อ [คู่กัด พ่อแง่แม่งอน]
9.8
Hataichanok is a sharp, confident woman who meets her match in Pawee, a calm man who has always been patient with her. However, his composure shatters when he discovers she used him as a mere pawn for revenge. After their marriage becomes a battlefield of deception, Pawee refuses to grant the divorce she craves. Consumed by betrayal, he decides to force her to pay the price for her schemes, trapping her in a high-stakes clash of emotions and hidden desires.
หน้าปกนวนิยาย Disguise ข่มรักร้ายนายมาเฟีย
8.7
มีหลายคนพร่ำบอกผมเสมอว่าอย่ายุ่งกับคนที่มีเจ้าของแล้ว แต่...แล้วไงใครแคร์ เธอเป็นแฟนของผู้ชายคนนั้น และเธอก็เป็นเมียผมเหมือนกัน ใครกินก่อนคนนั้นก็ต้องได้ ........................................................................ มันมีหลายเหตุผลที่ทำให้ เราสามคนได้พานมาพบเจอกัน ไม่รู้ว่าสิ่งนี้เรียกว่าพรมลิขิตหรือเวรกรรมกันแน่ อีกคนรูปหล่อและเพียบพร้อมดั่งเทพบุตร ส่วนอีกคนช่างแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง ไม่ใช่ว่าเขาหน้าตาไม่ดีหรืออะไร แต่เขาน่ะ...ทั้งหล่อ ทั้งโหดและโคตรเถื่อน นิสัยแบบนี้เกินที่ฉันจะรับไหวจริงๆ "เลือกเอาว่าจะมีผัว หรือกินลูกตะกั่ว ยอมไม่ยอมไหนตอบให้ชื่นใจ" "ขอกินลูกตะกั่วดีกว่า ท่าทางจะอร่อยกว่านายเยอะเลย" อุ๊ย! โทษที พอดีปากมันพล่อย