หน้าปกนวนิยาย Disguise ข่มรักร้ายนายมาเฟีย

Disguise ข่มรักร้ายนายมาเฟีย

8.7 / 10.0
มีหลายคนพร่ำบอกผมเสมอว่าอย่ายุ่งกับคนที่มีเจ้าของแล้ว แต่...แล้วไงใครแคร์ เธอเป็นแฟนของผู้ชายคนนั้น และเธอก็เป็นเมียผมเหมือนกัน ใครกินก่อนคนนั้นก็ต้องได้ ........................................................................ มันมีหลายเหตุผลที่ทำให้ เราสามคนได้พานมาพบเจอกัน ไม่รู้ว่าสิ่งนี้เรียกว่าพรมลิขิตหรือเวรกรรมกันแน่ อีกคนรูปหล่อและเพียบพร้อมดั่งเทพบุตร ส่วนอีกคนช่างแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง ไม่ใช่ว่าเขาหน้าตาไม่ดีหรืออะไร แต่เขาน่ะ...ทั้งหล่อ ทั้งโหดและโคตรเถื่อน นิสัยแบบนี้เกินที่ฉันจะรับไหวจริงๆ "เลือกเอาว่าจะมีผัว หรือกินลูกตะกั่ว ยอมไม่ยอมไหนตอบให้ชื่นใจ" "ขอกินลูกตะกั่วดีกว่า ท่าทางจะอร่อยกว่านายเยอะเลย" อุ๊ย! โทษที พอดีปากมันพล่อย

Disguise ข่มรักร้ายนายมาเฟีย ตอนที่ 1

คุณเคยมีความฝันหรือเปล่า?

ฝันว่าอยากมีอนาคตที่สบาย หรือฝันที่อยากจะอยู่กับคนที่คุณรักไปนานๆ

แน่นอนว่าทุกคนล้วนมีความฝันเป็นของตัวเองด้วยกันทั้งนั้น ซึ่งก็เหมือนกับผู้หญิงที่ชื่อ ‘เนโกะ’ คนนี้

เธอฝันที่อยากจะเรียนต่อสูงๆ และมีอนาคตที่ก้าวไกล แต่แล้ว...ความฝันของเธอทั้งหมดก็ต้องพังลงด้วยน้ำมือของผู้ชายคนนั้นที่ชื่อว่า ‘วายุ’

“ถอดเสื้อผ้าออกซะ!”

ร่างสูงตรงหน้าเอ่ยสั่งด้วยน้ำเสียงที่ดังลั่น สีหน้าและแววตาของเขาเหมือนเสือร้ายที่พร้อมจะขย้ำเหยื่อได้ทุกเมื่อ

“ฮึก...ไม่ค่ะ ได้โปรดปล่อยฉันไปเถอะนะ พ่อฉันติดหนี้พวกคุณเท่าไหร่เดี๋ยวฉันชดใช้ให้เอง”

เธอก็ได้แต่ร้องห่มร้องไห้ออกมาปานจะขาดใจ หยดน้ำตามากมายไหลพรากอาบแก้มเนียนไม่ขาดสาย แต่ผู้ชายตรงหน้ากลับไม่คิดจะสงสารหรือเห็นใจผู้หญิงตัวเล็กๆ อย่างเธอเลยสักนิด

“ก็ชดใช้ด้วยร่างกายของเธอไง ไม่เห็นต้องทำเรื่องง่ายๆ ให้เป็นเรื่องยาก”

เขาบอกว่ามันเป็นเรื่องง่ายๆ งั้นเหรอ? นี่น่ะมันคือเรื่องยากที่สุดในชีวิตของเธอแล้วล่ะ เธอจะไม่รู้สึกเสียใจและเจ็บปวดขนาดนี้ ถ้าหากว่าเธอ...ไม่มีคนรักของตัวเองอยู่ก่อนแล้ว

ผู้หญิงดีๆ ที่ไหนจะยอมมีอะไรกับคนอื่นทั้งที่ไม่ใช่คนรักของตัวเองจริงไหม?

ทำไมเธอต้องมาชดใช้ในสิ่งที่ตัวเองไม่ได้ก่อ และทำไมบุคคลที่ขึ้นชื่อว่าพ่อต้องส่งเธอมา ‘ขาย’ ให้กับพวกมาเฟียจิตใจโหดร้ายแบบนี้…

ฉันชื่อ ‘เนโกะ’ เป็นลูกครึ่งไทย-ญี่ปุ่น ตอนนี้ฉันเรียนจบปริญญาตรีแล้ว และกำลังคิดว่าจะไปต่อปริญญาโทที่ต่างประเทศ แต่ทว่าช่วงนี้พ่อของฉันเหมือนจะมีปัญหาเรื่องเงินๆ ทองๆ ฉันก็เลยไม่รู้ว่าอนาคตของตัวเองหลังจากนี้มันจะดำเนินไปในทางไหนกันแน่

ในขณะเดียวกันเพื่อนๆ ในกลุ่มฉันกลับได้เดินตามความฝันของตัวเองได้อย่างไม่ติดขัด

ฉันว่าจะลองสอบทุนเรียนต่อต่างประเทศดู แต่ก็ไม่ค่อยมั่นใจตัวเองเท่าไหร่ว่าจะทำได้หรือเปล่า เพราะฉันก็ไม่ได้เก่งอะไรขนาดนั้น

แต่ก็ยังโชคดีล่ะนะที่ฉันสามารถพูดได้สามภาษา ทั้งไทย ญี่ปุ่น และภาษาอังกฤษ แบบนี้มันก็พอที่จะทำให้ฉันก้าวหน้าได้เหมือนกัน

“เธอจะเรียนต่อโทที่ไหนเหรอเนโกะ”

‘ขวัญ’ เพื่อนสนิทของฉันเอ่ยถามขึ้นมา ก่อนหน้านี้พวกเพื่อนๆ ของฉันกำลังคุยเรื่องเรียนต่อกันอย่างออกรสชาติ แต่ฉันกลับต้องนั่งฟังเงียบๆ โดยไม่รู้ว่าควรจะแสดงความคิดเห็นยังไง

“ฉันยังไม่รู้เลย พอดีช่วงนี้พ่อมีปัญหานิดหน่อย”

หลังจากที่แม่เสียชีวิตด้วยอุบัติเหตุเมื่อสองปีก่อนอะไรมันก็ดูย้ำแย่ไปหมด

พ่อของฉันเสียใจจนไม่เป็นผู้เป็นคนไปหลายวัน และต่อจากนั้นนิสัยของพ่อก็เปลี่ยนไปจากหน้ามือเป็นหลังมือ

ถ้าเปลี่ยนไปในทางที่ดีฉันจะไม่ว่าอะไรเลย แต่นี่พ่อเปลี่ยนไปในทางที่แย่ลง

จากคนที่พูดจาดี และอ่อนโยน กลับกลายเป็นคนโมโหร้ายยิ่งกว่าอะไร บางทีเราก็ถึงขั้นทะเลาะกันรุนแรง ซึ่งฉันเองก็งงแทบทุกครั้งว่าตัวเองทำอะไรผิดนักหนา

“เก่งๆ อย่างเธอเดี๋ยวก็มีโอกาสเข้ามาหาเองแหละน่า อย่าพึ่งเครียดไปเลย” ‘ข้าว’ ที่เป็นเพื่อนสนิท และยังเป็นฝาแฝดกับขวัญพูดปลอบใจฉัน พร้อมกับเอื้อมมือมาตบที่ไหล่เบาๆ

“ตั้งแต่แม่ฉันเสียไปฉันก็ไม่คิดว่าตัวเองจะโชคดีอะไรขนาดนั้นนะ โอกาสที่เข้ามามันน่าจะเป็นโอกาสแย่ๆ มากกว่า”

ฉันไม่รู้ว่าคิดยังไงถึงพูดออกไปแบบนั้น ทั้งสีหน้าและน้ำเสียงที่แสดงออกไปมันแอบแฝงไปด้วยความเศร้าสร้อยและหม่นหมอง

โชคชะตาคงไม่เมตตาฉันอีกต่อไปแล้วล่ะ...

“คุยอะไรกันอยู่ครับสาวๆ”

เสียงทุ้มคุ้นหูดังแทรกขึ้นมาแต่ไกล แค่ได้เห็นหน้าเจ้าของเสียงบรรยากาศที่เคยหม่นเมื่อสักครู่ก็กลับมามีสีสันสดใสอีกครั้ง

ผู้ชายคนนี้ชื่อ ‘เต้’ เขาเป็นแฟนของฉันเอง เราคบหากันมาเกือบจะห้าปีแล้ว ความรักของเราไม่เคยจืดจาง และเขาก็เป็นคนเดียวที่อยู่เคียงข้างฉันตลอดมาในยามที่ฉันรู้สึกหมดกำลังใจ

ดูๆ แล้วความสัมพันธ์ของเรามันเหมือนจะดีใช่ไหมล่ะ แต่มันไม่ใช่อย่างนั้นหรอก เพราะครอบครัวของเขาไม่ค่อยชอบฉันเท่าไหร่

นี่ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่ฉันไม่อาจรู้ได้ว่าในอนาคตเรื่องระหว่างเรามันจะเป็นเช่นไร

ฉันเห็นมานักต่อนักแล้วที่หลายคู่มักจะเลิกลากันเพราะปัญหานี้ แต่ก็ช่างมันเถอะ บางทีเราสองคนคงไม่จบกันด้วยปัญหานี้หรอก อุตส่าห์คบกันมาได้นานขนาดนี้แล้วหนิเนอะ

จริงๆ แล้วเต้เป็นผู้ชายที่ดีมาก ตลอดเวลาที่คบหากันเขาทั้งสุภาพบุรุษและให้เกียรติฉัน ไม่เคยล่วงเกินอะไรฉันเลย ทำได้มากสุดก็แค่จับมือกับหอมแก้ม

ซึ่งฉันก็พอใจที่เขาเป็นแบบนี้ มันทำให้ฉันรู้ว่าเขาเห็นคุณค่าของความรักมากกว่าร่างกาย

มาคิดๆ ดูแล้วฉันคงหาผู้ชายที่เพอร์เฟ็กต์และเพียบพร้อมเหมือนอย่างเขาไม่ได้อีกแล้วล่ะ

“คุยกันเรื่องทั่วๆ ไปน่ะค่ะ แล้วนี่เต้ไปทำธุระให้แม่เสร็จแล้วเหรอ”

ฉันขยับที่เพื่อให้เต้นั่งลงข้างๆ ใบหน้าหล่อเกลี้ยงเกลาส่งยิ้มอ่อนโยนมาให้ ก่อนจะนั่งลง

“เสร็จแล้วครับ”

“ไหนๆ เต้ก็มาแล้วงั้นฉันกับข้าวขอตัวก่อนนะ เหม็นกลิ่นความรัก”

ขวัญพูดแซวยิ้มๆ มือบางเอื้อมไปคว้าข้อมือข้าวฝาแฝดของเธอ แล้วพากันเก็บของชิ่งหนีไปโดยที่ฉันปริปากพูดอะไรแทบไม่ทัน

“เพื่อนหนีไปแล้ว งั้นเราไปหาอะไรทานกันมั้ยเนโกะ”

“ค่ะ” ฉันรีบพยักหน้าตอบรับพร้อมรอยยิ้มหวาน นานๆ ทีเราสองคนถึงจะมีเวลาไปไหนด้วยกัน เพราะเต้ไม่ค่อยว่างเท่าไหร่ เนื่องจากเขาต้องไปคอยคุยเรื่องธุรกิจให้กับครอบครัว

เต้เป็นลูกครึ่งไทย-จีน ธุรกิจทางบ้านของเขาเลยมีทั้งสาขาไทยและจีน ด้วยเหตุนี้เต้เลยมักจะบินไปที่จีนบ่อยๆ เขาไม่ค่อยมีเวลาว่างให้ฉันมากนัก ซึ่งฉันก็ไม่ได้เรียกร้องอะไร เพราะเข้าใจเขาดีว่าเขาเป็นลูกชายคนเดียวของบ้าน จึงไม่แปลกที่เขาจะต้องสานต่อธุรกิจของครอบครัว และไม่แปลกที่พ่อกับแม่ของเขาจะหวงเขามากขนาดนี้

และฉันก็เชื่อว่าอีกไม่นานต้องมีการหาแฟนให้กันแน่ๆ

เต้พาฉันเดินไปขึ้นรถยนต์ของเขาที่จอดอยู่ ก่อนจะเปิดประตูเพื่อให้ฉันเข้าไปนั่ง

วันแรกเขาสุภาพกับฉันแบบไหนวันนี้เขาก็ยังคงสุภาพไม่เปลี่ยนแปลง ไม่ว่ากาลเวลาจะผ่านไปเนิ่นนานแค่ไหน เต้ก็ยังคงทำตัวเสมอต้นเสมอปลายกับฉัน

แล้วแบบนี้จะให้ฉันปล่อยผู้ชายดีๆ อย่างนี้ไปได้ยังไงล่ะ...

“ธุรกิจที่บ้านเป็นยังไงบ้างคะ ช่วงนี้เราเห็นเต้ไปคุยธุระให้แม่บ่อยมากเลย เหนื่อยหรือเปล่า”

ฉันเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเป็นห่วงเป็นใย ขณะที่เต้ก็กำลังสตาร์ทรถเพื่อขับเคลื่อนออกไปบนท้องถนน

“นิดหน่อยครับ แต่พอได้ยินเนโกะถาม เต้ก็หายเหนื่อยแล้ว”

รอยยิ้มเล็กๆ กระตุกขึ้นที่มุมปากหนา ซึ่งก็ไม่ต่างกับฉันที่กำลังนั่งอมยิ้มเขินอายเป็นบ้าเป็นหลังอยู่คนเดียว

“แล้วนี่เต้ต้องบินไปดูสาขาที่จีนบ้างหรือเปล่าคะ”

“อืม...เต้ลืมบอกไปเลย”

น้ำเสียงทุ้มต่ำที่ดูผ่อนคลายสบายๆ ในตอนแรกแปรเปลี่ยนมาเคร่งเครียดในฉับพลัน จนฉันต้องหันไปมองเสี้ยวหน้าด้านข้างของเขา

“อะไรคะ?” คิ้วของฉันเลิกขึ้นสูง ท่าทีแบบนี้ของเต้ทำให้ฉันรู้ล่วงหน้าได้เลยว่ามันคงไม่ใช่เรื่องดี

“เต้ต้องไปดูแลสาขาที่จีนเป็นเวลาหนึ่งปีน่ะ พอดีจะมีคนมาร่วมหุ้นด้วย พ่อกับแม่ก็เลยอยากให้เต้เข้าไปดูแลแบบใกล้ชิด”

“พ่อกับแม่ทำถูกแล้วล่ะค่ะ เต้เข้าไปดูแลเองน่ะดีแล้วธุรกิจจะได้รุ่งเรืองขึ้น และไม่มีอุปสรรค์อะไร”

เต้เป็นคนเก่งและฉลาด หัวของเขามีพรสวรรค์ในด้านบริหารงาน ฉันว่ายังไงถ้าได้เขาเข้าไปดูแลทุกอย่างเองมันก็ย่อมส่งผลดี

“เนโกะเข้าใจเต้ใช่มั้ยครับ เต้ขอโทษนะที่ไม่มีเวลาให้”

อ่านต่อ

สารบัญ Disguise ข่มรักร้ายนายมาเฟีย

Ch. 1 Ch. 2 Ch. 3
Ch. 4
Ch. 5
Ch. 6
Ch. 7
Ch. 8
Ch. 9
Ch. 10
Ch. 11
all

คุณอาจจะชอบ

นิยายมาใหม่

หน้าปกนวนิยาย หลังหย่า อดีตภรรยา นายอาจเอื้อมไม่ถึง
9.1
ห้าปีก่อนซางหว่านยอมสละชีวิตปกป้องเผยจี๋จนเธอไม่สามารถตั้งครรภ์ได้อีกตลอดไป แม้เขาจะเคยลั่นวาจาว่าไม่ต้องการมีทายาท แต่สุดท้ายเขากลับเปลี่ยนใจและเลือกใช้ซูเซวี่ยนักศึกษาสาวที่มีใบหน้าคล้ายคลึงกับซางหว่านมาเป็นแม่อุ้มบุญเพื่อผลิตทายาทให้ตนเอง โดยที่เผยจี๋ไม่เคยเฉลียวใจเลยว่าข้อเสนอที่แสนเห็นแก่ตัวในครั้งนี้ จะกลายเป็นฟางเส้นสุดท้ายที่ทำให้ซางหว่านตัดสินใจเดินออกไปจากชีวิตของเขาอย่างถาวรและไม่หวนกลับมาหาเขาอีกเลย
หน้าปกนวนิยาย หยั่งรากฝากรัก
8.3
เมื่อก่อนจิรายุเคยขับไสไล่ส่งดรีมจนเธอหายไปจากชีวิต แต่พอเธอกลับมาในลุคใหม่ที่ไม่แยแสเขาอีกต่อไป เขากลับเป็นฝ่ายที่อยากทวงคืนหัวใจเธอ ทว่าอุปสรรคครั้งนี้ใหญ่หลวงนัก เพราะนอกจากจะมีหนุ่มๆ มาคอยขายขนมจีบแล้ว เธอยังพยายามหลบหน้าเขาแทบทุกวิถีทาง ที่ซ้ำร้ายไปกว่านั้นคือพ่อแม่ของเขาที่เคยเชียร์กลับเปลี่ยนมาขัดขวาง โดยประกาศกร้าวว่าผู้ชายคนไหนก็ได้ยกเว้นลูกชายตัวเองที่จะได้คู่กับดรีม งานนี้เขาจะขุดรากรักที่ฝังลึกในใจให้กลับมาเบ่งบานได้สำเร็จหรือไม่
หน้าปกนวนิยาย ฉากรักในคืนฝนโปรย
8.2
เธอ…คือแม่หม้ายป้ายแดง ส่วนเขา…คือหนุ่มหล่อผู้หลงรักแม่หม้าย เธอใจแข็งเป็นหิน ส่วนเขาก็ตื้อเท่านั้นที่จะครองโลก -------------------------------------- ณาณีมเปิดและส่งรูปของราฮีมที่เธอแอบถ่ายชายหนุ่มไว้ไปให้ทั้งสองได้ดูผ่านไลน์ ณิการ์และธัญมณกรี๊ดกร๊าดเป็นการใหญ่ เพราะราฮีมหล่อและดูดีกว่าที่คิดไว้มาก “แกจะปิดกั้นตัวเองทำไมยะ ในเมื่อมีผู้ชายดีๆ เดินเข้ามา แกก็รับเขาไว้พิจารณาสิ” ณิการ์ที่ได้ฟังเรื่องราวทุกอย่างเอ่ยขึ้น “แต่ฉันไม่อยากวนกลับไปใช้ชีวิตแต่งงานอีกนี่แก” แม้จะอยากเปิดใจให้ราฮีม แต่สิ่งที่ณาณีมกลัวคือการแต่งงาน การต้องใช้ชีวิตด้วยกันทั้งวันทั้งคืน “ก็อยู่กันไปแบบนี้ ไม่ต้องแต่ง” “ก็คิดว่าจะไม่แต่ง แต่ฉันกับเขาก็ต้องมีเซ็กซ์กัน ฉันจะทำได้เหรอ ในเมื่อสิบสามปีที่ผ่านมาของฉัน มีแค่พี่แดนคนเดียว” นี่คืออีกเรื่องที่ณาณีมกังวล “ของใหม่ๆ คนใหม่ มันอาจทำให้อารมณ์แกซู่ซ่าก็ได้ ชีวิตเป็นของแก แล้วตอนนี้แกก็โสดแล้ว” ธัญมณเอ่ยขึ้นบ้าง นั่นทำเอาณิการ์ที่ปกติลุคจะแรงที่สุดของกลุ่มถึงกับอุทานออกมา “หืม…” “แกเป็นเจ้าของจิ๊มิแต่เพียงผู้เดียวยัยณา แกจะใช้กับใครมันก็สิทธิ์อันชอบธรรมของแก เพราะแกโตแล้ว...เข้าใจ๋” ประโยคนี้ยังเป็นของธัญมณ แต่ดูเหมือนณาณีมจะเข้าใจอะไรยาก “ไม่เข้าใจ” “โอ๊ย! ยัยณา ชีวิตนี้แกจะเจอดุ้นแค่อันเดียวเหรอยะ เลิกกับพี่แดนแล้วแกจะเอาปูนมาโบกจิ๊มิ ไม่ยอมให้ดุ้นอันอื่นผ่านเลยก็ใช่เรื่อง แก่จนอายุจะสามสิบห้า แถมยังมาเป็นหม้ายเอาตอนนี้อีก มดลูกก็ฝ่อลงไปทุกวัน มีของดีติดอยู่กับตัวเอง ทำไมไม่ใช้ กลัวอะไร” ณิการ์เริ่มตามธัญมณทัน และยุณาณีมมันเสียเลย “กลัวสารพัดสิ่งอ่ะ กลัวจนไม่กล้าไปหมด” “งั้นวันไหนที่คุณราฮีมกลับมาเมืองไทย ให้ฉันไปทดสอบความฟิตและความอึดให้เอาไหม งานนี้ฟรี ไม่คิดค่าเสียหาย” “ยัยปุ้ยบ้า เดี๋ยวผัวแกก็เอาปืนมายิงแสกหน้าคุณราฮีมกันพอดี” ณาณีมแหวใส่ความคิดบ้าๆ ของเพื่อน “เท่าที่แกเล่ามา ดูเหมือนยัยพราวก็ทำท่าจะชอบคุณราฮีมอยู่ไม่น้อย วันดีคืนดีพราวคาบไปกิน จะมานั่งเสียใจไม่ได้แล้วนะยะ” “โอ๊ย!...นั่นยิ่งไม่ได้ใหญ่” คนมาปรึกษาเริ่มหัวเสีย ส่วนคนให้คำปรึกษาก็ชักจะสนุก ที่สามารถแหย่จนณาณีมเผยความรู้สึกของตัวเองออกมาแบบนี้ “นั่นก็ไม่ได้ นี่ก็ไม่ได้ ยอมรับมาเถอะ ว่าแกเองก็ชอบคุณราฮีมอยู่” “แกว่าถ้าฉันจะรักใครใหม่ มันไม่เร็วไปเหรอ ทั้งๆ ที่ฉันเพิ่งหย่า” นี่คือสิ่งที่ณาณีมกังวลอยู่เหมือนกัน เธออยากเป็นโสดให้นานกว่านี้ สองสามปี หรือมากกว่านี้ก็ได้ “ไม่เร็ว ช้าไปด้วยซ้ำ เพราะชีวิตมันต้องเดินไปข้างหน้า ไม่ใช่จมปลัก เอาอดีตมาเป็นกำแพง” ----------------------------------------- “ผมรู้สึกแปลกๆ อยากให้คุณช่วย” เสียงอู้อี้ของราฮีมเอ่ยตอบ เพราะยังคงเอามือปิดปากไว้อยู่ “ช่วยอะไรคะ?” สีหน้าของณาณีมเต็มไปด้วยเครื่องหมายคำถาม นั่นเพราะยังไม่เข้าใจว่าราฮีมเป็นอะไร และเขาอยากให้เธอช่วยอะไร “ช่วยถอนพิษให้ผมหน่อย” “ถอนพิษ พิษอะไร” ตอนนี้สีหน้าของณาณีมยิ่งงงเข้าไปใหญ่ “ก็พิษจากลิปสติกสีแดงๆ ของคุณพราวที่มันติดอยู่บนปากของผมตอนนี้ไง” “คุณราฮีม…อื้อ…” พอฟังจบณาณีมก็ทำท่าจะขยับหนี แต่ราฮีมกลับไวกว่ามาก ชายหนุ่มใช้มือที่ปิดปากตัวเองไว้เมื่อครู่ เอื้อมมารวบตัวณาณีมเข้าไปกอด จากนั้นก็โน้มใบหน้าลงมาจูบเธออย่างรวดเร็ว และนี่คือวิธีถอนพิษที่เขาเอ่ย ณาณีมอึ้ง ทำตัวไม่ถูก สมองสั่งงานให้ผลักราฮีมออกห่าง แต่ร่างกายกลับตรงกันข้าม เพราะมันไม่ทำตามที่เธอสั่งเลย ตั้งแต่เกิดมาเธอเคยจูบกับผู้ชายแค่คนเดียวนั่นคือดาวิน เธอจำไม่ได้ว่าจูบครั้งล่าสุดกับดาวินเมื่อไหร่ และเพราะจำไม่ได้ จึงลืมเลือนรสจูบของอดีตสามีไปจากความรู้สึกเช่นกัน เวลานี้หัวใจของณาณีมเต้นแรงมาก รู้สึกวาบหวามกับจูบที่ราฮีมมอบให้จนควบคุมตัวเองไม่ได้ จูบที่ทำให้เธอขนลุกซู่ ร่างกายไหวระริกเหมือนเด็กสาว และนั่นก็ทำให้ณาณีมเผลอจูบชายหนุ่มกลับไปเช่นกัน ถ้าไม่ติดว่านี่มันริมถนน ราฮีมคงอุ้มณาณีมไปบนเตียงแล้วก็ทำตามที่ใจเขาเรียกร้องแล้ว “คุณจูบเก่งกว่าที่ผมคิดไว้เสียอีก” เขาจำเป็นต้องถอนจูบออก และรู้สึกว่าตอนนี้ ฝนกำลังโปรยปรายลงมาจากท้องฟ้า “ก็ฉันผ่านเรื่องพวกนี้มาแล้วนิ” “แล้วทำไมใจต้องเต้นแรงแบบนี้ด้วย ลมหายใจคุณก็ร้อน” เพราะความใกล้ชิด ทำให้ราฮีมได้ยินเสียงเต้นของหัวใจณาณีมชัดมาก มิหนำซ้ำเวลานี้ตัวเธอก็ร้อนผ่าวเหมือนคนมีไข้
หน้าปกนวนิยาย คืนหนึ่งกับเขา
8.2
เบลซ อาร์เดน วอน ทายาทมหาเศรษฐีและนักศึกษาแพทย์ผู้เพียบพร้อม เจ้าของฉายาเจ้าชายน้ำแข็งผู้เย็นชา เขาได้เผชิญหน้ากับ เอซ แดกซ์ตัน หัวหน้าแก๊งมาเฟียสุดอันตรายที่ช่ำชองเรื่องความสัมพันธ์ชั่วข้ามคืน แม้ทั้งสองจะเรียนที่เดียวกันแต่ไม่เคยโคจรมาพบกัน จนกระทั่งเบลซตัดสินใจท้าทายอำนาจมืดด้วยสายตาและคำพูดที่เต็มไปด้วยความนัย เขาหยิบยื่นข้อเสนอสุดช็อกให้เอซลองมีสัมพันธ์กับตนเพียงหนึ่งคืน ท่ามกลางความตึงเครียดและแรงดึงดูดที่ยากจะต้านทาน คืนเดียวนี้จะเปลี่ยนความสงสัยให้กลายเป็นความปรารถนาที่ไม่อาจลืมเลือน
หน้าปกนวนิยาย  เสน่ห์ดาวมหา'ลัย (25+)
9.8
เรื่องราวความสัมพันธ์อันซับซ้อนของเดช ชายหนุ่มผู้ก้าวเข้าสู่โลกที่เต็มไปด้วยเสน่ห์และแรงดึงดูด เมื่อชีวิตของเขาต้องเข้าไปพัวพันกับกลุ่มหญิงสาวระดับดาวมหาวิทยาลัยพร้อมกันหลายคน นำไปสู่เหตุการณ์ที่เต็มไปด้วยความหลงใหลและการบริหารเสน่ห์ที่ยากจะถอนตัว ท่ามกลางความวุ่นวายในรั้วมหาวิทยาลัยที่ความรักและความปรารถนามาบรรจบกัน เขาต้องรับมือกับความสัมพันธ์ที่หลากหลายและเข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ ในแบบที่เขาไม่เคยคาดคิดมาก่อน
หน้าปกนวนิยาย หวงรักเมียบังเอิญ
9.0
พบูสาวโสดวัยยี่สิบสี่ปีที่เพิ่งตกงาน ตัดสินใจออกเดินทางพักใจบนเรือสำราญหรูด้วยตั๋วฟรีที่ได้มาอย่างโชคดี ทว่าทริปในฝันกลับกลายเป็นพันธนาการที่เธอไม่อาจหลีกหนี เมื่อได้พบกับอาเชอร์ ชายหนุ่มผู้มั่งคั่งที่ถูกดึงดูดด้วยความงามราวกับดอกไม้ของเธอ เขาพยายามเข้าหาด้วยเล่ห์กลเพื่อเอาชนะการต่อต้านของหญิงสาว แต่เมื่อเขาได้ครอบครองเธอสมใจและตั้งใจจะสลัดทิ้ง อาเชอร์กลับพบว่าความรู้สึกที่มีต่อเมียบังเอิญคนนี้ซับซ้อนเกินกว่าจะตัดใจได้ง่ายอย่างที่คิดไว้
ตอน
อ่านเลย
แชร์