ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย ยอดดวงใจคนเถื่อน

ยอดดวงใจคนเถื่อน

ภวัต ชายหนุ่มผู้มีบุคลิกโผงผางพูดจาขวานผ่าซากแต่กลับมีจิตใจที่อ่อนโยนและรักครอบครัวเหนือสิ่งอื่นใด เขามั่นคงในความรักและเฝ้ารอคอยเพียงหญิงเดียวในดวงใจโดยไม่เคยปันใจให้ใคร อรนภัส เด็กสาวที่เขาเคยล้อเลียนในอดีตได้เติบโตเป็นหญิงสาวผู้งดงามซึ่งเขาจับจองและเฝ้ามองมาตั้งแต่เยาว์วัย ท่ามกลางความดิบเถื่อนภายนอกมีความรักอันแสนบริสุทธิ์ที่เขามอบให้เธอเพียงผู้เดียว ร่วมสัมผัสเส้นทางรักแท้ที่เปี่ยมไปด้วยความผูกพันของคนเถื่อนและยอดดวงใจของเขาได้ในนิยายเรื่องนี้
ตอน
แชร์

ตอน 2

สมัยเด็กๆ เวลาเธอหลุดคำหยาบคายออกมามักจะโดนบิดามารดาดุเสมอ ท่านมักสอนว่า เราอยากให้คนอื่นพูดหรือปฏิบัติกับเราเช่นไร เราควรจะพูดหรือปฏิบัติกับเขาเช่นนั้น

เฮ้อ! เธอไม่อยากคิดเข้าข้างตัวเองเลยว่าเขาจะตามเธอมา

“เชิญนั่งก่อนนะคะ จะรับอะไรดีคะ”

เธอรีบหยิบเมนูยื่นให้ชายหนุ่มที่เดินเข้าไปนั่งที่โต๊ะด้วยท่าทีแสนสบาย

ภวัตเอื้อมไปรับเมนูมาถือ พร้อมกับรวบมือหญิงสาวเอาไว้แน่น อรนภัสมองอย่างหวาดระแวงและตำหนิ จากนั้นจึงรีบดึงมือออกเดินถอยหลังห่างไปหลายก้าว ภวัตยกมือขึ้นสูดดมกลิ่นหอมละมุน จนหญิงสาวเผลอเม้มริมฝีปาก...

“คุณตามฉันมาเหรอคะ”

“ใช่”

เขาตอบรับ ตวัดมองร่างโปร่งบางของคนตรงหน้าด้วยสายตาที่ทำให้อีกฝ่ายร้อนๆ หนาวๆ

“คุณ!” อรนภัสหันรีหันขวาง ทำให้ภวัตจำต้องปรามเธอไว้

“อ้าว คุณเชื้อเชิญผมมาเองนะ”

นายหัวหนุ่มเฉลย พร้อมวางเมนูขนมและเครื่องดื่มต่างๆ ลงอย่างไม่ใส่ใจสักนิด

“ฉันนี่นะเป็นคนเชื้อเชิญคุณ เปล่าเสียหน่อย”

อรนภัสชี้มือมายังตัวเองแบบงุนงงแล้วเอ่ยถามออกไปด้วยน้ำเสียงตื่นตระหนกกับสิ่งที่เขาปรักปรำ

“ใช่ เธอแกล้งทำนามบัตรหล่นเอาไว้ ฉันเลยมาตามคำเชื้อเชิญ”

ภวัตตอบเสียงเรียบ เอนพิงหลังไปยังพนักเก้าอี้อย่างสบายอารมณ์

“เอ่อ... ไม่ใช่ค่ะ ดิฉันไม่ได้แกล้งทำตกนะคะ”

อรนภัสรีบปฏิเสธเสียงระรัว จ้องมองคนตรงหน้าอึ้งๆ ที่ช่างคิดไปได้

คนอะไรหลงตัวเองจัง!

“ช่างมันเถอะ ฉันเข้าใจแล้ว”

เขาโบกไม้โบกมือเหมือนเข้าใจ แต่ท่าทางกวนโมโหนั้นทำให้เธอเม้มริมฝีปากแน่นอย่างขัดใจเอามากๆ คำว่าเข้าใจของเขามันคือเข้าใจว่าอะไรล่ะ? เข้าใจว่าเธอจงใจเชื้อเชิญเขาหรือไง?

“คุณเข้าใจว่ายังไงคะ”

อรนภัสไม่ปล่อยให้มันผ่านไปง่ายๆ เธอไม่อยากให้เขาคิดว่าเธออ่อยเขาเสียหน่อย

“อยู่ร้านคนเดียวเหรอ เป็นเจ้าของร้านหรือลูกจ้างล่ะ”

ชายหนุ่มไม่ตอบแต่เอ่ยถามแทน อยากชวนเธอสนทนา แม้ว่าจะรู้ข้อมูลของเธอดี

แหม...ก็เขาจีบสาวไม่เป็นนี่นาเลยต้องนึกหาคำพูดก่อน

“ฉันเป็นเจ้าของร้านค่ะ พอดีวันนี้ลูกน้องลาหยุด ทำให้ต้องอยู่ร้านคนเดียว”

เธอตอบอย่างภูมิใจที่สามารถมีกิจการเป็นของตัวเอง ภวัตหลุบตาคมลงเพื่อซ่อนแววตาบางอย่างเอาไว้

ภายในร้านของเธอมีขนม เครื่องดื่ม เครื่องหอมที่ทำจากสมุนไพร คนยุคใหม่หันมาสนใจสุขภาพกันมาก เขาได้ยินกฤษณะพี่ชายของเธอเล่าให้ฟังว่าเธอเรียนจบด้านวิทยาศาสตร์การอาหาร จึงมีความรู้ในการนำอาหารมาแปรรูป รวมถึงสมุนไพรต่างๆ หญิงสาวนำเอาส่วนผสมของสมุนไพรมาเป็นวัตถุดิบในการทำขนม ทำให้มีกลิ่นหอมอร่อยจนเขาติดใจเมื่อเพื่อนรักเอามาให้ลองชิมหลายครั้ง

นอกจากจะจีบอรนภัสไปเป็นเมียได้แล้ว ยังได้ผลประโยชน์ในทางธุรกิจอีกด้วย โดยการให้เธอลองแปรรูปผลิตผลทางการเกษตรเสียเลย

“ฉันอยากดื่มกาแฟกับขนมอะไรก็ได้ที่เธอคิดว่าอร่อยที่สุดในร้าน”

เขาเอ่ยบอกมิได้สนใจเมนูที่เธอยื่นให้ก่อนหน้า ดวงตาคมสบกับดวงตาหวานใส หญิงสาวทนไม่ไหวกลับต้องเป็นฝ่ายหลบสายตาด้วยหัวใจที่เต้นรัว

ร่างโปร่งบางแต่ซุกซ่อนความอวบอิ่มอันน่าปรารถนาจำต้องเดินไปจัดเครื่องดื่มและขนมมาให้เขาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เธอจำต้องเป็นเจ้าของร้านที่ดีบริการลูกค้าอย่างเต็มที่

สายตาคมกริบมองตามร่างหญิงสาวไม่วาง ไม่ว่าเธอจะอยู่ในอิริยาบถใดก็ตาม ทำเอาคนที่ถูกจ้องมองถึงกับเขิน หยิบจับอะไรผิดๆ ถูกๆ ไปหมด จนอรนภัสนำเครื่องดื่มและขนมที่เธอคิดว่าอร่อยที่สุดในร้านมาเสิร์ฟให้ลูกค้าหนุ่ม

“กาแฟหวานไปนะ”

ภวัตจิบกาแฟหอมกรุ่นแล้วเงยหน้าวิจารณ์ตรงๆ

“หวานไปเหรอคะ”

อรนภัสหน้าเสียเล็กน้อย กลัวลูกค้าห่ามๆ อย่างเขาจะไม่พอใจ

“หวานมาก”

ภวัตตอบนิ่งๆ สายตาคมดุมองร่างสูงโปร่งกลมกลึง อรนภัสเผลอหน้าแดงค้อนให้คนตรงหน้า

“ตามสบายนะคะ ฉันขอตัวก่อนค่ะ” เธอรีบบอกเมื่อเขานั่งจ้องจนเธออายแทบอยากมุดพื้นหนี

“เดี๋ยวสิ ตอนนี้ยังไม่มีลูกค้า มานั่งคุยกันก่อน ฉันอยากหาเพื่อนคุย นั่งคนเดียวมันเหงา”

เขาพูดรั้งเธอไว้ อรนภัสชะงักหันมามอง แลซ้ายแลขวา ปรากฏว่าไม่มีลูกค้าจริงๆ จึงจำต้องนั่งลงตรงข้ามกับเขา

โห...คนอะไรยังมีหน้ามาบอกว่าเหงาอีก เหตุผลเขาฟังไม่ขึ้นเลย อรนภัสนึกค่อนขอดในใจ

ภวัตแสดงสีหน้าพึงพอใจเมื่อหญิงสาวยอมนั่งคุยกับเขาดีๆ

“อย่างที่บอก ฉันอยากรู้จักกับเธอ”

ชายหนุ่มบอกความประสงค์ของตนเอง ด้วยสายตาที่มุ่งมั่น

“ทำไมคุณถึงอยากรู้จักฉันล่ะคะ”

อรนภัสใจกล้าถามเขาออกไป แม้จะหวั่นๆ กับสายตาคู่คมนั้น

“ฉันสนใจเธอ”

ภวัตวางถ้วยกาแฟที่จิบแล้วบอกตามตรงอีกเช่นเคย

“คะ” อรนภัสลุกขึ้นจากเก้าอี้เหมือนถูกไฟช็อต

“ทำไมเหรอ เธอมีแฟนแล้วหรือไง ฉันเป็นคนตรงๆ ไม่ชอบอ้อมค้อม ฉันอยากจีบเธอ เธอจะได้รู้แล้วเตรียมตัวเตรียมใจเอาไว้รอยังไงล่ะ”

ชายหนุ่มพูดหน้าตาเฉยแต่แก้มแดงก่ำอย่างห้ามไม่อยู่

จะอ้อมค้อมทำไม บอกไปตรงๆ นี่แหละ ด้านได้อายอด ภวัตคิดในใจ

“เอ่อ...คะ”

หญิงสาวร้องอุทานอีกครั้ง ไม่อยากคิดว่าตัวเองตาฝาดที่เห็นแก้มเขาแดงๆ แถมแดงทั้งหน้า ใบหู หญิงสาวหลุบตาลงต่ำ แอบยิ้มขำคนห่ามๆ ตรงหน้า ไม่คิดว่าเขาจะขี้อายด้วย หน้าตาท่าทางไม่น่าบ่งบอกเลยจริงๆ เอากับเขาสิ

ภวัตปรับสีหน้ารวดเร็ว กลับมานั่งนิ่งมองเธอด้วยสายตาล้ำลึก อรนภัสเผลอกัดริมฝีปากตัวเอง ดูเขาเป็นคนวางอำนาจใช่เล่น นิสัยติดจะสั่ง เอาจริงเอาจัง แต่ดูตรงไปตรงมา ออกจะเถื่อนๆ ดุๆ ด้วยซ้ำ แต่ไม่คิดว่าจะขี้อาย

คนอะไรพูดออกมาแบบนั้น เธอก็อายนะ แต่ทำไมหนอหัวใจเจ้ากรรมกลับรู้สึกชอบเขาอยู่เหมือนกัน

ตายแล้ว!!!

อรนภัสส่ายหัวให้กับความคิดวาบหวามของตัวเอง ใบหน้าแดงเรื่อยืนบิดมือไปมาทำให้ภวัตมองด้วยสายตาอบอุ่นระคนเอ็นดู

“นั่งลงก่อนสิ ฉันไม่ชอบให้เด็กมายืนค้ำหัว”

คนวางอำนาจเอ่ยบอกพร้อมทอดสายตามองคล้ายข่มเธอ

ให้ตายเถอะ อีตาแก่บ้า เธอได้ไม่พูดคำหยาบ แต่คงว่าเขาในใจได้นะ!!!

แล้วนี่เขามาว่าเธอเป็นเด็กเหรอ อรนภัสนั่งลงตรงหน้ามองเขาไม่หลบบ้าง แสร้งทำเป็นใจดีสู้เสือ แต่ว่าเขาเหมือนสิงห์เสียมากกว่า สิงโตที่มีขนใต้คางเยอะๆ น่าลูบอะไรประมาณนั้น คิกๆ

“ทำเป็นเก่ง ปากที่เม้มน่ะ สั่นไปหมดแล้ว”

ภวัตหลุบตามองริมฝีปากอิ่มที่สั่นและเม้มเข้าหากัน อรนภัสสะบัดค้อนให้คนตรงหน้า ที่เขารู้ทันเธอไปหมด

“ชื่ออรใช่ไหม”

“ค่ะ คุณรู้ได้ยังไงคะนี่” เธอถามกลับตาปริบๆ

“แล้วชื่อจริงล่ะ”

คนอยากชวนคุยแสร้งถาม เอาเข้าจริงๆ ไม่รู้จะพูดอะไรดี เกิดมาจนอายุสามสิบกว่ายังไม่เคยจีบผู้หญิงมาก่อนเลย มีแต่ผู้หญิงเข้ามาจีบ นี่ซ้อมพูดแล้วพูดอีก คำถามมันเลยดูแข็งๆ ไปหน่อย จะให้เขามานั่งพูดจาหวานๆ ก็ทำไม่เป็น ถ้าไม่ได้ดั่งใจจะจับปล้ำเอาซะเลย

“จะสอบถามประวัติสัมภาษณ์งานหรือไงคะ” อรนภัสประชดให้

“ไม่ใช่ แค่อยากรู้ว่า... ว่าที่เมียในอนาคตชื่ออะไรต่างหาก”

เขาไม่อยากจะบอกว่ารู้แล้ว เพียงแต่หาเรื่องชวนเธอคุยเท่านั้น

“คุณ...”

“ฉันชื่อ ภวัต สุทธนนท์ ตอนนี้อายุย่างเข้าสามสิบหก ยังโสดไม่มีเมีย แต่ตอนนี้เจอแล้วว่าที่เมีย อีกไม่นานจะไปสู่ขอ ถ้าไม่ยอมตกลงจะฉุดกลับบ้านเสียเลย”

อรนภัสหน้าแดงซ่านเมื่อได้ยินคำพูดนั้น เธออ้าปากค้าง สะบัดค้อนให้คนพูดจาขวานผ่าซาก

“หยาบคาย”

“ตรงไหนที่บอกว่าหยาบคาย ฉันชอบเธอจริงๆ ยังไม่ตอบเลยว่ามีแฟนแล้วหรือยัง” เขาถามอย่างคาดคั้น เธอไม่ชอบเลยจริงๆ

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย ทาสสวาทเงาเสน่หา
9.1
เมื่อความสาวและศักดิ์ศรีถูกตีค่าเป็นเงินเพียงห้าแสนบาท เดือนอ้ายจึงต้องยอมตกอยู่ในสถานะทาสสวาทของจักรพัฒน์เพื่อชดใช้หนี้สิน แม้เธอจะมอบทั้งกายและใจให้ชายผู้เป็นเจ้าของชีวิตด้วยความหวังว่าจะได้รับรักแท้ตอบแทน แต่สำหรับเขานั้นเธอกลับเป็นได้เพียงนางบำเรอผู้ไร้ตัวตน เพราะในสายตาของจักรพัฒน์ เดือนอ้ายคือเงาสะท้อนของแพรพราวคนรักเก่าเท่านั้น ไม่ว่าเธอจะทุ่มเททำทุกอย่างเพื่อเขามากเพียงใด เธอก็ไม่อาจแทนที่ตัวจริงในใจเขาได้เลย
หน้าปกนวนิยาย ชีวิตที่เหลือขอไม่เกี่ยวกันอีก
7.9
แม้จะให้คำมั่นไว้อย่างเด็ดขาดว่าจะตัดขาดและไม่ขอกลับมาเผชิญหน้ากับเขาอีก ทว่าโชคชะตากลับพลิกผันบีบคั้นให้เธอต้องวนเวียนอยู่ข้างกายชายที่ตั้งใจจะหนีห่าง กลายเป็นการผิดสัญญาที่สร้างความอึดอัดใจอย่างแสนสาหัส ซ้ำร้ายเธอยังพบว่าร่างกายถูกแทรกซึมด้วยพิษประหลาดอย่างเงียบงัน พิษร้ายนี้ลุกลามจนเกือบปลิดชีพเธอ และสิ่งที่สร้างความร้าวรานยิ่งกว่าคือมันได้ทำลายโอกาสในการให้กำเนิดบุตรที่แข็งแรงไปตลอดกาล หญิงสาวต้องแบกรับบาดแผลฉกรรจ์ทั้งทางร่างกายและจิตใจ จมดิ่งอยู่ในวังวนแห่งความเจ็บปวดที่ไร้หนทางหลบหนี
หน้าปกนวนิยาย แฟนเก่าอย่าหวง(ก้าง)18+
9.0
เมื่อความสัมพันธ์จบลงนาเดียจึงต้องการตัดขาดจากขุนพล แฟนเก่าที่เลิกกันไปนานหลายปี ทว่าเขากลับไม่ยอมปล่อยมือและพยายามรุกรานชีวิตเธอด้วยเจตนาที่น่าสงสัย แม้จะพยายามหนีแต่ความใกล้ชิดที่เขายัดเยียดมาให้กลับทำให้หัวใจเธอเริ่มสั่นคลอน ขุนพลยังทำตัวเป็นหมาหวงก้างที่คอยขัดขวางทุกคนที่เข้าหาเธอ จนนำไปสู่ความวุ่นวายที่ยิ่งแก้ก็ยิ่งรัดตัวนาเดียให้ติดหนึบอยู่กับผู้ชายเฮ็งซวยคนนี้อย่างเลี่ยงไม่ได้ในที่สุด
หน้าปกนวนิยาย กลรักซาตานร้าย
8.6
ความรักของนาตาเซียและลูคัสเต็มไปด้วยอุปสรรคและห่างไกลจากคำว่าโรแมนติกในฝัน เมื่อนาตาเซียตัดสินใจหนีจากการถูกบังคับให้แต่งงานเพื่อหวังจะมีอิสระ ทว่าโชคชะตากลับเล่นตลกให้เธอต้องมาเผชิญหน้ากับลูคัส ชายหนุ่มผู้มีหัวใจบอบช้ำและจมปลักอยู่กับความสูญเสียคนรักจากอุบัติเหตุในอดีต การพบกันครั้งนี้จึงเปรียบเสมือนการหนีเสือปะจระเข้ที่นำพาเธอเข้าสู่กรงขังแห่งความแค้นและพันธนาการที่ยากจะคาดเดาได้
หน้าปกนวนิยาย เด็ก..บ้านนอก
8.0
เรื่องราวความรักสุดโรแมนติกที่เกิดขึ้นเมื่อชายหนุ่มผู้ใช้ชีวิตท่ามกลางความวุ่นวายในเมืองหลวงได้มีโอกาสพบเจอกับหญิงสาวชาวบ้านผู้มีเสน่ห์อันเรียบง่ายและจริงใจ ความแตกต่างของภูมิหลังและวิถีชีวิตกลับไม่ใช่กำแพงกั้น เมื่อหัวใจของหนุ่มกรุงเริ่มหวั่นไหวและตกหลุมรักในความอ่อนโยนของสาวบ้านไร่เข้าอย่างจัง นำไปสู่ความสัมพันธ์ที่แสนอบอุ่นท่ามกลางบรรยากาศธรรมชาติที่ช่วยหลอมรวมใจสองดวงให้กลายเป็นหนึ่งเดียวในนิยายรักร่วมสมัยที่ตราตรึงใจ
หน้าปกนวนิยาย ใจร้ายคืนรัก
8.0
มรสุมชีวิตพรากทั้งบิดาและชายคนรักไปจากใบหยก ทิ้งให้เธอต้องเผชิญชะตากรรมในฐานะลูกนอกสมรสที่ถูกขับไล่จากบ้านพร้อมแม่ผู้พิการทางสายตา ท่ามกลางความสิ้นหวังเธอกลับได้พบชายหนุ่มผู้มั่งคั่งที่มีใบหน้าเหมือนคนรักเก่าราวกับเป็นคนเดียวกัน ทว่าเขากลับอยู่ในฐานะคู่ควงของพี่สาวต่างมารดา แม้แรงดึงดูดจะทำให้หัวใจที่บอบช้ำเริ่มมีความหวังและรอยยิ้มอีกครั้ง แต่สุดท้ายเธอกลับพบว่าตัวตนที่แสนดีของเขานั้นอาจเป็นเพียงภาพลวงตาที่ซ่อนความโหดร้ายเอาไว้