ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย แนบรักสลักใจ

แนบรักสลักใจ

มัลลิกากานต์ต้องทนทุกข์กับความโดดเดี่ยวเมื่อถูกคมคายผลักไสออกจากชีวิตอย่างไม่ใยดีมาโดยตลอด ทว่าในวันที่เธอเริ่มกลับมาเข้มแข็ง เขากลับปรากฏตัวขึ้นอีกครั้งพร้อมประกาศกร้าวว่าเธอคือสมบัติส่วนตัวที่เขาแสนจะหวงแหน ชายหนุ่มผู้เห็นแก่ตัวใช้ความเร่าร้อนและสิทธิ์ความเป็นเจ้าของเข้าครอบงำพร้อมคำขู่ว่าหากเธอขัดขืนจนเขาเกิดความหวงระแวง เธออาจจะต้องเจ็บตัว บทพิสูจน์ความรักครั้งใหม่ที่เต็มไปด้วยความเอาแต่ใจและพันธนาการที่เธอไม่อาจหลีกหนีได้จึงเริ่มต้นขึ้น
ตอน
แชร์

ตอน 2

ทันทีที่รู้เรื่องอุบัติเหตุ แม้คมคายจะอยู่ต่างประเทศก็ได้สั่งการให้รัฐกรจัดการเรื่องนี้ทันที ไม่เป็นการยากสักนิดในการสืบเสาะหาตัวคนทำ เขาปล่อยให้มันได้ใจ ลำพองฮึกเหิมกับสิ่งที่พวกมันทำ กระทั่งงานศพของบิดามารดาผ่านพ้นไป จากนั้นรวบตัวพวกมันมาเซ่นสังเวยเถ้ากระดูก

ชายหนุ่มระบายความเจ็บแค้นด้วยการกระหน่ำหมัดและเท้าประเคนใส่โดยไม่สนเนื้อตัวแตกเลือดโชกส่งกลิ่นคาวคละคลุ้ง ในสมองของเขาราวหลุดเข้าไปอีกโลก ที่มีแค่เขากับมัน เขารู้แค่อยากจะฆ่ามันให้ตายช้าๆ ให้ทรมานแสนสาหัสจนลมหายใจเฮือกสุดท้าย มันควรจะเป็นแบบนั้น

และเพราะแบบนั้น เสียงโหยหวนอันเกิดจากความเจ็บปวดจึงดังระงมโกดังอีกครั้ง เนิ่นนาน พอๆ กับสภาพยับเยินของผู้ทุรยศที่ทำเอาผู้ชายตัวโตในห้องเกิดอาการอยากเมินหน้าหนี นี่เป็นครั้งแรกที่ได้เห็นเจ้านายหนุ่มโกรธจัด

ท่ามกลางความกดดันในมวลอากาศ โทรศัพท์ของรัฐกรมีสายเรียกเข้า เขาส่งมีดคืนชายฉกรรจ์คนหนึ่งก่อนรับสาย ไม่กี่วินาทีเบี่ยงโทรศัพท์ออกห่างตัวเล็กน้อยพร้อมรายงานผู้เป็นนาย

“คนของเรารายงานมาว่ารวบตัวพวกที่หนีไปได้หมดแล้ว คุณคาร์ลจะให้จัดการยังไงดี”

“ฆ่าให้หมด”

“อีกเรื่อง มันรู้แล้วว่าครอบครัวไอ้เหี้ยนี่อยู่ที่ไหน ตอนนี้มันประกบตัวอยู่”

คำรายงานนั้นทำให้เชลยทั้งหมดหูผึ่ง สีหน้าตกตะลึง โดยเฉพาะอดีตผู้ดูแลกาสิโน มันคาดไม่ถึงว่าครอบครัวที่เขาส่งไปไกลแสนไกลจะตกอยู่ในเงื้อมมือของพวกมันง่ายดาย

“ไม่จริง!”

อาการผวา แววตาหวาดหวั่นของไอ้ตัวหัวหน้าที่บังอาจมาทำร้ายพ่อแม่เขา ทำให้คมคายกระตุกยิ้มเย็น ออกคำสั่งเยือกเย็นไม่ต่างจากสีหน้า

“เก็บซะ”

“ไม่!!!”

รัฐกรไม่สนเสียงตะเบ็งโหยหวนและกลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งโกดัง เลื่อนโทรศัพท์มาถ่ายทอดคำสั่งออกไปก่อนวางสาย

“กูฆ่ามึงแน่ไอ้คาร์ล!!!”

“มึงมันสมควรตาย” คมคายแค่นเสียงลอดไรฟัน สะบัดร่างโชกเลือดกระเด็นออกห่าง เอ่ยเสียงเย็น “แต่มึงควรอยู่ อยู่รอดูว่าพ่อมึงตายยังไง แม่มึงตายแบบไหน คนในครอบครัวมึงต้องมีจุดจบก็เพราะความชั่วที่มึงทำ”

“ไอ้สัตว์! ไอ้ปีศาจ!”

มันร่ำร้องคั่งแค้น คมคายไม่สนใจ

“อย่าให้มันตายง่ายๆ”

มันสมควรตาย แต่ต้องตายให้ช้าที่สุดและทรมานที่สุด

“ฉันจะมาเล่นสนุกกับมันทุกวัน”

ลูกน้องวัยฉกรรจ์ต่างเข้าใจสารนั้นเป็นอย่างดี มุมปากพวกมันกระตุกยิ้มสะใจ

“กูจะฆ่ามึง ไอ้คาร์ล! กูจะฆ่ามึง!!!”

คมคายไม่แม้แต่จะปรายตามองซากร่างโชกเลือดพวกนั้นเมื่อเสียงร้องโหยหวนเจ็บแค้นของมันดังขึ้น นับครั้งได้ที่เขาจะโกรธจัดและลงมือจัดการใครสักคนด้วยตัวเอง

เลือดล้างด้วยเลือด... เหมาะสมแล้ว

ร่างสูงสง่าผึ่งผายเพราะส่วนหนึ่งมีเชื้อสายตะวันตกเดินออกจากโกดัง ล้วงบุหรี่ส่งเข้าปาก อัดควันเข้าปอดลึกๆ

วันนี้ไม่มีหลักฐานว่ามันทำงานให้ใครอีก สักวันเขาต้องรู้แน่ ขอให้พวกมันฉลาดให้สมกับที่คิดเล่นงานศิลาลักษณ์

ถ้าวันนั้นมาถึง เขาไม่เอาพวกมันไว้แน่ ความตายยังปรานีเกินไป

“จัดการด้วย”

“ครับคุณคาร์ล”

รัฐกรรับคำเสียงเรียบใบหน้าเรียบนิ่งไม่ต่างจากผู้เป็นเจ้านาย คล้อยหลังร่างสูงสง่าก้าวออกไปจากโกดังแล้ว เขาหันไปสั่งงานกับคนอื่นๆ ขณะเหลือบมองไอ้พวกไม่รักตัวกลัวตายที่ริอ่านแหย่ขาเข้ากรงเสือ

บุหรี่อึกสุดท้ายถูกอัดลงปอด ร่างสูงหยุดยืนใต้ต้นมะม่วงใหญ่ห่างจากตัวบ้านประมาณห้าร้อยเมตร

คมคายถอนหายใจยาว ขับไล่ความอัดอั้นทั้งมวล ตามองไปยังบ้านหลังมหึมาในความรู้สึกเขา ใครๆ เรียกมันว่าคฤหาสน์ พรั่งพร้อมด้วยข้าทาสบริวารและเครื่องอำนวยความสะดวก ในวันนี้สำหรับเขา มันช่างเงียบเหงาและใหญ่เกินไป เมื่อข้างในนั้นไม่มีพ่อและแม่อีกแล้ว

พวกท่านจากไปกะทันหัน เขาไม่มีโอกาสดูใจด้วยซ้ำ

นิ้วเรียวแข็งดีดก้นบุหรี่ทิ้ง และคงเดินกลับเข้าตัวตึกถ้าไม่ได้ยินเสียงเคลื่อนไหวเบาๆ หลังต้นไม้ คิ้วเข้มย่นเล็กน้อย เดินเงียบเชียบอ้อมมาอีกด้าน

ร่างผอมบางของเด็กสาววัยสิบเก้าปีนั่งกอดเข่าโยกตัวเบาๆ ท่าทางเหม่อลอย

มะลิ...

เจ้าของร่างนั้นก็เหมือนรู้ว่าไม่ได้อยู่ลำพัง ใบหน้าจิ้มลิ้มหันมา ดวงตาเรียวสวยเบิกเล็กน้อยเมื่อเจอเขา จากนั้นเป็นการลนลานลุกขึ้นยืนก้มหน้า ส่งเสียงแผ่วเบา

“คุณคาร์ล”

“มาทำอะไรตรงนี้”

ด้วยที่ตัวเขาสูงใหญ่กว่าเมื่อก้าวเข้าหาอีกก้าวจึงข่มร่างบอบบางให้ดูเล็กจ้อยลงไปอีก

“เปล่าค่ะ”

เขาเห็นมือเรียวบางขยุ้มกระโปรงสีดำแน่น แวบหนึ่งที่เธอเงยหน้ามอง แววเศร้าในดวงตา พานให้หัวใจมืดครึ้มมากขึ้นไปอีก เด็กสาวตรงหน้าเป็นลูกสาวของอดีตแม่บ้าน เขารู้เรื่องของหล่อนคร่าวๆ ว่าถูกแฟนทิ้งขณะท้องอ่อนมาหางานทำ แม่เขาสงสารจึงรับไว้ และเมื่อหล่อนคลอดลูกออกมาเป็นเด็กผู้หญิง พ่อและแม่ที่มีเขาเป็นลูกชายเพียงคนเดียวจึงให้ความเอ็นดูเด็กน้อยกำพร้าคนนี้มากถึงขนาดตั้งชื่อให้เมื่อตอนแรกเกิดว่า ‘มัลลิกากานต์’ เมื่อแม่บ้านเสียชีวิตหลังคลอดลูกไม่นาน ท่านจึงนำเด็กน้อยขึ้นมาเลี้ยงในตึกใหญ่ เธออยู่ในความดูแลของแม่ตั้งแต่นั้นมากระทั่งบัดนี้

แม้ไม่ได้มอบตำแหน่งใดๆ ให้ มัลลิกากานต์ยังได้รับความเกรงใจและเอ็นดูจากคนงาน

“กลัวเหรอ”

“...”

อีกครั้งที่เขาเห็นวาวรื้นในดวงตา ถ้อยคำที่เคยพูดก็ดังขึ้นมา

“กลัวแล้วทำไมมาหลบอยู่คนเดียว โง่หรือฉลาด”

ย้อนกลับไปหลายปีก่อน เด็กหญิงมัลลิกากานต์ตัวเล็กเวลาตกใจหรือกลัวมักจะหลบไปมุดใต้เตียงไม่ก็หนีมาแอบในสวน เขาที่โตกว่าสิบปีพลอยเอ็นดูไปด้วย มักจะแกล้งขยำผมยาวหยิก หยอกล้อ ดึงร่างเล็กมาอุ้ม ลูบแผ่นหลังไปมา

มือหนาเผลอยกขึ้นตามความเคยชิน ก่อนที่เขาจะมองเห็นเลือด จึงพลิกตัวหันหลังให้ เอ่ยเรียบเบา

“ไม่ต้องกลัว”

เธออาจกำลังเคว้ง... เมื่อผู้อุปการะทั้งสองจากไป

เสียงของเขาคงไปปลดล็อกบางอย่างในตัวเธอ ชายเสื้อด้านหลังถูกจับขยุ้มกำ ในจังหวะที่เขากำลังจะก้าวเข้าบ้าน ไม่มีเสียงร้องไห้ แค่เสื้อที่ค่อยๆ ถูกขยุ้มจนแน่น คมคายรับรู้ถึงจังหวะหายใจที่ไม่ปกติ ร่างสูงยืนนิ่งเงียบ ปล่อยให้เสียงสะอื้นแผ่วเบาดังอยู่อย่างนั้น...

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย ร้อยเล่ห์กลหัวใจ
9.2
“ไม่รู้เรื่องได้ยังไง ถ้าไม่ใช่เพราะเธอ ฉันคงไม่ถูกแม่บังคับให้ต้องแต่งงาน” “อ๋อ...หวงชีวิตโสด” ธีรนัยน์เสียงขลุกขลักในลำคอ “คนอะไรไม่เจียมสังขารเอาเสียเลย แก่จวนจะเข้าโลงอยู่แล้วยังทำตัวลอยชาย มุดห้องนี้ออกห้องโน้นอยู่ได้ นอนไม่หลับหรือไงถ้าไม่มีตุ๊กตามีชีวิตนอนเคียงข้างน่ะ” “ถามตัวเองดีกว่ามั้งลูกตาล เพราะฉันคนนี้ไม่อยู่ในห้องนอนให้เธอกอดไม่ใช่หรือไง เธอถึงได้หงุดหงิด จนต้องออกมาเดินตากลมชมดาวบนท้องฟ้าคนเดียวน่ะ” “เปล่า ฉันกำลังหาทางทำให้คุณล้มเลิกความคิดบ้าๆ นั่นต่างหากล่ะ ไม่เสียเวลามาคิดเรื่องไม่มีคนให้นอดกอดหรอกย่ะ” โชคดีที่ได้รู้เรื่องจากนิสากรมาก่อน ทำให้เธอพอมีเวลาคิดหาคำพูดโน้มน้าวใจให้สิงขรยกเลิกความคิด
หน้าปกนวนิยาย รักร้อนเพลิงปรารถนา (ภาคต่อรักร้อนเพลิงริษยา)
8.0
กัญติญาถูกจองจำในพันธนาการเพื่อรับบทลงโทษทัณฑ์อันป่าเถื่อนจากรัฐศาสตร์ ชายหนุ่มผู้เต็มไปด้วยความโกรธแค้นและแรงหึงหวง เขาใช้กำลังขืนใจเธออย่างไร้ความปรานีเพื่อสั่งสอนให้หลาบจำ พร้อมทั้งใช้ชีวิตของเคนจิโร่และบิดาเป็นเครื่องมือข่มขู่ไม่ให้เธอคิดหนี แม้กัญติญาจะต้องเผชิญกับความเจ็บปวดทั้งร่างกายและจิตใจจนแทบขาดใจ แต่เธอก็จำต้องอดทนต่อสู้กับชะตากรรมที่โหดร้ายนี้ ท่ามกลางความสับสนในใจของรัฐศาสตร์ที่ทวีความหวงแหนในตัวเธออย่างรุนแรงจนยากจะถอนตัว
หน้าปกนวนิยาย สถานะนางบำเรอ
8.3
ในฐานะนางบำเรอผู้ไร้ค่า เธอไม่มีสิทธิ์เรียกร้องความเมตตาหรือขอความเห็นใจใดๆ สิ่งเดียวที่ทำได้คือการก้มหน้ายอมรับความเจ็บปวดแสนสาหัสที่เขาหยิบยื่นให้ด้วยความเต็มใจ เธอจำต้องอดทนต่อสู้กับความทรมานนี้เพียงเพื่อเฝ้ารอคอยให้ถึงวันที่เขาจะสะใจในความทุกข์ของเธอจนยอมปล่อยให้เธอเดินจากไปเพื่อเป็นอิสระเสียที ท่ามกลางพันธนาการที่ไร้ทางออกนี้ เธอทำได้เพียงรอเวลาที่เขาจะเลิกราไปเองเท่านั้น
หน้าปกนวนิยาย Black Boy, Bad Boy จับพ่อหนุ่มตัวร้ายมาติวรัก
9.8
ละอองฟองต้องเผชิญวิกฤตชีวิตครั้งใหญ่เมื่อพ่อแม่ตัดขาดความช่วยเหลือทางการเงินจนเธอต้องหาทางเรียนต่อเอง ซ้ำร้ายยังตกงานและถูกทวงค่าเช่าห้องในวันเดียวกัน ท่ามกลางความมืดแปดด้านเธอกลับได้รับข้อเสนอให้เป็นติวเตอร์ส่วนตัว ทว่างานนี้มาพร้อมเงื่อนไขสุดหินคือห้ามหวั่นไหวหรือตกหลุมรักลูกศิษย์โดยเด็ดขาด หากทำไม่ได้นอกจากจะชวดเงินค่าจ้างทั้งหมดแล้ว เธอยังต้องชดใช้ค่าปรับมหาศาลถึงสิบเท่าซึ่งเป็นเดิมพันที่เธอจะพลาดไม่ได้แม้แต่เพียงนิดเดียว
หน้าปกนวนิยาย ขออีกครั้ง (ซีรีส์หลงเมีย)
9.8
เมื่อความสัมพันธ์ครั้งเก่าถูกรื้อฟื้น แมธธิวตัดสินใจเอ่ยปากขอโอกาสจากพราวด์อีกครั้ง ทว่าคำขอของเขาไม่ได้หมายถึงเพียงแค่การเริ่มต้นใหม่ แต่ยังแฝงนัยสำคัญที่สื่อถึงความปรารถนาลึกซึ้ง ฝ่ายหญิงสาวเองก็พร้อมเผชิญหน้าอย่างเร่าร้อน เธอใช้เสน่ห์เย้ายวนยั่วเย้าจนชายหนุ่มยากจะต้านทาน ท่ามกลางบรรยากาศที่เต็มไปด้วยแรงดึงดูด พราวด์เลือกที่จะท้าทายให้เขาลงมือทำมากกว่าเพียงแค่คำพูด บทพิสูจน์รักครั้งนี้จึงเต็มไปด้วยความมั่นใจและการรุกกลับที่เหนือชั้นของนางเอกสายสตรอง
หน้าปกนวนิยาย รักเพียงใจ
8.4
เพียงใจจำใจรับคำเชิญไปร่วมงานแต่งงานของน้ำตาล เพื่อนสนิทที่กำลังจะเข้าพิธีวิวาห์กับวิชญ์ในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า แม้ภายนอกเธอจะฝืนยิ้มตอบตกลง แต่ภายในใจกลับเต็มไปด้วยความทุกข์ระทม เมื่อผู้ชายที่กำลังจะเป็นเจ้าบ่าวคนนั้นคือพ่อของลูกในท้องที่นับวันจะยิ่งเติบโตขึ้นเรื่อยๆ เธอจะรวบรวมความกล้าหอบลูกไปเผชิญหน้ากับเขาในฐานะแขกได้อย่างไร ในเมื่อความจริงที่ซ่อนอยู่ช่างเจ็บปวดและบีบคั้นหัวใจเกินกว่าจะแบกรับไหว