ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย แนบรักสลักใจ

แนบรักสลักใจ

มัลลิกากานต์ต้องทนทุกข์กับความโดดเดี่ยวเมื่อถูกคมคายผลักไสออกจากชีวิตอย่างไม่ใยดีมาโดยตลอด ทว่าในวันที่เธอเริ่มกลับมาเข้มแข็ง เขากลับปรากฏตัวขึ้นอีกครั้งพร้อมประกาศกร้าวว่าเธอคือสมบัติส่วนตัวที่เขาแสนจะหวงแหน ชายหนุ่มผู้เห็นแก่ตัวใช้ความเร่าร้อนและสิทธิ์ความเป็นเจ้าของเข้าครอบงำพร้อมคำขู่ว่าหากเธอขัดขืนจนเขาเกิดความหวงระแวง เธออาจจะต้องเจ็บตัว บทพิสูจน์ความรักครั้งใหม่ที่เต็มไปด้วยความเอาแต่ใจและพันธนาการที่เธอไม่อาจหลีกหนีได้จึงเริ่มต้นขึ้น
ตอน
แชร์

ตอน 3

จิตใจหมุนวนไปเมื่อหลายปีก่อน

เขาที่โตกว่าเด็กหญิงมัลลิกากานต์สิบปี เวลาที่เธอร้องไห้หนีมาแอบ เขามักเป็นคนที่เจอตัวเธอ

“กลัวแล้วทำไมมาหลบอยู่นี่คนเดียว โง่หรือฉลาด”

“...”

“คุณคาร์ลไม่ให้ใครมาทำอะไรหนูลิหรอก”

“จริงนะ” เด็กน้อย ป.3 เงยหน้าถามทั้งน้ำตา

“เธอเป็นคนของศิลาลักษณ์ ใครทำเธอก็เหมือนทำศิลาลักษณ์ มันต้องชดใช้ ฉันให้เวลาร้องจนฉันเดินถึงประตูบ้าน ก้าวเข้าบ้านแล้วน้ำตายังไม่แห้งจะไม่โอ๋แล้ว อยู่บ้านนี้ต้องเข้มแข็ง ไม่กลัวอะไรทั้งนั้น คนของศิลาลักษณ์จะได้รับการปกป้อง เข้าใจหรือเปล่า”

เด็กน้อยพยักหน้าถูไถไปมากับซอกคอ ร่างสูงก้าวเนิบช้าตรงไปยังคฤหาสน์หลังใหญ่

มุมปากได้รูปหยักลงเล็กน้อย เข้ามาภายในบ้านแล้ว เจ้าตัวเล็กยังไม่หยุดร้อง เอ่ยเสียงดุขรึม

“ดื้อไม่เปลี่ยน ทิ้งลงพื้นซะดีไหม”

เด็กน้อยได้ยินยิ่งซุกหน้าแนบต้นคอหนา กอดรอบไหล่แข็งแน่นด้วยกลัวจะถูกปล่อยลงพื้น จึงไม่ได้เห็นประกายตาคมอ่อนแสงขณะหลุบมองตัวเธอ

คมคายในวัยสิบเก้าปีส่ายหน้า ที่พูดไปก็เพียงข่มขู่เล่น ยิ่งได้เห็นวงหน้าเล็กแอบมองพร้อมทำปากยื่นใส่อย่างเด็กดื้อในตอนที่คิดว่าเขาไม่มอง ใจแข็งทิ้งลงพื้นไม่ลง แม้ระอาแต่ความเอ็นดูมีอยู่มาก เขาสรุปเอาว่า มันเป็นความคุ้นเคย เพราะเห็นเจ้าตัวเล็กมาแต่เกิด

มัลลิกากานต์เติบโตขึ้น ไม่ใช่เด็กหญิงตัวน้อยที่เขาชอบแกล้งคนนั้นอีกแล้ว วันเวลาเปลี่ยนเด็กน้อยตัวผอมผิวขาวเมื่อเจ็ดปีก่อนให้เป็นสาวน้อยวัยสิบเก้า หน้าตาจิ้มลิ้มพริ้มเพรา รูปร่างเพรียวบาง แม้ในยามสวมใส่ชุดเดรสเรียบร้อยสีดำเช่นนี้ยังส่งเสริมให้คนสวมใส่ดูน่ารัก อ่อนเยาว์และบริสุทธิ์สวยงาม บอบบาง สมกับชื่อของเธอ ...มะลิ

คืนนี้ ท้องฟ้าไร้ดวงดาว จันทร์อับแสงเพราะเมฆครึ้มทะมึนมาตั้งแต่หัวค่ำ มัลลิกากานต์กลับนอนไม่หลับแม้จะดึกค่อนคืนแล้ว นอนมองท้องฟ้าอันเวิ้งว้างอยู่นาน จิตใจก็ยิ่งเงียบเหงาห่อเหี่ยว มันช่างเหมือนชีวิตเธอในตอนนี้จริงๆ

อ้างว้างว่างเปล่าและตัวคนเดียว...

ตั้งแต่จำความได้เธออยู่ในความดูแลของคุณบงกช อยู่ในบ้านหลังใหญ่โตนี้ คุณบงกชเลี้ยงดูเธอเป็นอย่างดีแล้ว ท่านยังกรุณาให้ได้เข้าเรียนโรงเรียนเดียวกับคมคาย แม้เขาจะไม่ได้ให้ความสนิทชิดเชื้อกับเธอมากนัก เธอรับรู้ว่าเขาใจดี เวลาที่เธอมีปัญหาก็มักจะได้รับความช่วยเหลือจากเขาตลอด กระทั่งเขาย้ายไปเรียนปริญญาตรีก็เริ่มห่างเหินไปทั้งๆ ที่ยังอยู่บ้านเดียวกัน และห่างหายเมื่อเขาไปเรียนต่างประเทศ

คฤหาสน์หลังนี้มีทั้งหมดสามชั้น ชั้นหนึ่งเป็นห้องรับแขก ห้องนั่งเล่น ห้องครัว ห้องอาหาร ชั้นสองด้านหนึ่งเป็นห้องพักของคุณพนัสและคุณบุษกร ห้องพักแขก และห้องของเธอ ชั้นสามเป็นห้องพักของคมคาย ชั้นสองและสามมีครัวอเนกประสงค์ บาร์เครื่องดื่มและห้องทำงาน ภายในบ้านยังติดตั้งลิฟต์ไว้อำนวยความสะดวก ที่เธอได้พักบนชั้นสองก็เพราะความกรุณาของคุณท่านทั้งสอง ด้วยเหตุผลว่าเธอเป็นเด็กผู้หญิง ชั้นล่างกับนอกบ้านมีการ์ดผู้ชายหลายคน ไม่เหมาะสมที่เธอจะพักชั้นล่างและเพื่อให้สะดวกกับการที่คุณบุษกรจะเรียกใช้ด้วย

เมื่อท่านทั้งสองจากไป ชั้นสองจึงเงียบเหงาไม่น้อย เธอเองไม่มีหน้าที่อย่างอื่นทำนอกจากการไปเรียนในแต่ละวัน

ร่างบางตัดสินใจลุกจากที่นอน บางทีได้ดื่มอะไรอุ่นๆ อาจจะทำให้เธอหลับง่ายขึ้น คิดได้แบบนั้นจึงออกจากห้อง ตรงไปยังบาร์เครื่องดื่มบนชั้นสอง นอกจากเหล้า เบียร์และไวน์ขวดแพงๆ แล้ว ที่นี่ยังมีนมกับโอวัลตินด้วย

หนึ่งเดือนมานี้ คมคายมักเก็บตัวเงียบอยู่บนชั้นสาม ช่วงบ่ายจะไปขลุกอยู่ตึกฝั่งตะวันออกจนค่ำมืด จากนั้นออกไปข้างนอก กลับบ้างไม่กลับบ้าง เธอไม่รู้หรอกว่าเขาไปไหน คนที่รู้คือรัฐกรเพราะคอยตามไปดูแลตลอด หากเธอก็ไม่กล้าพอจะถาม กลัวว่ามันจะเป็นการละลาบละล้วง อย่างไรเสียคมคายก็คือเจ้านาย ถ้าไม่ออกจากบ้าน เขาจะกลับขึ้นไปเก็บตัวเงียบที่ชั้นสาม สิ่งเหล้านี้กลายเป็นกิจวัตร วันนี้เขาออกจากบ้านไปตั้งแต่หัวค่ำ

มันช่วยไม่ได้ที่เธอรู้สึกว่า คมคายหลบเลี่ยงเธอ แรกๆ เธอคิดว่าเพราะเขาเสียใจกับการจากไปของคุณท่านทั้งสองจึงไม่อยากพูดคุยกับใคร หากนับวันยิ่งรู้สึกว่าเขาจงใจเมินเธอต่างหาก

มันเพราะอะไรกันแน่

ความคิดดิ่งจม มัลลิกากานต์จึงไม่ทันสังเกตว่า บัดนี้เธอไม่ได้อยู่ลำพัง เมื่อมีเสียงขรึมต่ำดังขึ้นจึงทำให้สะดุ้งโหยง

“ทำอะไร”

“ว้าย!”

เพล้ง! ขวดโอวัลตินที่ถือไว้หล่นกระแทกพื้นเคาน์เตอร์ เธอรีบตะครุบขวดที่ยังคงสภาพดีไว้ “คุณคาร์ล!”

เขาแค่ปรายตามองเคาน์เตอร์แวบเดียวก็ตวัดตาคมที่แดงเรื่อมองเธอ

“ดึกแล้วทำไมไม่นอน”

มัลลิกากานต์ได้กลิ่นเหล้าฉุนกึกรุนแรงจนย่นจมูก คนถามเหมือนไม่ใส่ใจจะเอาคำตอบ กายสูงของหนุ่มลูกเสี้ยวอเมริกันบราซิลพลิกตัวเดินไปยังบันไดขึ้นชั้นสาม

เธอนิ่วหน้า ก้าวตามไปห่างๆ อย่างอดไม่ได้ หลงลืมสังเกตตัวเองว่าสวมเพียงชุดนอนน่ารักเนื้อบางเบา เธอไม่เคยเห็นคมคายเมา คะเนจากกลิ่นเหล้าหึ่งจัดแล้ว คาดว่าดื่มมาไม่น้อย เธอกลัวเขาพลัดตกบันได รัฐกรไม่รู้หายหน้าไปไหนอีกคน

ขึ้นบันไดไปไม่กี่ขั้น คมคายเหมือนรู้ว่าเธอเดินตาม เขาชะงัก หันมาหา

“มีอะไร”

เสียงห้วน ห้าว ห่างเหินทำเธอหน้าเสีย สะอึกอึ้งในอกจนอึดอัด กัดเม้มปาก

“คะ คุณ...เมาหรือเปล่า”

เขากลับกระตุกยิ้มแบบที่เธอรู้สึกว่ามันดูหยันพิกล ก่อนจะได้พูดอะไรก็ต้องตกใจจนเกือบหวีดร้อง จู่ๆ เขากลับลงบันไดมารวดเร็ว ท่าที...คุกคาม เธอล่าถอยได้ครึ่งก้าว เอวถูกฝ่ามืออีกข้างที่ตะปบคว้า ดึงตัวขึ้นมาเบียดผนัง กระแทกฝ่ามือใหญ่อีกข้างค้ำยันผนังเฉียดเส้นผมจนรู้สึกได้ ทำให้เธอตาเบิกกว้าง เบียดตัวเข้าแนบผนัง ร่ำๆ จะฝังกายเป็นเนื้อเดียวกับมัน

“คุณคาร์ล!”

ยกสองมือขึ้นมาดันอกกว้างทันที ใจเต้นรัวระทึก หน้าคมสันครึ้มเคราก้มลงมาใกล้ ลมหายใจกรุ่นร้อนคละเคล้ากลิ่นเหล้าพ่นรดดวงหน้าชวนใจผวา

“อะ อะไร...คะ” เขาจะทำอะไร

เธออายุยังน้อยแต่ไม่ได้ไร้เดียงสาจนไม่รู้ว่า ท่าทางแบบนี้ส่อแววระรานด้านไหน

เขาจ้องหน้าเธอ ตาคมคู่นั้นหลุบลงมองปาก

“อะไรดี...”

มัลลิกากานต์อ้าปากเผยอ ขืนตัวเต็มที่ สัญญาณอันตรายแผ่ออกมาจากผู้ชายตรงหน้า ตลอดเวลาหนึ่งเดือนมานี้เธอเห็นเขาห่างๆ เท่านั้น เขาเป็นอะไรไป

ดูต่อเลย!
เนื้อเรื่องกำลังเข้มข้น! ไปที่แอปเพื่ออ่านต่อ
ปลดล็อกทุกตอน
เปิดเว็บไซต์ทางการ

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย ร้อยเล่ห์กลหัวใจ
9.2
“ไม่รู้เรื่องได้ยังไง ถ้าไม่ใช่เพราะเธอ ฉันคงไม่ถูกแม่บังคับให้ต้องแต่งงาน” “อ๋อ...หวงชีวิตโสด” ธีรนัยน์เสียงขลุกขลักในลำคอ “คนอะไรไม่เจียมสังขารเอาเสียเลย แก่จวนจะเข้าโลงอยู่แล้วยังทำตัวลอยชาย มุดห้องนี้ออกห้องโน้นอยู่ได้ นอนไม่หลับหรือไงถ้าไม่มีตุ๊กตามีชีวิตนอนเคียงข้างน่ะ” “ถามตัวเองดีกว่ามั้งลูกตาล เพราะฉันคนนี้ไม่อยู่ในห้องนอนให้เธอกอดไม่ใช่หรือไง เธอถึงได้หงุดหงิด จนต้องออกมาเดินตากลมชมดาวบนท้องฟ้าคนเดียวน่ะ” “เปล่า ฉันกำลังหาทางทำให้คุณล้มเลิกความคิดบ้าๆ นั่นต่างหากล่ะ ไม่เสียเวลามาคิดเรื่องไม่มีคนให้นอดกอดหรอกย่ะ” โชคดีที่ได้รู้เรื่องจากนิสากรมาก่อน ทำให้เธอพอมีเวลาคิดหาคำพูดโน้มน้าวใจให้สิงขรยกเลิกความคิด
หน้าปกนวนิยาย รักร้อนเพลิงปรารถนา (ภาคต่อรักร้อนเพลิงริษยา)
8.0
กัญติญาถูกจองจำในพันธนาการเพื่อรับบทลงโทษทัณฑ์อันป่าเถื่อนจากรัฐศาสตร์ ชายหนุ่มผู้เต็มไปด้วยความโกรธแค้นและแรงหึงหวง เขาใช้กำลังขืนใจเธออย่างไร้ความปรานีเพื่อสั่งสอนให้หลาบจำ พร้อมทั้งใช้ชีวิตของเคนจิโร่และบิดาเป็นเครื่องมือข่มขู่ไม่ให้เธอคิดหนี แม้กัญติญาจะต้องเผชิญกับความเจ็บปวดทั้งร่างกายและจิตใจจนแทบขาดใจ แต่เธอก็จำต้องอดทนต่อสู้กับชะตากรรมที่โหดร้ายนี้ ท่ามกลางความสับสนในใจของรัฐศาสตร์ที่ทวีความหวงแหนในตัวเธออย่างรุนแรงจนยากจะถอนตัว
หน้าปกนวนิยาย สถานะนางบำเรอ
8.3
ในฐานะนางบำเรอผู้ไร้ค่า เธอไม่มีสิทธิ์เรียกร้องความเมตตาหรือขอความเห็นใจใดๆ สิ่งเดียวที่ทำได้คือการก้มหน้ายอมรับความเจ็บปวดแสนสาหัสที่เขาหยิบยื่นให้ด้วยความเต็มใจ เธอจำต้องอดทนต่อสู้กับความทรมานนี้เพียงเพื่อเฝ้ารอคอยให้ถึงวันที่เขาจะสะใจในความทุกข์ของเธอจนยอมปล่อยให้เธอเดินจากไปเพื่อเป็นอิสระเสียที ท่ามกลางพันธนาการที่ไร้ทางออกนี้ เธอทำได้เพียงรอเวลาที่เขาจะเลิกราไปเองเท่านั้น
หน้าปกนวนิยาย Black Boy, Bad Boy จับพ่อหนุ่มตัวร้ายมาติวรัก
9.8
ละอองฟองต้องเผชิญวิกฤตชีวิตครั้งใหญ่เมื่อพ่อแม่ตัดขาดความช่วยเหลือทางการเงินจนเธอต้องหาทางเรียนต่อเอง ซ้ำร้ายยังตกงานและถูกทวงค่าเช่าห้องในวันเดียวกัน ท่ามกลางความมืดแปดด้านเธอกลับได้รับข้อเสนอให้เป็นติวเตอร์ส่วนตัว ทว่างานนี้มาพร้อมเงื่อนไขสุดหินคือห้ามหวั่นไหวหรือตกหลุมรักลูกศิษย์โดยเด็ดขาด หากทำไม่ได้นอกจากจะชวดเงินค่าจ้างทั้งหมดแล้ว เธอยังต้องชดใช้ค่าปรับมหาศาลถึงสิบเท่าซึ่งเป็นเดิมพันที่เธอจะพลาดไม่ได้แม้แต่เพียงนิดเดียว
หน้าปกนวนิยาย ขออีกครั้ง (ซีรีส์หลงเมีย)
9.8
เมื่อความสัมพันธ์ครั้งเก่าถูกรื้อฟื้น แมธธิวตัดสินใจเอ่ยปากขอโอกาสจากพราวด์อีกครั้ง ทว่าคำขอของเขาไม่ได้หมายถึงเพียงแค่การเริ่มต้นใหม่ แต่ยังแฝงนัยสำคัญที่สื่อถึงความปรารถนาลึกซึ้ง ฝ่ายหญิงสาวเองก็พร้อมเผชิญหน้าอย่างเร่าร้อน เธอใช้เสน่ห์เย้ายวนยั่วเย้าจนชายหนุ่มยากจะต้านทาน ท่ามกลางบรรยากาศที่เต็มไปด้วยแรงดึงดูด พราวด์เลือกที่จะท้าทายให้เขาลงมือทำมากกว่าเพียงแค่คำพูด บทพิสูจน์รักครั้งนี้จึงเต็มไปด้วยความมั่นใจและการรุกกลับที่เหนือชั้นของนางเอกสายสตรอง
หน้าปกนวนิยาย รักเพียงใจ
8.4
เพียงใจจำใจรับคำเชิญไปร่วมงานแต่งงานของน้ำตาล เพื่อนสนิทที่กำลังจะเข้าพิธีวิวาห์กับวิชญ์ในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า แม้ภายนอกเธอจะฝืนยิ้มตอบตกลง แต่ภายในใจกลับเต็มไปด้วยความทุกข์ระทม เมื่อผู้ชายที่กำลังจะเป็นเจ้าบ่าวคนนั้นคือพ่อของลูกในท้องที่นับวันจะยิ่งเติบโตขึ้นเรื่อยๆ เธอจะรวบรวมความกล้าหอบลูกไปเผชิญหน้ากับเขาในฐานะแขกได้อย่างไร ในเมื่อความจริงที่ซ่อนอยู่ช่างเจ็บปวดและบีบคั้นหัวใจเกินกว่าจะแบกรับไหว