
โคตรไอ้เหี้ยม(หื่น)
ตอน 2
@หมู่บ้านโขงเข้
“เอ้า! ไอ้แฝดออกจากป่าเป็นด้วยเหรอวะ!” เมื่อพวกเขาเริ่มเข้ามาในตัวหมู่บ้าน ผู้ใหญ่บ้านก็เอ่ยถามขึ้นเมื่อออกมาจากป่าบ้านหลังแรกที่เจอก็คือบ้านผู้ใหญ่ช้าง ตะเข้ที่เป็นคนขี่รถนั้นจึงจอดรถเพื่อให้ตะโขงที่หิ้วพวงอะไรสักอย่างซึ่งเก็บมาระหว่างทางลงไปยื่นให้ผู้ใหญ่
“คิดถึงพ่อคิดถึงแม่ครับเลยออกมาหาบ้าง นี่มะกอกป่าผมเก็บมาระหว่างทางเอาไปตำส้มตำกินได้”
“เออๆ ขอบใจ พ่อกับแม่เอ็งก็อยู่บ้านแหละเพิ่งกลับมาจากกรุงเทพมั้งเห็นว่าไปรับสาวน้อยมาจากในกรุง”
“อ่อ ลูกสาวเพื่อนเขามั้ง ไงผมไปหาเขาก่อน”
“เออๆ ข้าก็จะไปอาบน้ำกินข้าวแล้ว” ผู้ใหญ่ช้างบอกแล้วก็เดินกลับเข้าไปในบ้าน ส่วนสองหนุ่มก็ขับรถตรงไปยังบ้านของเขาที่อยู่แทบจะทางเข้าหมู่บ้าน ส่วนบ้านผู้ใหญ่นั้นอยู่ท้ายหมู่บ้านติดกับป่า
ใช้เวลาประมาณยี่สิบนาทีเขาก็มาถึงบ้านของพวกเขาที่เป็นบ้านชั้นเดียวแต่มีขนาดใหญ่ ใหญ่ที่สุดในหมู่บ้านเลยก็ว่าได้ เมื่อดับรถเครื่องแล้วพวกเขาก็พากันเดินเข้าไปในบ้านแต่ก็ไม่พบใครสักคน จึงเดินออกมาหน้าบ้านก็เห็นพ่อกับแม่เดินคุยกันเข้ามา
“อ้าว! เพิ่งมาเหรอ?”
“ครับ ไปไหนกันมา?”
“บ้านตรงข้ามลูกสาวเขาคลอดลูกเลยไปดูมา ได้ลูกสาวน่ะ”
“คลอดที่บ้านเหรอครับ?” ตะโขงถามแล้วเดินไปเปิดหาน้ำในตู้เย็นดื่มแล้วก็รินใส่แก้วมายื่นให้แฝดน้องก่อนจะหย่อนก้นนั่งลงบนพื้น ส่วนพ่อกับแม่เขาก็เดินไปนั่งลงบนโซฟากลางบ้าน
“ใช่ๆ แม่ก็เพิ่งกลับมาเห็นเขาบอกว่าไปไม่ทันมั้งแต่โชคดีที่หมอจากอนามัยมาช่วยทำคลอด ตัดสายสะดือให้แล้ว”
“แล้วไหนสาวกรุงล่ะ ผมมารับพาเธอไปอยู่ด้วย”
“เมารถนอนหลับอยู่ในห้อง แล้วใครบอกว่าแม่จะให้เอ็งเอาไป..น้องพลอยเป็นลูกสาวเพื่อนพ่อมาจากในกรุงในเมืองจะให้ไปอยู่ในป่ากับพวกลูกได้ไง” ลำพังแค่ให้มาอยู่ที่นี่ก็ไม่รู้ว่าจะอยู่ได้หรือเปล่าเพราะต่างถิ่นต่างที่ แต่เพราะความจำเป็นก็คงต้องช่วยให้เธอปรับตัวอยู่ไปให้ได้แหละ
“ไม่รู้ล่ะ นี่ผมชวนไอ้โขงออกมาจากป่าเพราะจะมารับเธอไปอยู่ด้วยเลยนะ”
“ไอ้เข้เอ้ย เอ็งก็เพลาๆ ได้มั้งเรื่องผู้หญิงเนี่ย” ทรงกรดเหรือกำนันกรดเอ่ยบอกกับบุตรชายด้วยน้ำเสียงเนือยๆ ขนาดเขาที่ช่วงวัยรุ่นนั้นเสือตัวพ่อยังไม่เท่าเจ้าลูกชายตอนนี้เลย ไม่รู้เพราะด้วยความที่เป็นฝาแฝดด้วยหรือเปล่าเขาถึงรู้สึกว่าสองคนนี้เอาผู้หญิงไปกินเยอะกว่าผู้ชายทั่วไปอีก
ถามว่าทำไมไม่ห้าม ห้ามจนปากจะฉีกถึงรูหูแล้วไม่เห็นจะไปทำอะไรพวกมันได้ แค่เจ้าลูกชายขอผู้หญิงดีๆ ไม่ชุดกระฉากลากไปเอาเขาที่เป็นพ่อเป็นกำนันหมู่บ้านก็โล่งใจแล้ว
“เพลาลงได้ไง ผู้หญิงมีแต่น่ากินทั้งนั้น”
“ดูพี่เอ็งเป็นตัวอย่างบ้าง”
“โหพ่อ! มันนั่นแหละกินเงียบๆ ไม่ค่อยพูดอย่าคิดว่ามันไม่เอาสิ!” ตะเข้หันไปแย้งผู้เป็นพ่อ จากนั้นเขาก็ลุกขึ้นเดินไปเปิดประตูห้องที่คาดว่าสาวน้อยที่พ่อกับแม่พามานอนอยู่ในนั้น
“ตาเข้นี่มันยังไงนะ น้องนอนอยู่อย่าไปกวนน้อง!” คุณใบไม้รีบเดินไปดึงคอเสื้อของตะเข้ที่จะเดินเข้าไปนั้นออกมาเพราะกลัวว่าสาวน้อยที่นั่งเมารถมาตลอดการเดินทางนั้นจะตื่น แต่พอดึงมือตะเข้ออกมาให้พ้นประตูห้องยังไม่ทันได้ปิดประตูตะโขงก็พรวดพราดเข้าไปด้านในแทนจนคุณใบไม้ต้องยกมือขึ้นมากุมขมับตัวเอง
“อายุจะสามสิบกันแล้วนะ มึนกันจริง!”
“ผมขอดูหน้าเธอหน่อย” ตะโขงพูดแล้วก็นั่งยองข้างเตียงเพื่อจ้องมองใบหน้าของหญิงสาวที่คุณแม่เขาเรียกว่าน้อยพลอย ใบหน้าที่เล็กจิ้มลิ้มนั้นกำลังหลับตาพริ้มขณะที่ริมฝีปากบางกระจับกำลังเคี้ยวเส้นผมของตัวเองอยู่ทำให้เขาต้องเอื้อมมือไปดึงมันออกมา
“ผมจะเอาเธอไปเลี้ยง” จากนั้นเขาก็ลุกขึ้นยืนแล้วบอกผู้เป็นแม่ด้วยน้ำเสียงที่จริงจัง
“น้องเขาอายุสิบเก้าไม่ใช่เก้าขวบ แม่กับพ่อเลี้ยงเองได้”
“แต่ผมอยากมีน้อง” ตะเข้ขยับเข้ามาพูดสมทบแฝดพี่ คุณใบไม้จึงต้องดึงมือของบุตรชายทั้งสองให้ออกมาจากห้องนอนนั้นก่อนที่หญิงสาวนั่นจะตื่นและปิดประตูให้
“อยากมีน้อง ลูกก็เข้าเมืองไปบ้านพักเด็กกำพร้าแล้วไปทำเรื่องขอเด็กมาเลี้ยงสิ”
“เด็กเล็กเลี้ยงยาก อายุเท่าน้องพลอยของแม่นั่นแหละพอดี”
“ใช่ครับคุณแม่ใบไม้คนสวย ว่าแต่เธอชื่อพลอยเหรอ พ่อแม่เธอล่ะ แล้วไม่ได้เรียนเหรอ ทำไมถึงถูกส่งตัวให้มาอยู่ที่นี่ล่ะ” เมื่อได้ถามแล้วตะเข้ก็ยิงคำถามรัวก่อนจะเป็นฝ่ายดึงมือของแม่กับตะโขงที่ยังยืนอยู่นั้นให้มานั่งบนโซฟา
“ทำไมถึงพูดมากถึงมึนกันแบบนี้นะ!”
“รีบตอบมาสิครับ พ่อตอบก็ได้ที่ผมถามไปน่ะ”
“เฮ้อ! น้องชื่อพลอยใส อายุสิบเก้าเพิ่งเรียนจบปีที่แล้ว ดรอปเรียนอยู่เพราะพ่อแม่เลิกและเพิ่งแยกทางกัน อืม…ส่วนเรื่องนี้อย่าพูดให้น้องพลอยได้ยินนะ ธุรกิจที่บ้านเธอล้มละลายเพราะแม่เธอน่ะ” ประโยคหลังกำนันกรดพูดด้วยน้ำเสียงที่แผ่วเบาอย่างกลัวว่าคนในห้องนั้นจะได้ยินมัน สองหนุ่มจึงพยักหน้ารับแล้วก็ยิ้มอ่อนให้
“ผมขอเอาเธอไปเลี้ยงนะ จะเลี้ยงให้ดีเลย!” และมิวายที่ตะโขงจะเอ่ยขอผู้เป็นพ่อเพราะตัวเขารู้สึกถูกใจใบหน้าที่จิ้มลิ้มของพลอยใส ไม่ต่างจากตะเข้เองที่ก็ชอบไม่ต่างกัน จากที่นั่งข้างคุณใบไม้ตะเข้ก็ขยับไปนั่งข้างผู้เป็นพ่ออีกฝั่ง
“น้องมันเป็นเด็กสาวชาวกรุงไปอยู่ในป่ากับพวกเอ็งไม่ได้หรอก!”
“ได้สิถ้าพ่ออนุญาต พวกผมจะพานั่งมอเตอร์ไซค์ไปนี่ไงทำไมจะไปไม่ได้”
“ไอ้เข้เอ็งจะเอาให้ได้เลยหรือไง!!”
“ก็ใช่น่ะสิ พวกผมไม่ทำอะไรเธอหรอกแค่เอาไปเลี้ยงเองเลี้ยงเหมือนลูกเหมือนน้องเลยไม่ทำให้เสียหายหรอก”
“ก่อนจะมามีเอ็งพ่อก็พูดกับยายเอ็งแบบนี้แหละสุดท้ายเป็นไง แม่เอ็งก็เป็นเมียกำนันกรดมีลูกเป็นพวกเอ็งนี่ไง” กำนันกรดบอกกับบุตรชายอย่างรู้ทันนิสัยเจ้าเล่ห์ ทำให้สองหนุ่มถึงกับส่งเสียงจิ๊จ๊ะออกมาเพราะเหมือนว่าจะถูกห้ามไม่ให้เอาเจ้าเด็กน้อยนี่ไปจริงๆ
“กำนันครับ กำนัน! มีคนถูกยิง!!” จู่ๆ ก็มีเสียงของผู้ชายคนหนึ่งดังมาจากหน้าบ้าน ทำให้คนในบ้านรีบวิ่งออกไปหน้าบ้านด้วยความเร็วก็เห็นว่าผู้ชายคนหนึ่งพยุงผู้ชายอีกคนไว้โดยที่หน้าท้องนั้นมีเลือดไหลโชกออกมา
“ใบไปเอากล่องปฐมพยาบาลมาแล้วขึ้นรถ! พวกเอ็งพ่อฝากน้องพลอยด้วย!” กำนันกรดกับคุณใบไม้วิ่งเข้าไปเตรียมตัวในบ้านไม่ถึงสามนาทีก็พากันวิ่งออกไปขึ้นรถกระบะโดยที่ตะเข้กับตะโขงช่วยพยุงคนเจ็บขึ้นรถที่มีคุณใบไม้คอยเตรียมปฐมพยาบาลเบื้องต้น
“พวกผมไม่ยุ่งเรื่องพวกนี้นะ ขอกลับกระท่อมก่อน…เดี๋ยวเอาน้องพลอยไปเลี้ยงให้!” ตะเข้ตะโกนตามหลังรถผู้เป็นพ่อที่ถูกขับออกไปด้วยความเร็ว แล้วพวกเขาก็เดินกลับเข้าไปในบ้านก่อนที่ตะเข้นั้นจะไปเก็บเสื้อผ้าข้าวของของพลอยใสใส่กระเป๋าเป้ใบใหญ่ ส่วนตะโขงเดินไปอุ้มร่างเล็กขึ้นมาพาดบ่าแล้วพาออกไปซ้อนท้ายรถเครื่องโดยที่ตะเข้เป็นคนขับ
“ลุงขอมฝากบ้านด้วยนะครับ!” ไม่ลืมที่จะบอกกับคนสวนของบ้านซึ่งเขาก็พยักหน้ารับ ส่วนสองหนุ่มก็ขับรถเครื่องคันเก่ากลับไปยังท้ายหมู่บ้านเพื่อกลับเข้าไปที่กระท่อมของตัวเอง
คุณอาจจะชอบ





