ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย โคตรไอ้เหี้ยม(หื่น)

โคตรไอ้เหี้ยม(หื่น)

ท่ามกลางบรรยากาศที่เต็มไปด้วยความเร่าร้อนและบีบคั้นของความสัมพันธ์ในยุคสมัยใหม่ พะหนูพยายามอ้อนวอนขอความเห็นใจจากชายหนุ่มทั้งสองอย่างพี่โขงและพี่เข้ เมื่อการกระทำที่รุนแรงและหนักหน่วงเกินกว่าที่เธอจะรับไหวนั้นเริ่มสร้างความเจ็บปวดให้แก่ร่างกายของเธออย่างเลี่ยงไม่ได้ เธอจึงต้องเอ่ยปากร้องขอให้พวกเขาช่วยลดความดุดันลงบ้างในจังหวะที่ถาโถมเข้าใส่ เรื่องราวความรักที่ปะปนไปด้วยความใคร่และความเจ็บปวดนี้จะดำเนินต่อไปอย่างไรในสถานการณ์ที่แสนอันตรายเช่นนี้
ตอน
แชร์

ตอน 2

@หมู่บ้านโขงเข้

“เอ้า! ไอ้แฝดออกจากป่าเป็นด้วยเหรอวะ!” เมื่อพวกเขาเริ่มเข้ามาในตัวหมู่บ้าน ผู้ใหญ่บ้านก็เอ่ยถามขึ้นเมื่อออกมาจากป่าบ้านหลังแรกที่เจอก็คือบ้านผู้ใหญ่ช้าง ตะเข้ที่เป็นคนขี่รถนั้นจึงจอดรถเพื่อให้ตะโขงที่หิ้วพวงอะไรสักอย่างซึ่งเก็บมาระหว่างทางลงไปยื่นให้ผู้ใหญ่

“คิดถึงพ่อคิดถึงแม่ครับเลยออกมาหาบ้าง นี่มะกอกป่าผมเก็บมาระหว่างทางเอาไปตำส้มตำกินได้” 

“เออๆ ขอบใจ พ่อกับแม่เอ็งก็อยู่บ้านแหละเพิ่งกลับมาจากกรุงเทพมั้งเห็นว่าไปรับสาวน้อยมาจากในกรุง” 

“อ่อ ลูกสาวเพื่อนเขามั้ง ไงผมไปหาเขาก่อน” 

“เออๆ ข้าก็จะไปอาบน้ำกินข้าวแล้ว” ผู้ใหญ่ช้างบอกแล้วก็เดินกลับเข้าไปในบ้าน ส่วนสองหนุ่มก็ขับรถตรงไปยังบ้านของเขาที่อยู่แทบจะทางเข้าหมู่บ้าน ส่วนบ้านผู้ใหญ่นั้นอยู่ท้ายหมู่บ้านติดกับป่า

ใช้เวลาประมาณยี่สิบนาทีเขาก็มาถึงบ้านของพวกเขาที่เป็นบ้านชั้นเดียวแต่มีขนาดใหญ่ ใหญ่ที่สุดในหมู่บ้านเลยก็ว่าได้ เมื่อดับรถเครื่องแล้วพวกเขาก็พากันเดินเข้าไปในบ้านแต่ก็ไม่พบใครสักคน จึงเดินออกมาหน้าบ้านก็เห็นพ่อกับแม่เดินคุยกันเข้ามา

“อ้าว! เพิ่งมาเหรอ?” 

“ครับ ไปไหนกันมา?” 

“บ้านตรงข้ามลูกสาวเขาคลอดลูกเลยไปดูมา ได้ลูกสาวน่ะ” 

“คลอดที่บ้านเหรอครับ?” ตะโขงถามแล้วเดินไปเปิดหาน้ำในตู้เย็นดื่มแล้วก็รินใส่แก้วมายื่นให้แฝดน้องก่อนจะหย่อนก้นนั่งลงบนพื้น ส่วนพ่อกับแม่เขาก็เดินไปนั่งลงบนโซฟากลางบ้าน

“ใช่ๆ แม่ก็เพิ่งกลับมาเห็นเขาบอกว่าไปไม่ทันมั้งแต่โชคดีที่หมอจากอนามัยมาช่วยทำคลอด ตัดสายสะดือให้แล้ว” 

“แล้วไหนสาวกรุงล่ะ ผมมารับพาเธอไปอยู่ด้วย” 

“เมารถนอนหลับอยู่ในห้อง แล้วใครบอกว่าแม่จะให้เอ็งเอาไป..น้องพลอยเป็นลูกสาวเพื่อนพ่อมาจากในกรุงในเมืองจะให้ไปอยู่ในป่ากับพวกลูกได้ไง” ลำพังแค่ให้มาอยู่ที่นี่ก็ไม่รู้ว่าจะอยู่ได้หรือเปล่าเพราะต่างถิ่นต่างที่ แต่เพราะความจำเป็นก็คงต้องช่วยให้เธอปรับตัวอยู่ไปให้ได้แหละ

“ไม่รู้ล่ะ นี่ผมชวนไอ้โขงออกมาจากป่าเพราะจะมารับเธอไปอยู่ด้วยเลยนะ” 

“ไอ้เข้เอ้ย เอ็งก็เพลาๆ ได้มั้งเรื่องผู้หญิงเนี่ย” ทรงกรดเหรือกำนันกรดเอ่ยบอกกับบุตรชายด้วยน้ำเสียงเนือยๆ ขนาดเขาที่ช่วงวัยรุ่นนั้นเสือตัวพ่อยังไม่เท่าเจ้าลูกชายตอนนี้เลย ไม่รู้เพราะด้วยความที่เป็นฝาแฝดด้วยหรือเปล่าเขาถึงรู้สึกว่าสองคนนี้เอาผู้หญิงไปกินเยอะกว่าผู้ชายทั่วไปอีก

ถามว่าทำไมไม่ห้าม ห้ามจนปากจะฉีกถึงรูหูแล้วไม่เห็นจะไปทำอะไรพวกมันได้ แค่เจ้าลูกชายขอผู้หญิงดีๆ ไม่ชุดกระฉากลากไปเอาเขาที่เป็นพ่อเป็นกำนันหมู่บ้านก็โล่งใจแล้ว

“เพลาลงได้ไง ผู้หญิงมีแต่น่ากินทั้งนั้น” 

“ดูพี่เอ็งเป็นตัวอย่างบ้าง” 

“โหพ่อ! มันนั่นแหละกินเงียบๆ ไม่ค่อยพูดอย่าคิดว่ามันไม่เอาสิ!” ตะเข้หันไปแย้งผู้เป็นพ่อ จากนั้นเขาก็ลุกขึ้นเดินไปเปิดประตูห้องที่คาดว่าสาวน้อยที่พ่อกับแม่พามานอนอยู่ในนั้น

“ตาเข้นี่มันยังไงนะ น้องนอนอยู่อย่าไปกวนน้อง!” คุณใบไม้รีบเดินไปดึงคอเสื้อของตะเข้ที่จะเดินเข้าไปนั้นออกมาเพราะกลัวว่าสาวน้อยที่นั่งเมารถมาตลอดการเดินทางนั้นจะตื่น แต่พอดึงมือตะเข้ออกมาให้พ้นประตูห้องยังไม่ทันได้ปิดประตูตะโขงก็พรวดพราดเข้าไปด้านในแทนจนคุณใบไม้ต้องยกมือขึ้นมากุมขมับตัวเอง

“อายุจะสามสิบกันแล้วนะ มึนกันจริง!” 

“ผมขอดูหน้าเธอหน่อย” ตะโขงพูดแล้วก็นั่งยองข้างเตียงเพื่อจ้องมองใบหน้าของหญิงสาวที่คุณแม่เขาเรียกว่าน้อยพลอย ใบหน้าที่เล็กจิ้มลิ้มนั้นกำลังหลับตาพริ้มขณะที่ริมฝีปากบางกระจับกำลังเคี้ยวเส้นผมของตัวเองอยู่ทำให้เขาต้องเอื้อมมือไปดึงมันออกมา

“ผมจะเอาเธอไปเลี้ยง” จากนั้นเขาก็ลุกขึ้นยืนแล้วบอกผู้เป็นแม่ด้วยน้ำเสียงที่จริงจัง

“น้องเขาอายุสิบเก้าไม่ใช่เก้าขวบ แม่กับพ่อเลี้ยงเองได้” 

“แต่ผมอยากมีน้อง” ตะเข้ขยับเข้ามาพูดสมทบแฝดพี่ คุณใบไม้จึงต้องดึงมือของบุตรชายทั้งสองให้ออกมาจากห้องนอนนั้นก่อนที่หญิงสาวนั่นจะตื่นและปิดประตูให้

“อยากมีน้อง ลูกก็เข้าเมืองไปบ้านพักเด็กกำพร้าแล้วไปทำเรื่องขอเด็กมาเลี้ยงสิ” 

“เด็กเล็กเลี้ยงยาก อายุเท่าน้องพลอยของแม่นั่นแหละพอดี” 

“ใช่ครับคุณแม่ใบไม้คนสวย ว่าแต่เธอชื่อพลอยเหรอ พ่อแม่เธอล่ะ แล้วไม่ได้เรียนเหรอ ทำไมถึงถูกส่งตัวให้มาอยู่ที่นี่ล่ะ” เมื่อได้ถามแล้วตะเข้ก็ยิงคำถามรัวก่อนจะเป็นฝ่ายดึงมือของแม่กับตะโขงที่ยังยืนอยู่นั้นให้มานั่งบนโซฟา

“ทำไมถึงพูดมากถึงมึนกันแบบนี้นะ!”

“รีบตอบมาสิครับ พ่อตอบก็ได้ที่ผมถามไปน่ะ” 

“เฮ้อ! น้องชื่อพลอยใส อายุสิบเก้าเพิ่งเรียนจบปีที่แล้ว ดรอปเรียนอยู่เพราะพ่อแม่เลิกและเพิ่งแยกทางกัน อืม…ส่วนเรื่องนี้อย่าพูดให้น้องพลอยได้ยินนะ ธุรกิจที่บ้านเธอล้มละลายเพราะแม่เธอน่ะ” ประโยคหลังกำนันกรดพูดด้วยน้ำเสียงที่แผ่วเบาอย่างกลัวว่าคนในห้องนั้นจะได้ยินมัน สองหนุ่มจึงพยักหน้ารับแล้วก็ยิ้มอ่อนให้

“ผมขอเอาเธอไปเลี้ยงนะ จะเลี้ยงให้ดีเลย!” และมิวายที่ตะโขงจะเอ่ยขอผู้เป็นพ่อเพราะตัวเขารู้สึกถูกใจใบหน้าที่จิ้มลิ้มของพลอยใส ไม่ต่างจากตะเข้เองที่ก็ชอบไม่ต่างกัน จากที่นั่งข้างคุณใบไม้ตะเข้ก็ขยับไปนั่งข้างผู้เป็นพ่ออีกฝั่ง

“น้องมันเป็นเด็กสาวชาวกรุงไปอยู่ในป่ากับพวกเอ็งไม่ได้หรอก!”

“ได้สิถ้าพ่ออนุญาต พวกผมจะพานั่งมอเตอร์ไซค์ไปนี่ไงทำไมจะไปไม่ได้” 

“ไอ้เข้เอ็งจะเอาให้ได้เลยหรือไง!!”

“ก็ใช่น่ะสิ พวกผมไม่ทำอะไรเธอหรอกแค่เอาไปเลี้ยงเองเลี้ยงเหมือนลูกเหมือนน้องเลยไม่ทำให้เสียหายหรอก” 

“ก่อนจะมามีเอ็งพ่อก็พูดกับยายเอ็งแบบนี้แหละสุดท้ายเป็นไง แม่เอ็งก็เป็นเมียกำนันกรดมีลูกเป็นพวกเอ็งนี่ไง” กำนันกรดบอกกับบุตรชายอย่างรู้ทันนิสัยเจ้าเล่ห์ ทำให้สองหนุ่มถึงกับส่งเสียงจิ๊จ๊ะออกมาเพราะเหมือนว่าจะถูกห้ามไม่ให้เอาเจ้าเด็กน้อยนี่ไปจริงๆ

“กำนันครับ กำนัน! มีคนถูกยิง!!” จู่ๆ ก็มีเสียงของผู้ชายคนหนึ่งดังมาจากหน้าบ้าน ทำให้คนในบ้านรีบวิ่งออกไปหน้าบ้านด้วยความเร็วก็เห็นว่าผู้ชายคนหนึ่งพยุงผู้ชายอีกคนไว้โดยที่หน้าท้องนั้นมีเลือดไหลโชกออกมา

“ใบไปเอากล่องปฐมพยาบาลมาแล้วขึ้นรถ! พวกเอ็งพ่อฝากน้องพลอยด้วย!” กำนันกรดกับคุณใบไม้วิ่งเข้าไปเตรียมตัวในบ้านไม่ถึงสามนาทีก็พากันวิ่งออกไปขึ้นรถกระบะโดยที่ตะเข้กับตะโขงช่วยพยุงคนเจ็บขึ้นรถที่มีคุณใบไม้คอยเตรียมปฐมพยาบาลเบื้องต้น

“พวกผมไม่ยุ่งเรื่องพวกนี้นะ ขอกลับกระท่อมก่อน…เดี๋ยวเอาน้องพลอยไปเลี้ยงให้!” ตะเข้ตะโกนตามหลังรถผู้เป็นพ่อที่ถูกขับออกไปด้วยความเร็ว แล้วพวกเขาก็เดินกลับเข้าไปในบ้านก่อนที่ตะเข้นั้นจะไปเก็บเสื้อผ้าข้าวของของพลอยใสใส่กระเป๋าเป้ใบใหญ่ ส่วนตะโขงเดินไปอุ้มร่างเล็กขึ้นมาพาดบ่าแล้วพาออกไปซ้อนท้ายรถเครื่องโดยที่ตะเข้เป็นคนขับ

“ลุงขอมฝากบ้านด้วยนะครับ!” ไม่ลืมที่จะบอกกับคนสวนของบ้านซึ่งเขาก็พยักหน้ารับ ส่วนสองหนุ่มก็ขับรถเครื่องคันเก่ากลับไปยังท้ายหมู่บ้านเพื่อกลับเข้าไปที่กระท่อมของตัวเอง

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย ปี 1977s สามีคะ ได้โปรดหยุดส่งฉันเรียนได้แล้ว
7.9
หลังเข้าพิธีวิวาห์ ชีวิตที่วาดฝันไว้คือความเรียบง่ายตามขนบธรรมเนียมของผู้หญิงที่ออกเรือนแล้ว ซึ่งไม่ต้องตื่นแต่เช้ามาตรากตรำทำนาหรือรับผิดชอบงานล้างจานอันเหน็ดเหนื่อย หน้าที่หลักมีเพียงการปรนนิบัติดูแลสามีและเลี้ยงดูลูกน้อยอยู่กับบ้านอย่างสงบสุข โดยไม่ต้องแบกรับภาระเรื่องการเรียนหนังสือให้วุ่นวายใจอีกต่อไป ทว่าความเป็นจริงกลับไม่ได้เป็นอย่างที่คิด เมื่อสามีของเธอไม่ได้ปล่อยให้เธอได้นั่งพักผ่อนอยู่บ้านเฉยๆ อย่างที่เคยหวังไว้
หน้าปกนวนิยาย กลุ่มเสียว...โซเชียลร่านรัก
9.1
ลลิน พนักงานสาววัย 27 ปีที่ใช้ชีวิตเรียบง่าย ได้ค้นพบโลกใบใหม่ในกลุ่มลับออนไลน์ที่เต็มไปด้วยเรื่องราวอีโรติกเหนือจินตนาการ ที่นั่นเธอได้พบกับ นรา ชายลึกลับผู้ใช้เสียงและข้อความปลุกเร้าความปรารถนาที่ซ่อนเร้นของเธอให้ตื่นขึ้น ความสัมพันธ์ผ่านหน้าจอเริ่มทวีความร้อนแรงจนนำไปสู่การนัดเจอในโลกความจริง การพบกันครั้งแรกเปลี่ยนจากบทสนทนาเป็นสัมผัสที่เร่าร้อนและลึกซึ้งเกินกว่าจะถอนตัว กลายเป็นเกมรักที่หลอมละลายหัวใจของทั้งคู่จนไม่อาจแยกจากกันได้อีกต่อไป
หน้าปกนวนิยาย ทาสสวาทรักต้องห้าม
9.2
หากย้อนเวลาได้ เมษาคงเลือกแก้ไขอดีตเพื่อไม่ให้ชีวิตต้องพังทลายลงเช่นนี้ ท่ามกลางความจริงที่ไหลย้อนกลับไม่ได้ เธอต้องเผชิญกับตราบาปที่ไม่ได้ก่อ เมื่อความผิดพลาดจากการกระทำของผู้ชายสารเลวทำให้เธอตั้งท้องจนถูกตราหน้าว่าเป็นคนแย่งชิง ทั้งที่ความจริงแล้วเธอคือเหยื่อผู้เคราะห์ร้ายที่ถูกกระทำอย่างไม่ยุติธรรม เมษาจมดิ่งอยู่ในขุมนรกแห่งความเกลียดชัง พร้อมกับความเสียใจที่ในวันนั้นเธอไม่ได้ลุกขึ้นสู้ให้มากพอจนต้องมาพบกับจุดจบอันแสนทรมานใจ
หน้าปกนวนิยาย ไฟรักไฟเชลย
9.5
เพื่อล้างแค้นให้น้องสาว ใหญ่จึงหลอกล่อผิงมาเป็นตัวประกันในเกมนี้ แม้เธอจะร้องขอความยุติธรรมและพยายามหนีจากเงื้อมมือคนใจร้าย แต่ความสวยสะพรั่งกลับกระตุ้นตัณหาจนเขาไม่อาจปล่อยมือไปได้ เขาเลือกเดินหน้าย่ำยีร่างบางด้วยไฟราคะที่ยากจะดับลง ทว่าท่ามกลางความใกล้ชิดที่แฝงด้วยความเกลียดชัง เขากลับต้องเผชิญกับพายุความรู้สึกที่เริ่มก่อตัวขึ้นในหัวใจ พร้อมกับภารกิจสืบหาความจริงในงานที่เต็มไปด้วยเงื่อนงำซึ่งเขาต้องจัดการให้จบสิ้น
หน้าปกนวนิยาย สถานะนางบำเรอ
8.3
ในฐานะนางบำเรอผู้ไร้ค่า เธอไม่มีสิทธิ์เรียกร้องความเมตตาหรือขอความเห็นใจใดๆ สิ่งเดียวที่ทำได้คือการก้มหน้ายอมรับความเจ็บปวดแสนสาหัสที่เขาหยิบยื่นให้ด้วยความเต็มใจ เธอจำต้องอดทนต่อสู้กับความทรมานนี้เพียงเพื่อเฝ้ารอคอยให้ถึงวันที่เขาจะสะใจในความทุกข์ของเธอจนยอมปล่อยให้เธอเดินจากไปเพื่อเป็นอิสระเสียที ท่ามกลางพันธนาการที่ไร้ทางออกนี้ เธอทำได้เพียงรอเวลาที่เขาจะเลิกราไปเองเท่านั้น
หน้าปกนวนิยาย คู่หมั้นที่ทิ้งเธอให้ตาย
8.0
ท่ามกลางพายุหิมะอันโหดร้าย ฉันถูกคู่หมั้นทรยศอย่างเลือดเย็นด้วยการมอบอุปกรณ์รอดชีวิตที่เป็นผลงานทั้งชีวิตของฉันให้แก่หญิงคนใหม่ของเขา เขาปล้นโทรศัพท์ดาวเทียมและผลักฉันลงหลุมหิมะให้ตายทั้งเป็น ขณะที่ชู้รักของเขายิ้มเยาะพร้อมทำลายชุดกันหนาวชุดสุดท้ายของฉันทิ้งอย่างไร้ความปราณี พวกเขาจากไปโดยทิ้งฉันไว้กับความหนาวเหน็บที่กัดกินกระดูก ทว่าสิ่งที่พวกเขาไม่รู้คือฉันได้ซ่อนสัญญาณลับไว้ในแขนเสื้อ และฉันได้รวบรวมแรงเฮือกสุดท้ายเพื่อเปิดใช้งานมันเพื่อโอกาสในการรอดชีวิต