ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย ลูน่าผู้ถูกอัลฟ่าปฏิเสธ — อุ้มท้องลูกของศัตรูเขา

ลูน่าผู้ถูกอัลฟ่าปฏิเสธ — อุ้มท้องลูกของศัตรูเขา

คีริน อัลฟ่าคู่แท้เห็นฉันเป็นเพียงตัวแทนของลลิล เขาบังคับให้ฉันรับสมอ้างเป็นเหยื่อที่ตั้งครรภ์แทนเธอเพื่อปกป้องเกียรติของหล่อน ทว่าเมื่อฉันท้องลูกของเขาจริงๆ คีรินกลับสั่งให้ฉันทำแท้งเพราะกลัวลลิลจะสะเทือนใจ ขณะที่เขาปลอบโยนเธอ ฉันกลับถูกแม่ของเขาขังไว้จนแท้งลูกอย่างโหดร้าย ท่ามกลางความเจ็บปวดและพันธนาการแร่เงิน ฉันจึงส่งเสียงหอนเรียกราชวงศ์เขี้ยวขาว ครอบครัวที่แท้จริงให้มารับเจ้าหญิงคนนี้กลับไปล้างแค้นทุกคนที่ทำลายชีวิตฉัน
ตอน
แชร์

ตอน 1

คีริน อัลฟ่าผู้เป็นคู่แท้ของฉัน... เขาควรจะเป็นทุกสิ่งทุกอย่างของฉัน แต่ในสายตาของเขา ฉันเป็นได้แค่ตัวแทนของผู้หญิงอีกคนในชีวิตของเขา... ลลิล

เมื่อลลิลอ้างว่าเธอถูกพวกหมาป่าเร่ร่อนทำร้ายและกำลังตั้งท้องลูกนอกคอก คีรินก็ตัดสินใจเลือก

เขาสั่งให้ฉันไปบอกกับสภาผู้อาวุโสของฝูงว่า ฉันคือคนที่ถูกย่ำยี

เขาสั่งให้ฉันรับเป็นแม่ของลูกในท้องลลิล

และเมื่อฉันพบว่าตัวเองกำลังตั้งท้องลูกของเรา เขาก็ออกคำสั่งสุดท้าย... ไปหาหมอ แล้วเอามันออกซะ เขาบอกว่าลูกของเราจะทำให้ลลิลต้องเครียดเกินไป

เขาปลอบโยนหล่อนอย่างอ่อนหวานผ่านกระแสจิตส่วนตัว ขณะที่สั่งให้ฉันฆ่าลูกของเราเอง ฉันเป็นแค่เครื่องมือให้เขาใช้แล้วทิ้ง ส่วนหล่อนคือสมบัติล้ำค่าที่ต้องปกป้อง

แต่เมื่อแม่ของเขาขังฉันไว้ในห้องขังที่บุด้วยแร่เงิน ปล่อยให้ฉันแท้งลูกจมกองเลือดของตัวเอง ความรักสุดท้ายที่ฉันมีให้เขาก็แหลกสลายกลายเป็นเถ้าถ่าน

ขณะที่นอนอยู่ตรงนั้น ร่างกายแหลกสลายและหัวใจว่างเปล่า ฉันรวบรวมพละกำลังเฮือกสุดท้ายและเปล่งเสียงหอนที่ไม่ได้ใช้มาตั้งแต่เด็ก

มันคือเสียงเรียกศักดิ์สิทธิ์ถึงครอบครัวของฉัน... ราชวงศ์แห่งตระกูลเขี้ยวขาว... ให้มารับเจ้าหญิงของพวกเขากลับคืน

บทที่ 1

มุมมองของศรัณย์ภัทร:

“ศรัณย์ภัทร ไปที่สภาผู้อาวุโส บอกพวกเขาว่าเธอคือคนที่ถูกพวกเร่ร่อนลักพาตัวไป”

เสียงนั้นไม่ใช่เสียงพูด มันคือแรงกดดันในหัวของฉัน เย็นเยียบและเฉียบขาด

มันคือเสียงของคู่แท้ของฉัน อัลฟ่าของฉัน... คีริน

มันดังผ่านกระแสจิต สายใยที่มองไม่เห็นซึ่งเชื่อมโยงสมาชิกทุกคนในฝูงจันทราโลหิตเข้าไว้ด้วยกัน สำหรับคนส่วนใหญ่ สายใยนี้คือความอบอุ่นใจ คือความรู้สึกของการเป็นส่วนหนึ่งตลอดเวลา แต่สำหรับฉัน มันได้กลายเป็นกรงขัง

มือของฉันสั่นเทา ฉันกำชุดผ้าฝ้ายเรียบๆ ที่สวมใส่อยู่แน่น

“คีริน ไม่นะคะ ได้โปรดเถอะค่ะ ฉันยอมรับเป็นแม่ให้ลูกของลลิลตอนที่เด็กเกิดมาแล้ว ฉัน... ฉันรับความอัปยศจากการถูก... ย่ำยีไม่ไหวจริงๆ”

คำพูดเหล่านั้นเป็นเพียงเสียงกระซิบที่สิ้นหวังในใจของฉัน เป็นคำวิงวอนที่ส่งกลับไปตามสายใยแห่งจิตนั้น มีเพียงความเงียบงันชั่วครู่... ความเงียบที่น่าขนลุก

แล้วเสียงของเขาก็ดังขึ้นอีกครั้ง เจือด้วยอำนาจที่ทำให้ฉันเข่าอ่อน มันคือ ‘คำสั่งอัลฟ่า’ พลังพิเศษเฉพาะตัวของผู้นำฝูง มันไม่ใช่คำขอร้อง แต่มันคือคำสั่งที่ถักทอเข้ากับตัวตนของฉัน บังคับให้ต้องเชื่อฟัง

“เธอคือลูน่าในอนาคต เธอต้องเข้มแข็งพอที่จะแบกรับเรื่องนี้เพื่อความมั่นคงของฝูง ลลิลเปราะบางเกินไป เรื่องอื้อฉาวนี้จะทำร้ายเธอ ครอบครัวของเธอเป็นพันธมิตรที่สำคัญกับเราในตอนนี้ เธอรู้ดี อย่าทำให้มันยาก”

คำชมของเขาตบหน้าฉันฉาดใหญ่ เขาเห็นการเสียสละของฉันไม่ใช่ของขวัญจากความรัก แต่เป็นหน้าที่ที่ฉันต้องทำ ความเข้มแข็งของฉันไม่ได้มีไว้เพื่อตัวเอง แต่เพื่อหล่อน... เพื่อลลิล

ฉันหลับตาแน่น ความรู้สึกคลื่นไส้ตีตื้นขึ้นมา

“แล้วลูกล่ะคะ?” ฉันถาม ความคิดของฉันสั่นสะเทาด้วยความกลัวสุดขั้วที่รู้สึกเหมือนน้ำแข็งในเส้นเลือด “ลูกของเราล่ะคะ?”

ความเงียบโรยตัวลงมาอีกครั้ง นานกว่าเดิม ฉันแทบจะสัมผัสได้ถึงความหงุดหงิดและความรำคาญของเขา

“มันผิดเวลา” ในที่สุดเขาก็ตอบ น้ำเสียงเรียบเฉยไร้ความรู้สึก “ตอนนี้ลลิลก็ไม่มั่นคงอยู่แล้ว ความเครียดที่จะต้องมีลูกหมาป่าอีกตัวในบ้านพักของฝูง แถมยังเกิดใกล้ๆ กับลูกของเธอ... มันจะหนักหนาเกินไปสำหรับเธอ ไปหาหมอเถอะ เขารอเธออยู่”

คำสั่งนั้นไม่ได้ถูกพูดออกมา แต่มันอยู่ตรงนั้น... คำสั่งที่โหดร้ายและไม่ได้เอ่ยออกมา... กำจัดลูกของเราซะ

ลมหายใจของฉันสะดุด มือของฉันยกขึ้นกุมท้องที่ยังแบนราบโดยสัญชาตญาณ ลูกของเรา... ชีวิตเล็กๆ ที่กำลังก่อตัวขึ้น เป็นครึ่งหนึ่งของฉันและครึ่งหนึ่งของเขา เขากำลังบอกให้ฉันทำลายมัน... เพื่อผู้หญิงอีกคน

“ฉัน... ฉันเข้าใจค่ะ” ฉันพยายามส่งความคิดกลับไป รู้สึกราวกับว่าความคิดนั้นกำลังถูกฉีกออกจากจิตวิญญาณ

และแล้ว หมัดสุดท้ายที่บดขยี้ทุกอย่างก็มาถึง ขณะที่กระแสจิตของฉันกับเขายังคงเปิดอยู่ ความรู้สึกใหม่ก็แทรกซึมเข้ามา มันคือเสียงสะท้อนของการที่เขาเปิดกระแสจิตส่วนตัวอีกสายหนึ่ง เสียงทุ้มนุ่มนวลของเขาถูกห่อหุ้มด้วยกำมะหยี่

“ไม่เป็นไรนะลลิลคนดีของพี่ อย่าร้องไห้เลย พี่จัดการเรียบร้อยแล้ว ทุกอย่างจะเรียบร้อยดี”

ความแตกต่างนั้นช่างชัดเจนและโหดร้ายทารุณ มันทำลายบางสิ่งลึกๆ ในตัวฉันจนแหลกละเอียด เขามอบคำสั่งเย็นชาให้ฉัน แต่กลับมอบคำปลอบโยนอันแสนหวานให้หล่อน ฉันเป็นแค่เครื่องมือ แต่หล่อนคือสมบัติล้ำค่า

ขาทั้งสองข้างของฉันขยับไปเอง พาร่างฉันออกจากห้องนอนของเราไปยังปีกพยาบาลของฝูง หมออุดม หมอหมาป่าสูงวัยหน้าตาเคร่งขรึมกำลังรออยู่ เขาไม่จำเป็นต้องถามว่าฉันมาทำไม คำสั่งของอัลฟ่าที่ส่งถึงหมอประจำฝูงก็ไม่ต่างจากราชโองการ เครื่องมือสีเงินวาววับถูกวางเรียงรายอยู่บนถาดแล้ว

“ลูน่าครับ” เขาพูด น้ำเสียงแฝงความสงสารซึ่งยิ่งทำให้ทุกอย่างเลวร้ายลง “อัลฟ่าคีรินแจ้งผมเรื่องสถานการณ์แล้ว”

เขามองมาที่ฉัน ดวงตาของเขาฉายแววเศร้าสร้อยอย่างสุดซึ้ง “คุณควรรู้นะครับ... อาการบาดเจ็บที่คุณได้รับจากการต่อสู้เพื่อเขาเมื่อฤดูกาลที่แล้ว... มันทำให้ร่างกายคุณอ่อนแอลง การทำแท้งครั้งนี้... มีแนวโน้มสูงที่จะทำให้คุณไม่สามารถตั้งท้องลูกหมาป่าเลือดบริสุทธิ์ได้อีกเลย”

คำพูดของเขาแขวนอยู่ในอากาศ หนักอึ้งและน่าอึดอัด ไม่มีลูกอีกแล้ว เขากำลังขอให้ฉันเสียสละไม่ใช่แค่ลูกคนนี้ แต่คือลูกในอนาคตของเราทุกคน

หมออุดมหยิบมีดผ่าตัดโค้งมนสีเงินขึ้นมา โลหะสะท้อนแสงแวววาว และหมาป่าในตัวฉันก็ผงะถอย เงินเป็นพิษต่อเผ่าพันธุ์ของเรา มันแผดเผาผิวหนังและดูดกลืนพละกำลัง เครื่องมือที่ทำจากมันถูกออกแบบมาเพื่อการสิ้นสุด

ขณะที่เขาขยับเข้ามาใกล้ การเคลื่อนไหวเล็กๆ ที่แทบจะมองไม่เห็นก็เกิดขึ้นลึกๆ ในตัวฉัน มันไม่ใช่การเตะ มันเป็นเพียง... ประกายไฟ ประกายแห่งชีวิตที่ยืนยันการมีอยู่ของมัน “ของข้า”

หมาป่าในตัวฉันที่ถูกกดขี่และเงียบงันมานานเพื่อคีริน คำรามลั่นขึ้นมาอย่างเกรี้ยวกราด “ลูกของเรา! ของข้า!”

“หยุดนะ!” ฉันร้องลั่น ถอยกรูดออกจากโต๊ะ “ฉันทำไม่ได้ ฉันจะไม่ทำ”

หมอหยุดชะงัก ความประหลาดใจฉายบนใบหน้า แต่เขาไม่ได้โต้เถียง เขาเพียงแค่พยักหน้า

ฉันเดินโซซัดโซเซออกจากปีกพยาบาล หัวใจเต้นรัวเหมือนกลองในอก ฉันจะปกป้องลูกคนนี้ ฉันจะทำ ฉันต้องทำ

ขณะที่ก้าวเข้าสู่ลานกว้างของฝูง สายตาของฉันก็ถูกดึงไปที่จอขนาดยักษ์กลางแจ้ง ปกติมันจะแสดงข่าวสารหรือประกาศของฝูง แต่ตอนนี้ มันกำลังฉายภาพสดจากร้านบูติกหรูของมนุษย์

เขาอยู่ที่นั่น อัลฟ่าของฉัน คีรินของฉัน เขากำลังยิ้ม ก้มหน้าลงใกล้กับลลิล มือของหล่อนวางอยู่บนท้องที่นูนเด่นของเธอ และเขากำลังถือเปลไม้แกะสลักอย่างประณีตให้เธอดู

กระแสจิตที่ฉันลืมปิดไปนั้นปะทุขึ้นด้วยความคิดเย้ยหยันของคนในฝูง

“ดูนั่นสิ นังโอเมก้าชั้นต่ำที่คิดว่าตัวเองเป็นลูน่า”

“สงสัยจะไปอ้าขาให้พวกเร่ร่อนตัวแรกที่เจอ”

“ดีแล้วที่อัลฟ่าคีรินจะกำจัดหล่อนไปซะ เป็นตัวอัปยศจริงๆ”

เสียงเหล่านั้นเหมือนฝูงต่อในหัวของฉัน พวกเขาคิดว่าฉันเป็นโอเมก้าไร้ค่าที่เขาเก็บมาเลี้ยงด้วยความสงสาร พวกเขาไม่รู้เลยว่าฉันคือเจ้าหญิงแห่งตระกูลเขี้ยวขาว ว่าฉันซ่อนกลิ่นที่แท้จริงอันทรงพลังและกดสายเลือดอัลฟ่าของตัวเองไว้เพียงเพื่อจะได้อยู่กับเขา

ฉันละสายตาจากจอที่เขากำลังเอาอกเอาใจผู้หญิงอีกคนกับลูกของหล่อน มามองท้องที่ยังแบนราบของตัวเอง ที่ซึ่งลูกของเรากำลังต่อสู้เพื่อมีชีวิตอยู่

เศษเสี้ยวสุดท้ายของหัวใจฉันกลายเป็นหิน ฉันจะไม่แค่จากไป ฉันจะตัดสายสัมพันธ์ ฉันจะทำพิธีปฏิเสธ และฉันจะทำให้เขารู้สึกถึงความเจ็บปวดรวดร้าวของสิ่งที่เขาโยนทิ้งไป

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย ทะลุมิติไปเป็นแม่ม่ายเลี้ยงครอบครัวสามียุค70
9.2
แป้งร่ำ หญิงโสดวัยสี่สิบปีที่ทุ่มเทเวลาทั้งชีวิตให้กับการทำงาน จนกระทั่งความเหงาทำให้เธอตัดสินใจลาออกจากบริษัทเพื่อเริ่มต้นชีวิตใหม่ ทว่าโชคชะตากลับเล่นตลกส่งเธอข้ามมิติไปอยู่ในร่างแม่ม่ายที่ต้องแบกรับภาระดูแลครอบครัวสามีในยุค 70 พร้อมกับต้องเผชิญหน้ากับระบบปริศนาสุดกวนประสาทที่เข้ามาป่วนชีวิตของเธออย่างไม่คาดฝัน การผจญภัยครั้งใหม่ในต่างโลกที่เต็มไปด้วยความวุ่นวายและอุปสรรคจึงได้เริ่มต้นขึ้นตั้งแต่วินาทีนั้นเป็นต้นไป
หน้าปกนวนิยาย ชาดสีเลือด 红血
7.9
หลินเหมยหญิงสาวผู้แบกความแค้นเต็มหัวใจได้รับโอกาสย้อนเวลากลับมาอีกครั้งเพื่อชำระความแค้นกับสามีที่เคยร่วมพิธีกราบไหว้ฟ้าดินผูกสัมพันธ์กันไว้ การกลับมาในครั้งนี้เป็นการเดิมพันด้วยเหตุผลและบทเรียนจากอดีตที่เคยผิดพลาด ท่ามกลางเส้นทางแห่งการล้างแค้นที่เต็มไปด้วยอุปสรรคและแรงอารมณ์ เธอจะต้องเลือกว่าจะก้าวไปสู่ความสุขที่แท้จริงหรือจะต้องจมปลักอยู่กับความทุกข์ระทมไปตลอดกาล ร่วมลุ้นไปกับบทสรุปของความรักและความแค้นในครั้งนี้ได้เลย
หน้าปกนวนิยาย พลาดรัก แวมไพร์เย็นชา
8.6
อาเรียน่า ฟลอเรนซ์ ต้องเผชิญมรสุมชีวิตในโรงเรียนแฟนตาซีที่มนุษย์และแวมไพร์ใช้ชีวิตร่วมกัน เมื่อตระกูลผู้ดีเก่าของเธอกำลังเผชิญภาวะล้มละลาย ท่ามกลางวิกฤตนี้ แวมไพร์หนุ่มสุดฮอตผู้แสนเย็นชากลับก้าวเข้ามาในชีวิตเธออย่างไม่คาดคิด ความนิ่งขรึมที่น่าค้นหาของเขาเริ่มสั่นคลอนหัวใจเธอมากขึ้นทุกที เตรียมพบกับเรื่องราวความรักที่มั่นคงไร้การนอกใจในรั้วโรงเรียนสุดลึกลับ เมื่อแวมไพร์หนุ่มผู้เคร่งขรึมเริ่มแสดงด้านที่ดุดันและเร่าร้อนจนยากจะต้านทานไหว
หน้าปกนวนิยาย พระสนมขั้นผินผู้นั้นคือฮูหยินประมุขวังโอสถ
7.9
เมื่อเจินจื่ออีตัดสินใจหลบหนีออกจากวังหลังผ่านเส้นทางลับที่ค้นพบโดยบังเอิญ แต่แล้วโชคชะตากลับเล่นตลกให้นางตื่นขึ้นมาในห้องหอของตระกูลเหลียว ในฐานะเหลียวอิงอิง บุตรสาวที่ถูกครอบครัวบังคับให้เข้าพิธีวิวาห์กับหยางกั่วหลิง ชายหนุ่มไร้หัวนอนปลายเท้า เพียงเพราะต้องการแลกกับเศษทองคำอันน้อยนิด จากพระสนมขั้นผินผู้สูงศักดิ์ต้องกลายมาเป็นภรรยาของบุรุษลึกลับในพริบตา เรื่องราวความรักและความลับท่ามกลางความวุ่นวายจึงได้เริ่มต้นขึ้นอย่างไม่คาดฝัน
หน้าปกนวนิยาย บุตรชายตัวน้อยของบัณฑิตจาง 1
8.2
อานนท์ ชายหนุ่มสู้ชีวิตจากบ้านเด็กกำพร้าที่ทำงานหนักจนเสียชีวิต ได้รับโอกาสเกิดใหม่ในร่างของ จางอี้หมิง เด็กน้อยวัย 5 ขวบในครอบครัวบัณฑิตจาง ทว่าโชคชะตาไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ เมื่อครอบครัวของเขาถูกบ้านหลักขับไล่ให้มาตกระกำลำบากในชนบท แม้จะได้มีพ่อแม่และย่าตามที่เคยใฝ่ฝัน แต่ความยากจนข้นแค้นกลับเป็นบททดสอบใหญ่ที่เขาต้องเผชิญ ชีวิตใหม่ครั้งนี้จึงกลายเป็นการต่อสู้ที่หนักหนายิ่งกว่าชาติก่อน เพื่อรักษาความอบอุ่นของครอบครัวที่เขาเพิ่งได้รับมาให้คงอยู่ตลอดไป
หน้าปกนวนิยาย คัมภีร์มายาจันทราผนึกปีศาจ
8.2
ท่ามกลางแผนชั่วของอัครเสนาบดีหลี่ที่หวังปลดผนึกราชาปีศาจด้วยเลือดหญิงพรหมจรรย์ หลี่อวี้หลิน ศิษย์เอกสำนักซีเฟิงผู้มีเนตรเห็นวิญญาณและสื่อสารกับศพได้ ต้องร่วมมือกับ เซียวจวิ้นหาน รองบัญชาการองครักษ์เสื้อแพรผู้เย็นชาเพื่อไขคดีฆาตกรรมปริศนา แม้เริ่มต้นด้วยความไม่ลงรอยจากอคติ แต่ความสามารถอันไร้ที่ติของอวี้หลินกลับชนะใจจวิ้นหานจนกลายเป็นความผูกพันลึกซึ้ง ทว่าความจริงกลับซับซ้อนเมื่อเบื้องหลังลัทธิมายาจันทราที่ชักใยเรื่องราวทั้งหมดกลับเกี่ยวข้องกับสายเลือดและบิดาแท้ๆ ของเขาเอง